วิถีบรรลุสุญตา

    ตอนที่ 55 การเดินทางเข้าสู่ถ้ำ

    ตอนที่ 55 การเดินทางเข้าสู่ถ้ำ


            หลินเซียงกล่าวด้วยความมั่นใจ “ข้าจะใช้พลังน้ำแข็งในการสร้างกับดักและป้องกันการเคลื่อนไหวของศัตรู”


            พวกเขาทั้งหมดรวมพลังกันและเตรียมตัวสำหรับการต่อสู้ที่ยากลำบาก พวกเขารู้ว่าสิ่งที่ต้องเผชิญหน้าในคืนต่อไปจะเป็นการต่อสู้ที่ยากและเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะสู้เพื่อหยุดยั้งนิกายถวายจันทราโลหิตและปกป้องผู้บริสุทธิ์

             

            การเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับนิกายถวายจันทราโลหิตทำให้กลุ่มผู้ฝึกฝนเร่ร่อนรู้สึกถึงความรับผิดชอบและความจำเป็นในการหยุดยั้งลัทธิสังเวยมนุษย์ พวกเขารู้สึกถึงความผูกพันและความมั่นใจในการเดินทางข้างหน้า การเผชิญหน้ากับอันตรายในวันนี้ทำให้พวกเขาพร้อมที่จะเผชิญกับทุกท้าทายและอุปสรรคด้วยความหวังและความมุ่งมั่น


            “ข้าจะไม่ยอมแพ้” เหว่ยหลิงคิดในใจ ขณะที่เขามองไปยังเพื่อนร่วมทางที่ยิ้มแย้ม “ข้าจะเดินทางต่อไปพร้อมกับพวกเขา และข้าจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะหาครอบครัวและคนรักของข้าเจอ”


            การเปิดเผยความจริงในวันนี้ทำให้เหว่ยหลิงและกลุ่มผู้ฝึกฝนเร่ร่อนมีความมั่นใจและมุ่งมั่นในการเดินทางข้างหน้า พวกเขาพร้อมที่จะเผชิญกับทุกท้าทายและอุปสรรคด้วยความหวังและความมุ่งมั่น

             

            แสงจันทร์ที่เคยส่องสว่างตอนนี้ถูกปกคลุมด้วยเมฆหนาทึบ ความมืดมิดยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและเยือกเย็น กลุ่มผู้ฝึกฝนเร่ร่อนเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบในป่าทึบ เสียงลมพัดผ่านใบไม้ดังก้องในความเงียบสงัดของค่ำคืน


            "ข้ารู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลอยู่ข้างหน้า" หลันเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง


            เฉินหลงพยักหน้าและดึงดาบออกมา "เราต้องระวังตัว และเตรียมพร้อม"


            เหว่ยหลิงนำกลุ่มเดินต่อไปตามทางที่คดเคี้ยว ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงหน้าปากถ้ำขนาดใหญ่ที่มีปล่องมองเห็นดวงจันทร์อยู่สูงขึ้นไป ภายในถ้ำมีบรรยากาศมืดมิดและเยือกเย็น เถาวัลย์และมอสปกคลุมทางเข้า เสียงหยดน้ำจากเพดานถ้ำกระทบพื้นดังเป็นจังหวะ


            "ที่นี่คือสถานที่ที่พวกเขาทำพิธีถวายจันทราโลหิต" หลินเซียงกล่าวด้วยความสงสัย "เราต้องระวังให้มากขึ้น"


            เหว่ยหลิงมองไปที่ประตูหินใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์ "พวกเราต้องเข้าไปข้างในและหยุดยั้งพิธีนี้"


            พวกเขาใช้เวลาเปิดประตูหินใหญ่และเข้าสู่ถ้ำขนาดใหญ่ที่ภายในเต็มไปด้วยความมืดมิด แสงจันทร์ที่ส่องลงมาจากปล่องถ้ำทำให้ทุกสิ่งดูน่าขนลุก พวกเขาเดินลึกเข้าไปในถ้ำ เสียงฝีเท้าก้องในความเงียบสงัด


            "ข้ารู้สึกถึงพลังงานมืดที่แผ่ออกมาจากข้างใน" หลันเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเผชิญหน้า"


            เหว่ยหลิงหยุดเดินและมองไปรอบๆ "ที่นี่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตายและความหวาดหวั่น เราต้องรีบหยุดยั้งพวกเขาก่อนที่จะสายเกินไป"


            พวกเขาเดินลึกเข้าไปในถ้ำและพบกับโบราณสถานที่มีแท่นบูชาอยู่กลางห้อง แท่นบูชาถูกปกคลุมด้วยรอยเลือดและสัญลักษณ์จันทราโลหิตถูกสลักไว้บนผนัง ความเงียบสงบถูกทำลายด้วยเสียงกรีดร้องเบาๆ ที่ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง


            "ข้าคิดว่าเราเจอที่ทำพิธีแล้ว" หลินเซียงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เราต้องหยุดยั้งพวกเขาเดี๋ยวนี้"


            เหว่ยหลิงพยักหน้า "พวกเราต้องร่วมมือกันและหยุดยั้งพิธีนี้ให้ได้ ไม่มีทางที่เราจะยอมให้พวกเขาใช้มนุษย์เป็นเครื่องสังเวย"


            พวกเขาเตรียมตัวสำหรับการเผชิญหน้าที่จะเกิดขึ้น เสียงลมพัดผ่านช่องว่างในถ้ำทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด เหว่ยหลิงและกลุ่มผู้ฝึกฝนเร่ร่อนรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นการเผชิญหน้าที่ท้าทายที่สุดในชีวิตของพวกเขา แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะสู้เพื่อหยุดยั้งพิธีที่น่าหวาดหวั่นนี้


            "ข้าจะไม่ยอมแพ้" เหว่ยหลิงคิดในใจ ขณะที่เขามองไปยังเพื่อนร่วมทางที่ยืนพร้อมเพรียงกัน "พวกเราจะหยุดยั้งพิธีนี้และช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ให้ได้"

            การพบผู้ถูกสังเวย

            ภายในถ้ำที่มืดมิดและเยือกเย็น แสงจันทร์ที่ส่องลงมาจากปล่องสูงเหนือพวกเขาทำให้บรรยากาศดูน่าขนลุกและเต็มไปด้วยความลึกลับ กลุ่มผู้ฝึกฝนเร่ร่อนเดินลึกเข้าไปในถ้ำพร้อมกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นทุกย่างก้าว พวกเขารู้สึกถึงพลังงานมืดที่แผ่ออกมาจากส่วนลึกของถ้ำ


            "เราต้องระวังให้มากขึ้น ข้ารู้สึกว่ามีบางสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลอยู่ข้างหน้า" หลินเซียงกล่าวด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง


            เมื่อพวกเขาเดินไปจนถึงส่วนลึกของถ้ำ พวกเขาก็พบกับห้องขนาดใหญ่ที่มีแท่นบูชาขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง แท่นบูชาถูกปกคลุมด้วยรอยเลือดและมีกลิ่นคาวเลือดลอยอยู่ในอากาศ พื้นถ้ำรอบๆ แท่นบูชาเต็มไปด้วยรอยสลักและสัญลักษณ์จันทราโลหิต


            เหว่ยหลิงเดินไปข้างหน้าและมองไปรอบๆ เขารู้สึกถึงความหนาวเยือกและความหวาดหวั่นที่แผ่ออกมาจากแท่นบูชา ทันใดนั้นเขาเห็นร่างของผู้ถูกสังเวยที่ถูกมัดอยู่กับแท่นบูชา พวกเขาทั้งหมดอยู่ในสภาพไร้ชีวาและถูกเซาะร่างเพื่อถวายเลือด


            "ข้ารู้สึกถึงความเจ็บปวดและความสิ้นหวังในที่นี่" เหว่ยหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธ "พวกเขาใช้มนุษย์เป็นเครื่องสังเวยเพื่อเพิ่มพลังวิญญาณมืด"


            หลันเหยาก้าวเข้ามาใกล้แท่นบูชาและมองดูผู้ถูกสังเวย "พวกเขาไม่ควรต้องทนทุกข์เช่นนี้ เราต้องหยุดยั้งพิธีนี้เดี๋ยวนี้"


            เฉินหลงใช้ดาบของเขาตัดเชือกที่มัดผู้ถูกสังเวยและปล่อยร่างที่ไร้ชีวาลงพื้น "พวกเขาสมควรได้รับการปลดปล่อยจากความทุกข์ทรมานนี้"


            กลุ่มผู้ฝึกฝนเร่ร่อนรู้สึกถึงความโกรธและความเสียใจที่เห็นภาพนี้ พวกเขาตระหนักถึงความสำคัญของการหยุดยั้งพิธีและช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ที่ถูกใช้เป็นเครื่องสังเวย


            "พวกเราต้องรีบหยุดยั้งพิธีนี้ก่อนที่จะสายเกินไป" หลันเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น "พวกเขาไม่ควรต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้อีกต่อไป"


            เหว่ยหลิงพยักหน้าและมองไปที่เพื่อนร่วมทาง "เราต้องทำงานร่วมกันและใช้พลังที่เรามีในการหยุดยั้งแผนการของนิกายถวายจันทราโลหิต เราจะไม่ยอมให้พวกเขาใช้มนุษย์เป็นเครื่องสังเวยอีกต่อไป"


            การพบผู้ถูกสังเวยในสภาพไร้ชีวาทำให้กลุ่มผู้ฝึกฝนเร่ร่อนรู้สึกถึงความมุ่งมั่นในการหยุดยั้งพิธีและช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูและใช้พลังทั้งหมดที่มีในการต่อสู้เพื่อปกป้องผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่


            "ข้าจะไม่ยอมแพ้" เหว่ยหลิงคิดในใจ ขณะที่เขามองไปยังเพื่อนร่วมทางที่ยืนพร้อมเพรียงกัน "พวกเราจะหยุดยั้งพิธีนี้และช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ให้ได้"

             

            การเตรียมการโจมตี

            “พวกเราต้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ” เหว่ยหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เราจะต้องโจมตีพร้อมกันและใช้ความสามารถที่เรามีเพื่อทำลายพิธีนี้”


            หลันเหยามองไปที่เพื่อนร่วมทางและพยักหน้า “ข้าจะใช้พลังธนูไฟในการโจมตีจากระยะไกลและเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรู”


            เฉินหลงยกดาบขึ้น “ข้าจะเป็นคนพุ่งเข้าโจมตีใกล้ชิดและทำลายพลังป้องกันของศัตรู”


            หลินเซียงยิ้มเล็กน้อย “ข้าจะใช้พลังน้ำแข็งสร้างกับดักและป้องกันการเคลื่อนไหวของศัตรูเพื่อให้พวกเราโจมตีได้ง่ายขึ้น”


            เหว่ยหลิงพยักหน้า “ข้าจะใช้พลังปราณสายฟ้าของข้าในการโจมตีและทำลายพลังป้องกันของศัตรู พวกเราต้องทำงานร่วมกันและไม่ให้โอกาสศัตรูมีโอกาสตั้งตัว”


            พวกเขาวางแผนการโจมตีอย่างละเอียด โดยกำหนดตำแหน่งและหน้าที่ของแต่ละคน หลันเหยาเตรียมธนูและลูกศรไฟ ขณะที่เฉินหลงฝึกฝนท่าฟันดาบเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตี เหว่ยหลิงและหลินเซียงตรวจสอบอุปกรณ์และพลังวิญญาณของตนเองเพื่อให้แน่ใจว่าพร้อมสำหรับการต่อสู้


            “พวกเราต้องทำงานร่วมกันและไม่ให้โอกาสศัตรูมีโอกาสตั้งตัว” เหว่ยหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น “เราต้องโจมตีพร้อมกันและใช้ความสามารถที่เรามีในการทำลายพิธีนี้”


            ขณะที่พวกเขาเตรียมตัวสำหรับการโจมตี เสียงกรีดร้องเบาๆ ดังขึ้นจากส่วนลึกของถ้ำ พวกเขารู้สึกถึงพลังงานมืดที่แผ่ออกมาจากแท่นบูชา และรู้ว่าศัตรูกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีเช่นกัน


            “เราต้องรีบโจมตีเดี๋ยวนี้” หลันเหยากล่าว “พวกเราต้องทำให้พวกเขาไม่สามารถทำพิธีต่อไปได้”