นางร้ายสายลุย (มีeBook 6 เล่ม+ตอนพิเศษในเล่ม)

    ตอนที่ 154 เปิดตัวน้ำอมฤตสวรรค์

    ตอนที่154 เปิดตัวน้ำอมฤตสวรรค์


    จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปอีกหนึ่งวันหยางหยางพบว่ากลุ่มชายชราและผู้คนแปลกหน้าอีกสามคนจะเดินเข้าห้องเย็นทุกหนึ่งชั่วโมงและอยู่ในนั้นราวสิบห้านาทีสิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจนั่นคือ เขาไม่พบว่าแต่ละคนพกอุปกรณ์ใดที่จะใช้ในการบันทึกภาพหรือเก็บข้อมูลใดๆสร้างความแปลกประหลาดใจให้กับเขายิ่งนัก


    ความจริงแล้วในห้องเย็นมีตัวสแกนที่บรรดานักวิทยาศาสตร์ติดตั้งไว้เป็นการเฉพาะอยู่ก่อนแล้วเมื่อสแกนผ่านเครื่องในห้อง ข้อมูลจะถูกส่งไปยังเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์อีกอาคารหนึ่งเป็นอาคารที่เก็บเซิร์ฟเวอร์ไว้อย่างมิดชิด โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยอันหนาแน่นยากที่จะมีคนเข้าถึงได้ ยกเว้นผู้มีกุญแจเฉพาะและคนที่มีรหัสผ่านในการดึงข้อมูลจากระยะไกล


    หยางหยางไม่ย่อท้อเขาพยายามฟังเสียงต่างๆที่เกิดขึ้นในห้องอย่างละเอียดและถี่ถ้วนในที่สุดเขาพบวิธีเก็บรวบรวมข้อมูลของกลุ่มนี้โดยบังเอิญเป็นจังหวะที่ทุกคนหยุดหายใจพร้อมกันพอดี ทำให้เขาได้ยินเสียงบางอย่างที่สามารถวิเคราะห์ได้ว่ามันคือเครื่องสแกนนั่นเอง


    “เฮ้อ! นึกว่าจะตรวจสอบไม่พบซะแล้วพวกมันรอบคอบเสียจริง” หยางหยางถอนหายใจด้วยความโล่งอกเขารับรู้แล้วว่าอยู่ต่อย่อมไม่เกิดประโยชน์อะไรอีก เนื่องจากหากจะนำกล่องโลหะไปด้วยดูจะยุ่งยากเกินเหตุเป็นเพราะว่าทักษะล่องหนของเขาครอบคลุมได้แค่เสื้อผ้าสวมใส่และอุปกรณ์ชิ้นเล็กน้อยเท่านั้นรวมทั้งอุปกรณ์ดักฟัง ทว่ากล่องโลหะที่ใหญ่เช่นนั้น เขาไม่สามารถทำให้กล่องล่องหนหายไปเหมือนตัวเองได้จึงเลือกที่จะไปตามหาเซิร์ฟเวอร์เก็บข้อมูลแทน


    หยางหยางมั่นใจว่าแหล่งเก็บข้อมูลจะต้องอยู่ในฐานลับแห่งนี้อย่างแน่นอนเขารีบตามหาอย่างรวดเร็วโดยอาศัยบริเวณที่จะมีการใช้ไฟฟ้าและเครื่องทำความเย็นเพื่อดูแลเซิร์ฟเวอร์ให้อยู่ในสภาพที่ดีพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา


    จนกระทั่งเขาพบอาคารหนึ่งที่มีระบบป้องกันภัยสูงสุดและทันสมัยทว่าไม่มีคนเฝ้าระวังรอบๆ แม้แต่คนเดียว หากคนที่ลอบเข้ามาไม่มีความรู้หรือทักษะด้านนี้ย่อมสามารถเล็ดลอดสายตาไปได้อย่างแน่นอน เขาตามร่องรอยไปจนถึงห้องโล่งหนึ่งที่ภายในมีแต่เซิร์ฟเวอร์ทันสมัยหลายตัว


    หยางหยางยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจที่จะได้ทดสอบทักษะการแฮ็กของตัวเองเสียทีหลังจากที่เขาไม่มั่นใจตัวเองตั้งแต่เมื่อครั้งที่พ่ายแพ้ให้กับทริปเปิลเอสหรือซูเวยถึงแม้ว่าเขาจะฝึกฝนและท้าทายซูเวยบ่อยครั้ง ทว่าสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่สามารถฝ่าด่านเขาวงกตไปได้แม้แต่ครั้งเดียว


    หากใครอยู่ในห้องเซิร์ฟเวอร์จะต้องตื่นตกใจแน่นอนที่จู่ๆแป้นคีย์บอร์ดมีเสียงดังขึ้นเองพร้อมกับโค้ดคำสั่งแปลกๆ ปรากฏบนหน้าจอมอนิเตอร์ที่ไหลขึ้นอย่างรวดเร็ว


    หยางหยางตัดสินใจส่งรหัสลับไปที่อีเมลของซูเวยก่อนเขามั่นใจว่าซูเวยสามารถต้านทานใครบางคนที่กำลังเข้ามาขัดขวางได้อย่างแน่นอน หากเขาส่งเข้าอีเมลตนเองก็เท่ากับเขาต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่งกับใครบางคนที่พยายามขัดขวางตัวเองอยู่หากเขาส่งไปหาซูเวยพร้อมกับมีรหัสลับที่ใช้สื่อสารกรณีฉุกเฉินระหว่างกันซูเวยย่อมช่วยเหลือเขาได้อีกแรงหนึ่งเป็นการต่อสู้สองต่อหนึ่งที่มีโอกาสชนะมากกว่าพ่ายแพ้


    ..........


    ระหว่างที่ซูเวยกำลังนั่งทำงานของตัวเองอย่างเพลิดเพลินในห้องติวเข้มเธอพบสัญญาณแจ้งขอความช่วยเหลือจากสมาร์ตเอกซ์ทำให้เธอรีบวางมือจากงานที่ทำอยู่และเปิดดูข้อความที่เป็นรหัสลับใช้สื่อสารระหว่างกันของกลุ่มกองกำลังพิเศษซึ่งเธอถอดรหัสได้ว่า “รีบช่วยต้านศัตรูเร็วเข้า ฉันกำลังส่งอักขระพิเศษที่เหมือนกับรหัสลับที่พวกมันกำลังตามหาคนถอดรหัสอยู่”


    “เยี่ยม! ต้องให้ได้อย่างนี้สิ ขอบคุณมากต่อไปฉันจะสอยพวกมันเอง” ซูเวยตาเป็นประกายเมื่อถอดรหัสของสมาร์ตเอกซ์ได้แล้วเธอรู้สึกยินดีที่พบว่าเขามีรหัสลับที่เธอกระตือรือร้นอยากจะถอดรหัสเต็มทีทำให้เธอพุ่งความสนใจในการต่อต้านใครบางคนที่กำลังขัดขวางการส่งข้อมูลเข้าอีเมลตนเองอย่างจริงจัง


    เสียงพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดที่รัวเร็วเกินกว่าความสามารถของมนุษย์ทั่วไปดังขึ้นรัวยิ่งกว่าเสียงใดทำให้นักเรียนทั้งสี่คนต่างพากันหยุดพิมพ์และยืนขึ้นจ้องมองซูเวยจากโต๊ะของแต่ละคนด้วยความสงสัยทว่าไม่มีใครสามารถมองออกหรือเข้าใจได้ว่าโค้ดคำสั่งที่ซูเวยกำลังพิมพ์อยู่นั้นหมายถึงอะไรหรือสิ่งใดทำให้แต่ละคนมองสบตากันพลางส่ายหน้าเหมือนกับบอกกันและกันว่าไม่เข้าใจ


    อาจารย์เย่ที่นั่งอยู่หน้าห้องเนื่องจากวันนี้เป็นวันเข้าค่ายติวเข้มวันสุดท้าย เขากำลังตรวจงานของนักเรียนทั้งห้าคนพอเขาได้ยินเสียงพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดของซูเวยที่ดังระรัวทำให้เขาชะงักมือชั่วครู่หนึ่ง พลางหรี่ตามองซูเวยอย่างมีความหมายทว่าเขาไม่ได้ส่งเสียงห้ามปรามออกมา มีแค่ความสงสัยที่เกาะกุมหัวใจทำให้เขาลุกเดินไปยืนดูอยู่หลังซูเวยโดยตรง

    เพื่อนนักเรียนเห็นอาจารย์เย่ทำเช่นนั้นแต่ละคนเดินออกไปยืนข้างๆอาจารย์เย่พลางจ้องมองโค้ดคำสั่งบนหน้าจอมอนิเตอร์ของซูเวยด้วยความแปลกใจ


    “อ๊ะ! นี่เป็นรูปแบบการโจมตีที่น่าทึ่งมากไม่น่าเชื่อว่าจะได้เห็นกับตาแบบนี้” หวางเจี้ยนหัวเบิกตาโตอย่างยินดี เขากำลังพยายามเรียนรู้คำสั่งของซูเวยอย่างจริงจังโดยไม่กระพริบตา


    เสียงอุทานของหวางเจี้ยนหัวทำให้นักเรียนทุกคนต่างพากันตกละลึงและเริ่มเรียนรู้ไปด้วยกันกับของจริงที่แสดงอยู่ตรงหน้าเช่นนี้


    อาจารย์เย่เห็นว่าการกระทำของซูเวยที่น่าจะไม่ได้ตั้งใจทว่ากลับกลายเป็นบทเรียนที่เสมือนการสาธิตจริงในการต่อสู้ของเหล่าผู้แข็งแกร่งด้านคอมพิวเตอร์ทำให้เขาเดินเลี่ยงออกไปและปล่อยให้นักเรียนยืนมุงดูหลังซูเวยอย่างสะดวกสบาย


    เขาเหลือบมองเห็นศาสตราจารย์หวางเข้ามาในห้องเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยทำให้เขาปราดเข้าไปพูดคุยกับอาจารย์อย่างกระตือรือร้นว่า “อาจารย์ครับโชคดีจริงที่ซูเวยปล่อยทีเด็ดให้นักเรียนคนอื่นได้เรียนรู้ร่วมกัน ผมเลยปล่อยให้พวกเขาได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ไปเลยครับ”


    “งั้นหรือ? ผมดูหน่อยสิ”ศาสตราจารย์หวางเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ เขาเดินตรงไปยืนอยู่หลังนักเรียนทั้งหลายพลางจ้องมองหน้าจอมอนิเตอร์อย่างตั้งใจพลันพบว่าทักษะที่ซูเวยกำลังใช้เป็นการพิมพ์โค้ดคำสั่งที่ดูแปลกตามากกว่าเดิมทว่ามีบางคำที่เขาสามารถจับใจความได้ว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างซูเวยกับใครบางคน


    ..........


    ที่ฐานปฏิบัติการลับขององค์กรคิลล์แองเจิลส์หรือเคเอ


    หัวหน้าองค์กรกำลังพิมพ์คำสั่งบนแป้นเพื่อช่วงชิงข้อมูลการสแกนอักขระจากแท่งหินลึกลับที่พวกเขาพบในประเทศพีเป็นข้อความที่เขาคาดว่าจะเก็บซ่อนความลับบางอย่างที่สำคัญไว้อย่างแน่นอนเขาแปลกใจที่พบว่าจู่ๆ มีใครบางคนกำลังขโมยไฟล์ภาพสแกนออกไปจากเซิร์ฟเวอร์หนึ่งในฐานซีที่ประเทศเอ็ม


    เขาไม่มีเวลาที่จะส่งสัญญาณแจ้งกลับไปให้ลูกน้องตรวจสอบห้องเก็บเซิร์ฟเวอร์นั้นในทันทีเนื่องจากเขาพบว่าคนที่กำลังขโมยไฟล์สำคัญนั้นมีทักษะมือกลที่รวดเร็วเทียบเท่ากับเขาทำให้เขาต้องต่อสู้เพื่อช่วงชิงไฟล์กลับมาให้ได้ก่อน


    “บัดซบ! ใครกันที่เข้ามาขโมยไฟล์ไปจากฉันที่สำคัญคือดันมีสองคนที่เก่งพอๆกับฉันเลย”หัวหน้าองค์กรสบถด่าอย่างโมโหที่เขาไม่สามารถวางมือจากการต่อสู้ทางออนไลน์ได้เลยเป็นการแข่งขันกับคู่ต่อสู้ที่สูสีมากที่สุดตั้งแต่ที่เขามาโลกนี้


    เขาไม่กล้าประมาทหรือผ่อนความเร็วในการตอบโต้แต่อย่างใดเนื่องจากฝ่ายตรงข้ามมีคำสั่งที่พร้อมเผาเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของเขาในทันที


    อย่างไรก็ตามยิ่งต่อสู้ซูเวยยิ่งคึกคักมีชีวิตชีวาเธอพบว่าฝ่ายตรงข้ามมีทักษะเหมือนกับเผิงซีซวนมากทุกขณะทำให้เธอต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่างจึงพยายามพิมพ์คำสั่งที่เธอคาดว่าเขาน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี


    ทางด้านหัวหน้าองค์กรเคเอเขาชะงักแวบหนึ่งเมื่อมองเห็นรูปแบบการโจมตีหนึ่งที่พุ่งเข้าใส่ตัวเองเขาพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตาว่า “ไม่น่าเชื่อ!ใครกันที่สามารถเรียนรู้ทักษะแบบนี้ได้?โลกนี้มีอยู่หรือ?ฉันต้องตามหาให้ได้ว่าเป็นใครกันแน่?”


    ซูเวยโชคดีที่มีหยางหยางคอยช่วยสกัดทำให้เธอมีเวลาเล็กน้อยสำหรับการพิมพ์คำสั่งบางอย่างที่เป็นทักษะเฉพาะของตัวเอง


    แม้แต่แม่ทัพซ่งเย่หรือเพื่อนทุกคนก็ไม่ได้ล่วงรู้ความจริงเรื่องนี้เป็นโค้ดคำสั่งที่เธอสามารถสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ตามหาอะไรบางอย่าง โดยมันจะไปฝังตัวอยู่ในเส้นทางของระบบเครือข่ายดังนั้นต่อให้อีกฝ่ายเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ใหม่ก็ไม่สามารถรอดพ้นการตรวจจับของเธอไปได้


    ในที่สุดซูเวยสามารถดาวน์โหลดไฟล์สำคัญของอักขระมาได้ครบทุกไฟล์เธอโจมตีกลับพร้อมๆ กับที่อีกฝ่ายโจมตีเธอกลับมาเช่นกัน ส่งผลให้หน้าจอของแต่ละคนดับวูบกลายเป็นจอดำทันที


    ซูเวยมองเห็นผู้คนจากเงาสะท้อนของจอมอนิเตอร์ที่กลายเป็นสีดำแล้วเธอเหลือบมองเห็นศาสตราจารย์หวางและอาจารย์เย่ยืนอยู่ด้านหลังทำให้ซูเวยหันหลังไปมองทุกคนพลางส่งรอยยิ้มหวานอย่างประจบประแจงว่า “แหะๆขอโทษทีค่ะที่ทำให้อุปกรณ์พัง ไว้หนูจะชดใช้ให้เองนะคะหนูส่งงานอาจารย์เย่แล้วนะคะ เพราะฉะนั้นหนูคงกลับบ้านได้ใช่ไหม?”


    ซูเวยเห็นว่าแต่ละคนยังอึ้งตะลึงอยู่เธอรีบลุกขึ้นพลางวิ่งปรู๊ดปร๊าดกลับห้องพักเพื่อเก็บเสื้อผ้าเตรียมตัวไปพักที่โรงแรมกับครอบครัวกัวทันที


    ..........


    หลังจากซูเวยวิ่งออกจากห้องติวเข้มไปชั่วครู่หนึ่งทุกคนทั้งอาจารย์และนักเรียนต่างฟื้นสติขึ้นมาศาสตราจารย์หวางหรี่ตามองอาจารย์เย่อย่างมีความหมาย ทำให้อาจารย์เย่ยิ้มแหยๆอย่างรู้สึกผิดเช่นกัน


    “แหะๆอาจารย์ครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าซูเวยจะทำให้เครื่องพังแบบนี้เอาเป็นว่าผมจะติดต่อให้เธอมาชดใช้ให้กับทางมหาวิทยาลัยนะครับ”อาจารย์เย่อยากร้องไห้ที่ทักษะการต่อสู้ของซูเวย ส่งผลให้เครื่องคอมพิวเตอร์ราคาแพงเช่นนี้พังได้เขาได้แต่กล่าวโทษซูเวยที่ทำให้เขาต้องประสบความยากลำบาก


    “ตามนั้นอย่าลืมให้เธอเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทางไปแข่งขันละ” ศาสตราจารย์หวางโบกมือตอบตกลงกับลูกศิษย์เขาเดินมือไพล่หลังออกจากห้องอย่างไร้ความรู้สึก พอเขาหันหลังออกจากห้องติวเข้มเขาพลันยิ้มกว้างอย่างมีความสุขที่จะเห็นโอกาสของประเทศในการคว้าชัยชนะการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกอย่างแน่นอน


    ด้านอาจารย์เย่ยืนทำตาปริบๆด้วยความแปลกใจ เขาไม่คิดว่าอาจารย์จะไม่ดุด่าตนเองรวมทั้งยังพูดให้แจ้งซูเวยในการเตรียมตัวไปแข่งขันอีกด้วย ทำให้เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก


    ส่วนนักเรียนอีกสี่คนต่างพากันพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นพร้อมกับแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญระหว่างกันจากนั้นทุกคนกลับห้องพักเพื่อเก็บสิ่งของส่วนตัวและเดินทางกลับบ้าน โดยทุกคนมีนัดพบกันอีกครั้งในวันที่25 พฤษภาคม ที่สนามบินนานาชาติเมืองหลวง เพื่อที่จะเดินทางไปแข่งขันนัดสำคัญที่ประเทศเอ็มต่อไป


    ..........


    ในตอนนี้ซูเวยอยู่ในห้องพักโรงแรมที่จะใช้เปิดตัวน้ำอมฤตสวรรค์เธอกำลังถูกจับแต่งตัวโดยกัวลี่จิน ส่วนพ่อแม่บุญธรรมคนอื่นกำลังต้อนรับแขกเหรื่อที่กำลังทยอยเข้ามาร่วมงานในห้องจัดเลี้ยงของทางโรงแรม


    มีการกวดขันอย่างเข้มงวดพร้อมกับตรวจสอบผู้เข้าร่วมงานอย่างละเอียดจากทางกองทัพทำให้งานดูเคร่งเครียดจริงจังขึ้นมาทันที ทว่าผู้คนล้วนแห่กันมาอย่างอุ่นหนาฝาคั่งโดยเฉพาะบรรดากลุ่มเครือญาติของผู้ที่เคยทดลองดื่มน้ำอมฤตสวรรค์รุ่นของฝากไปก่อนแล้วทำให้บรรยากาศของงานคึกคักมีชีวิตชีวายิ่งนัก


    หยางเฟยเจินและผู้คนจากกองกำลังพิเศษให้ความสนใจกลุ่มชาวต่างชาติเป็นพิเศษที่เดินทางมาร่วมงานถึงแม้ว่าจะมีไม่ถึงยี่สิบคนทว่าทุกคนล้วนมีคนประกบหนึ่งต่อหนึ่งเพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยขั้นสูงสุดเขาไม่ต้องการให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆระหว่างธุรกิจที่มีการลงทุนร่วมกับภาคเอกชนเป็นครั้งแรกของกองทัพ


    “แม่คะหนูสวยแล้วละคะ แต่งแค่นี้พอแล้ว” ซูเวยส่งเสียงประท้วงเมื่อเห็นว่ากัวลี่จินยังไม่ยอมปล่อยตัวเองให้ลงไปข้างล่างทั้งที่เธอแต่งตัวและทำผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว


    “ไม่ได้ลูกสาวแม่ทั้งคนต้องสวยน่ารักกว่านี้ แต่งหน้าเพิ่มสีสันอีกนิดดีกว่านะ ช่างคะเพิ่มสีชมพูที่แก้มอีกหน่อยดีไหม?” กัวลี่จิน โบกมือปฏิเสธโดยตรง เธอหันหน้าไปปรึกษากับช่างแต่งหน้าประจำของตนเองด้วยความกังวลใจ


    “เอ! ฉันว่าปล่อยผิวคุณหนูซูให้สวยใสตามวัยแบบนี้ดีกว่านะคะแต่งมากไปความสวยตามธรรมชาติก็หายไปหมดสิคะ”ช่างแต่งตัวเอียงคอมองซูเวยพลางตอบกลับกัวลี่จินตามตรง เธอไม่ต้องการให้ซูเวยแต่งหน้าเข้มเกินไปเพราะจะกลายเป็นเหมือนตัวตลกมากกว่าตุ๊กตากระเบื้องที่สวยงามอยู่แล้วฉะนั้นจึงไม่เห็นด้วยกับกัวลี่จิน


    “เอางั้นก็ได้ค่ะพวกเราลงไปข้างล่างกันเถอะ” กัวลี่จินพยักหน้ารับฟังคำแนะนำของช่างอย่างเข้าใจเนื่องจากช่างคนนี้จะไม่ตามใจเธอพร่ำเพรื่อทว่าช่างแต่งหน้าจะมีความมั่นใจของตัวเธอเอง ทำให้การออกงานของกัวลี่จินที่ผ่านมานั้นล้วนมีแต่เสียงชื่นชมเพราะแต่งหน้าแต่งตัวสวยสมวัยไม่ฉูดฉาดเกินพอดี


    หลังจากนั้นกัวลี่จินเดินจูงมือซูเวยลงไปที่ห้องจัดเลี้ยงอย่างภาคภูมิใจเธอมีความสุขที่มีลูกสาวตัวน้อยที่เก่งกาจและสวยงามซึ่งวันนี้เธอจะได้พบกับพี่สะใภ้ทางฝั่งพี่ชายสามีที่เคยพูดเหน็บแนมเธอมาก่อน เธออยากให้ทุกคนเห็นลูกสาวตัวน้อยตนเองที่สวยน่ารักเช่นนี้


    เมื่อซูเวยเดินลงมาถึงห้องจัดเลี้ยงเธอพบว่ามีผู้คนมากมายละลานตาพากันเดินขวักไขว่ บ่งบอกว่าการประชาสัมพันธ์จัดงานเลี้ยงเปิดตัวน้ำอมฤตสวรรค์ครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก


    คล้ายกับเรื่องนางร้ายสายลุย (มีeBook 6 เล่ม+ตอนพิเศษในเล่ม) ที่คุณอ่าน