บทที่ 31
ปะทะกระบี่
เสียงดังสนั่นราวกับฟ้าทะลายลงมาสะท้านไปทั่วทั้งตำหนักบ่มเพาะ ดึงดูดให้เหล่าข้ารับใช้จำนวนมากออกมาชื่นชมวิชากระบี่ที่กำลังปะทะกันอยู่
ลู่เฟิ่งและชายผู้ที่ถูกทาบทามมาให้เป็นอาจารย์กระบี่กำลังปะทะกันอย่างดุเดือด ในตอนนี้แม้ว่ากระบี่ภายในมือของพวกเขาจะเป็นเพียงกระบี่
แต่แรงที่ถูกฟาดเข้าไปหากันรวมไปถึงลมปราณมันกระจายออกมาแผ่ซ่านให้เห็นถึงความดุดัน
ทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยความเงียบสงัด มีเพียงแค่เสียงปะทะของกระบี่ที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ลู่เฟิ่งใบหน้าไม่สะทกสะท้านกำลังจ้องมองอีก ที่ปะทะกับตนเองอยู่บริเวณด้านหน้า ชายผู้นี้กำลังแสดงรอยยิ้มยังชอบใจ
ในตอนนี้ลู่เฟิ่งกำลังประเมินว่าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าเป็นผู้ใด ทักษะการต่อสู้อันแปลกประหลาด
กระบี่ที่ตวัดโดยที่เน้นความรวดเร็วแต่ก็ไม่ทิ้งความดุดัน ลู่เฟิ่งไม่เคยจดจำได้ว่าตนเองเคยปะทะฝีมือกับคนที่มีเพลงกระบี่เช่นนี้
ไม่คล้ายคลึงเลยแม้แต่น้อยว่ามันจะมีกระบี่เช่นนี้อยู่ในความทรงจำ
แต่ว่ามี 1 สิ่งที่ตัวของเขาสามารถยืนยันได้ก็คือกระบี่นี้เป็นกระบี่ของยอดฝีมือ ‘ เพลงกระบี่แปลกประหลาด รวดเร็วเป็นอย่างมากแถมวิถีกระบี่ที่เคลื่อนไหวก็ดูยาก ’
‘ วิถีของกระบี่ที่เคลื่อนไหวไปมาสังเกตเห็นได้ว่ามันเคลื่อนที่ผ่านจุดที่สายตามองเห็นยาก ’
‘ เป็นกระบี่ที่เยี่ยมยอดถ้าคนผู้นี้เปิดจุดลมปราณของตน ก็คงจะสามารถฟันกระบี่ได้รวดเร็วมากกว่านี้หลายต่อหลายเท่า ’
‘ การต่อสู้มันคงจะจบไปแล้ว ’
ลู่เฟิ่งรู้ได้ในทันทีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในตอนนี้สภาพของเขาที่สามารถเผชิญหน้ากับผู้ที่อยู่ด้านหน้าได้อย่างสูสี
เป็นเพราะว่าอีกฝ่ายนั้นปิดจุดลมปราณของตนเองให้อยู่ในระดับเดียวกัน ถ้าเกิดว่าไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันผลลัพธ์ของการต่อสู้มันก็คงจะออกมาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ทุกอย่างมันคงจะจบไปในพริบตาวิธีก็ดีของคนพวกนี้ หลังจากปะทะกันมาหลายสิบกระบวนท่าลู่เฟิ่งก็ยอมรับจากใจจริง
“ ยอดเยี่ยมไปเลย ”
“ ระดับของเจ้าแตกต่างจากพวกองค์ชายต่างๆต้องไม่รู้ทั้งกี่เท่า ”
“ แถมร่างกายอย่างถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ถ้ามองถึงทักษะกระบี่ของเจ้าในตอนนี้คงจะเก่งกาจกว่าพวกเมืองกระบี่ชั้นยอดภายในยุทธภพเสีย ”
“ เพลงกระบี่ของเจ้าเป็นเอกลักษณ์แถมยังดูดุดันเป็นอย่างมาก ” ชายวัยกลางคนผู้ออกมาในขณะที่กำลังเหวี่ยงกระบี่
การพูดออกมาเช่นนั้นก็แปลว่าเขานั้นยอมรับจากใจจริงว่า ลู่เฟิ่งมีความสามารถมากกว่าองค์ชายคนอื่นๆ
ถ้าพูดออกมาเพียงแค่สองคนมันคงจะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น แต่ว่าในตอนนี้มีหูตามากมายกำลังจับจ้อง
ผู้คนมากมายกำลังจ้องมองการต่อสู้ในครั้งนี้อยู่ แถมยังมีคนได้ยินคำพูดของชายวัยกลางคนผู้นี้อีก
ลู่เฟิ่งเริ่มตอบโต้ดุดันมากขึ้น กระบี่ของเขาตวัดเป็นเส้นตรง ในขณะที่กระบี่นั้นต้องหวัดจากบนลงล่างกำลังจะฟันใส่คน
ชายผู้นั้นก็ยกกระบี่ไม้ของตนเองขึ้นมาตั้งรับ แต่ในขณะที่อีกฝ่ายยกกระบี่ของตนขึ้นมาตั้ง
ลู่เฟิ่งปล่อยมือข้างขวาจากกระบี่ใช่มือข้างซ้ายคว้าจากกระบี่ที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ เปลี่ยนวิถีกระบี่อย่างรวดเร็ว
เขาใช้วิถีกระบี่ที่เปลี่ยนไปหวังจะโจมตีผู้ที่อยู่ด้าน เมื่อกระบี่พุ่งตรงเข้าไปคนผู้นั้นก็พลิกร่างกายของตนเองหลบได้
“ ไม่เคยเห็นกระบี่แบบนี้มาก่อนเลย ”
“ เจ้าไปเรียนมาจากที่ไหน ”
“ เป็นทักษะที่ไม่เลวดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่ทักษะธรรมดาทั่วไป ” ชายผู้นั้นมองด้วยแววตาเปล่งประก
เห็นทักษะอันยอดเยี่ยมที่แสดงออกมาของลู่เฟิ่ง ลู่เฟิ่งกับรู้สึกประหลาดใจกับคนผู้นี้มากกว่า ‘ หลบได้ด้วย ’
‘ คนธรรมดาทั่วไปที่มีระดับอยู่ในระดับเดียวกับข้าคงจะไม่สามารถหลบได้อย่างแน่นอน ’
‘ แต่การที่คนพวกนี้สามารถหลบได้ มันก็สามารถยืนยันได้อย่างหนึ่งว่า คนผู้นี้มีสัญชาตญาณการต่อสู้ที่อยู่ในระดับสูง ’
ลู่เฟิ่งคิดค้นกระบี่นี้ขึ้นมาด้วยตนเอง เขารู้ดีว่าการลองผิดลองถูกหลายต่อหลายครั้ง การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดหลายครั้งด้วยตนเอง
มันทำให้เขานั้นมีทักษะกระบี่ที่ไม่เหมือนใคร ทักษะกระบี่ของเขาถ้าได้เผชิญหน้ากับผู้ใดเป็นครั้งแรก
ไม่มีเบอร์กระบี่ผู้ใดที่หลบกระบี่ของเขาได้หรอก แต่คนพูดนี้นั้นแตกออกไปการโจมตีที่ไม่คาดคิด พุ่งเข้ามาภายในจุดบอดแต่อีกฝ่ายกับสามารถหลบได้อย่างง่ายดาย
มันน่าประหลาด ในตอนนี้ลู่เฟิ่งยิ่งสงสัยในตัวตนของผู้ที่อยู่ด้านหน้ามากขึ้นไปอีก
“ ข้าเป็นคนคิดกระบี่นี้ขึ้นมาเอง ”
“ คิดเองอย่างนั้นหรอในช่วงวัยแค่นี้กับสามารถคิดค้นทักษะกระบี่ที่เยี่ยมยอดแบบนี้ขึ้นมาได้ หรือว่าจะเป็นอัจฉริยะจริงๆ ”
“ ถ้าเช่นนั้นขอถามหน่อยได้หรือไม่ทักษะกระบี่ของเจ้ามีชื่อว่าอะไร ” ชายวัยกลางคนยกกระบี่ของตนขึ้น
“ กระบี่ร้อยอสูร ”
“ โอ้ว!!! ”
“ เป็นชื่อที่ดีฟังดูแล้วดุดันและน่าเกรงขาม ”
“ ถ้าเช่นนั้นมาลองปะทะกับกระบี่ของข้าอย่างเต็มแรงสักหน่อยเป็นอย่างไร ”
“ กระบี่ของข้าชื่อว่าเก้าดารา ” ผู้อาวุโสผู้นั้นตั้งท่าเตรียมตัวราวกับว่ากำลังจะลุกเข้ามาอย่างเต็มกำลัง
ลู่เฟิ่งหลังจากที่ได้ยินชื่อกระบี่เก้าดาราดวงตาเบิกกว้างขึ้น ในที่สุดความจริงของตัวตนของผู้ที่อยู่ด้านหน้ามันก็กระจ่างออกมาสักที
‘ ยอดกระบี่ที่ใช้วิชากระบี่เก้าดารา ’
‘ 1 ใน 10 ราชันกระบี่แห่งดินแดนผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะกระบี่ในหลายรุ่น ผู้สืบทอดกระบี่โบราณที่มีชื่อว่ากระบี่เก้าดารา ’
‘ สุดยอดมือกระบี่แห่งใต้ล่างนามของเขาคือ หลงหมิง ’
‘ หรือที่ผู้คนขนานนามว่าราชันย์กระบี่เก้าดารา ’
‘ ข้าก็คิดอยู่แล้วว่าเหตุใดจึงไม่เคยปะทะกับคนพูดนี้แล้วก็ไม่เคยพบเจอกับคนผู้นี้มาก่อน ’
‘ เพราะว่านับจากปีแล้วหลังจากนี้อีก 2 ปีผู้ที่ถูกขนานนามว่าราชันย์กระบี่ 9 ดาราเขาจะโดนลอบสังหารจนตาย ’
‘ ผู้ที่ทำการลอบสังหารก็คือคนของนิกายมาร ’
ในที่สุดปริศนาทั้งหมดมันเองก็กระจ่าง ลู่เฟิ่งรู้สักทีว่าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าเป็น และเหตุผลที่ตัวของเขาไม่เคยพบเจอเมืองกระบี่ผู้นี้ด้วย
ที่แท้มันก็เป็นเพราะว่าคนพูดนี้หลังจากนี้อีก 2 ปีเขาจะโดนสั่งอาหารตาย หลังจากนั้นชื่อของคนผู้นี้ก็ค่อยๆจางหายไปจากยุทธภพ
แต่ว่าลู่เฟิ่งเคยได้ยินชื่อของเขามาเพราะว่าตัวเองนั้นเกิดในยุคสมัยที่เขานั้นยังคงรุ่งโรจน์อยู่ ที่แท้ผู้ที่อยู่ด้านหน้าก็เป็นมือกระบี่ที่ถูกขนานนามว่าราชันย์กระบี่ดารา
ลู่เฟิ่งนิ่งไปสักพัก “ เข้าใจแล้วขอรับนึกว่าผู้ใดที่แท้ท่านผู้อาวุโสก็คือราชันย์กระบี่ดาราหลงหมิง ”
“ ฮ่าๆๆๆ ”
“ เรื่องนั้นอย่าไปสนใจเลยสนใจการต่อสู้ของพวกเราในตอนนี้ก่อนดีกว่า ” อีกฝ่ายดูเหมือนว่าจะเลือดร้อนเต็มที่
ลู่เฟิ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา “ ถ้าเช่นนั้นข้าเองก็อยากจะขอเปิดตาชมกระบี่เก้าดาราสักครั้ง ” ลู่เฟิ่งตั้งท่าเตรียมตัวเอา
เขาฉีกเสื้อของตนเองออกมาเล็กน้อย ก่อนที่นำเอาผ้าที่ฉีกออกมามัดมือของตัวเองเข้าไว้กับกระบี่ไม้
จบบท