บรรยากาศภายในคอนโดของ ครูแพรว ในค่ำคืนนี้มันช่างแตกต่างจากหลายคืนที่ผ่านมา แสงไฟสลัวจากโคมไฟดวงเล็กส่องกระทบใบหน้าหวานละมุนของ อาร์ต (ในร่างครูแพรว) ที่บัดนี้ดูซีดเซียวและอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้ดิ้นรนหรือกวนประสาทเหมือนทุกที ร่างพยาบาลสาวแสนสวยในชุดที่สกปรก เปียกชื้นและยับยู่ยี่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ ข้อมือที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยเนคไทเริ่มมีรอยแดงจางๆ จากแรงดึงรั้ง
อาร์ตสบตาในร่างของเขาที่บัดนี้ถูกควบคุมโดยจิตวิญญาณของครูแพรว ความเย่อหยิ่งที่เขามีมาตลอดได้ค่อยๆ พังทลายลงเมื่อเขาเห็นสภาพ "ร่างเดิม" ของตัวเองที่กำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและแค้นเคือง
"ครูครับ..." เสียงหวานใสของอาร์ตสั่นเครือ
"คือผม………. ผมอยากขอโทษ…….ผมขอโทษครับ"
ครูแพรว (ในร่างอาร์ต) ที่กำลังถือขวดสเปรย์ค้างไว้ในมือชะงักไปครู่หนึ่ง เธอจ้องมองใบหน้าตัวเองในร่างเด็กหนุ่มที่สะท้อนภาพพยาบาลสาวที่ดูสะบักสะบอม ขาเปลือยเปล่าที่เลอะเทอะคราบฝุ่นและน้ำจากการตรากตรำล้างห้องน้ำให้เธอนั้นดูน่าเวทนาจนความโกรธแค้นในใจเริ่มสั่นคลอน
"เธอขอโทษเรื่องอะไรอาร์ต?" ครูแพรวถามเสียงต่ำ เย็นชา
"ทุกอย่างครับ..." อาร์ตก้มหน้าลง หยาดน้ำตาใสๆ เริ่มคลอเบ้าดวงตาคู่สวยของนางฟ้าพยาบาล
"ผมแค่... ผมแค่อยากจะเอาชนะครู ผมอยากรู้ว่าการเป็นผู้ใหญ่มันจะเป็นยังไง แต่ผมไม่เคยคิดเลยว่ามันจะทำให้ครูต้องทรมานขนาดนี้ ผมเห็นครูนั่งร้องไห้... ผมเห็นครูต้องทนแบกรับการกระทำทุกอย่างที่ผมทำไว้... ผมเสียใจจริงๆ ครับครู"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากใจจริงทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ครูแพรวมองดู "ตัวเอง" ที่กำลังร้องไห้อยู่ตรงหน้า ความเกลียดชังค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความสงสารอย่างประหลาด เธอรู้ดีว่าอาร์ตเป็นเด็กฉลาดแต่ขาดการยับยั้งชั่งใจ และบทเรียนในวันนี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
กุญแจที่ซ่อนไว้ครูแพรวค่อยๆ วางขวดสเปรย์ลง เธอเดินเข้าไปหาอาร์ตที่นั่งก้มหน้าสะอื้น ก่อนจะเอื้อมมือหนาไปแก้ปมเนคไทที่มัดข้อมือออกอย่างเบามือ เมื่อพันธนาการคลายออก อาร์ตก็ทรุดตัวลงซบหน้ากับเข่าตัวเอง ร่างบอบบางในชุดพยาบาลสั่นสะท้อน
"พอแล้วอาร์ต... เลิกทำท่าน่าสงสาร เพื่อเรียกความเห็นใจได้แล้ว" ครูแพรวพูดพลางถอนหายใจยาว "แต่ในเมื่อเธอสำนึกผิดได้จริงๆ ฉันก็จะถามเธอตรงๆ... เธอรู้วิธีกลับร่างเดิมไหม? ฉันเห็นเธอน่าจะพอรู้อะไรบางอย่าง และฉันคิดว่าเธอน่าจะกั๊กมันเอาไว้"
อาร์ตเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาที่เปียกชื้น เขาพยักหน้าช้าๆ
"ครับครู... จริงๆ ผมเคยสลับร่างกับคนอื่นมาแล้วหลายคน และสิ่งที่พอรู้เกี่ยวกับการคืนร่างก็คือต้องวิ่งชนกันอีกครั้งเพื่อกลับคืนสู่ร่างเดิม แต่มีบางครั้งที่ชนแล้วไม่ได้สลับร่างคืน แต่สลับแค่นิสัยและบุคคลิกกันแทน"
อาร์ตลุกขึ้นยืนด้วยร่างพยาบาลสาวที่ดูเหมือนอ่อนแรง
"แต่ทุกครั้งเมื่อวิ่งชนกันอีกเมื่อผ่านไปซักระยะหนึ่ง ก็สามารถกลับคืนร่างได้ครับ ผมว่าเราต้องวิ่งชนกันอีกครั้งครับครู... เราถึงจะกลับร่างเดิมของกันและกันได้"
"จริงๆ ผมรู้เรื่องนี้มาแต่แรกแล้วก่อนที่เราจะสลับร่างกันแล้ว…... แต่…ผมแค่ยังไม่อยากกลับไปเป็นเด็กนักเรียนชายคนเดิม" อาร์ตอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานของครูแพรว
การเดิมพันครั้งสุดท้าย"งั้นเรามาจบเรื่องบ้าๆ นี่กันเสียทีอาร์ต ถอยหลังไปตั้งหลักเพื่อเตรียมวิ่งชนกัน" ครูแพรวในร่างอาร์ตสั่งเสียงเข้ม เธอเริ่มถอยหลังไปจนติดผนังฝั่งห้องนอน ขณะที่อาร์ตในร่างครูแพรวก็ถอยไปจนสุดทางเดินห้องครัว
ทั้งคู่ยืนประจันหน้ากันโดยมีระยะห่างกัน บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นระรัวดังก้องอยู่ในอกของกันและกัน
"นับหนึ่งถึงสามนะอาร์ต..." ครูแพรวตั้งท่าเตรียมวิ่ง
"หนึ่ง..."
อาร์ตสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบชายกระโปรงพยาบาลขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้วิ่งได้สะดวก
"สอง..."
"สาม! วิ่ง!!!"
สิ้นเสียงตะโกน ร่างกำยำของเด็กหนุ่มและร่างบอบบางของพยาบาลสาวก็พุ่งทะยานเข้าหากันราวกับลูกธนูที่หลุดจากคัน อาร์ตออกวิ่งโดยไม่สนว่าแรงตอนนี้จะเหลือแค่ไหน ขณะที่ครูแพรวก็ใส่พลังทั้งหมดที่มีของร่างนักกีฬาพุ่งตรงเข้ามา ระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว...
"อย่าเบรคนะ!!!"
โครมมมมมมมมม!
เสียงปะทะดังก้องไปทั่วคอนโด ทั้งสองกระเด็นออกมาคนละทิศละทางหลังจากที่วิ่งชนกัน
ผลลัพธ์ของการเดิมพันครั้งนี้จะเป็นอย่างไร? ร่างทั้งสองจะสลับคืนกันได้ไหม? หรือวิญญาณของทั้งคู่จะยังคงอยู่ของร่างของอีกฝ่ายหนึ่งต่อไป…
[จบบทที่ 51]
คุยกับแม่มดข้างบ้าน : ในที่สุดอาร์ตก็ยอมเผยไต๋แล้วนะคะ! แถมอาร์ตยังได้ปลดล็อกความรู้สึกผิดในใจออกมาด้วย งานนี้แม่มดเชื่อว่าคนอ่านต้องเอาใจช่วยทั้งคู่แน่นอนค่ะ ????✨????????♂️????