(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 44 ห้วงอารมณ์ที่สั่นไหวของทันย่า

            ทันย่ารู้สึกเป็นกังวลในตัวของอินทรีทองคำขนเพรช ขณะที่แววตาเองก็สั่นไหวเมื่อได้จ้องมองไปยังใบหน้าที่ดูภาคภูมิใจของเขา


            ยังไงอินทรีทองคำก็ไม่รู้ถึงผลลัพธ์ที่ตามมา เขาไม่รู้เลยว่าผลไม้ทองคำนั้นจะทำให้ตนเองได้ก้าวเดินมาถึงทางตัน


            ไม่ว่าจะใช้วิธีการอันใดก็ตาม ในอนาคตตัวเขาจะไม่สามารถเลื่อนระดับขั้นได้อีกต่อไปแล้ว


            ไม่ต่างไปจากคำสาปร้ายที่ได้ติดตัวไปจนกว่าอายุขัยจะหมดสิ้นลง


            “ท่านอาจารย์ พอมีหนทางใดบ้างที่จะช่วยเหลืออินทรีทองคำตนนี้ได้?”


            น้ำเสียงของทันย่าสั่นเครือและเหมือนจะร้องไห้ออกมา เขาหันไปมองยังดาวาลด้วยนัยน์ตาที่สั่นคลอนขึ้นอย่างหนัก


            ให้ว่ากันตามจริง มอนเตอร์ตัวนี้ถือเป็นผู้ที่มีพระคุณต่อเขาอย่างถึงที่สุด เขาเป็นผู้ที่ช่วยเหลือทุกสิ่งทุกอย่างของตนให้หลุดพ้น


            ถ้าไม่ใช่นกตัวนี้ที่เข้าโจมตีไอ้ชายหื่นกามสุดเลวร้าย ถ้าไม่ใช่เพราะนกตัวนี้ที่นำพาตนเองออกจากอาณาเขตของโลกมนุษย์ ถ้าไม่ใช่เพราะนกตัวนี้ที่ได้นำพาตนเองกลับมายังรังที่พักอาศัย ได้มาพบเจอกับท่านอาจารย์อย่างดาวาลเข้า แล้วยังเรื่องที่ไปออกล่าช้างเผือกตนนี้มาให้อีก


            ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม จุดเริ่มต้นทั้งหมดของทันย่าก็มาจากอินทรีทองคำขนเพรชตนนี้ทั้งสิ้น เขาถือเป็นผู้มีพระคุณอย่างแท้จริง


            ดาวาลพอเห็นว่าลูกศิษย์ของตนจะร้องไห้ออกมาก็ส่ายหัวไปมาอยู่เล็กน้อย จากนั้นเธอก็ได้พูดกล่าวอย่างสงบนิ่ง


            [ไม่มีทางเลย นอกจากว่าเจ้าจะกลายมาเป็นผู้มีพลังระดับอมตะ กลายมาเป็นตัวตนระดับที่สูงส่งของจักรวาลอย่างแท้จริง]


            [แต่บอกตามตรง ภายใน 300 ปีเจ้าไม่มีทางที่จะสามารถไปถึงได้]


            [หลังจากผ่านระดับดาวเคราะห์ เจ้าต้องกลายมาเป็นระดับขั้นดาวฤกษ์ แต่เส้นทางนี้ก็ยังเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นที่แท้จริง]


            [ต่อมาก็คือระดับอวกาศ ผู้ครองดินแดน ผู้ครองดาว หลังจากผ่านกระบวนการพวกนี้ทั้งหมด เจ้าถึงจะกลายมาเป็นขั้นอมตะ]


            [ในประวัติศาสตร์ของจักรวาล ไม่มีผู้ใดที่สามารถบรรลุขั้นอมตะได้ภายใน 300 ปี ต่อให้เป็นสัตว์อวกาศกลืนกินดวงดาวที่เปรียบได้เป็นลูกรักของจักรวาล พวกเขายังใช้เวลานับล้านปีในการจะมีพลังไปถึงขั้นนั้น หรือจะเป็นเบฮีมอทที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าก็ไม่มีทางลัดให้เลือกเดินหรอก]


            ดาวาลที่มีองค์ความรู้มากกว่าหลายล้านปีก็ยังไม่มีหนทาง ทำให้ทันย่าเผยรอยยิ้มออกมา ทว่ารอยยิ้มนี้กลับเต็มไปด้วยความโศกเศร้า


            “300 ปีไปสู่ขั้นอมตะ แบบนี้มันไม่ต่างไปจากความฝันลมๆแล้งๆ!”


            “หรือว่าฉันจะต้องปล่อยให้ตัวตนของเขาหมดสิ้นอายุขัยไปทั้งแบบนี้?”


            ทันย่าไม่เคยขอบคุณใครมาก่อนในชีวิต เขาไม่เคยมีใครให้นับถือ เขาไม่เคยมีคนให้หลงรัก ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา ทันย่าไม่เคยได้รับความรักจากผู้เป็นบิดาหรือมารดา สิ่งที่เขาพบเจอนับตั้งแต่ที่ถือกำเนิดขึ้น มีเพียงแค่ความฝันอันเลวร้าย ชีวิตที่เป็นเหมือนดั่งการตกนรกทั้งเป็น


            ในที่สุดเขาก็สามารถหลุดพ้นจากมันได้อย่างสมบูรณ์ ได้เริ่มต้นใหม่ในเส้นทางที่แตกต่าง แต่ความสุขเหล่านั้นก็อยู่ไม่ยั่งยืนและมั่นคง


            ใครจะไปคิดละว่ามอนเตอร์ที่มีพระคุณต่อเขาอย่างถึงขีดสุดอย่างเช่นตัวอินทรีทองคำขนเพรช จะตกตายลงในเวลาอีกเพียงแค่ไม่นาน


            [อย่าเศร้าไปเลยศิษย์รัก ความตายมันก็เป็นเพียงแค่วัฐจักรของชีวิตนึงเท่านั้น ทุกสรรพสิ่งล้วนแล้วมีเกิดและมีดับ]


            [แต่ถ้าอยากหลุดพ้นจากพันธนาการ เจ้าต้องวิวัฒนาการไปสู่ระดับขั้นอมตะ เมื่อนั้นอายุขัยของเจ้าจะเป็นนิรันดร์]


            ดาวาลรีบเข้าไปปลอบใจในตัวของศิษย์รักตน ขณะที่แววตาเองก็สั่นไหวเป็นอย่างมาก จากนั้นเหมือนเธอจะนึกอะไรขึ้นได้


            [เดี๋ยวก่อนนะ ทรัพยากรยังไงละทันย่า!]


            ยังไงทันย่าก็ไม่มีหนทางในการยกระดับไปสู่ขั้นอมตะได้ภายใน 300 ปี แต่ภายในจักรวาลย่อมมีเส้นทางอันไร้ขีดจำกัด


            “จริงเหรอท่านอาจารย์?”


            ทันย่าที่รับฟังเรื่องนี้ก็ดวงตาลุกวาว ท่าทางที่ดูโศกเศร้าเริ่มกลับมาเริงร่าขึ้นอีกครั้ง


            [ถูกต้อง จักรวาลนั้นเต็มไปด้วยเรื่องของปาฏิหาริย์ ถึงจะบอกว่าปัญญาประดิษฐ์เช่นเราไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้ซักเท่าไหร่นัก แต่ตัวอย่างก็มีให้เราเห็นแล้วยังไงละทันย่า ซึ่งมันก็คือตัวเจ้าที่ได้มาพบเจอสถานการณ์ต่างๆ ไม่แน่ว่าปาฏิหาริย์อาจเกิดขึ้นกับเจ้าอีกครั้งนึงก็ได้นะ]


            คำพูดของเด็กสาวได้ทำให้ทันย่าคึกคักขึ้น เขาพยักหน้ารับรัวๆประหนึ่งเป็นเด็กน้อย พร้อมกับที่มีความหวังได้ก่อตัวขึ้นในส่วนลึก


            “เจ้าหนู ทำไมถึงไม่พูดอะไรเลยตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว?”


            ในตอนนั้นเสียงทุ้มของร่างขนาดใหญ่ก็ได้ดังขึ้น ทำให้ทันย่าพลันสะดุ้งและเริ่มกลับมามีสติขึ้นอีกครั้งนึง


            “มะ..ไม่มีอะไรหรอกท่านพี่!”


            สรรพนามในการเรียกตัวตนเบื้องหน้านี้แปรเปลี่ยนไปในทันที ทันย่านั้นให้ความเคารพรักในอินทรีตนนี้เป็นอย่างมาก ถึงเขาจะไม่แสดงออกมาเบื้องหน้าก็ตาม แต่ทันย่าก็ให้เกียรติผู้มีพระคุณของตนอย่างสุดหัวใจ และเขาจะไม่ยอมให้มอนเตอร์ตัวนี้ต้องตายลงโดยเด็ดขาด


            “งั้นเรอะ? ถ้าไม่มีอะไรก็ดี งั้นเจ้าก็กินช้างเผือกสามหัวพิการนี้ได้แล้ว!”


            “ข้ากำลังรอดูอยู่ว่าท้องของเจ้าจะยัดเนื้อของมันเข้าไปหมดได้ยังไง?”


            พอถูกเรียกว่าท่านพี่ สีหน้าและแววตาของอินทรีทองคำก็เต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจ มันหัวเราะร่าออกมาอย่างมีความสุข ประหนึ่งได้ทันย่ามาเป็นน้องสาวจริงๆ ถึงจะไม่รู้ว่าตอนนี้มันได้เกิดอะไรขึ้นกับตนเอง แต่มันก็ไม่รังเกียจคำเรียกขานจากเจ้าสัตว์ประหลาดตัวเล็กนี้หรอกนะ


            ไม่แน่ว่านี่อาจเป็นสิ่งที่เรียกโชคชะตาก็เป็นได้ ทั้งสองเหมือนได้ถูกผูกมัดเอาไว้นับตั้งแต่ที่มาพบเจอกันในครั้งแรกแล้ว


            “หึหึ ดูถูกทันย่าคนนี้เกินไปแล้ว!”


            “เดี๋ยวจะกินพวกมันให้หมดเลย!”


            หลังจากกลับมาเบิกบานขึ้นอีกครั้ง ความกระหายอยากในตัวของเบฮีมอทก็ได้ลุกโชนขึ้น เซลล์นับไม่ถ้วนเหมือนกระโดดโลดเต้นไปมาอย่างคึกคัก เหมือนพวกมันกำลังเต้นระบำรอบกองไฟ โดยที่มีอาหารกองยักษ์ตั้งวางอยู่เบื้องหน้า เตรียมพร้อมสำหรับการกลืนกินครั้งยิ่งใหญ่


            “เจ้าดำ แกมากินด้วยไหม?”


            ตอนนั้นทันย่าก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ เขาได้หยุดชะงักและหันมองไปยังก้อนกลมๆที่นอนแผ่หลาอยู่บริเวณนึง สภาพของมันเหมือนกับตอนแรก กลายมาเป็นก้อนบ๊ะจ่าง ทำได้เพียงกลิ้งร่างกายของตนเองไปมา เหมือนจะมีความทุกข์มากยิ่งกว่าการมีความสุขซะอีกนะ


            หงิก!หงิก!หงิก!(ไม่ไหวหรอกนายท่าน ถึงจะอยากกินแต่มันก็ไม่ไหวแล้ว)


            เจ้าดำส่งเสียงครางออกมาอยู่เล็กน้อย


            เพราะพลังงานที่มหาศาลภายในร่างกาย ตอนนี้ตัวของมันจึงแทบจะขยับไปไหนไม่ได้ หลังจากนี้มันจะต้องใช้เวลาในการย่อยสลายพลังงานทั้งหมด กว่าที่จะกลืนกินมอนเตอร์ในครั้งถัดไปได้ เผลอๆอาจใช้เวลากว่าอีกหลายวันเลยทีเดียว


            “ฮ่าฮ่าฮ่า นั่นแหละคือข้อเสียของพวกเราเหล่ามอนเตอร์ ถึงจะพัฒนาได้เร็วแต่มันก็ต้องใช้เวลา ไม่ว่าจะมีระดับใดหรือมีสายพันธุ์อะไร ร่างกายจะต้องถึงลิมิตในการดูดซับพลังงาน”


            “ตัวอย่างก็เจ้าหมาป่าน้อยตนนี้ มันกลืนกินมอนเตอร์ระดับเดียวกันไปมาก ทำให้ร่างกายถึงขีดจำกัดแล้วละ”


            “เจ้าเองก็ไม่สมควรให้มันมากินเนื้อของมอนเตอร์ระดับชนชั้นราชา ไม่งั้นร่างกายของมันคงได้ระเบิดออกเป็นแน่”


            คำพูดของร่างใหญ่ยิ่งทำให้เจ้าดำต้องแสดงความหวาดกลัว มันรีบกลิ้งตัวและหลบหนีออกไปจากร่างของช้างเผือกสามหัวในทันที


            “เจ้าก็เหมือนกันทันย่า อย่าฝืนร่างกายของตนเองและกลืนกินพวกมันให้เพียงพอดี หรือเจ้าอาจเก็บซากศพของมันไว้กินภายในวันหลัง”


            “ยังไงเจ้าก็เป็นเพียงแค่มอนเตอร์ระดับ 6 พลังของมอนเตอร์ชนชั้นราชามหาศาลนัก มันคงทำให้ร่างกายของเจ้าถูกเติมเต็มได้ในทันที”



            ...

            5555+ เจ้าดำตู

    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน