คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    กวาดล้างอสูรในป่า

    [13 พฤษภาคม]

    ติ๊ง! 

    เสียงสังเคราะห์ที่ก้องกังวานขึ้นในสมองกระชากวิญญาณของอคินให้หลุดพ้นจากความมืดมิดอันยาวนาน 

    เขาสะดุ้งเฮือก ลืมตาขึ้นพบกับเปลวไฟสีส้มที่กำลังเริงระบำอยู่เบื้องหน้า 

    กลิ่นไหม้ของเนื้อออร์คที่ถูกย่างจนไขมันหยดติ๋งส่งเสียงฉ่าอบอวลอยู่ในอากาศยามค่ำคืนของป่าสอยดาว

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม]

     

    อคินขยับกายที่รู้สึกหนักอึ้งและเย็นเฉียบราวกับก้อนน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย 

    แม้จะนั่งอยู่ใกล้กองไฟเพียงเอื้อม แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงไออุ่นที่แผ่ออกมา 

    ผิวกายของเขาสะท้อนแสงไฟเป็นสีซีดจางและเย็นเยียบจนน่าประหลาด

    "ไง... พ่อคนขยัน ไม่คิดจะพักบ้างหรือไง?" 

    เสียงใสที่แฝงไปด้วยความยวนใจดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดเกราะสีส้มสะท้อนแสง 

    'ส้มซ่า' หรืออัศวินมามาเลด เดินนวยนาดเข้ามาด้วยสองขาอย่างคล่องแคล่วเกินกว่าแมวทั่วไป

    โดยมี 'ปลาเผา' แมวเทาลายสลิดเดินตามมาด้วยท่าทีระแวดระวัง

    อคินเลิกคิ้วมองภาพตรงหน้าด้วยอาการมึนงงที่ยังไม่หายดี 'ทองดี' เสือโคร่งพาดกลอนตัวเขื่องไม่ได้นอนเล่นอย่างที่เขาคิด 

    แต่มันกลับกำลังใช้กรงเล็บหนาประคองหินลับมีด ขยับถูไถไปบนคมดาบใหญ่ของเขาอย่างใจเย็น 

    เสียงครูดคราดที่ดังขึ้นกลับดูห่างไกลเหมือนมาจากใต้คูน้ำ

    ไม่ไกลกันนัก 'อัคคี' เสือดาวผู้เงียบขรึมกำลังคอยพลิกเนื้อออร์คบนตะแกรงอย่างชำนาญ 

    ขณะที่ 'โบ้' หมาหลังอานในเกราะหนังนั่งแทะกระดูกอยู่เงียบๆ 

    แต่ดวงตาของมันมักจะเหลือบมองมาที่หน้าอกของอคินเสมอ... เฝ้ามองจังหวะหัวใจที่เต้นเนิบนาบจนผิดปกติ

    ที่ขอนไม้ฝั่งตรงข้าม 'บัวลอย' และ 'จูเลีย' กำลังสุมหัวปรึกษาแผนที่บางอย่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด 

    โดยมี 'มายา' นั่งหลับตาทำสมาธิอยู่ท่ามกลางเงามืดที่ห่างออกไป

    "ส้มซ่า? แล้วนั่นปลาเผาก็มาด้วยเหรอ?" 

    อคินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสงไฟวูบวาบทำให้ดวงตาของเขาดูเหมือนมีเงาสีฟ้าจางๆ เคลื่อนไหวอยู่ภายใน 

    "นึกว่าพวกนายต้องไปช่วยฝึกหน่วยกองกำลังแมวในเมืองซะอีก"

    "เรื่องนั้นข้าให้พวกเด็กๆ จัดการได้น่า วันนี้ข้ามาหาเจ้าเพราะมีเรื่องสำคัญ" 

    ส้มซ่าทิ้งตัวลงนั่งข้างอคิน สายตาของมันจ้องมองดาบในมืออคินครู่หนึ่ง 

    ก่อนจะหันไปสบตากับปลาเผาด้วยแววตาที่สื่อสารอะไรบางอย่างที่อคินเข้าไม่ถึง

    "ข่าวใหญ่จากส่วนกลาง... ท่านเพทายกำลังนำทัพมุ่งหน้าสู่ภาคอีสาน" 

    ส้มซ่าเริ่มเล่าพลางปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่บนไหล่ของอคินเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับกลัวว่าไหล่ของอคินจะยุบตัวลง 

    "ทางนั้นมีกลุ่มผู้รอดชีวิตที่เหลือรอดมาได้พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ปัญหาคือตอนนี้ที่นั่นกลายเป็นดินแดนที่ล้ำหน้าเกินพวกเรามากๆ ถ้าเป็นมิตรก็เป็นมิตรที่ควรจะเฝ้าระวังเอาไว้พอสมควรเลย"

    "นั่นข่าวดีเลยนี่นา แสดงว่าโลกเราเริ่มกลับมาเป็นระบบระเบียบแล้ว... แต่เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ? ฉันก็แค่คนคอยกวาดล้างอสูรที่คงเหลือในป่าแค่นั้น"

    "เกี่ยวเต็มๆ สิ!" 

    ปลาเผาแทรกขึ้นพร้อมยื่นไม้เสียบลูกชิ้นเนื้อหมาป่าทมิฬที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งให้อคิน 

    "เพราะผลงานในคลื่นอสูรลูกที่สี่ ที่นายป้องกันกำแพงเมืองทางเหนือ ร่วมกับเจ้าสัตยานั่น รวมกับการที่นายกวาดล้างป่าสอยดาวจนสะอาดกริบ ท่านปกป้องเลยอนุมัติงบพิเศษ... ก่อตั้ง 'หน่วยพิทักษ์รัตติกาล' อย่างเป็นทางการ และตอนนี้ มามาเลดคือหัวหน้าหน่วย!"

    "หน่วยพิทักษ์รัตติกาล...?" 

    อคินทวนคำเบาๆ ความรู้สึกบางอย่างที่คล้ายความภูมิใจแล่นพล่านไปทั่วอก... แต่อกข้างซ้ายที่ควรจะเต้นตึกตักกลับนิ่งสนิท มีเพียงความรู้สึกซ่านเสียวของพลังงานบางอย่างเท่านั้น

    "ใช่ ฉันเลยมาชวนนายเข้าหน่วย และสวัสดิการแรกที่นายจะได้..." 

    ส้มซ่าขยับเข้ามาใกล้ มือของเขาวางลงบนไหล่อคินอีกครั้ง ครั้งนี้เขากระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย 

    "สภาเมืองกำลังจะสร้าง 'บ้านพักประจำหน่วย' ให้พวกเรา เป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น มีสวนกว้างๆ ให้พวกเด็กๆ วิ่งเล่น"

    "บ้าน..." 

    อคินชะงักไป ภาพห้องเช่าแคบๆ เหม็นอับความทรงจำในอดีตเลือนหายไป 

    แทนที่ด้วยภาพบ้านที่มีหน้าต่างบานใหญ่ แสงแดดส่องถึง... ที่ที่เขาจะได้นอนหลับอย่างสงบ 

    "จริงเหรอส้มซ่า? ฉัน... ฉันจะมีบ้านจริงๆ เหรอ?"

    ส้มซ่าสบตากับอคิน แววตาของอัศวินแมวสั่นไหววูบหนึ่งด้วยความเศร้าที่ลึกสุดหยั่ง 

    "จริงสิ! ระดับพวกเราจะให้นอนกลางดินกินกลางทรายได้ไง... พวกเราควรจะมีที่ที่เรียกว่า 'บ้าน' ได้แล้วนะ"

    อคินก้มหน้าลงมองมือตัวเอง รอยยิ้มกว้างที่ดูมีชีวิตชีวาที่สุดในรอบหลายเดือนปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่โปร่งแสงลงเล็กน้อย 

    "ขอบคุณนะ... ขอบคุณจริงๆ พอพวกเรามีบ้านเป็นหลักแหล่งแล้ว... ก็จะมีที่... ให้ฉันและแต้มได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง..."

     

    [ดีใจด้วยนะ... เจ้าทึ่ม]

    [แต่ตอนนี้เช็ดน้ำลายก่อน มีกลิ่นอายอสูรกำลังมาทางทิศสามนาฬิกา... ดูเหมือนบ้านใหม่ของนายจะมีแขกไม่ได้รับเชิญนะ]

     

    อคินดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที ความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานหายไปเป็นปลิดทิ้ง 

    ความเยือกเย็นในกายพลุ่งพล่านกลายเป็นพลังงาน 

    "ลุยกันเลยพวกเรา! เคลียร์ป่านี้ให้เกลี้ยง... ใครขวางทางสร้างบ้านผม มันต้องตาย!"

     

     

    [14 พฤษภาคม]

    ป่าสอยดาวที่เคยเงียบงันกลับกลายเป็นสมรภูมิที่เหล่าอสูรต้องจดจำ เมื่อปาร์ตี้ 'นักล่ารัตติกาล' เริ่มออกทำศึกภายใต้แสงจันทร์

    "โบ้! เปิดทาง!" อคินตะโกนสั่ง เสียงของเขาก้องสะท้อนไปตามแนวไม้

    โบ้ หมาไทยหลังอานในชุดเกราะหนังผสมเหล็กคำรามลั่นจน 

    มันพุ่งเข้าใส่ฝูงแมงมุมคริสตัลที่กำลังถักใยระยิบระยับอยู่กลางเวหาเหมือนรถถังมีชีวิต 

    [โล่กระแทก] ของมันไม่ได้แค่อัดร่างอสูรให้กระเด็นไป 

    แต่แรงปะทะยังสร้างคลื่นกระแทกที่ทำลายโครงสร้างผลึกจนแตกละเอียด เปิดช่องว่างให้แนวรุกอย่างแม่นยำ

    จากเบื้องบน จูเลีย ลิเมอร์หางแหวนในชุดพลซุ่มยิงพุ่งทะยานไปตามยอดไม้ 

    ดวงตาโตกลมกริบของเธอสะท้อนแสงจันทร์เป็นสีเขียวมรกต 

    เธอไม่ได้เพียงแค่ยิงหน้าไม้ แต่เธอ 'ร่าย' กระสุนแสงเนตรที่ดัดแปลงเป็นพิเศษ 

    ทุกนัดที่ถูกยิงออกไปจะไปปักเข้าที่จุดอ่อนตรงข้อต่อที่เล็กที่สุดของมินิบอสแมงมุมอย่างเงียบเชียบและเด็ดขาด

    "เมี๊ยว!" 

    บัวลอย แมวสามสีตัวน้อยสะบัดหางเบาๆ อคินรู้สึกได้ถึงพลังงานอุ่นๆ ไหลผ่านใบดาบ 

    [เคลือบศัสตรา] ของเธอไม่ได้เพียงเพิ่มพลังโจมตี 

    แต่เปลี่ยนดาบเหล็กธรรมดาให้กลายเป็นเหมือนเข็มร้อนๆ ที่แทงผ่านเนยแข็ง 

    เกราะคริสตัลที่แข็งแกร่งกลับเปราะบางลงเมื่อสัมผัสกับคมดาบของเขา

    ทันใดนั้น เงาสีดำใต้ฝ่าเท้าของอคินก็ยืดออก มายา สมเสร็จร่างปราดเปรียวก้าวออกมาจากเงามืดอย่างสง่างาม 

    เธอสะบัดเท้าหน้าลงบนพื้นดิน [ศรเงา] นับร้อยพุ่งขึ้นจากเงาของแมงมุมคริสตัล แทงทะลุร่างพวกมันจากด้านล่าง 

    ก่อนที่เธอจะใช้ [พันธนาการเงา] สร้างโซ่ตรึงอสูรทั้งรังไว้ให้หยุดนิ่ง 

    พลังของมายาเข้มข้นจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว เงามืดของเธอกำลังกัดกร่อนความหวังของเหล่าอสูรอย่างช้าๆ

    อัคคี เสือดาวลอบสังหาร พร่าเลือนไปกับเงามืด เขากลายเป็นเพียงสายลมสีดำที่พัดผ่านร่างมินิบอสแมงมุม 

    กรงเล็บที่เคลือบไปด้วยพิษรัตติกาลปลิดชีพศัตรูในพริบตาเดียวก่อนที่พวกมันจะได้ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าความตายมาถึงแล้ว

     

     

    [15 พฤษภาคม] 

    ภายใต้หน้าผาสูงชันที่แสงจันทร์ส่องไม่ถึง 

    'หมีเกราะหิน' ขนาดมหึมาที่ร่างกายเต็มไปด้วยหินแกรนิตและอัญมณีธาตุดินคำรามจนป่าสะเทือน 

    พลังงานธาตุดินรอบตัวมันหนาแน่นจนอคินรู้สึกถึงแรงกดดันที่บีบคั้นร่างกาย

    "ทุกคนถอยไป... คืนนี้ผมจะปิดงานเอง"

    อคินก้าวออกไปข้างหน้าเพียงลำพัง ร่างกายของเขามีละอองแสงสีฟ้าจางๆ แผ่ออกมา 

    สัญชาตญาณของเขากำลังสอดประสานเข้ากับบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าสกิลปกติ 

    เขาไม่ได้วิ่งเข้าหาศัตรูตรงๆ แต่การเคลื่อนที่ของเขากลับดูพร่ามัว ทิ้งเงาร่างไว้เบื้องหลังเป็นทางยาว

    เขาสูดลมหายใจ... ลมหายใจที่ไม่มีอากาศเข้าไปจริง แต่เป็นการรวบรวมพลังงานวิญญาณ

     

    [ทำการเปิดใช้งาน: ผสานวิญญาณ]

    [เข้าทรง: ท้าวเวสสุวรรณ (เสี้ยวพลัง) ]

    [เข้าทรงสำเร็จ]

    [หยิบยืมพลังสำเร็จ]

    [ได้รับบัฟพิเศษ : พลังแห่งยักษ์ 120 วินาที เนื่องจากพลังงานวิญญาณไม่เพียงพอ]

     

    วูมมมมมม!

    บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน อุณหภูมิที่เคยเย็นอยู่แล้วกลับดิ่งวูบจนน้ำค้างกลายเป็นน้ำแข็ง 

    เงารูปยักษ์น่าเกรงขามที่ถือกระบองทองประดับอัญมณีสีเขียวปรากฏขึ้นซ้อนทับอยู่เบื้องหลังอคิน 

    ดวงตาของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างจ้าในความมืดมิด

    เขาเหวี่ยงกระบองที่ไม่ได้หนักเพราะน้ำหนักกาย แต่หนักเพราะ 'พลังเทพยักษ์'  

    กระบองของอคินกระทบเข้าที่หน้าผากหินของหมีเกราะยักษ์ 

    เสียงปะทะไม่ได้ดังสนั่นหวั่นไหว แต่มันคือน้ำเสียงของความพินาศ 

    หินแกรนิตที่แข็งแกร่งที่สุดในป่ากลับแตกละเอียดดุจแก้วร้าว แรงสั่นสะเทือนวิ่งผ่านร่างของอสูรร้ายจนมันทรุดลงแทบเท้าของเขา

    อคินหอบหายใจหนัก ร่างกายที่ซีดเซียวอยู่แล้วกลับดูโปร่งแสงจนมองเห็นใบไม้เบื้องหลังได้อย่างเลือนราง 

    แต่ความเจ็บปวดที่ระบบเตือนกลับดูไกลตัวเกินไปสำหรับเขา ชายหนุ่มคลี่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

    ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไม่ใช่เพราะความหนาว 

    แต่เพราะพลังงานวิญญาณที่กู้ยืมมานั้นกำลังไหลกลับคืนสู่ความว่างเปล่า ทิ้งไว้เพียงความรู้สึก 'โหวงเหวง' ที่น่าประหลาด

     

    [สกิล 'ผสานวิญญาณ' สิ้นสุดลง]

    [เข้าสู่สภาวะ: อ่อนล้า 180 วินาที]

    [ค่าความเหนื่อยล้า (Stamina) ลดลงอย่างรวดเร็ว]

    [เงื่อนไขเวลาสิ้นสุด: สกิล 'เข้าทรง' ปลดการใช้งาน]

    [เงื่อนไขเวลาสิ้นสุด: สกิล 'หยิบยืมพลัง' คูลดาวน์ 72 ชั่วโมง]

     

    "งาน... เรียบร้อยแล้วนะ" 

    อคินเอ่ยเสียงพร่า เขาพยายามจะก้าวเดินแต่เข่ากลับทรุดลงกระแทกพื้นดินที่ชื้นแฉะ

    ก่อนที่ร่างของเขาจะล้มฟาด จมูกที่เปียกชื้นและความอบอุ่นจากขนหนานุ่มก็เข้ามาประคองไว้ 

    'ทองดี' เสือโคร่งพาดกลอนตัวเขื่องสอดตัวเข้าใต้ร่างของอคินอย่างรู้ความหมาย 

    มันหมอบลงต่ำจนหน้าท้องแนบพื้น ส่งเสียงคำรามเบาๆ ในลำคอคล้ายเป็นการปลอบโยน

    "อา... ขอบใจนะทองดี" 

    อคินพึมพำ เขาป่ายปีนขึ้นไปบนหลังกว้างของเสือร้ายอย่างยากลำบาก 

    ทันทีที่แผ่นหลังของเขาสัมผัสกับขนของมัน 

    เขารู้สึกเหมือนวิญญาณที่กำลังจะแตกซ่านถูกยึดเหนี่ยวไว้ด้วยความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวในโลกที่เขาหลงเหลืออยู่

     

    [เจ้าทึ่ม... อย่าเพิ่งหลับตอนนี้ ร่างกายแกกำลังเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานขั้นสุด... อีกไม่กี่นาทีจะถึงขีดจำกัดแล้ว]

     

    หน้าต่างระบบสีฟ้าสว่างวาบขึ้น แต่อคินเห็นมันเป็นเพียงแสงเบลอๆ 

    เขาไม่ได้สังเกตเลยว่าตัวอักษรนั้นดู 'สั่นไหว' ราวกับผู้ที่พิมพ์มันกำลังสะอื้น

    "อคิน!" 

    เสียงเรียกของจูเลีย ลิเมอร์หางแหวนดังขึ้นขณะที่เธอกระโดดลงมาจากยอดไม้ 

    พร้อมกับมายาสมเสร็จเงาและอัคคีเสือดาวที่เดินออกมาจากม่านหมอก

    "พวกเราจะจัดการ 'เก็บกวาด' ซากอสูรที่เหลือตรงนี้เอง นายกลับไปพักที่แคมป์ก่อนเถอะ"

    มายา สมเสร็จสาวมองดูร่างของอคินที่เริ่มดู 'โปร่งแสง' จนเห็นลายพาดกลอนของทองดีทะลุผ่านหลังของเขามา 

    แววตาของเธอหม่นแสงลง เธอสะบัดเท้าหน้าสร้าง [กำแพงเงา] ขึ้นล้อมรอบพื้นที่เพื่อป้องกันอสูรตัวอื่นที่อาจตามกลิ่นเลือดมา 

    "ไม่ต้องห่วง... พื้นที่นี้จะสะอาดกริบก่อนที่นายจะตื่น... ฉันสัญญา"

    อคินพยักหน้าอย่างเลื่อนลอย "ฝากด้วยนะทุกคน... พรุ่งนี้... พรุ่งนี้เราจะไปดูที่สร้างบ้านกัน..."

    ทองดีเริ่มออกเดิน มันก้าวเท้าอย่างระมัดระวังที่สุดเท่าที่เสือตัวหนึ่งจะทำได้ 

    ราวกับแบกแก้วเจียระไนที่ร้าวระแหงอยู่บนหลัง โดยมี 'โบ้' เดินคุมเชิงอยู่ด้านซ้ายและ 'บัวลอย' เดินขนาบอยู่ด้านขวา

    โบ้ไม่ได้เห่าหรือหยอกล้อเหมือนทุกที 

    แววตาของหมาหลังอานคู่นั้นจ้องเขม็งไปยัง 'เงา' ของอคินที่ดูจางจนแทบมองไม่เห็นใต้แสงจันทร์ 

    มันพยายามเดินเบียดให้ชิดขากลางของทองดีที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าหากอคินร่วงหล่นลงมา มันจะเป็นคนแรกที่รับไว้

    ส่วนบัวลอย แมวสามสีตัวน้อย กระโดดขึ้นไปนั่งบนไหล่ของอคิน 

    เธอใช้หัวถูไถไปกับแก้มที่เย็นชืดของเขา พลางส่งเสียงครางครืดๆ เพื่อกระตุ้นให้เขายังคงมีสติอยู่

    "บัวลอย... ขนเธอนุ่มจัง..." 

    อคินหลับตาลง ซบหน้าลงกับขนคอของทองดี 

    "ถ้าบ้านเสร็จ... ฉันจะให้พวกเธอนอนเตียงเดียวกับฉันเลย... จริงๆ นะ..."

    ความเงียบเข้าปกคลุมป่า มีเพียงเสียงฝีเท้าของสัตว์ทั้งสามที่มุ่งหน้ากลับสู่แคมป์ 

    ทองดีเร่งฝีเท้าขึ้นเมื่อเห็นแสงกองไฟอยู่รำไร มันรู้ดีว่าเวลาของ 'อัศวิน' ผู้นี้กำลังจะหมดลง

     

    [16 พฤษภาคม]

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:04:59]

     

    ส้มซ่าและปลาเผายืนรออยู่ที่หน้าแคมป์ แววตาของแมวส้มที่เคยขี้เล่นบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด 

    เขารีบกางผ้าห่มหนาๆ ไว้บนกองใบไม้ที่จัดเตรียมเป็นรูปทรงคล้ายเตียงนอน

    ทองดีค่อยๆ ย่อตัวลงให้อคินไถลร่างลงบนที่นอนนั้นอย่างนุ่มนวลที่สุด 

    โบ้รีบคาบผ้าห่มมาคลุมถึงหน้าอกของเขา บัวลอยนั่งเฝ้าอยู่ข้างหมอน สายตาไม่ละไปจากใบหน้าซีดเซียวของเจ้านาย

    "หลับให้สบายนะอคิน..." 

    ส้มซ่ากระซิบเบาๆ ขณะที่อุ้งเท้าของเขาลูบผมของอคิน 

    "นายทำหน้าที่อัศวินได้สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว"

    อคินไม่ได้ยินเสียงนั้นแล้ว สติของเขาจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราอันลึกล้ำ พร้อมกับตัวเลขระบบที่นับถอยหลังสู่ศูนย์

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]