สายฝนยามค่ำคืนเริ่มโปรยปรายลงมาชะล้างหลังคากระเบื้องเคลือบทองของนครหลวงตี้ตู ทว่าความชุ่มฉ่ำของสายน้ำกลับไม่อาจดับกลิ่นอายแห่งความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกตรอกซอกซอยได้ ข่าวการทลายด่านศิลากลืนปราณและจุดจบอันอนาถของรองแม่ทัพหยางติ่งแพร่กระจายเข้าสู่หูของขั้วอำนาจต่าง ๆ ในเมืองหลวงดั่งไฟลามทุ่ง
เหล่าตระกูลใหญ่ผู้พิทักษ์ที่เหลือและขุนนางราชสำนักต่างพากันปิดม่านซุ่มดูสถานการณ์อย่างเงียบเชียบ พวกมันรู้ดีว่าพายุลูกใหญ่ที่กำลังพัดเข้ามานี้ ไม่ใช่เื่ของเด็กหนุ่มบ้านนอกแก้แค้นธรรมดา แต่มันคือการกลับมาทวงแค้นของสายเืัตระกูลหลินอันเกรียงไกรในอดีต!
*ฟุ่บ...*
เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทร่อนกายลงบนยอดเจดีย์ร้างสวมหมวกงอบไม้ไผ่ที่พึ่งหามาใหม่เพื่อบดบังสายตา หลินเฟิงจับจ้องไปยังใจกลางเมืองหลวง ทัศนวิสัยเบื้องหน้าของเขาคือสิ่งปลูกสร้างขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังพระราชวังหลวง... **"คุก์เก้าชั้น"** ปราการเหล็กทมิฬที่ล้อมรอบไปด้วยโซ่ตรวนขนาดั์นับร้อยเส้น แผ่กลิ่นอายความสิ้นหวังและแรงกดดันทางิญญาอันหนาแน่นออกมารอบทิศทาง
*‘เ้าหนู... ข้าััได้ถึงกลิ่นอายพลังระดับนภาถึงห้าสายที่ตรึงกำลังอยู่รอบบริเวณทางเข้าคุก์’* เสียงของิญญามรรคาภพดังก้องขึ้นในจิตสำนึก น้ำเสียงแฝงแววเย้ยหยัน *‘นอกจากนี้ พวกมันยังเปิดใช้งาน "ค่ายกลกลืนฟ้าเก้าทิศ" ค่ายกลระดับปฐีขั้นสูงสุดที่สลักขึ้นจากศิลาโลหิติญญา ร่างกายของเ้าในระดับแก่นแท้ขั้นกลางหากก้าวเท้าเข้าไปตรง ๆ จะต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลดั่งขุนเขานับสิบลูกบดทับ’*
หลินเฟิงกระชับด้ามกระบี่เพลิงมรรคาที่สะพายอยู่ด้านหลัง ดวงตาเื้ัร่มเงาหมวกส่องประกายสีทองแฝงไอเย็นเยือก "ห้าคนระดับนภางั้นหรือครับท่านผู้เฒ่า? ยิ่งพวกมันขนยอดฝีมือมามากเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งสะใจเท่านั้น... วันนี้ข้าจะใช้เืของยอดฝีมือตระกูลมู่หรงสายรอง ชะล้างความแค้นสิบหกปีให้ท่านพ่อและท่านแม่เอง!"
*‘ดี! ข้าชอบความบ้าคลั่งของเ้านัก!’* ิญญาโบราณหัวเราะลั่น *‘ในเมื่อพวกมันใช้ค่ายกลกดทับเ้า ข้าก็จะใช้พลังของมรรคาภพเบิกทางให้เ้าเอง! ทะยานออกไปซะ ัคลั่งแห่งตระกูลหลิน!’*
ณ ลานหินกว้างหน้าประตูคุก์เก้าชั้น ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ยอดฝีมือระดับนภาห้าคนในชุดคลุมยาวสีม่วงเข้มสลักลายวิหคน้ำแข็งยืนนิ่งสงบดั่งรูปปั้นหิน พวกมันคือ **"ห้าาุโพิทักษ์กฎ"** ของตระกูลมู่หรงสายรอง ทุกคนมีระดับพลังอยู่ที่ระดับนภาขั้นต้นถึงขั้นกลาง แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยความเฉียบคมและอำมหิต
"ผู้าุโใหญ่... เ้าเด็กนั่นมันจะกล้ามาจริง ๆ หรือ? ขันทีเกาก็เป็เพียงพวกขันทีไร้ประโยชน์ รากฐานไม่มั่นคง จึงเสียท่าให้แก่มัน แต่พวกรอบนี้มีค่ายกลกลืนฟ้าเก้าทิศหนุนหลัง ต่อให้มันมีสามหัวหกมือก็ต้องสยบแทบเท้าพวกเรา" ผู้าุโสี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยอง
ผู้าุโใหญ่ผู้มีหนวดเคราสีขาวสะบัดแขนเสื้อ แววตาสาดประกายลึกล้ำ "อย่าประมาท... มันสามารถลบด่านศิลากลืนปราณได้ในชั่วพริบตา เื้ัของมันต้องมีสิ่งไม่ธรรมดา แต่อย่างไรเสีย วันนี้มันต้องกลายเป็ศพเฝ้าประตูคุก์แห่งนี้!"
ทันใดนั้นเอง... *ตึก... ตึก... ตึก...*
เสียงฝีเท้าเบาบางทว่าหนักแน่นดั่งเสียงกลองศึกดังก้องแฝงมากับสายฝน ร่างในชุดคลุมดำสะพายกระบี่เพลิงยาวก้าวเดินเข้ามาในลานหินอย่างช้า ๆ หมวกงอบไม้ไผ่ถูกสายลมพัดปลิวหายไป เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่สวมหน้ากากเหล็กธรรมดาครึ่งซีก แววตาสีทองสลักลึกจ้องมองไปยังห้าาุโพิทักษ์กฎโดยไม่มีความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย
"มันมาแล้ว!" ผู้าุโใหญ่ะโลั่น "เปิดใช้งานค่ายกลเต็มกำลัง!"
*วิ้งงงงงง!*
ทันใดนั้น แผ่นดินศิลารอบลานกว้างพลันเปล่งแสงสีม่วงแดงหนาทึบ ลิ่มพลังงานรูปอักขระโบราณเก้าทิศพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ควบแน่นกลายเป็ม่านพลังงานขนาดใหญ่ที่บีบอัดและสูบเค้นพลังิญญาของผู้ที่อยู่ภายใน แรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้ากดทับร่างของหลินเฟิงทันที ดั่งขุนเขาทมิฬดิ่งลงมาจากชั้นฟ้า
ทว่า หลินเฟิงกลับเพียงแค่แค่นเสียงเย็นในใจ ทะเลิญญาร้อยส่วนเดือดพล่าน รอยสักัทองพันวิหคน้ำแข็งที่แผ่นหลังทอแสงเจิดจ้าทะลุผ่านเนื้อผ้า **"กายาัจักรพรรดิมรรคา"** ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด ิัของเขาแปรเปลี่ยนเป็สีทองลึกลับสลักด้วยเกล็ดัล่องหน... แรงกดดันของค่ายกลระดับปฐีขั้นสูงสุด ไม่อาจทำให้หลังของเขาคดงอได้แม้แต่เซียะเดียว!
"ค่ายกลพรรค์นี้... คิดจะสยบข้าหลินเฟิงงั้นรึ? ช่างเพ้อฝัน!" หลินเฟิงตวาดก้อง
"ปากดีนัก! ตายซะเถอะไอ้หนูลูกฏ!"
ผู้าุโสี่และผู้าุโห้าทะยานร่างเข้าหาหลินเฟิงพร้อมกัน พลังิญญาระดับนภาขั้นต้นของพวกมันะเิออก ควบแน่นกลายเป็กรงเล็บวิหคน้ำแข็งขนาดั์สองสายฉีกกระชากอากาศ พุ่งเข้าโจมตีจุดตายของหลินเฟิงจากซ้ายและขวาด้วยความเร็วแสง
หลินเฟิงขยับมือขวาชักกระบี่เพลิงมรรคาออกจากฝักทันที แสงเพลิงสีแดงสลับทองและไอเย็นสีฟ้าครามะเิพุ่งขึ้นท่วมใบกระบี่ แผ่รังสีพลังงานสองขั้วสุดขีดบดขยี้เม็ดฝนโดยรอบให้กลายเป็ไอระเหยในพริบตา
"เพลงกระบี่มรรคาภพ: ทลายวิหคอัมพร!"
หลินเฟิงวาดกระบี่เป็วงกลม คลื่นพลังงานเพลิงเหมันต์ะเิพุ่งออกมากลายเป็ัสองขั้วขนาดั์ พุ่งเข้าปะทะกับกรงเล็บวิหคน้ำแข็งของาุโทั้งสองอย่างรุนแรง
*ตูมมมมมมมมม!*
เสียงะเิสนั่นหวั่นไหว คลื่นทำลายล้างฉีกกระชากแผ่นหินลานกว้างจนกลายเป็เศษหินปลิวว่อน พลังกรงเล็บของระดับนภาทั้งสองคนแตกกระจายเป็เสี่ยง ๆ ทว่าความน่ากลัวของเพลิงมรรคายังไม่จบเพียงเท่านั้น มันพุ่งทะลวงผ่านเศษพลังงานเข้าเคลือบและแผดเผาร่างของผู้าุโห้าทันที!
"อ๊ากกกกกก! ไฟบ้าอะไรกัน?! มันเผาจิติญญาของข้า!" ผู้าุโห้าร้องโหยหวน ทั่วร่างลุกไหม้ด้วยไฟสีทองปนฟ้าคราม เพียงอึดใจเดียว ร่างของยอดฝีมือระดับนภาขั้นต้นก็ถูกเผาผลาญจนกลายเป็เถ้าถ่านร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน สลายหายไปท่ามกลางสายฝน!
"น้องห้า!" ผู้าุโสี่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด มันยังไม่ทันได้ถอยฉาก ร่างของหลินเฟิงก็ลอยละลิ่วมาปรากฏตัวตรงหน้ามันั้แ่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ ด้วยวิชา **"ย่างก้าวมรรคาไร้ลักษณ์"** ขั้นสูงสุด!
"เ้าก็ตามมันไปซะเถอะ..." เสียงกระซิบเย็นเยียบดังขึ้น
หลินเฟิงซัดฝ่ามือซ้ายที่แฝงไปด้วยพลัง **"มหาหัตถ์พลิกสามภพ"** เข้ากลางหน้าอกของผู้าุโสี่โดยตรง!
*เปรี้ยง! พรวด!*
กระดูกซี่โครงและอวัยวะภายในของผู้าุโสี่แหลกเหลวเป็น้ำ ร่างปลิวละลิ่วกระแทกเข้ากับเสาคุก์สิ้นใจตายคาที่ทันที โดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะตอบโต้!
เพียงสองกระบวนท่า... ยอดฝีมือระดับนภาสองคน ดับสูญ!
ยามนี้ ผู้าุโใหญ่ ผู้าุโสอง และผู้าุโสาม ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ต่างหน้าถอดสี ทั่วร่างสั่นสะท้านด้วยความกลัวอันไร้ขีดจำกัด พลังฝีมือระดับแก่นแท้ขั้นกลางทว่ากลับฆ่าระดับนภาได้ง่ายดายปานสับปลาเช่นนี้ มันเหนือกฎเกณฑ์ของโลกฝึกตนไปไกลโขแล้ว!
"แก... แกมันเป็ปีศาจ! น้องสอง น้องสาม ร่วมมือกันใช้ 'ค่ายกลสามประสานวิหคสังหาร' ปลิดชีพมันซะ!" ผู้าุโใหญ่คำรามลั่นด้วยความบ้าคลั่ง
าุโทั้งสามคนรีบะโมารวมตัวกัน รีดเค้นโลหิตศักดิ์สิทธิ์และพลังิญญาทั้งหมดในร่าง ควบแน่นกลายเป็วิหคน้ำแข็ง์ขนาดั์ร้อยเมตร แผ่กลิ่นอายทำลายล้างระดับนภาขั้นสูงสุดออกมา พุ่งเข้าหาหลินเฟิงหมายจะลากเขาไปลงนรกพร้อมกัน
*‘เ้าหนู... ใช้พลังของแก่นแท้วิหคน้ำแข็งที่เพิ่งหลอมรวม ผสานเข้ากับเพลิงมรรคาขั้นสูงสุด วาดอักขระ "กลืนมรรคา" เพื่อทำลายค่ายกลและบดขยี้พวกมันซะ!’* ิญญามรรคาภพส่งสัญญาณสั่งการ
"รับทราบ!"
หลินเฟิงชูกระบี่เพลิงมรรคาขึ้นเหนือศีรษะ ทันใดนั้น พลังไอเย็นสุดขั้วจากแก่นแท้วิหคน้ำแข็งในร่างะเิพุ่งออกมาผสานเข้ากับเพลิงกัลป์สีทอง ก่อเกิดเป็พลังงานสีม่วงทองลึกลับอันหนาแน่น แผ่บารมีระดับจักรพรรดิลงมาบดขยี้พื้นที่ทั้งหมด
"เพลงกระบี่มรรคาภพ: ัเหมันต์กัลป์ถล่มโลกา!"
หลินเฟิงสะบัดกระบี่ลงมาเบื้องล่าง คลื่นพลังงานสีม่วงทองะเิพุ่งออกมากลายเป็รูปร่างของัเหมันต์ั์ลุกท่วมด้วยไฟกัลป์ พุ่งเข้าฉีกกระชากและกลืนกินวิหคน้ำแข็ง์ของสามาุโจนแหลกสลายกลายเป็อากาศว่างเปล่าในพริบตา พลังทำลายล้างยังคงพุ่งต่อไปบดขยี้ร่างของผู้าุโสองและผู้าุโสามจนร่างกายแตกกระจายเป็เศษน้ำแข็งสีเืและสลายเป็เถ้าถ่านทันที!
*ตูมมมมมมมมม!*
ค่ายกลกลืนฟ้าเก้าทิศรอบลานกว้างะเิพังพินาศลงสิ้น ลานหินแกรนิตหนากลายเป็หลุมอุกกาบาตขนาดมหึมา ท่ามกลางซากปรักหักพัง เหลือเพียงผู้าุโใหญ่คนเดียวที่นอนจมกองเื แขนขาหักสะบั้นหมดสิ้นซึ่งพลังบ่มเพาะ แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและหวาดกลัวต่อเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างที่สุด
หลินเฟิงเดินก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้ามัน คมกระบี่จ่ออยู่ที่หว่างคิ้ว "มู่หรงชาง ผู้าุโสามอยู่ที่ไหน?!"
ผู้าุโใหญ่ไอเป็เื หัวเราะอย่างบ้าคลั่งดั่งคนสติแตก "หึหึ... สายไปแล้ว... หลินเฟิง... ยามนี้ผู้าุโสามมู่หรงชาง... ได้เปิดใช้งาน 'ค่ายกลสะกดเก้าชั้น' ด้านในคุก์แล้ว... หากแกก้าวเข้าไป... แกและพ่อของแก... ต้องตายพร้อมกัน..."
*ฉับ!*
หลินเฟิงสะบัดกระบี่ตัดหัวผู้าุโใหญ่ทันที โดยไม่ปล่อยให้มันได้เอ่ยคำพล่ามอีก เปลวไฟเพลิงมรรคาพุ่งเผาทำลายร่างของมันจนกลายเป็ผงธุลี หลินเฟิงหันกลับมาจับจ้องไปยังประตูเหล็กทมิฬของคุก์ แววตาสาดประกายโทสะอันเด็ดเดี่ยว
"ท่านพ่อ... ลูกกำลังจะเข้าไปช่วยท่านแล้ว!"
หลินเฟิงสะบัดเสื้อคลุม เตะประตูเหล็กทมิฬหนานับสิบเซียะจนพังพินาศ แล้วก้าวเท้าพุ่งทะยานเข้าสู่ภายในคุก์เก้าชั้นทันที ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังของห้าาุโพิทักษ์กฎที่ล่มสลายลงในค่ำคืนเดียว!
ภายในคุก์ บรรยากาศอับชื้นและมืดมิด มีเพียงแสงไฟจากคบเพลิงิญญาสีเขียวหม่นที่ส่องสว่างตามทางเดินศิลา เสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่านักโทษดังก้องสะท้อนไปมาดั่งเสียงจากขุมนรก ทว่าหลินเฟิงกลับพุ่งทะยานร่างลงสู่ชั้นลึกด้วยความเร็วแสงโดยไม่สนใจสิ่งใด
"หยุด! มีผู้บุกรุก!" ทหารยามองครักษ์คุกนับสิบคนชักอาวุธพุ่งเข้ามาขวางทาง
*ฟับ! ฟับ!*
หลินเฟิงไม่ได้หยุดเท้าด้วยซ้ำ เขาเพียงสะบัดกระบี่เพลิงมรรคาเบา ๆ คลื่นดาบเพลิงเหมันต์ก็พุ่งเข้าตัดร่างและแช่แข็งพวกมันจนกลายเป็เศษเนื้อแหลกเหลวร่วงหล่นตามทางเดิน ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวผ่านกลายเป็ทางเดินแห่งโลหิตและความตาย
ชั้นที่หนึ่ง... ทลาย!
ชั้นที่สาม... ล้างบาง!
ชั้นที่ห้า... พังพินาศ!
เพียงไม่ถึงครึ่งก้านธูป หลินเฟิงก็บุกทะลวงลงมาถึง **"ชั้นที่เจ็ด"** ของคุก์ ภูมิประเทศบริเวณนี้แปรเปลี่ยนเป็โถงศิลาขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยเสาหินสลักอักขระสะกดิญญาหนาแน่น และที่ใจกลางโถงนั้น มีร่างของบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งถูกโซ่ตรวนทมิฬเก้าเส้นปักตรึงข้อมือ ข้อเท้า และกลางอก ลอยอยู่เหนือสระน้ำแข็งพันปี... ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยาแฉกรรจ์ทว่าแววตากลับยังคงแฝงบารมีองอาจ... **หลินเทียนห่าว** บิดาของเขา!
"ท่านพ่อ!" หลินเฟิงหลุดปากเรียกด้วยความเ็ปลึกล้ำเมื่อเห็นสภาพของบิดา
หลินเทียนห่าวลืมตาขึ้นช้า ๆ เมื่อได้ยินเสียง แววตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นเด็กหนุ่มใต้หน้ากากเหล็ก "เ้า... เ้าคือ... เฟิงเอ๋อร์รึ?! เป็ไปไม่ได้! เหตุใดเ้าถึงมาอยู่ที่นี่?! รีบหนีไป! นี่มันเป็กับดัก!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! หนีรึ? สายไปแล้ว!"
เสียงหัวเราะเหี้ยมเกรียมดังก้องกังวานมาจากมุมมืด เผยให้เห็นร่างของบุรุษวัยกลางคนในชุดเกราะไหมทองคำขลิบม่วง แผ่กลิ่นอายพลังกดดันระดับนภาขั้นสูงสุดอันหนาแน่นและทรงพลัง... **มู่หรงชาง** ผู้าุโสามตระกูลมู่หรงสายรองปรากฏตัวขึ้นแล้ว! ข้างกายของมันมีศิลาโลหิติญญาเก้าก้อนลอยวนเวียน คอยควบคุมค่ายกลสะกดิญญาในโถงแห่งนี้
"หลินเฟิง... ไอ้เด็กเหลือขอ! แกกล้าบุกทำลายคุก์และฆ่าคนของตระกูลเรา วันนี้ข้าจะใช้ 'ค่ายกลสะกดเก้าชั้น' บดขยี้ทะเลิญญาของแกให้แหลกสลาย และส่งแกไปลงนรกพร้อมกับพ่อฏของแกซะ!" มู่หรงชางคำรามลั่น พลางประสานมุทราเปิดใช้งานค่ายกลเต็มกำลัง
*วูมมมมมมมมม!*
โซ่ตรวนทมิฬนับร้อยเส้นพุ่งขึ้นมาจากสระน้ำแข็งและผนังศิลา ล้อมรอบร่างของหลินเฟิงไว้ทุกทิศทาง แผ่รังสีสะกดิญญาอันน่าสะพรึงกลัวที่สามารถแช่แข็งและทำลายพลังบ่มเพาะของผู้ฝึกตนได้อย่างเด็ดขา
ด สมรภูมิสุดท้ายในคุก์เก้าชั้นะเิขึ้นแล้ว!