ตอนที่49 : เปลวสงครามแห่งฉิน
ลมหนาวพัดแรงเหนือภูเขาลั่วซี
ในพระราชวังฉินหลงไท่กง เสียงกลองศึกเริ่มดังสะท้อนทั่วหอหิน
ราชสำนักตะวันตกซึ่งเคยเงียบงัน... บัดนี้เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหว
บนบัลลังก์สูงสุด — ฉินอ๋องอู่หลาง(秦武朗)
ผู้ได้ชื่อว่า “ราชาแห่งกำลัง”ประทับอยู่ท่ามกลางแม่ทัพและขุนนางระดับสูง
แผนที่เจ็ดแคว้นถูกกางไว้กลางโต๊ะ
บริเวณแคว้นหานถูกวงด้วยหมึกแดงสด และคำว่า “ล้างราก”ถูกขีดไว้ด้านข้าง
“ข้าทนเห็นแคว้นเล็กเช่นหานหยิ่งยโสไม่ได้อีกต่อไป
มันกล้าเทิดตนเป็นศูนย์กลางแห่งปัญญา และสร้างอาวุธเหนือยุค
หากปล่อยไว้... อีกสิบปี ฉินจะเป็นฝ่ายถูกล้อม!”
เสียงของเขาดังก้องราวฟ้าร้อง
ในห้องโถงรอง
องค์หญิงฉินอวี้เหม่ยคุกเข่าตรงต่อหน้าฉินอ๋อง
ข้างกายคือเสนาธิการมู่หลิงและราชครูมู่เทียนจิ้ง
“ข้าทำตามพระบัญชา
ได้ข้อมูลจากสำนักยุทธศาสตราหานแล้วเพคะ”
มู่หลิงเปิดแผนผังออก — ภาพเตาหลอมเหล็กกล้า และกลไกซับซ้อนปรากฏบนผ้าไหม
ทุกสายตาเบิกกว้าง
“พวกมันสามารถหลอมเหล็กได้บริสุทธิ์กว่าของฉินสามเท่า...
และมีการสร้างกลไกขึงดาบกับเกราะให้เบากว่าเดิมครึ่งหนึ่ง”
แม่ทัพใหญ่ป๋ายเหวินเจาเอ่ยเสียงหนัก
“นี่ไม่ใช่แคว้นหานแบบเดิมแล้ว!”
ฉินอ๋องกำหมัดแน่น
“ข้าไม่สนว่าข้อมูลนี้จริงหรือไม่
แค่ความคิดที่จะสร้างของเช่นนี้ก็ถือว่ามันกล้าท้าทายฟ้าแล้ว!”
เขาลุกขึ้นเต็มความสูงตรัสเสียงกึกก้อง
“ประกาศรวมพลทัพหลวง —
อีกหนึ่งเดือน ข้าจะยกทัพตะวันออก!”
หลังประชุมจบองค์หญิงอวี้เหม่ยเดินออกจากท้องพระโรง
หัวใจเธอหนักอึ้ง
เพราะรู้ดีว่า... ข้อมูลที่เธอนำมา คือของลวงจากรัชทายาทหานอวี้จิน
ราชครูมู่เทียนจิ้งเดินมาหา
“องค์หญิงดูท่าพระองค์จะไม่ยินดีนัก?”
“ข้าเพียงคิดว่า...หากสงครามนี้เกิดขึ้น
จะมีคนบริสุทธิ์ต้องตายอีกนับหมื่น”
“นั่นคือราคาของอำนาจ”
เขาเอ่ยเบา ๆ ก่อนจากไป
ปล่อยให้นางยืนอยู่กลางลานหิน ลมหนาวพัดผ้าคลุมของนางปลิวสะบัด
“หานอวี้จิน...เจ้าคงรู้แล้วสินะ ว่าข้าไม่มีทางหยุดพวกเขาได้อีก”
เมืองหลวงหานหลง
ที่ตำหนักรัชทายาท
ไป๋หงเหวินรีบวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ท่านรัชทายาท!
ข้ารับข่าวจากสายลับชายแดน — ฉินเริ่มระดมทัพใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
หานอวี้จินยังคงสงบ
มือที่ถือพู่กันเขียนลงบนกระดาษต่อไปอย่างมั่นคง
“คาดไว้แล้ว”
“ท่านรู้?”
“ตั้งแต่วันที่พวกเขาส่งทูตมาข้ารู้แล้วว่านี่ไม่ใช่เรื่องของไมตรี
แต่ของ ‘การหยั่งศัตรู’
และตอนนี้... พวกเขาคงมั่นใจว่าข้าเป็นภัยพอจะต้องถูกขจัด”
องค์ชายสาม หานอวี้เหยียน ก้าวออกมา
“ถ้าเช่นนั้น...ก็ถึงเวลาที่เราจะลุกขึ้นปกป้องแผ่นดินเสียที!”
หานอวี้จินเงยหน้า
“ใช่แต่ไม่ด้วยวิธีเดิม”
เขาเดินไปยังห้องหลอมเหล็กใหญ่
บนโต๊ะมีแบบร่างใหม่ — ดาบเหล็กกล้า “ชงเทียน” รุ่นที่สอง,เกราะผสมไท่ซวี และ หน้าไม้แรงสูงสามคัน
“เราจะใช้ปัญญาแทนเลือด— เพื่อให้หานยืนอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งโชคชะตา”
การรวมพันธมิตร
สามวันต่อมา
หานอวี้จินส่งสารลับไปยังแคว้นจ้าวและเว่ย
ทั้งสองแคว้นซึ่งเพิ่งพ่ายศึกเหนือ ยังคงหวั่นฉินไม่ต่างกัน
ในจดหมายเขาเขียนเพียงประโยคเดียว
「แคว้นที่รอดคือแคว้นที่ยอมร่วมมือก่อนถูกกลืน」
แม่ทัพจากจ้าวและเว่ยลับ ๆส่งทูตเข้าหานหลง
การเจรจาเริ่มขึ้นในเงามืด
ฮองเฮาเองก็เคลื่อนไหวในวังหลัง
เชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลขุนนางสายกลาง
เพื่อให้ราชสำนักไม่แตกร้าวระหว่างศึก
ในเวลาเดียวกันรัชทายาทประกาศตั้งหน่วยทัพใหม่
“กองเพลิงหาน” —กองทัพที่ใช้เกราะเหล็กกล้า ดาบเบา และหน้าไม้แรงสูง
องค์ชายสามได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่ของหน่วยนี้
เสียงฝึกซ้อมดังกึกก้องทั่วสนามหลวง
ข่าวจากตะวันตก
เจ็ดวันให้หลัง
สายข่าวของไป๋หงเหวินส่งรายงานลับถึงรัชทายาท
“ทัพฉินจำนวนหนึ่งแสนกำลังเคลื่อนจากเมืองลั่วซี
คาดว่าจะถึงชายแดนหานในสามสิบวัน”
หานอวี้จินวางรายงานลง
หลี่อวิ๋นจิวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ย
“เมื่อถึงวันนั้น...พวกเราจะพร้อมหรือไม่?”
“พร้อมหรือไม่ไม่สำคัญ”— เขาตอบเบา ๆ
“สำคัญคือ... จะยืนอย่างไรเมื่อไฟมาถึง”
เขาหันไปมองกำแพงที่แขวนดาบเล่มหนึ่งไว้
ดาบนั้นคือ “ดาบแห่งหานหลง” ดาบที่ครั้งหนึ่งเคยใช้ในศึกเหนือ
“ไฟของฉินกำลังมา...
และไฟของหาน จะเป็นคำตอบของมัน”
คืนเดียวกันนั้น
บนฟากฟ้าตะวันตก — ควันไฟจากค่ายทัพฉินเริ่มปรากฏ
และที่ชายแดนหาน แสงคบเพลิงแรกของกองเพลิงหานถูกจุดขึ้น
ราวกับฟ้าและดินต่างประกาศพร้อมกันว่า—
“สงครามได้เริ่มต้นแล้ว”