ขบวนคาราวานของนักจัดดอกไม้จากเมืองไทย ได้เริ่มเดินทางในเวลาเช้าตรู่ โดยมีคนของเมืองค็อลลาซมารอรับ ครั้งแรกที่ทุกคนได้ขี่อูฐต่างก็พากันตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจ
“ณดา มานี่ๆ หล่อนมาถ่ายรูปให้พี่หน่อยสิ” เสียงของรุ่นพี่ที่ชื่อบอสพูดขึ้นพร้อมกับกวักมือเรียกหญิงสาว แต่ละคนถ่ายรูปกันสนุกสนานแต่เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลาจึงรีบถ่ายรีบไป โดยมีท่านชายฮะริจญ์มาส่งเป็การส่วนพระองค์
“ทูลลาตรงนี้นะคะ/นะครับ ท่านชาย” ทีมจัดดอกไม้พากันกล่าวคำลาท่านชายฮะริจญ์
“ขอให้ทุกคนโชคดีนะ มีอะไรก็ติดต่อมาเรายินดีจะช่วยเหลือทุกคน” ท่านชายฮะริจญ์กล่าวด้วยความจริงใจ ขบวนคาราวานค่อยๆ เคลื่อนออกไปในขณะที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นมองดูเป็ภาพที่สวยงามราวภาพวาด
ราวๆ ยามเที่ยงแต่ละคนเริ่มเหนื่อยและมองไปทิศทางไหนก็เห็นแต่ทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ต่างคนต่างหันไปมองหน้ากันเลิกลั่ก
“นี่ถ้าปล่อยพวกเราไว้ตรงนี้ คงไปไหนไม่ถูกแน่หลงทางตายอยู่ในทะเลทรายนี่แหละ” รุ่นพี่ที่ชื่อบอสกล่าว แต่ละคนเริ่มรู้สึกกลัว
“คุณแม่ เคยได้ยินเื่โจรทะเลทรายบ้างไหม เบ๊นซ์น่ะเคยได้อ่านหนังสือมาว่าพวกนี้มันชอบดักปล้นคนที่เดินทางข้ามทะเลทราย” สาว y อีกคนถามรุ่นพี่ที่ชื่อบอส และทำเอาเพื่อนร่วมทีมพากันขวัญเสีย
“นังเบ๊นซ์ หล่อนอย่าพูด เดี๋ยวอีพวกนี้ก็กลัวจนขึ้นสมองหรอก เข้าป่าอย่าพูดเื่เสือ ลงน้ำอย่าพูดเื่ไอ้เข้ มาทะเลทรายอย่าได้พูดเื่โจร” รุ่นพี่ที่ชื่อบอสดุเบาๆ
“เริ่มร้อนแล้วนะพี่ ดีนะที่เป็่นี้ถ้าเป็หน้าร้อนละก็พวกเราคงละลายกันแล้วละ” อีกคนพูดซึ่งทุกคนก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน
“ฉันเริ่มหิวแล้วล่ะ พวกหล่อนหิวกันหรือยัง” รุ่นพี่ที่ชื่อบอสพูดพร้อมกับเสียงท้องที่ดังจ๊อกๆ
“ก็เริ่มหิวเหมือนกันคุณแม่ แต่อีตาแขกสุดหล่อล่ำบึ๊กคนที่นำพวกเรามานี่สิไม่ยอมพาหยุดพัก” สาว y ที่ชื่อเบ๊นซ์พูด
“เดี๋ยวอีกสักระยะก็จะถึงจุดพักแล้ว พวกเราจะหยุดพักตามแอ่งโอเอซิส พวกคุณทนได้ใช่ไหม” ฮาริส องครักษ์หนุ่มมือซ้ายของชีคฟาอิดพูดขึ้นเป็ภาษาอังกฤษ ทุกคนต่างก็รู้สึกดีใจที่ใกล้จะได้พักแล้ว
“ดีนะคะคุณแม่ อีตาที่นำพวกเรามานี่พูดภาษาอังกฤษได้ นึกว่าจะได้ใช้ภาษามือกันแล้ว แต่เบ๊นซ์อยากจะใช้ภาษากาย” เบ๊นซ์พูดทำท่าทางเพ้อฝัน
“นังเบ๊นซ์ แอ๊บแมนบัดเดี๋ยวนี้” รุ่นพี่ที่ชื่อบอสดุเบาๆ
ในที่สุดก็ถึงจุดพักจุดแรก ทุกคนลงมาจากหลังอูฐ แทบเดินไม่เป็บ่นกันระงมว่าเส้นเอ็นยึด ฮาริสคนที่เป็หัวหน้านำทีมมาได้ชี้ให้ทุกคนไปล้างหน้าล้างตาหรืออาบน้ำในแอ่งโอเอซิสกลางทะเลทราย พร้อมกับแจกอาหารให้คนละห่อพร้อมกับน้ำดื่ม แต่ละคนต่างพากันไปล้างหน้าล้างตาแต่จะแยกผู้ชายให้ไปกับกลุ่มทหารที่มาด้วย บรรดาสาว y พากันแอบดี๊ด๊า
บรรดาทหารหนุ่มพากันเปลื้องอาภรณ์อาบน้ำ เล่นเอาเบ๊นซ์แทบจะเก็บอาการไม่อยู่จนรุ่นพี่ที่ชื่อบอสต้องคอยสะกิด
“อร๊าย! ผู้ที่นี่ขาวๆ หล่อๆ เครารำไรหุ่นล่ำบึ๊กกำยำแข็งแรง น่ากิ๊นน่ากินทั้งนั้นเลย”
“นังเบ๊นซ์ หล่อนเก็บอาการด้วย”
“ค่ะคุณแม่”
“ไม่อยากจะเชื่อว่าท่ามกลางทะเลทรายมีแอ่งน้ำและต้นไม้ด้วย” ณดา พูดด้วยความตื่นเต้น
“นั่นนะสิ แบบนี้ค่อยชื่นใจหน่อย เห็นแต่ทะเลทรายมาค่อนวันแล้ว” สาวรุ่นพี่ในทีมกล่าว
เมื่อพักผ่อนกันตามสมควรแล้ว ฮาริส ซึ่งเป็หัวหน้าผู้นำทีมมาก็ชวนให้ทุกคนเดินทางต่อ เพราะต้องเร่งขบวนให้เร็วที่สุด เพื่อให้ถึงจุดที่กำหนดไว้ เมื่อเดินทางไปได้ระยะนึงเบ๊นซ์ก็เอ่ยถามขึ้นมา
“นี่ๆ คุณ คุณชื่ออะไรช่วยบอกชื่อเสียงเรียงนามให้พวกเรารู้หน่อยได้ไหม” เบ๊นซ์ถามออกไป
“ข้าชื่อ ฮาริส”
“คุณฮาริส ขอบคุณนะ ว่าแต่ว่าอีกไกลไหมกว่าจะถึง”
“ก็มากกว่าครึ่งที่พวกคุณเดินทางมา” ฮาริสตอบ
“แล้วแบบนี้พวกเราจะต้องนอนค้างที่ทะเลทรายด้วยหรือเปล่า”
“ใช่ จะต้องเร่งไปให้ถึงจุดพักตามกำหนดแล้วพรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ” ฮาริสพูดด้วยน้ำเสียงและใบหน้าราบเรียบ
ทุกคนได้รับรู้จากการสนทนาโต้ตอบของเบ๊นซ์กับฮาริส และรู้ว่าคืนนี้ทุกคนจะได้นอนค้างอ้างแรมกันที่ทะเลทรายอันกว้างใหญ่ มันอาจจะดูน่ากลัวอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ถือว่าเป็ประสบการณ์ที่ไม่บ่อยนักหรืออาจไม่มีโอกาสเลยที่จะได้มาเจอบรรยากาศแบบนี้ ดูบรรยากาศเริ่มขมุกขมัวพระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าแล้ว
และเมื่อถึงจุดพักเหล่าทหารที่นำขบวนมาก็พากันสร้างกระโจม ขณะที่ทีมนักจัดดอกไม้ก็พากันนั่งจับกลุ่มพูดคุยกันสับเพเหระ
“เบ๊นซ์ก็จะได้เล่าให้ลูกหลานฟังไงคะคุณแม่ ว่ากาลครั้งนึงเบ๊นซ์ได้มานอนดื่มด่ำดูดาวท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่และมีเหล่าคทาชายรายล้อม” เบ๊นซ์ทำท่าเพ้อฝัน
“จะได้เห็นดาวหรือเปล่าก็ไม่รู้เหอะคืนนี้” รุ่นพี่ที่ชื่อบอสพูด
“นั่นนะสิคะพี่บอส ว่าแต่อากาศเริ่มเย็นแล้ว ดูท่าคืนนี้อาจจะหนาวมากก็ได้” ณดาแสดงความเห็น
เมื่อตั้งกระโจมเสร็จฮาริสก็มาแจ้งให้ทุกคนเข้าพักผ่อนในกระโจมที่เตรียมไว้
“คืนนี้จะมีพายุทะเลทราย และอากาศจะหนาวมาก ข้าจะให้คนนำผ้าห่มมาให้ ข้าอยู่กระโจมหลังนั้นถ้ามีอะไรก็เรียกข้าได้ “ฮาริสพูดเสร็จก็เดินจากไป
“ถ้าไม่มีอะไรจะเรียกเฉยๆได้ไหมนี่คุณพี่ฮาริสรูปหล่อ” เบ๊นซ์พูดคล้อยหลังแบบเพ้อๆ
รุ่นพี่ที่ชื่อบอสจัดแจงเสร็จก็แยกย้ายกันเข้ากระโจมตามที่รุ่นพี่จัดกลุ่มไว้ให้
ณดา กับรุ่นพี่ผู้หญิง 3 คนได้เข้ามาในกระโจม ภายในกระโจมถูกปูด้วยผ้าขนสัตว์และผ้าห่มขนสัตว์ที่ฟูนุ่มนิ่มเพี่อความอบอุ่นของร่างกายในคืนนี้ที่มีท่าทีว่าจะหนาวเย็นเป็อย่างมาก เห็นว่าจะมีพายุทะเลทรายแต่ไม่รู้ว่าความรุนแรงของมันจะขนาดไหน กระโจมจะปลิวหรือไม่คนจะถูกพัดไปตามแรงพายุไหมหนอต้องรอลุ้นดูคืนนี้ แล้วจะหลับลงหรือเปล่าหวาดหวั่นระแวงอย่างบอกไม่ถูก
รุ่งเช้าทุกคนตื่นขึ้นมาแบบไม่รู้เลยว่าเมื่อคืนเป็อย่างไร คิดว่าจะนอนไม่หลับแต่พอหัวถึงหมอนแล้วก็หลับปุ๋ย ความรู้สึกสุดท้ายคือ หนาวมาก แต่ละคนนอนชิดกันยังกะแฝดสยามและจากนั้นก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย
“ทุกคนปลอดภัยดีนะ เมื่อคืนพี่หลับเป็ตายเลย” รุ่นพี่ที่ชื่อบอสกล่าว ซึ่งทุกคนก็บอกว่าเป็เหมือนกัน เมื่อทานมื้อเช้าเสร็จก็รื้อกระโจมและเตรียมเดินทางต่อ มองเห็นพระอาทิตย์กำลังขึ้นจากขอบฟ้าแสงสีทองออกส้มๆ อยุ่ทางทิศเบื้องหน้า ฮาริสได้แจ้งว่าเดินทางต่ออีกสักหน่อยก็จะถึงเมืองค็อลลาซแล้ว ทุกคนต่างก็ดีใจ
“ดอกไม้เราคงรอดนะคะพี่บอส” ณดาพูดขึ้นมา
“พี่ก็หวังว่าจะเป็แบบนั้นแหละณดา”
“นี่ถ้าไปอีกเมืองต่อละก็ฟันธงว่าไม่รอดแน่ๆ ทั้งคนทั้งดอกไม้” ณดาหมายถึงทางเมืองฟะฮัดที่ได้ยกเลิกไป
ในที่สุดขบวนคาราวานของทีมนักจัดดอกไม้จากเมืองไทยก็ได้เดินทางมาถึงเมืองค็อลลาซในตอนสาย ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับอย่างดี ท่านหญิงฮัลวาได้ออกมาต้อนรับด้วยตัวเองและดีใจที่ได้พบกับณดา
“ยินดีต้อนรับทุกคนนะคะ และดีใจที่ได้พบคุณณดาอีกครั้ง” ท่านหญิงฮัลวากล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทำให้ทุกคนในทีมรู้สึกอบอุ่นใจ เพราะท่านหญิงเป็ผู้เดียวที่ทุกคนรู้จักและเคยได้พูดคุยสนทนาด้วยในงานค่อนานฟลาวเวอร์เซ็นเตอร์ที่ผ่านมา ท่านหญิงเชิญทุกคนเข้าพักผ่อนตามอัชฌาศัยและคุยกับณดานิดนึงก่อนจะปล่อยให้ไปพักผ่อนเพราะคืนนี้พวกเธอต้องพากันจัดดอกไม้ ท่านหญิงบอกกับณดาว่าคืนนี้จะมาช่วยจัด
เมื่อทำกิจต่างๆ เสร็จเรียบร้อยทีมจัดดอกไม้ก็มารวมตัวกันและสอบถามท่านหญิงว่าอะไรอยู่ตรงไหนจะได้ไม่ผิดประเพณีโดยมีฮาติมกับฮาริสคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ใกล้ๆ ท่านหญิงฮัลวากับบรรดาพี่เลี้ยงทั้งหลายพากันมาช่วยงานด้วยความยินดี โดยมีสายตาของชีคฟาอิดที่มองอยู่ในมุมๆนึงแต่ไม่ได้เข้ามายุ่งวุ่นวายอะไรมอบหมายให้พระชายาตัสนีมซึ่งเป็ป้าสะใภ้และเป็มารดาของท่านหญิงฟาติน่าว่าที่คู่หมั้นเป็ผู้ดูแลจัดการแทนทุกอย่าง ท่านหญิงฮัลวาเรียนรู้ไวเมื่อณดาสอนก็สามารถทำได้และทำออกมาสวยงาม คนอื่นๆจัดแบล๊คด๊อป สแตน และให้ณดาจัดพวกแจกันที่จะวางตามจุดต่างๆ และเป็การสอนท่านหญิงไปด้วย
“เราจัดสวยไหมพี่นูรีน” ท่านหญิงถามพี่เลี้ยง
“สวยมากค่ะท่านหญิง” พี่เลี้ยงตอบ และท่านหญิงฮัลวาก็ชมนูรีนกลับเช่นกัน
“พี่นูรีนก็จัดสวยค่ะ” ท่านหญิงชมด้วยความจริงใจ
“เราจะไปชวนท่านพี่ฟาอิดและท่านพี่ฟาติน่ามาดูฝีมือเรา” ท่านหญิงฮัลวาว่าแล้วก็ไปหาชีคฟาอิดซึ่งกำลังสนทนากันอยู่กับท่านหญิงฟาติน่า
งานหมั้นครั้งนี้จัดขึ้นที่เมืองค็อลลาซที่เดียวไม่ได้ไปจัดที่ฟะฮัด ด้วยเหตุผลหลายประการอาจจะไม่ถูกต้องตามประเพณีนักแต่ก็ได้รับการยกเว้น เพราะชีคฮะซีพถือว่าเป็พระญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองเมืองเช่นกันได้อนุญาตที่จะจัดงานขึ้นที่นี่ พระชายาตัสนีมได้มาดูงานเมื่อเห็นรูปร่างโครงงานที่ออกมาสู่สายตาแล้วบ้างบางส่วนจึงไว้วางใจและปล่อยให้นักจัดดอกไม้จัดตามสะดวก
ชีคฟาอิดกับท่านหญิงฟาติน่า ได้มาดูดอกไม้ตามคำเชิญท่านหญิงฮัลวา ท่านหญิงฟาติน่าดูชื่นชอบเอามากๆ งานนี้จัดโทนสีสันคัลเลอร์ฟูลและเน้นสีแดงตามที่ท่านหญิงฟาติน่าชอบ
“ท่านพี่ฟาอิด ท่านพี่ฟาติน่า นี่แจกันดอกไม้ที่น้องจัดค่ะ สวยหรือไม่” ท่านหญิงฮัลวาชี้ชวนให้ดู
“สวยมากค่ะน้องหญิงฮัลวา” ท่านหญิงฟาติน่ากล่าวชม ส่วนชีคฟาอิดพยักหน้าให้น้องสาวนิดนึง แต่ทว่าสายตาที่คมกริบคู่นั้นจ้องมองไปยังสาวไทยนักจัดดอกไม้ซึ่งมีนามว่า ณดา หญิงสาวทำความเคารพทั้งคู่และรีบหลบสายตาชีคฟาอิดเธอพยายามเดินเลี่ยงไปที่อื่น
“นี่ถ้าไม่จ้างมาค่าตัวหลักแสนละก็ไม่มาหรอก เป็ชีคอาไรน่ากลัวแบบนี้แล้วคนในเมืองนี้จะน่ากลัวขนาดไหน เป็พี่น้องที่ต่างขั้วกับท่านหญิงฮัลวามาก” ณดาแอบคิดในใจ
“น่ารักจัง อันนี้คืออะไรหรือคุณนักจัดดอกไม้” ท่านหญิงฟาติน่าถามณดา
“ที่สำหรับวางของหมั้นหมายค่ะท่านหญิง” ณดายิ้มให้ท่านหญิงฟาติน่า เธอยิ้มตอบอย่างถูกอกถูกใจและชวนชีคฟาอิดว่าที่คู่หมั้นไปเดินดูแบล็คดอปต่ออีกมุมนึง
ท่านหญิงฮัลวาให้คนในวังนำของว่างต่างๆมาเสิร์ฟกลางดึกและเสียงอันเจื่อยแจ้วเป็เอกลักษณ์พร้อมรอยยิ้มอันสดใสที่ส่งมานั้นทำให้ทุกคนรู้สึกมีกำลังใจและอบอุ่นมาก
รุ่งเช้าทุกคนยังคงจัดดอกไม้ต่อเร่งให้เสร็จทันตามเวลาเพราะ่เช้าวันนี้จะมีพิธีหมั้น งานทุกอย่างเสร็จตามเป้าหมาย ท่านหญิงฮัลวาให้คนมาช่วยเก็บกวาดทำความสะอาด พระชายาตัสนีมมาตรวจดูความเรียบร้อยและได้กล่าวชมอย่างพึงพอใจ จากนั้นทีมนักจัดดอกไม้ก็พากันไปพักผ่อนและคืนนี้จะมีงานเลี้ยงทุกคนถูกเชิญให้ร่วมเป็แขกในงานสังสรรค์ งานหมั้นครั้งนี้จัดแบบเรียบง่ายเฉพาะพระญาติพระวงค์ของสองเมืองคือ ค็อลลาซกับฟะฮัด ไม่ได้ส่งสารเชิญผู้ปกครองหรือเชื้อพระวงค์เมืองอื่นๆ แต่ประการใดทั้งที่ตอนแรกว่าจะจัดแบบยิ่งใหญ่
ณเมืองค่อนาน จะมีแขกคนสำคัญระดับโลกมาเจรจาเื่ธุรกิจและท่านชีคซะรี่ย์จะเลี้ยงน้ำชากาแฟในตำหนักส่วนพระองค์ พระชายาอัยมานอยากจะให้มีดอกไม้ประดับตามโต๊ะและจุดต่างๆสักเล็กน้อยจึงเอ่ยถามท่านชายฮะริจญ์ผู้เป็บุตรว่าทีมจัดดอกไม้จากเมืองไทยกลับไปหรือยังหากยังอยู่ก็จะให้มาช่วยจัดดอกไม้ให้
“ยังไม่กลับเมืองไทยครับท่านแม่ แต่พวกเขาไปจัดดอกไม้งานหมั้นระหว่างชีคฟาอิดกับท่านหญิงฟาติน่าที่เมืองค็อลลาซครับ” ท่านชายตอบพระมารดา
“อะไรนะ! พวกเขาไปเมืองค็อลลาซหรือ” พระชายามีน้ำเสียงใเล็กน้อย
“ครับท่านแม่ ตอนแรกว่าจะไม่ไปแต่ลูกรับรองความปลอดภัยให้และพร้อมให้ความช่วยเหลือหากเกิดอะไรขึ้นพวกเขาจึงตกลงไปที่นั่นครับ”
“ลูกรับรองความปลอดภัยให้พวกเขาอย่างนั้นหรือ แล้วนี่พวกเขาไปกันั้แ่วันไหน?” พระชายาอัยมานดูร้อนรนและไม่สบายใจ
เมื่อ 2 วันก่อนครับท่านแม่ ว่าแต่ท่านแม่ดูเป็กังวลมีอะไรหรือครับ” ท่านชายฮะริจญ์ถามพระมารดา
“ฮะริจญ์ ลูกไปเรียนต่างแดนั้แ่วัยเยาว์ลูกเลยไม่รู้เื่ที่ท่านชีคฮะมีสกับพระชายาอัลมาสแห่งค็อลลาซ ถูกลอบปลงพระชนม์ขณะที่กำลังมาร่วมงานค่อนานฟลาวเวอร์เซนเตอร์เมื่อ 5 ปีก่อน”
“มีเื่เช่นนี้ด้วยหรือครับท่านแม่ แล้วฝีมือใครกัน”
“ว่ากันว่าอาจเป็ฝีมือพวกโจรทะเลทราย แต่ชีคฟาอิดที่เป็บุตรของชีคฮะมีสกลับหวาดระแวงสงสัยคนของค่อนานกับดิลฮาม ซึ่งทางเราก็พยายามแสดงความบริสุทธิใจสร้างสัมพันธไมตรีมาตลอด” พระชายาอัยมานเล่าให้ท่านชายฮะริจญ์ผู้เป็บุตรฟัง
“มิน่าเล่า ชีคฟาอิดจึงดูมีท่าทีตึงๆกับเรา ถ้าเช่นนั้นลูกขอรับผิดชอบชีวิตของพวกเขาเองลูกจะไปค็อลลาซเพื่อนำพวกเขากลับมาอย่างปลอดภัยครับท่านแม่”
“ฮะริจญ์ ลูกอย่าไปเลยส่งทหารจำนวนนึงไปดีกว่านะ ค็อลลาซเป็เมืองที่ไม่ติดต่อกับโลกภายนอก พวกโจรทะเลทรายก็มีหลายกลุ่มมีข่าวดักปล้นผู้คนที่เดินทางข้ามทะเลทราย แม่เป็ห่วงลูก”
ยิ่งท่านชายฮะริจญ์รู้ว่าค็อลลาซค่อนข้างเถื่อนยิ่งไม่สบายใจ และเป็ห่วงทีมจัดดอกไม้จากเมืองไทยกลุ่มนั้นขึ้นมา เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเมืองนั้นจะเป็เช่นที่มารดาเล่า ป่านนี้คนเหล่านนั้นจะเป็อย่างไรกันบ้างเดินทางไปถึงที่หมายหรือไม่ปลอดภัยดีหรือเปล่าเขาจะต้องนำพวกเขากลับมาจากเมืองที่ดูดิบเถื่อนนั้นให้ได้เขาไม่กลัวอะไรทั้งนั้นเพราะเขาฝึกทางด้านทหารมา
ท่านชีคซะรี่ย์เกรงว่าหากท่านชายฮะริจญ์กับกองกำลังทหารไปเมืองค็อลลาซอาจทำให้ทางนั้นเข้าใจผิดว่าไปบุกรุกเพราะไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าจะส่งสารไปก็คงช้าไม่ทันการที่เมืองค่อนานไม่มีเหยี่ยวที่จะฝึกมาส่งสารเช่นค็อลลาซด้านเทคโนโลยีของที่นั่นก็ยังไม่ก้าวหน้า ดังนั้นจึงให้ท่านชายฮะริจญ์นำสารนั้นไปพร้อมกับตัวท่านชายเองจะได้แสดงความบริสุทธิใจในการมาเยือนอย่างเร่งด่วนในครั้งนี้
ท่านชายฮะริจญ์กับทหารจำนวนนึงพร้อมอาวุธครบมือได้ออกเดินทางทันทีด้วยม้าอาหรับสายพันธุ์ดีที่วิ่งในทะเลทรายได้อย่างทรหดจุดหมายคือเมืองค็อลลาซ การเดินทางรีบเร่งทั้งวันแต่ก็ต้องหยุดให้ม้าได้พักผ่อนเป็ระยะโดยการนำของราชิดหัวหน้าหน่วยองครักษ์ที่เคยไปเมืองค็อลลาซและเป็ผู้รู้เส้นทางดีตลอดจนวิถีการใช้ชีวิตในทะเลทราย
“พวกเราคงได้พักที่นี่กันครับท่านชาย และคืนนี้อาจจะมีพายุทะเลทรายด้วยครับ” ราชิดแจ้งต่อท่านชายฮะริจญ์ เมื่อตั้งกระโจมเสร็จก็เข้าพักผ่อน ท่านชายฮะริจญ์ได้แต่หวังว่าคงจะมาทันการและคนไทยกลุ่มนั้นพวกเขาจะปลอดภัยดี พรุ่งนี้ก็ถึงค็อลลาซแล้ว
งานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ ชีคฟาอิดกับท่านหญิงฟาติน่าปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางแเื่ซึ่งเป็พระประยูรญาติทั้งสองฝั่ง
ชีคฟาอิดกับท่านหญิงฟาติน่าดูงดงามและเหมาะสมกันราวหลุดออกมาจากภาพวาดของจิตกรเอก คงไม่มีใครเหมาะสมกับชีคฟาอิดเท่าท่านหญิงฟาติน่าผู้เลอโฉมและเพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติและคุณสมบัติผู้นี้อีกแล้ว เธอสมกับเป็เ้าหญิงแห่งดินแดนอัญมณีจากเมืองฟะฮัด
พระญาติพระวงค์ผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งนั่งร่วมโต๊ะอาหารเจรจาพาทีกันด้วยความชื่นมื่น ชีคฮะซีพสนทนาอยู่กับชีคบาซิมผู้เป็อาของฟาอิด โดยมีท่านชายฮะซีนบุตรชายนั่งอยู่ข้างๆ ส่วนพระชายาของชีคบาซิมนั้นเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว
ท่านหญิงฮัลวาให้คนจัดเตรียมเสื้อผ้าอาภรณ์ให้กับบรรดานักจัดดอกไม้จากเมืองไทย และนำชุดรายอสีชมพูหวานของเธอที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันมาให้ณดาสวมใส่ ไม่น่าเชื่อว่าจะใส่ได้พอดีเพราะต่างก็ตัวเล็กๆ บางๆ เหมือนกัน
“คุณณดา สวยจังเลย เราดีใจจังที่คุณณดาใส่ชุดนี้ได้” ท่านหญิงกล่าวชมและดีใจที่เธอได้ทำอะไรตามใจตนเอง คืนนี้เธอจะมีฝาแฝดเธอแอบยิ้มในใจ พร้อมกับสวมใส่ฮิญาบที่ประดับด้วยเลื่อมเพชรให้กับณดา เสร็จแล้วก็พากันส่องกระจกดูว่าพวกเธอคล้ายกันแค่ไหนในค่ำคืนนี้ จากนั้นก็ไปรวมกลุ่มกัน ดูแต่ละคนสวยหล่อแปลกตาไปอีกแบบในชุดอาหรับต่างคนต่างชมกันไปมา สาวๆในทีมบอกบรรดาสาว y ว่าอยากให้เป็แมนกันจริงๆ เพราะแต่ละคนหล่อละลายกันเลยทีเดียว
“คืนนี้พวกเราจะเนรมิตเป็ชายหนุ่มสุภาพบุรุษที่สุดในโลก” เบ๊นซ์พูดขึ้นด้วยท่าทางที่ไม่เหลือเค้าสาว y
“อย่าแอ๊บแตกนะแม่เบ๊นซ์ ฉันจะได้ยืมควงสักคืน” สาวๆ ในทีมแซว
ทุกคนเข้าร่วมงานและทานอาหารจิบน้ำชาเครื่องดื่มต่างๆ ฟาอิดเห็นน้องสาวเดินคู่กับณดาที่ช่างคล้ายคลึงกันเสียจริงราวกับแฝดทั้งชุดที่สวมใส่และรูปร่างของพวกเธอ
ณดาเข้าสู่โหมดอึดอัดอีกแล้วเมื่อท่านหญิงฮัลวา้าจะถ่ายรูปร่วมเฟรมกับพี่ชายและว่าที่พี่สะใภ้โดยให้ณดาเป็ตากล้องให้ ท่านหญิงฟาติน่าสวยหวานโดดเด่นในชุดรายอสีทองดูเธอมีความสุขมาก ฟาอิดจ้องมองมาทางณดาราวกับเครื่องสแกนป่านนี้คงทะลุปรุโปร่งไปถึงกระดูกเธอแล้วมั้งเธอคิดในใจ ไม่ค่อยจะชอบอีตาชีคนี่เลย
โดย นาลินญา วธ. ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ
ขออภัยรีดทุกท่าน ที่มีความผิดพลาดเื่ตอนเกิดขึ้น ไรท์ขอจัดการตอนใหม่อีกครั้งค่ะ บางท่านได้อ่านล่วงหน้าไปแล้วตอนนี้ขอปิดตอนที่5ไว้ก่อนชั่วคราวค่ะ