cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    เริ่มบุกเบิก

    เช้าของวันใหม่เริ่มขึ้น บริเวณชายป่าเขตใต้ของประเทศมีเครื่องบินสี่ลำลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า หนึ่งลำเป็นของหน่วยมังกรขาว ส่วนอีกสามลำแน่นอนย่อมเป็นหน่วยมังกรดำ

     

    ทุกคนในยานอยู่ในชุดบอดี้สูทเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติการ ส่วนทางด้านหัวหน้าอย่างอู่จินหยางและอู่จินหลินตอนนี้กำลังแบ่งพื้นที่ในการสำรวจเพื่อที่จะไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน พวกเขาได้จำกัดขอบเขตของการสำรวจเอาไว้แล้วที่เหลือก็แค่แบ่งครึ่งกันก็เท่านั้น

     

    ส่วนทางด้านไป๋ฉีเขากำลังทำสมาธิเตรียมความพร้อมเช่นเดียวกับคนอื่น เพราะหลังจากที่ได้ฟังแผนการของอาจารย์แล้ว เขาจึงได้รับรู้ว่าหน้าที่ของเขานั้นมันยากมากเลยทีเดียว

     

    เพราะตำแหน่งของไป๋ฉีในการบุกเบิกคือหัวมังกรซึ่งจะทำงานร่วมกันกับอู่จินหยางกับจิงจิง ส่วนทีมอื่นนั้นจะแบ่งออกได้ดังนี้ ทีมของหลิวอี้เป็นปีกซ้าย ทีมของเสวียอิงเป็นปีกขวา ทีมของเทียนหลางเป็นลำตัว และสุดท้ายคือทีมของเหอซานเป็นหาง นี่คือทีมใหญ่ที่รวมทีมย่อยทั้งสี่กับหัวหน้าหน่วยเข้าด้วยกัน และมีไว้สำหรับบุกเบิกเท่านั้นเนื่องจากปกติการรวมทีมใหญ่แบบนี้จะเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง

     

    "เห้อ โชคดีหน่อยที่ภารกิจครั้งนี้สามารถเปิดใช้ทไวไลท์ดราก้อนได้ ดูเหมือนอาจารย์ก็จะไม่ได้ใจร้ายจนเกินไป"ไป๋ฉีกล่าว เขาลุกขึ้นและไปรวมตัวกับคนอื่นในทันที ตอนนี้ทุกคนต่างรวมตัวกันอยู่ที่ประตูทางด้านหลังและกำลังนั่งบนแอร์ไบค์รอการสัญญาณปล่อยตัวจากหัวหน้า

     

    ไป๋ฉีเดินไปยังด้านหน้าก่อนที่เขาจะประจำที่แอร์ไบค์ของตนเองเช่นเดียวกัน ด้านหน้าของเขายังมีแอร์ไบค์อีกสองคันซึ่งคนที่ขับมันย่อมไม่ใช่ใครนอกจากอู่จินหยางและจิงจิง ส่วนทางด้านโรสนั้นเธอทำได้แค่รออยู่บนเครื่องบินพร้อมกับมองดูเหตุการณ์จากหน้าจอซึ่งจะถูกถ่ายผ่านกล้องขนาดจิ๋วที่ถูกควบคุมผ่าน AI ของเธอ และแน่นอนว่าคนที่เธอสั่งให้กล้องติดตามย่อมไม่ใช่ใครนอกจากไป๋ฉี

     

    "ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเถอะ เราจะต้องขับแอร์ไบค์สำรวจรอบนอกห้ากิโลเมตรเพื่อเคลียร์พื้นที่รอบเมืองก่อน จากนั้นจะเริ่มการบุกเบิกในทันที"อู่จินหยางกล่าวจบก็ขับแอร์ไบค์นำออกไป ลูกทีมทุกคนก็ตามไปเช่นเดียวกัน พวกเขาพากันกำจัดอบิสที่เป็นอันตรายและอยู่ใกล้กำแพงเมืองก่อนเป็นอย่างแรก โดยสำรวจไล่ไปจนถึงระยะทางห้ากิโลเมตรซึ่งเรียกได้ว่าเข้าเขตอันตราย

     

    ทุกทีมลงจากแอร์ไบค์เริ่มประจำตำแหน่งอัตโนมัติโดยที่อู่จินหยางไม่ต้องสั่งการอะไร แน่นอนว่าอู่จินหยาง จิงจิง และไป๋ฉี ก็เช่นกันที่เขาไม่เอายานพาหนะเข้าไปนั้นเพราะเสียงหรือคลื่นที่มันปลดปล่อยออกมาอาจจะทำให้อบิสที่เผลอหรือหลับอยู่รู้ตัวได้

     

    "ไป!"

     

    อู่จินหยางออกคำสั่งจากนั้นก็พุ่งทะยานขึ้นหน้าไป แน่นอนทุกคนที่ได้ยินก็ตามไปเช่นเดียวกันและยังคงรักษารูปแบบของทีมเอาไว้

     

    การเคลื่อนขบวนรวดเร็วมาก ไป๋ฉีที่มีพลังอ่อนด้อยที่สุดในหน่วยตอนนี้ก็ลำบากเล็กน้อยที่จะต้องไล่ตามจิงจิงกับอู่จินหยางให้ทัน แต่ด้วยเขาใช้ฟรอสไปเสริมที่ขาจึงสามารถตามทั้งสองไหว

     

    ในขณะเดียวกันทางด้านปีกซ้ายและปีกขวา ทีมของหลิวอี้กับอิงเสวียสวมใส่ชุดเกราะนาโนเทคโนโลยีเป็นที่เรียบร้อยและเปิดฉากโจมตีกันแล้ว แถมยังเป็นการโจมตีที่รวดเร็วเกินความคาดหมาย

     

    หลิวอี้อยู่ในชุดเกราะระดับโกลด์ขั้นกลางสีม่วงในมือถือมีดสั้นสองเล่มพุ่งทะยานกาย ทุกบริเวณที่เธอพุ่งผ่านอบิสที่อยู่บริเวณนั้นจะถูกฟันเข้าที่จุดตายและล้มลงในทันที ส่วนลูกทีมของเธอเองก็ไม่ธรรมดาแม้จะไม่เร็วเท่าหัวหน้าแต่ก็ยังถือว่ารวดเร็วกว่าไป๋ฉีตอนที่ใช้ทักษะดาบประกายแสงแบบที่ไม่ผสานคอสมิคฟรอสอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

     

    ตัดไปด้านอิงเสวียก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ชุดเกราะนาโนเทคโนโลยีสีขาวระดับโกลด์ขั้นสูงสวมใส่อยู่บนร่างกายในมือถือหอกสีขาวเล่มหนึ่งเอาไว้ แต่เธอไม่ได้ใช้ความเร็วมากมายเหมือนหลิวอี้ แต่กลับสร้างหอกพลังงานขึ้นมาโจมตีอบิสที่อยู่ข้างหน้าเท่านั้น ส่วนตัวที่ตกหล่นจะเป็นทีมของเธอที่รับผิดชอบจัดการมัน การกระทำแบบนี้แม้จะดูเกินตัวไปบ้างแต่อิงเสวียก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเลยทีเดียว

     

    "พี่สาวอิงเสวีย ทางซ้ายเคลียร์แล้วทางขวาเป็นไงบ้าง"หลิวอี้กล่าวถามผ่านกำไลข้อมือของตน

     

    "ทางนี้เองก็เรียบร้อย รับรองได้ว่าไม่มีอบิสจากปีกขวาตัวไหนเข้าใกล้หัวมังกรของเราได้"อิงเสวียกล่าวตอบรับ

     

    ทางด้านส่วนลำตัวของมังกร ตอนนี้เทียนหลางเองก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร สไนเปอร์ของเขาและลูกทีมที่ถูกยิงออกไปนั้นเรียกได้ว่าไม่มีพลาดเป้า ทั้งยังไม่ลืมตรวจสอบพื้นที่จากกล้องสอดแนมที่ถ่ายจากมุมสูงและกล่ายรายงานไปยังเบื้องหน้าในทันที ด้านหลังของเขามีเหอซานและลูกทีมที่คอยระวังหลังให้

     

    "บอส เจออบิสเจ้าถิ่นแล้วครับอยู่ห่างจากบอสห้ากิโลเมตร เป็นอบิสมังกรปฐพี จากที่กล้องวัดระดับของมันอยู่ที่ราชาสงครามขั้นต้นแถมข้างๆยังมีอบิสระดับแม่ทัพสองตัวระดับ ระดับผู้บัญชาการสี่ตัว และระดับขุนพลอีกสิบตัวอยู่รอบๆ จะเอายังไงต่อดีครับ"เทียนหลางกล่าวรายงานในสิ่งที่เห็น อู่จินหยางที่ได้ยินแบบนั้นก็ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งจากนั้นจึงประกาศคำสั่งออกมา

     

    "หลิวอี้ อิงเสวีย เทียนหลาง เหอซาน รับมือระดับแม่ทัพ ส่วนลูกทีมที่เหลือทั้งหมดรับมือระดับผู้บัญชาการ ไป๋ฉีจัดการระดับขุนพลสุดท้ายคือมังกรปฐพีเดี๋ยวฉันกับจิงจิงจัดการเอง"

     

    "รับทราบ!"

     

    ทุกทีมตอบรับ อู่จินหยางและจิงจิงเรียกใช้ชุดเกราะในทันทีก่อนที่จะพุ่งทะยานออกไป อู่จินหยางอยู่ในเกราะสีขาวลวดลายสีทองเปล่งประกายในมือถือดาบในมือถือดาบเอาไว้ทั้งสองข้าง ส่วนจิงจิงนั้นเธอสวมใส่ชุดเกราะสีเขียวอ่อนในมือถือกระบี่สีเขียวเช่นเดียวกัน ความเร็วของเธอนั้นไม่ได้ต่างจากสามีสักเท่าไร เนื่องจากเธอมีคอสมิคฟรอสธาตุลมเป็นตัวช่วย

     

    "จิงจิง คุณไม่ได้ลงมาบุกเบิกนานอย่าประมาทเชียวล่ะ"อู่จินหยางกล่าว

     

    "อืม คุณเองก็เหมือนกัน"จิงจิงเองก็กล่าวตอบรับ จากนั้นทั้งสองก็พุ่งตรงไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วจนเห็นเพียงเส้นเเสงสีทองและเขียวสองเส้นเท่านั้น

     

    ตัดกลับมาที่ไป๋ฉีเมื่อเขารับคำสั่งมาก็สวมใส่ชุดเกราะทไวไลท์ดร้าก้อนสีดำลายม่วงในทันที ดาบสีดำปรากฏขึ้นในมือพร้อมกับมีดบินสี่เล่มที่ลอยวนเวียนอยู่ด้านหลัง จากนั้นไป๋ฉีจึงได้ใช้คอสมิคฟรอสธาตุสายฟ้าพุ่งทะยานไป

     

    เมื่อมาถึงยังโซนพื้นที่การต่อสู้ของตนเอง สิ่งที่เห็นคือโกเลมดินระดับขุนพลนับสิบตัวมองมายังเขา ไป๋ฉีคาดเดาได้ไม่ยากนี่คือสมุนของมังกรปฐพีอย่างไม่ต้องสงสัย

     

    "จุดอ่อนของโกเลมคือแกนกลางของมัน เจ้าพวกนี้ปกปิดจุดอ่อนดีเกินไปแล้ว"ไป๋ฉีบ่นออกมา เขากระชับดาบพุ่งเข้าใส่โกเลมดินอย่างรวดเร็วพร้อมกับทักษะดาบประกายแสงเก้ากระบวณที่ถูกเรียกใช้ออกมา ปรากฏว่าคมดาบของเขาฟาดฟันแกนกลางของโกเลมได้เพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น

     

    ในขณะเดียวกันก็ใช่ว่ามันจะไม่ตอบโต้อะไรเลย พวกมันยกก้อนหินขนาดใหญ่ขว้างใส่ไป๋ฉีอย่างต่อเนื่อง ความเร็วและความแรงของมันสามารถเปรียบเทียบได้กับลูกปืนใหญ่เลยทีเดียว หากคนที่สวมชุดเกราะระดับซิลเวอร์โดนเข้าไปก็คงต้องบาดเจ็บสาหัสกันบ้าง

     

    น่าเสียดายที่ตอนนี้ไป๋ฉีสวมใส่ชุดเกราะระดับเพชรแม้จะโดนแรงกระแทกของก้อนก็ไม่เป็นอะไร ชายหนุ่มแบ่งจิตควบคุม มีดบินสี่เล่มพุ่งทะลวงอบิสโกเลมตัวแล้วตัวเล่าเพื่อทำลายเกราะของมันเพื่อหาแกนกลาง

     

    "ปั้ง!"

     

    เสียงปะทะกันของใบมีดและเกราะหนาๆของโกเลมดังขึ้น ก่อนที่มันจะแตกจนเห็นแก่นกลาง ไป๋ฉีไม่รอช้ากระชับดาบสีดำจนเข้ามือจากนั้นสำแดงพลังของทักษะดาบประกายแสงเก้ากระบวณอีกครั้ง แถมครั้งนี้ยังใส่คอสมิคฟรอสธาตุสายฟ้าเข้าไปด้วย เขาจึงได้ฟันมันเข้าอย่างง่ายดาย

     

    ความเร็วของเขาแม้แต่กล้องจิ๋วของโรสยังไม่สามารถจับภาพเขาได้ โกเลมระดับขุนพลนับสิบตัวตายตกลงไปโดยที่มันแทบไม่ได้ตอบโต้อะไรเลยนอกจากการขว้างหินไปมา

     

    ต้องบอกก่อนว่าที่มันง่ายดายเช่นนี้ เพราะแต่เดิมไป๋ฉีก็สามารถโซโล่อบิสข้ามขั้นได้อยู่แล้ว บวกกับตอนนี้สวมชุดเกราะทไวไลท์ดร้าก้อนที่เสริมแกร่งให้เขาทุกด้านและยังมีอาวุธที่ทำมาจากเกล็ดมังกรดำระดับจักรพรรดิสงคราม อย่าว่าแต่ระดับขุนพลเลย ระดับผู้บัญชาการก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแต่อย่างใด

     

    นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมอู่จินหยางถึงไม่ยอมให้ไป๋ฉีใช้ชุดเกราะทไวไลท์ดราก้อนในการทำภารกิจย่อย เพราะมันจะทำให้ไป๋ฉีไม่ได้ฝึกอะไรเลยจริงๆ

    คล้ายกับเรื่องcosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ ที่คุณอ่าน