รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    เขาจะเป็นคนรักษา ส่วนข้า จะเป็นคนปรุงยาให้เจ้าเอง

            หลังจากที่เรื่องราวทุกอย่างจบลง  ที่บ้านพักชายทะเลของไป่ฟานเซียนก็กลายเป็นสถานที่รวมตัวชั่วคราวของใครหลายๆคน ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะมันใกล้กับจุดเกิดเหตุที่สุดแต่สิ่งสำคัญคือเขตแดนของนางทำให้สามารถมั่นใจว่าจะไม่มีคนนอกที่ไหนเข้ามารบกวน

             

            กลุ่มคนราวสิบคนกำลังนั่งรวมตัวกันอยู่ที่ห้องอาหาร เพราะเดิมทีบ้านหลังนี้ก็กว้างขวางและโอ่โถงอยู่แล้วสิ่งอำนวยความสะดวกที่ถังเทียนจี๋เตรียมเอาไว้ก็ครบครัน  ก่อนหน้านี้เขายังคิดว่าในบ้านนี้จะมีคนอยู่น้อยเกินไปหน่อยเสียด้วยซ้ำ

             

            เพราะมีแขกมากมายเข้ามากะทันหัน หวงจื่อหานจึงต้องรีบตระเตรียมน้ำชาและเครื่องดื่มอย่างฉุกละหุก  อาหารบางอย่างที่เก่าหรือเน่าเสียไปแล้วก็ต้องทิ้งไปเพราะบ้านหลังนี้ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่มากกว่าหนึ่งเดือน   พ่อบ้านชราโทรออกไปให้คนจากบ้านตระกูลถังจัดเตรียมวัตถุดิบมาส่งให้อย่างรวดเร็ว  โดยมีเด็กน้อยสามคนคอยช่วยเหลือเป็นลูกมืออยู่ไม่ห่าง

             

            จอมดาบเจิ้งเหรินอี้มองหลานสาวร่าเริงขึ้นด้วยรอยยิ้มมีความสุข

             

            “แดงน้อย...กินขนมมั้ย?”

             

            ถังเย่เย่ถือคุ้กกี้ชิ้นโตมากวัดแกว่งอยู่เบื้องหน้าลูกมังกรตัวเล็กที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่บนโซฟา   ราชินีมังกรอย่างไรก็ยังมีศักดืศรีของเผ่าพันธุ์  นางไม่อยากจะกินอาหารจากเด็กน้อยนี่นัก

             

            “มนุษย์ตัวจ้อย!   เจ้าอย่าคิดว่าข้า...อึ๊ก!”

             

            ก่อนที่ราชินีมังกรจะวางอำนาจ นางพลันรับรู้ถึงแรงกดดันบางประการที่มาพร้อมกับสายตาเย็นชาที่จับจ้องมา เป็นไป่ฟานเซียนที่เหลือบมองด้วยหางตาแต่ไม่ได้พูดอะไร

             

            “...ก็ได้”

             

            ราชินีมังกรยอมจำนน  นางอ้าปากเล็กๆขึ้นมากัดคุ้กกี้เข้าไปคำหนึ่ง แต่วินาทีที่ลิ้นของนางได้รับรสชาติที่ไม่เคยกินมาก่อน ดวงตากลมโตของนางก็วิบวับสว่างไสว

             

            “อร่อยใช่ไหมล่ะ!  คุ้กกี้ร้านนี้หนูชอบมากๆเลยนะ”

             

            ถังเย่เย่ยิ้มอย่างดีใจ  ราชินีมังกรไม่สนอะไรแล้ว  นางก้มหน้าก้มตากัดคุ้กกี้ในมือของเด็กน้อยจนหมดทั้งชิ้น ที่แล้วมานางได้กินเพียงเนื้อสดและผักผลไม้ที่พวกกลุ่มต่อต้านมนุษย์พวกนั้นนำมาถวาย   แต่ต่อให้นางไม่กินไม่ดื่มอะไรนางก็อยู่ได้เพราะร่างกายของนางกำลังดูดกลืนพลังของโอสถหมื่นสวรรค์นิรันด์อยู่ตลอดเวลา

             

            เมื่อคุ้กกี้หมดลง  สายตาของนางก็พลันไปสะดุดกึกเข้ากับคุ้กกี้อีกชิ้นที่ถูกยื่นมาถึงปาก

             

            เป็นฮุ่ยเอ๋อที่สายตาเป็นประกายอีกคน   ราชินีมังกรจับจ้องอย่างประหลาด เด็กคนนี้สามารถปะทะกับนางในตอนแรกที่มีระดับพลังเหนือมนุษย์ได้สบายๆ  แต่ตอนนี้นางกลับไม่สามารถสัมผัสพลังที่ทรงพลังเช่นนั้นได้อีกแล้ว

             

            สิ่งที่นางรับรู้คือพลังระดับผู้ฝึกยุทธ์ที่หมุนเวียนอยู่เท่านั้น

             

            และในยามนั้นทั้งท่าทางและสายตาของเด็กคนนี้กลับแปลกประหลาดไป นางไม่รู้ถึงสาเหตุนั้นและเลือกที่จะไม่พูดอะไรออกไป ทำให้แม้แต่ไป่ฟานเซียนก็ยังไม่แน่ใจกับสถานการณ์ของฮุ่ยเอ๋อนัก

             

            “เด็กคนนั้นหายดีก่อนที่ฉันจะรักษาให้เสียอีก”  แม้แต่หมอเทวดาอู๋เจี่ยก็ยังถอนหายใจ 

             

            ในตอนนี้เขาไม่รู้สถานการณ์ของโลกฝั่งนู้นเลยสักนิด และยังมารู้จากปากของหลิวเยี่ยนเฟยว่าประตูที่เชื่อมระหว่างสองโลกที่อยู่ ณหมู่บ้านใต้เมฆาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถเปิดให้มันทำงานได้อีกครั้ง

             

            ไม่รู้ว่าจะต้องรออีกนานเท่าไร  แต่อย่างน้อยอู๋เจี่ยก็คิดว่าการสลายไปของกลุ่มต่อต้านมนุษย์จะทำให้สถานการณ์ของเผ่าพันธุ์ทั้งสองกลับมาสงบไปได้สักพัก

             

            เขาได้แต่หวังว่าอีธานจะสามารถใช้สถานะของไป่ฟานเซียนให้เป็นประโยชน์  เพราะก่อนหน้านี้คนจำนวนมากล้วนเห็นถึงพลังและอำนาจของนางที่สามารถซัดราชินีมังกรจนหมอบได้ต่อหน้าต่อตา

             

            อย่างน้อยถ้าใช้ชื่อเสียงส่วนนั้นปกป้องหมู่บ้านในป่าต้องห้ามนั่นเอาไว้ได้ก่อนก็คงดี

             

            “สรุปแล้วว่าอาการของเด็กคนนี้เกิดจากอะไรล่ะ?”

             

            เป็นหลิวเยี่ยนเฟยที่จิบชาและเฝ้ามองเด็กน้อยสองคนอยู่หันไปถามอย่างสงบ  เขาอายุมากกว่าอู๋เจี่ยไม่กี่ปีแล้วก่อนหน้านี้ก็สนิทสนมกันอยู่บ้างจึงเอ่ยถามได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ

             

            “ฉันก็ไม่แน่ใจนัก...ฉันคิดว่าอาจจะเกิดจากจุดกำเนิดปราณถูกปิดแบบฉัน แต่ว่ากรณีของเด็กคนนี้เหมือนกับว่าร่างกายของเธอทำการวิวัฒนาการเพื่อปกป้องตัวเองอยู่”

             

            อู๋เจี่ยอธิบายให้ฟัง

             

            “ปราณของเด็กคนนี้มีธาตุหยางรุนแรงมากเลยนะ...เธอก็สัมผัสได้แล้วใช่ไหม?” อู๋เจี่ยถามไป่ฟานเซียนที่นั่งจิบชาอยู่ที่หัวโต๊ะ  ซึ่งนางก็พยักหน้าตอบรับกลับมาเบาๆ

             

            “ฉันรู้สึกว่าตอนแรกมันมีความรุนแรงเกินกว่าที่จะเป็นปราณของระดับผู้ฝึกยุทธ์ ถ้าร่างกายของเธอปล่อยให้ปราณหยางรุนแรงแบบนั้นโคจรออกไปรอบตัว มีหวังร่างเล็กๆนั่นได้ระเบิดในไม่กิ่วินาทีแน่ๆ”

             

            “แต่ตอนนี้เหมือนกับว่าร่างกายของเด็กคนนี้กำลังปรับสภาพและลดความรุนแรงลงจนปลอดภัยแล้วล่ะ”

             

            อู๋เจี่ยจับจ้องไปที่ฮุ่ยเอ๋อขณะเดียวกันเขาก็เบนสายตาไปยังลูกมังกรตัวสีแดงที่โดนพลังของขนมหลอกล่อจนเด็กๆสามารถเข้าไปลูบหัวได้โดยไม่ขัดขืน

             

            เขาคิดว่าตัวแปรสำคัญน่าจะเป็นราชินีมังกรและ“มุกธิดาอัคคี” ที่ฮุ่ยเอ๋อห้อยเอาไว้ที่คอนั่น

            “นายหญิงคะ พวกหนูพาแดงน้อยออกไปเล่นข้างนอกได้ไหมคะ?”

             

            ก่อนที่สถานการณ์จะดำเนินต่อไปถังเย่เย่ก็ลากราชินีมังกรที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาอย่างไม่น่าเชื่อมาหาไป่ฟานเซียน  สายตาของเด็กน้อยทั้งสามคนเต็มไปด้วยความหวัง  ส่วนราชินีมังกรนั้นกำลังหงุดหงิดที่ตัวตนเช่นนางกลับถูกเด็กน้อยสามคนลากไปมาเหมือนตุ๊กตาเช่นนี้

             

            “ข้ามิได้ชื่อแดงน้อย!” ราชินีมังกรพยายามคัดค้านหัวชนฝา

             

            “อืม...ดูแลเด็กๆด้วยล่ะ...แดงน้อย”

             

            “ข้า...!”

             

            ราชินีมังกรไม่คิดว่านายท่านของตนเองก็จะเรียกนางด้วยชื่อน่ารักน่าชังนั่น นางถึงกับพูดไม่ออกแล้วมองไป่ฟานเซ๊ยนด้วยสายตาน่าสงสาร เพราะพันธะสัญญาและสัตยาบันมังกรที่นางได้ลั่นวาจาไว้ทำให้นางต้องทำตามที่ไป่ฟานเซียนสั่งทุกอย่าง

             

            “ไม่ว่าพวกนางจะชวนเล่นอย่างไรเจ้าก็ห้ามปฏิเสธ  เข้าใจหรือไม่...แดงน้อย”

             

            ไป่ฟานเซียนหลับตาลงแล้วจิบชาอย่างสงบ ไม่สนใจเสียงเอะอะโวยวายของราชินีมังกรที่พยายามประท้วงกับชื่อที่แสนน่าอายนั่นและถูกเด็กๆสามคนลากออกไปเล่นที่ชายหาดโดยที่ขัดขืนไม่ได้

             

            หญิงสาวคิดว่ามันคงจะดีกว่าหากให้พวกผู้ติดตามตัวจิ๋วของนางมีคนคุ้มกันที่แข็งแกร่งสักคนคอยอยู่ด้วย  เซี่ยซูเหยาเองก็ไม่อาจจะคอยเฝ้าดูพวกเธอได้ทั้งวัน  ดังนั้นราชินีมังกรที่ให้ความรู้สึกว่าเป็น“สัตว์เลี้ยงของบ้าน” จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะให้อยู่กับเด็กๆ

             

            และในตอนนั้นเองที่ท่านจอมพลอย่างจางเซียนหยวนรีบร้อนเข้ามาในห้อง ตอนที่เดินสวนกับกลุ่มเด็กน้อยที่ทักทายเขาอย่างร่าเริงนั้นเขายังรู้สึกไม่เชื่อสายตาตัวเองอยู่เลยที่“ราชินีมังกร” ที่ทรงพลังขนาดนั้นกลับกลายเป็นตุ๊กตาที่ถูกเด็กๆกอดได้โดยไม่ขัดขืน

             

            แม้เขาจะเห็นว่านางมีอาการขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่บ้างก็ตาม

             

            เมื่อมาถึงเขาก็นั่งลงบนโซฟาและยกน้ำหวานที่ใส่น้ำแข็งจนเย็นฉ่ำซึ่งหวงจื่อหานนำมาเสิร์ฟให้กระดกจนหมดแก้ว  เขาเริ่มคิดแล้วว่าที่บ้านหลังนี้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของเขาอย่างแท้จริง

             

            เพราะที่ด้านนอกนั่นตอนนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย  หลังจากที่ประชาชนธรรมดารู้ถึงการมีอยู่ของ“ผู้ฝึกตน”  มันก็ก่อให้เกิดเป็นกระแสสังคมที่ยิ่งใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

             

            จะเรียกว่า“ผู้ฝึกตนฟีเวอร์” อะไรแบบนี้ก็ได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นลูกเล็กเด็กแดง หรือแม้แต่คนแก่ชายชราอายุเจ็บสิบแปดสิบปี ก็ล้วนอยู่ในกระแสคลั่งผู้ฝึกตนที่ถูกจุดขึ้นมานี้กันทั้งนั้น  ขนาดระยะเวลาผ่านมาสามวันแล้วตั้งแต่วันที่พวกเขากลับมา  กระแสนี้ก็ยังไม่แผ่วทั้งยังดูจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆเสียด้วย

             

            “ปรมาจารย์เซี่ยไปไหนล่ะ?”  จอมพลจางรู้สึกว่ามีใครคนหนึ่งหายไป ตามปกติแล้วในช่วงนี้ที่เขามักจะหลบมาที่บ้านหลังนี้บ่อยๆเพราะได้รับอนุญาตให้ผ่านเขตแดนจากไป่ฟานเซียนเรียบร้อยแล้วและจะเห็นเซี่ยซูเหยาที่เกาะหนึบอยู่กับไป่ฟานเซียนไม่ห่างทั้งยังให้คนตระกูลเซี่ยมาต่อเติมขยายขนาดบ้านหลังนี้ออกไปอีกด้วย

             

            “เธอกลับไปจัดการธุระในภาคเหนือที่ตระกูลน่ะครับ”

             

            เป็นหวงจื่อหานที่พึ่งจะเติมน้ำหวานให้ตอบด้วยรอยยิ้ม

             

            “...ฉันก็พอจะได้ยินมาบ้าง”  จอมพลจางยกมือขึ้นลูบคางพลางครุ่นคิด เพราะก่อนหน้านี้ที่พวกเขาหายตัวไปทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นหลายอย่าง  เพราะตระกูลใหญ่สองในสี่กลับสูญเสียตัวตนระดับปรมาจารย์ไปพร้อมๆกัน  ในทางตะวันออกยังพอควบคุมไว้ได้อยู่ แต่ในทางเหนือพอมีข่าวลือเรื่องปรมาจารย์เซี่ยหายตัวไปก็เริ่มจะมีกลุ่มหรือตระกุลที่รอคอยจังหวะนี้อยู่  พยายามสั่นคลอนอำนาจของตระกูลเซี่ย

             

            นั่นก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ก่อนนี้เซี่ยจื่อโจวต้องหลบมาพูดคุยกับตระกูลถังที่เมืองนี้บ่อยๆ

             

            เซี่ยซูเหยาซึ่งทนคำรบเร้าของน้องชายไม่ไหวจึงต้องไปแสดงตัวให้ผู้คนเห็น ทั้งยังเป็นการประกาศอำนาจว่าตระกูลเซี่ยได้กลับมาอีกครั้งแล้ว

             

            แน่นอนว่าเธอจะกลับมาทางตะวันออกนี่โดยเร็วที่สุดแน่นอน...

             

             

             

            “เฮ้อ...นายมาหลบอยู่ที่นี่สบายใจจังนะ?”

             

            จางเซียนหยวนเหลือบไปมองหลิวเยี่ยนเฟยที่มีตำแหน่งเป็นถึงพลเอกของกองทัพกลับมานั่งดื่มน้ำและเพลิดเพลินไปกับวิวทะเลโดยที่เขาต้องวิ่งวุ่นจนหัวหมุนแบบนี้ก็แอบบ่นออกมา

             

            “ท่านจอมพลพูดอะไรแบบนั้นล่ะครับ  ตอนนี้ผมลาพักร้อนอยู่นี่นา?”

             

            หลิวเยี่ยนเฟยยกยิ้ม ในที่สุดเขาก็สามารถยื่น “ใบลาพักร้อน”ของตนเองผ่านจนได้ ทั้งคนที่ต้องจำใจเซ็นให้ก็ยังเป็นท่านจอมพลที่บ่นอยู่ตรงหน้านี้เองอีก!

             

            เพราะชายหนุ่มอ้างเรื่องการที่เขาต้องสะสางงานในส่วนที่จางเซียนหยวนไม่อยู่จนท่านจอมพลพูดไม่ออก นอกจากนี้เขายังใช้เรื่องสุขภาพของตนเองที่ย่ำแย่ลงเพราะโหมงานหนักจนในที่สุดท่านจอมพลก็ได้แต่กัดฟันยอมเซ็นใบลาพักร้อนนี้ให้

             

            ทำให้ตอนนี้เขาสามารถปลดเปลื้องงานและภาระทุกอย่างทิ้งไปได้หนึ่งเดือนเต็มๆ จนสามารถมานั่งพักผ่อนหย่อนใจแถวชายทะเลแบบนี้ได้ทุกวัน

             

            “จะว่าไป  เรื่องปรมาจารย์ลู่ชิงเป็นยังไงบ้าง?”  จางเซียนหยวนความจริงแล้วเขาก็บ่นไปเฉยๆ  เรื่องสุขภาพและยาที่ใกล้จะหมดลงของหลิวเยี่ยนเฟยนั้นเขาเป็นคนที่รู้ดีที่สุดคนหนึ่ง

             

            อีกเหตุผลที่เขายอมเซ็นใบลาให้ชายหนุ่มก็เพราะแบบนี้

             

            บางทีนี่อาจจะเป็นการลาพักร้อนครั้งสุดท้ายของหลิวเยี่ยนเฟยแล้วก็ได้...

             

            “...ยังไม่เจอเบาะแสของเขาเลยครับ”

             

            ชายหนุ่มถอนหายใจ

             

            “แล้วยาของนายล่ะ?”

             

            “เหลือไม่มากแล้วล่ะ...”  ท่านพลเอกหนุ่มหยิบเอาขวดยาสีขาวออกมาจากเสื้อด้านในนั้นมียากลิ้งเหลืออยู่ที่ก้นขวดเพียงสองเม็ด

             

            “ถ้ายานี่หมดแล้วยังหาปรมาจารย์ลู่ไม่เจอ  ผมคงต้องเกษียณตัวเอ...อ๊ะ!?”

             

            ก่อนที่หลิวเยี่ยนเฟยจะพูดจบ ขวดยาในมือเขากลับลอยละลิ่วเข้าไปอยู่ในมือไป่ฟานเซียน

             

            หญิงสาวเทเม็ดยาออกมาแล้วใช้สัมผัสสวรรค์รวมถึงการดมกลิ่นเพื่อพิจารณา

             

            “...โอสถระดับสี่...ถึงข้าจะไม่รู้จักแต่ก็น่าจะหลอมโอสถแบบนี้ออกมาได้”  ไป่ฟานเซียนกลิ้งโอสถอยู่ในมือ  มันเป็นโอสถสมัยใหม่ที่นางไม่รู้จักมันน่าจะถูกปรุงขึ้นเพื่อใช้สำหรับระงับอาการของหลิวเยี่ยนเฟยโดยเฉพาะ

             

            แต่สำหรับนาง การหลอมโอสถแบบนี้เลียนแบบขึ้นมาสักเม็ดมันง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย

             

            แล้วยิ่งถ้านางรู้อาการที่แน่นอน  นางสามารถหลอมโอสถที่ดีกว่านี้ได้ด้วยซ้ำ!

             

            “ฉันในตอนนี้ก็น่าจะมีทางช่วยนายแล้วล่ะ”

             

            นอกจากไป่ฟานเซียนแล้ว  ก็เป็นอู๋เจี่ยที่พูดออกมา เขารู้จักกับหลิวเยี่ยนเฟยตั้งแต่สมัยยังไม่เริ่มฝึกตนด้วยซ้ำ ก่อนหน้านี้เป็นเพราะพลังฝึกตนที่อ่อนด้อยทำให้ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ แต่หลังจากที่ปิดด่านฝึกตนจนทะลวงสู่ระดับปรมาจารย์เรียบร้อยแล้ว  เขาค่อนข้างจะมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นหลายส่วน

             

            “...เช่นนั้นก็ให้เขาตรวจอาการเจ้า”

             

            ไป่ฟานเซียนพยักหน้ารับ นางค่อนข้างจะรู้สึกว่าตนเองติดหนี้บุญคุณท่านพลเอกคนนี้หลายครั้งหลายคราอยู่ ยิ่งล่าสุดนี้นางก็ได้รู้มาจากถังเทียนจี๋ว่าเป็นเพราะหลิวเยี่ยนเฟยนี่เองที่คอยช่วยเหลือตระกูลถังในภาคตะวันออกนี่อย่างลับๆจนผู้ฝีกตนอื่นๆไม่กล้ามาหาเรื่องระหว่างที่พวกนางหายตัวไป

             

            “แล้วข้าจะปรุงโอสถที่ทำให้เจ้าหายขาดขึ้นมาให้เอง...”

             

             

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498