เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    ยกระดับจิตวิญญาณครั้งใหญ่

    เมื่อมองเห็นสองหญิงงามที่กำลังตื่นตระหนกตกใจกับสิ่งที่ได้รับ เย่หยุนซียกมือขึ้นสะบัดเบาๆหนึ่งครั้ง สร้างม่านพลังปิดกั้นเสียงปกคลุมพื้นที่ทั่วทั้งห้องอาหารเอาไว้

     

    "พวกท่านชื่นชอบของขวัญต้อนรับที่ข้ามอบให้หรือไม่?" เขาเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูขี้เล่นสนุกสนาน

     

    "ท่านทำได้อย่างไรกัน?" เซี่ยอวี่ซีและตงฟางเซียนเอ่อร์เต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนสงสัย

     

    ต้องรู้ก่อนว่าโดยปกติจิตอสูรไม่ใช่สิ่งที่สามารถมอบให้ใครได้ เพราะมันเกิดมาพร้อมกับร่างกายของมนุษย์คนนั้นๆ การที่เย่หยุนซีมอบจิตอสูรให้กับพวกนาง มันจึงถือเป็นเรื่องที่แปลกใหม่และน่าอัศจรรย์ใจเอามากๆ

     

    "ฮ่าๆๆมันเป็นความสามารถพิเศษของข้าน่ะ" บุรุษหนุ่มหัวเราะ ก่อนจะตอบกลับแบบกว้างๆ สองหญิงงามเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ไม่คิดซักไซ้ บางครั้งการไม่รู้ไม่เห็นในเรื่องนี้ อาจทำให้พวกนางรู้สึกสบายใจมากกว่า

     

    "ขอบคุณคุณชายที่เมตตาเจ้าค่ะ" พวกนางผสานมือคาราวะน้อมรับของขวัญด้วยความยินดี โดยเฉพาะเซี่ยอวี่ซี นางรู้สึกเหมือนกับได้เกิดใหม่ก็ไม่ปาน เพราะต้องไม่ลืมว่าในอดีตนางมีเพียงแค่จิตอสูรระดับเหลืองเท่านั้น การบ่มเพาะสำหรับนางจึงยากลำบากราวกับแบกหินก้อนยักษ์ปีนป่ายขึ้นภูเขาที่สูงเสียดฟ้า

     

    "ในที่สุดข้าก็สามารถเดินบนเส้นทางของผู้ฝึกตนได้แล้ว" โฉมสะคราญกล่าวออกมาพร้อมกับน้ำตาแห่งความปิติที่รินไหล

     

    "ยินดีกับท่านด้วย" เย่หยุนซียกยิ้มอย่างเข้าใจ ไม่ว่าจะดินแดนเซียนแห่งนี้หรือดินแดนไหนๆ การเป็นผู้ฝึกตนถือเป็นความไฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่ที่มนุษย์ทุกคนปรารถนา

     

    "ล้วนแต่เป็นสิ่งที่คุณชายให้มา ต่อไปข้าและบุตรสาวขอรับใช้ท่านด้วยความภักดี" เซี่ยอวี่ซีและตงฟางเซียนเอ่อร์โค้งศีรษะอย่างนอบน้อมโดยไม่คิดลังเลใจ เนื่องจากพวกนางเริ่มสัมผัสได้แล้วว่า การติดตามเย่หยุนซีเป็นทางเลือกที่ดีมากๆ ดังนั้นจึงไม่อยากพลาดโอกาสที่สุดแสนล้ำค่านี้ไป

     

    บุรุษหนุ่มเมื่อได้สดับฟังวาจาก็พลันพยักหน้าให้กับอีกฝ่าย พวกเขาก็นั่งรับประทานอาหารกัันอย่างสำราญอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เย่หยุนซีจะเอ่ยปากขอ'แก่นอสูรธาตุไฟและธาตุน้ำแข็ง'จำนวนมาก พร้อมทั้งบอกให้เซี่ยอวี่ซีพาเขาไปยังห้องลับสำหรับปิดด่าน เนื่องจากชายหนุ่มต้องการเพิ่มพลังของตนเองสักเล็กน้อยในช่วงเวลา 2 วันที่เหลือนี้

     

    "นอกจากแก่นอสูรกับแก่นแท้น้ำแข็งแล้ว คุณชายยังต้องการอะไรอีกหรือเปล่าเจ้าคะ" เซี่ยอวี่ซีเอ่ยถาม

     

    "ไม่ล่ะๆอย่าให้ใครเข้ามารบกวนข้าก็พอ" เย่หยุนซีส่ายศีรษะพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

     

    "เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ขอให้ท่านประสบความสำเร็จในการปิดด่าน หากต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมสามารถมาหาข้าได้ที่ห้องทำงาน" โฉมสะคราญกล่าวอวยพร ก่อนจะหมุนกายเดินจากไปในทันที

     

    มองเห็นภาพนี้ ทางฝั่งของเย่หยุนซีก็เดินถือกล่องหยกที่บรรจุแก่นแท้น้ำแข็งเอาไว้เข้าไปในห้องลับ จากนั้นเริ่มดูดซับมันเป็นอันดับแรก ซึ่งก็ใช้เวลาเพียงไม่นาน เพราะภายในร่างกายของเขามีเปลวเพลิงแท้จริงถึง 2 ชนิดด้วยกัน ดังนั้นการสะกดข่มแก่นแท้น้ำแข็งจึงทำได้อย่างง่ายดายราวกับปลอกกล้วยเข้าปาก

     

    "ฝู่ ต่อไปเป็นการยกระดับจิตอสูรสินะ" พูดจบ! เย่หยุนซีก็นำแก่นอสูรธาตุไฟและธาตุน้ำแข็งจำนวนมหาศาลออกมาและเริ่มทำการดูดซับมันโดยไม่ลังเลใจ

     

    หากผู้ฝึกตนคนอื่นได้เห็นภาพนี้ พวกเขาคงจะคิดว่าเย่หยุนซีกำลังคิดสั้นรนหาที่ตาย เนื่องจากไม่มีผู้ฝึกตนคนไหนกล้าดูดซับแก่นอสูรตรงๆอย่างเย่หยุนซี แถมยิ่งเป็นการดูดซับสองธาตุพร้อมกับด้วยแล้วพวกเขายิ่งไม่กล้าเพ้อฝัน

     

    "อึก! ทรมานยิ่งนัก ร้อนหนาวสลับกัน" หลังจากผ่านไปไม่นาน บุรุษหนุ่มก็ต้องกำหมัดแน่น กัดฟันทานทนต่อความเจ็บปวดที่ประดังเข้ามาในร่างกายอย่างไม่หยุดหย่อน

     

    จิตอสูรรูปแบบอสรพิษทั้งสอง บัดนี้ถูกห่อหุ่มด้วยพลังธาตุไฟและน้ำแข็งจนกลายเป็นไข่ใบยักษ์ แถมยังขยายขนาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามการดูดซับแก่นอสูรของเย่หยุนซี

     

    หลังจากเวลาผ่านไป 1 วัน 1 คืน ในที่สุดกระบวนการที่แสนทรมานนี้ก็จบลง พร้อมกับจิตอสูรทั้งสองตนที่ทะลวงออกจากเปลือกไข่

     

    "โฮก"

     

    พวกมันร้องคำรามจนทะเลจิตวิญญาณสั่นไหว รูปลักษณ์แปรเปลี่ยนไปจากอสรพิษกลายเป็นราชามังกรหกปีกที่ทั้งน่ายำเกรงและสง่างาม

     

    "พวกเจ้าถึงกับวิวัฒนาการครั้งเดียวไปถึงระดับสวรรค์!!"

     

    จิตวิญญาณของเย่หยุนซีดวงตาเบิกกว้างอุทานเสียงสั่นราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้า แต่ในเวลาต่อมา! ความตกตะลึงนั้นก็พลันถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นยินดีอันมากล้นเกินบรรยาย เพราะต่อไปในอนาคตความเร็วการบ่มเพาะของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แถมพลังปราณยังเข้มข้นกว่าเดิมหลายร้อยเท่า ซึ่งมันส่งผลให้เขาใช้ทักษะได้รุนแรงกว่าเก่าและสูญเสียพลังปราณน้อยลงมาก

     

    "คงต้องตอบแทนสองแม่ลูกคู่นี้อีกสักหน่อยแล้วล่ะ" ร่างจริงของเย่หยุนซีลืมตาขึ้นช้าๆ ใบหน้าประดับรอยยิ้มเบิกบาน

     

    หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ชันกายลุกขึ้นเดินออกจากห้องลับตรงไปยังห้องทำงานของเซี่ยอวี่ซีโดยไม่คิดรอช้า

     

    "ก๊อกๆๆ"

     

    "เป็นข้าเอง พวกท่านว่างอยู่หรือไม่?" ทันทีที่มาถึงจุดหมาย ชายหนุ่มมิได้พุ่งพรวดเข้าไป แต่เลือกที่จะเคาะประตูตามมารยาท

     

    "คุณชาย มีสิ่งใดให้พวกเรารับใช้เจ้าคะ?" เซี่ยอวี่ซีและตงฟางเซียนเอ่อร์โค้งศีรษะพลางกล่าวอย่างสุภาพหลังจากเดินออกมา

     

    "ข้าอยากไปงานเทศกาลชุมนุมผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์น่ะ ไม่ทราบว่ามันมีเงื่อนไขการเข้าร่วมหรือเปล่า"

     

    เซี่ยอวี่ซีพยักหน้าเบาๆ "หากคุณชายอยากไปเพียงงานเทศกาลชั้นนอกแน่นอนว่าไม่มีกฏเกณฑ์หรือเงื่อนไขใดๆ แต่หากอยากเข้าไปงานชุมนุมอัจฉริยะด้านในจำเป็นต้องมีบัตรเชิญ ซึ่งพวกเราก็มีพอดี"

     

    กล่าวมาถึงตรงนี้ ผู้เป็นนายหญิงแห่งหอการค้าจันทรารีบหยิบบัตรเชิญจากแหวนมิติแล้วยื่นให้ชายหนุ่มเบื้องหน้าโดยไม่ลังเลใจ

     

    เย่หยุนซีรับมันเอาไว้ "บัตรเชิญมีสองใบ คงไม่ใช่ว่าข้าแย่งสิทธิ์ของพวกท่านมาหรอกนะ?"

     

    เซี่ยอวี่ซีส่ายศีรษะ "ไม่ใช่หรอกเจ้าค่ะ เดิมทีพวกข้าก็ไม่คิดจะเข้าร่วมงานนี้อยู่แล้ว เพราะมันมีแต่เรื่องวุ่นวาย"

     

    "โอ้ ถ้างั้นข้าก็เบาใจ.......แต่ทว่าข้าอยากให้พวกท่านคนใดคนหนึ่งไปกับข้าเพื่อแนะนำสิ่งต่างๆภายในงาน" เย่หยุนซีกล่าวพลางมองโฉมสะคราญทั้งสองนางสลับกันไปมา

     

    "ข้าไปกับคุณชายเองเจ้าค่ะ" ตงฟางเซียนเอ่อร์ออกหน้า เพราะนางไม่อยากให้เรื่องที่มารดาหายป่วยหลุดออกไปตอนนี้ ไม่เช่นนั้นอีกฝ่ายอาจจะลงมือซ้ำอีกครั้ง

     

    "อืม ถ้างั้นเตรียมตัวให้พร้อมก็แล้วกัน พรุ่งนี้เช้าข้าจะรออยู่ที่ห้องรับแขก" พูดจบ! บุรุษหนุ่มและทั้งสองสาวก็แยกย้ายกันออกไปพักผ่อนตามอัธยาศัย

     

     

    #ไรท์ ขออนุญาติลงวันละ 1 ตอน และ 2 ตอนสลับกันนะครับ (ดูแลสุขภาพกันด้วยนะ ไรท์ไอคอแทบแตกมาเป็นเดือนแล้วยังไม่หายสักที555555)

    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต ที่คุณอ่าน