ภายในห้องลองเสื้อผ้าขนาดแคบสลัวของร้านบูติกเสื้อผ้าแบรนด์เนมระดับหรู แสงไฟโทนสีเหลืองนวลอบอุ่นสาดส่องลงมากระทบกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนรูปกายอ้อนแอ้นของแพรพิมพ์ที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เพียงลำพังหลังม่านผืนหนา ห้องลองแห่งนี้ตกแต่งด้วยไม้เนื้อดีสีเข้ม ผนังบุด้วยเบาะผ้ากำมะหยี่สีแดงไวน์ช่วยซับเสียงและสร้างความเป็ส่วนตัวอย่างยิ่ง แพรพิมพ์ยืนจดจ้องเงาสะท้อนของตนเองในกระจกด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความกระสับกระส่ายประหม่าปั่นป่วน มือเรียวบางสั่นระริกขณะที่ค่อยๆ ปลดกระดุมชุดเดรสผ้าฝ้ายสีครีมตัวเก่าออกช้าๆ ร่างกายบอบบางสลัดความอุ่นชื้นของชุดเก่าออกก้าวเข้าหาเดรสยาวผ้าซาตินเนื้อนุ่มละเอียดสีเข้มตัวยาวที่ภัทร์เพิ่งยัดใส่มือยื่นส่งมาให้ ััเย็นเยียบของเนื้อผ้าซาตินยามลูบไล้ผ่านเรียวขาสู่เรือนร่างกลมกลึงสะโพกมนกลับกระตุ้นให้อารมณ์ของเธอยิ่งร้อนรุ่มและปั่นป่วนว้าวุ่น แพรพิมพ์พยายามเอื้อมมือไปรูดซิปด้านหลัง ทว่าความตึงและตำแหน่งของซิปทำให้รูดขึ้นได้อย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามกระชั้นชิดในอก ยิ่งได้ยินเสียงฝีเท้าและลมหายใจหนักหน่วงของภัทร์ที่ยืนเฝ้าเงียบเชียบอยู่ด้านนอกม่านหนา เธอก็ยิ่งประหม่าหวาดระแวงจนแทบก้าวขาไม่ออก
*แกรก... คลิก...*
เสียงขยับแทรกตัวเบียดเสียดผ่านช่องม่านหนาและเสียงเลื่อนล็อกประตูลูกบิดไม้ของห้องลองเสื้ออย่างกะทันหันดังก้องขึ้นในห้องแคบๆ ทำเอาแพรพิมพ์สะดุ้งตัวโยนรีบหันขวับกลับมามองด้วยความใ ดวงตาหวานคู่สวยเบิกกว้างสั่นระริกเมื่อพบว่าร่างสูงใหญ่กำยำหนั่นแน่นของภัทร์แทรกกายเข้ามาอยู่ด้านในห้องลองเสื้อผ้าขนาดแคบนี้ร่วมกับเธอเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มยืนทาบทับขวางประตูทางออกและทางหนีไว้ แววตาสีเข้มคุกรุ่นไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจและพายุหึงหวงที่เดือดปะทุจนน่าเกรงขาม
“ภัทร์... เข้ามาทำไมคะ! ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ... นี่มันในห้องลองเสื้อห้างสรรพสินค้านะคะ ถ้าพนักงานขายหรือคนรู้จักเดินมาเห็นเข้า... พิมพ์จะทำอย่างไร... ออกไปเถอะค่ะ...” แพรพิมพ์เอ่ยเสียงกระซิบสั่นระริกด้วยความกลัวแสนสาหัส สองมือเรียวบางเอื้อมดันแผงอกแกร่งหนั่นแน่นของเด็กหนุ่มเพื่อหวังให้เขาถอยออกไปด้านนอก ทว่าเนื้อตัวของภัทร์กลับแน่นปึกแข็งแกร่งไม่ขยับเคลื่อนเลยสักนิด กลิ่นอายกายชายหนุ่มหอมกรุ่นปะปนกับกลิ่นโคโลญจน์อ่อนๆ รุกรานบรรยากาศจนเธอหายใจติดขัด
ภัทร์ไม่ฟังเสียงทัดทานห้ามปราม ชายหนุ่มก้าวเข้าหาบีบคั้น ร่างสูงใหญ่กักขังล็อกร่างบอบบางของพี่สะใภ้ให้แผ่นหลังชิดติดผนังกระจกเงาบานโตอย่างจงใจ สองมือแกร่งเอื้อมประคองจับตรึงสะโพกมนและเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นกวาดต้อนจนเธอไร้หนทางหลบหนี ภัทร์ก้มใบหน้าหล่อเหลาลงต่ำสบตากระชั้นชิดเอ่ยถามประโยคตัดพ้อแสดงความหึงหวงปนน้อยใจด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าต่ำ
“พี่พิมพ์กลัวคนอื่นจะรู้ขนาดนั้นเลยเหรอครับ? กลัวคนรู้จักจะเห็นว่าอยู่ใกล้ชิดกับผม... สำหรับพี่พิมพ์แล้ว ตัวตนของผมมีค่าเป็แค่ของเล่นแก้เหงาลับหลังพี่ชาย เป็แค่ชู้รักชั่วคราวที่น่าอับอายจนต้องสะกดซ่อนเงียบและรีบกระชากมือหนีสลัดทิ้งประหนึ่งผมเป็สิ่งน่าเกลียดน่ากลัวเมื่ออยู่ต่อหน้าสังคมอย่างนั้นใช่ไหมครับ? ทุกครั้งที่พี่ภพเดินทางไปทำงาน พี่ภพมักจะซื้อของขวัญแพงๆ มาฟาดหัวปิดปากพี่พิมพ์ให้ยอมทนเป็ภรรยาแสนดีรักษาหน้าตาในสังคม พี่พิมพ์ยอมก้มหน้ารับมันและทำตัวเป็สะใภ้แสนดี แล้วพอตัวผมที่คอยเฝ้าถนอมรักรักษาแผลเหงาให้พี่พิมพ์จริงจัง พี่พิมพ์กลับรีบผลักไสสลัดทิ้งราวกับผมไม่มีตัวตน... ทำไมครับ? เพราะพี่ภพคือสามีในที่แจ้งที่ควรค่าแก่เกียรติยศ ส่วนผมเป็ได้แค่สุนัขในซอกมืดไร้ค่าเหรอครับ!”
“ภัทร์... ไม่ใช่แบบนั้นนะ...” แพรพิมพ์น้ำตาคลอส่ายหน้าพัลวันพยายามเตือนสติสองมือจับบ่าแกร่งของเขา “พี่ไม่ได้คิดแบบนั้นเลย... พี่ไม่เคยเห็นภัทร์เป็ของเล่น... พี่แค่กลัวคนอื่นเห็น... พี่กลัวความลับเราจะแตกรั่วไหลจนทำลายชีวิตของเราทั้งคู่... ภัทร์เข้าใจพี่เถอะนะ...”
“ผมไม่สนใจเื่ศีลธรรมและมารยาทพวกนั้นแล้วครับ! ยามที่เห็นพี่สลัดมือผมหนีจนกระชากตัวห่างเกือบสองเมตรต่อหน้ารดา... ผมเ็ปและหึงหวงพี่ใจจะขาดอยู่แล้ว! ผม้าตอกย้ำให้พี่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็ผู้ชายของพี่ในตอนนี้!”
สิ้นคำตัดพ้ออันรุนแรงอัดอั้น ภัทร์ก็ก้มลงบดเบียดบดขยี้ริมฝีปากนุ่มของพี่สะใภ้อย่างดุดันและป่าเถื่อนเป็การลงทัณฑ์ แพรพิมพ์เบิกตากว้างสะดุ้งสุดตัวพยายามเบี่ยงใบหน้าหล่อหลบหนีและทัดทานเสียงสั่นเครือในลำคอ “ภัทร์... อื้อออ... ไม่เอา...” แพรพิมพ์พยายามเบี่ยงหน้าหลบ แต่ริมฝีปากร้อนผ่าวของภัทร์กลับบดขยี้เธอแน่นขึ้น ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปในปากอ่อนนุ่มอย่างดุเดือด พัวพันตักตวงความหวานราวกับจะกลืนกินเธอทั้งคน
ภัทร์กดริมฝีปากลงบนปากของแพรพิมพ์อย่างหิวกระหาย แต่คราวนี้ไม่ดุเดือดเหมือนครั้งแรก เขาจูบเธอช้าๆ ลึกซึ้ง ลิ้นสอดแทรกวนเวียนตักตวงความหวานจากปากอ่อนนุ่มของเธออย่างทะนุถนอม
“พี่พิมพ์...” เขากระซิบแ่ระหว่างจูบ “อย่าปฏิเสธผมเลยครับ... ผมทนไม่ได้แล้ว”
มือหนาของเขาลูบไล้ลงตามแผ่นหลังเรียบเนียน ก่อนจะรูดซิปเดรสสีครีมลงช้าๆ ปล่อยให้ชุดร่วงหล่นลงกองที่พื้นห้องลอง เผยให้เห็นเรือนร่างที่สวมเพียงชุดชั้นในบางเฉียบ
แพรพิมพ์ตัวสั่น มือเรียวยังคงดันอกเขาแ่เบา “ภัทร์... ไม่เอา... ถ้ามีคนมา...”
แต่คำพูดของเธอค่อยๆ อ่อนแรงลงเมื่อภัทร์ก้มลงจูบคอขาว ใช้ลิ้นร้อนเลียวนตามเส้นเืที่เต้นแรง จากนั้นเลื่อนลงไปยังเนินอกอวบอิ่ม เขาใช้ฟันเกี่ยวสายเดี่ยวชั้นในลงช้าๆ แล้วอมยอดถันสีชมพูอ่อนเข้าไปในปาก ดูดเบาๆ สลับกับการวนลิ้นรอบยอดที่แข็งชูชัน
“อ๊ะ... ภัทร์...” แพรพิมพ์กัดริมฝีปากแน่น มือจิกไหล่เขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ภัทร์ไม่หยุด มือข้างหนึ่งลูบไล้ลงไปตามหน้าท้องแบนราบ ลงไปยังเนินเนื้อนุ่มที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำหวานแล้ว เขาลูบวนนอกชั้นในบางๆ ด้วยนิ้วกลางเบาๆ เป็จังหวะช้าๆ กดเม็ดเสียวเป็ระยะ
“พี่พิมพ์เปียกหมดแล้วครับ...” เขากระซิบเสียงพร่า “ร่างกายพี่มันอยากผมมากขนาดนี้... ยังจะปฏิเสธผมอีกเหรอครับ?”
ต็อก... ต็อก... เสียงฝีเท้าของลูกค้าคนอื่นเดินผ่านหน้าห้องลองดังขึ้นไกลๆ ทำให้แพรพิมพ์สะดุ้งตัวโยน ความกลัวทำให้ร่างกายเธอเกร็งกระตุก แต่กลับยิ่งทำให้น้ำหวานไหลเยิ้มมากขึ้น
ภัทร์ยิ้มมุมปาก เขาค่อยๆ ถลกชั้นในตัวบางของเธอลง แล้วก้มต่ำลงไปใช้ลิ้นร้อนเลียวนตามร่องสวาทที่ชุ่มฉ่ำช้าๆ จากล่างขึ้นบน วนรอบเม็ดเสียวเปียกแฉะด้วยความอ่อนโยนแต่เร่าร้อน
“อ๊าา... อย่า... ภัทร์... เสียว...” แพรพิมพ์ยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง น้ำตาคลอ ตัวสั่นระริกไปทั้งร่าง
ลิ้นร้อนของเขาสอดแทรกเข้าไปในช่องทางอุ่นชื้น ดูดดื่มน้ำหวานที่ไหลไม่หยุด สลับกับการเลียวนเม็ดเสียวอย่างตั้งใจ มือทั้งสองข้างจับสะโพกกลมไว้แน่นไม่ให้เธอหนี
ความเสียวซ่านที่ถาโถมเข้ามาทำให้ขาของแพรพิมพ์อ่อนแรง เธอทรุดตัวลงเล็กน้อย ต้องเกาะไหล่ภัทร์ไว้แน่น
“ภัทร์... พี่... พี่ไม่ไหวแล้ว...”
ภัทร์ลุกขึ้นมากอดเธอแน่น จูบปากเธออีกครั้งให้ลิ้มรสของตัวเอง จากนั้นเขาจับมือเรียวของเธอไปจับแก่นกายที่แข็งร้อนผ่าวของเขา
“พี่พิมพ์... ช่วยผมหน่อยครับ” เขากระซิบเสียงแหบ “ผมแข็งขนาดนี้เพราะพี่...”
แพรพิมพ์หอบหายใจรัว มือเรียวสั่นเทาจับลำกายร้อนผ่าวนั้นไว้หลวมๆ นิ้วเรียวลูบไล้ขึ้นลงช้าๆ โดยไม่รู้ตัว
ภัทร์จับเธอพิงผนังกระจกอีกครั้ง ยกขาเรียวข้างหนึ่งขึ้นพาดเอวเขา แล้วนำปลายหัวบานที่เปียกไปด้วยน้ำหล่อลื่นไปถูวนที่ปากร่องรักของเธอช้าๆ
“บอกผมสิครับพี่พิมพ์...” เขาสบตาเธอใกล้ชิด ดวงตาเต็มไปด้วยความปรารถนาและความรัก “...ให้ผมเข้าไปได้ไหมครับ?”
แพรพิมพ์กัดริมฝีปากแน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม ความขัดแย้งในใจยังคงอยู่ แต่ร่างกายที่สั่นระริกด้วยความ้ากลับทรยศเธอ
เธอพยักหน้าน้อยๆ เสียงกระซิบแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน
“...เบาๆ นะคะ ภัทร์...”
เธอพูดไม่ทันจบ ปลายหัวร้อนผ่าวของภัทร์ก็เริ่มดันกดเข้าไปช้าๆ แยกกลีบเนื้ออ่อนนุ่มออก เริ่มสอดแทรกเข้าไปเพียงครึ่งนิ้วแรก
*ตึก... ตึก... ครืด...*
“ห้องลองเสื้อห้องนี้ว่างไหมคะพนักงาน? พอดีฉัน้าลองเดรสตัวนี้ค่ะ อยากได้ห้องกว้างๆ หน่อย” เสียงลูกค้าสาวทักพนักงานร้านเสียงดังฟังชัดอยู่เื้ัประตูกระดานไม้บางๆ
“เอ่อ... ห้องนี้มีลูกค้าด้านในใช้บริการอยู่ค่ะคุณผู้หญิง ประตูล็อกไว้ค่ะ เดี๋ยวรอสักครู่นะคะ หรือจะใช้บริการห้องลองถัดไปที่ว่างอยู่ด้านโน้นได้เลยค่ะ ขนาดกว้างขวางเหมือนกันค่ะ” พนักงานร้านค้าเอ่ยแนะนำสุภาพ
“อุ๊ย แต่ห้องนี้แสงสวยกว่านะคะ... เอาเถอะ เดี๋ยวรอสักครู่ก็ได้ค่ะ คงลองไม่นานใช่ไหมคะ?” ลูกค้าสาวยังคงเอ่ยเซ้าซี้และยืนรออยู่หน้าร้องลองห่างไปไม่ถึงก้าว
เื้ัประตูไม้บางเฉียบ แพรพิมพ์และภัทร์ต่างสะดุ้งตัวเกร็งชะงักหยุดทุกกิจกรรม ร่างกายเบียดเสียดแนบสนิทกอดรัดกันกลมแข็งทื่อราวกับรูปปั้น ฝ่ามือหนาอุ่นของภัทร์ยังคงค้างซุกซ่อนลึกซึ้งอยู่ใต้กระโปรงบีบเน้นจุดกระสันชุ่มชื้น ท่อนเอ็นที่จ่อคาร่องเตรียมจะพุ่งเข้าไปเชยชมรสหวานด้านในยังคงคาอยู่
แพรพิมพ์ใจเกือบจะวายลนลานตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าหวานซีดขาวเผือดกลั้นลมหายใจแทบขาดใจ เธอรีบก้มใบหน้าฟุบฝังจมูกลงกับไหล่แกร่งของภัทร์ ใช้ปลายฟันจิกกัดบ่าเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มแน่นเพื่อสะกดกลั้นเสียงครางรัญจวนใจที่ค้างอยู่ในลำคอไม่ให้เล็ดลอดออกมาภายนอก ภัทร์เองก็ขบกรามแน่นจนเส้นเืข้นขึ้นที่ขมับ ชายหนุ่มโอบกอดรั้งสะโพกมนของเธอไว้มั่นประคองแผ่นหลังบางของเธอแนบกับกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนเงาของทั้งคู่ที่กอดเหนี่ยวกันสั่นสะท้าน หัวใจสองดวงสั่นเต้นรัวกระหน่ำปะทะเข้าหากันดังก้องสะท้อนสู้เสียงฝีเท้าคนนอกที่ยืนรอคอยอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งเสียงพนักงานคุยแนะนำชุดอื่นทำให้ลูกค้าสาวตัดสินใจก้าวเดินคล้อยแยกย้ายไปทางอื่น
เมื่อบรรยากาศด้านนอกเงียบสงัดลง ความผ่อนคลายก็โถมทับปนเปไปกับพายุอารมณ์รักและรสใคร่คั่งค้างที่รุนแรงกว่าเดิม ภัทร์ขยับปลายนิ้วปรนเปรอความเสียวซ่านตอกย้ำช่องทางสวาทที่บีบขมิบแน่นรัว แพรพิมพ์ครางกระเส่าพ่นลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกกหูชายหนุ่ม ทั้งคู่เบียดเสียดนัวเนียกันจนอารมณ์ดิบระอุขึ้นจนถึงขีดสุด แก่นกายแกร่งใหญ่ของภัทร์พองตัวคับเปรียบเปรยด้วยความปวดร้าวพร้อมสอดใส่ ทว่าในวินาทีวิกฤต ภัทร์จำต้องขบฟันแน่นสะกดกลั้นอารมณ์ดิบและแรงปรารถนาของตนเองไว้ทันท่วงที
“ที่นี่ไม่ได้ครับพี่พิมพ์... เดี๋ยวคนมาเห็นและได้ยิน... ผมจะทนไปต่อจนถึงที่ส่วนตัว...” ภัทร์หอบหายใจพร่าซบหน้าลงกับไหล่บางกอดรัดเธอไว้แน่นเพื่อกล่อมเกลาสะกดอารมณ์ไม่ให้สอดใส่ในสถานที่สาธารณะ แพรพิมพ์พยักหน้ารับอย่างขาสั่นระรัว เข้าใจถึงความเสี่ยงและพยายามจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่
ทั้งสองคนช่วยกันจัดเสื้อผ้าเช็ดรอยเปียกชื้น รอยนิ้วมือ และรอยลิปสติกบนใบหน้าและริมฝีปากจนเรียบร้อยและดูเป็ปกติ ภัทร์ก้าวเดินนำออกไปภายนอก แพรพิมพ์ก้าวเดินตามหลังมาด้วยอารมณ์รักและแรงปรารถนาที่ถูกกระตุ้นจนคั่งค้างระอุพุ่งทะยานถึงขีดสุดจนทนแทบไม่ไหว