นักฆ่าพักงานกลับไปเรียนมัธยม

    ตอนที่ 29 ล้างบาง

    "ตุบ ตุบ ตุบ"

    บอดี้การ์ดชายของโรงแรมค่อยๆทยอยกันล้มเป็นทอดๆคล้ายคลื่นทะเล 



    โดยมีชายใส่ชุดนักเรียนร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาไร้อารมณ์ใดปรากฏบนใบหน้าเลยแม้แต่อย่างเดียวยืนอยู่คนเดียว 




    บอดี้การ์ดชายคนอื่นๆ ต่างใช้สายตาที่มีร่องลอยของความหวาดกลัวจ้องมองไปที่เขาผู้นำความตายเข้ามาใกล้ตนเรื่อยๆ บางคนถึงกับก้าวเท้าถอยหลังสะดุดล้มลงพื้นทำอะไรไม่ถูกกันเลยทีเดียว 




    แต่ก็มีบางคนไม่ได้กลัวความตายเลยแม้แต่น้อย ตัวมันเข้าใจไปเองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มันอาจไม่ใช่ฝีมือของชายหนุ่มอายุน้อยที่ใส่ชุดนักเรียนนี้หรอกมันต้องเป็นอะไรสักอย่าง 




    ตัวมันมองเพื่อนของตนล้มลงก่อนจะตะโกนออกมา



    "มึง ฆ่าเพื่อน กู ตายยยยยยย!!!!!!!"



    ชายคนนั้นคว้ามีดพกสั้นอันแหลมคมที่เหน็บซ่อนเอาไว้ด้านหลัง พุ่งโจมตีไปที่อาเบลอย่างไม่คิดชีวิตด้วยกล้าหาญ เหมือนจุดประกายความคิดของบางคนให้เข้าร่วมการต่อสู้ มุ่งเป้าโจมตีไปที่อาเบลด้วยกัน 



    บางคนที่เข้าใจเจตนารมณ์ของชายคนแรกที่กล้าหาญต่างก็หยิบอาวุธพุ่งเข้าใส่อาเบลอย่างบ้าคลั่ง แต่จำนวนที่เข้าร่วมก็มีน้อยนิดเอามากๆ



    "ย้ากกกกกกกก!!!!!!"

    ชายคนแรกที่พุ่งถึงตัวอาเบลก่อน เขาใช้มีดที่ถืออยู่จ้วงแทงเล็งเข้าที่หัวใจของอาเบล เขากดแรงทั้งหมดใส่ไปในครั้งเดียวหวังจะเสียบให้ทะลุทุกอย่างโดยไม่มีอะไรขวางกั้น แต่ก็ผิดคาดอยู่ดีๆ สติของเขาก็ชะลอลง มองเห็นอะไรต่างๆช้าไปหมด


    ("อะไรกัน")

    สายตาของเขามองมีดปอกผลไม้ของหญิงสาวที่ใช้จี้คอคุณชายของพวกเขา กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเชื่องช้า มันพุ่งขยับจากมือของอาเบลที่อยู่ด้านซ้ายเคลื่อนไหวอย่างสโลโมชั่นพุ่งเข้ามาโดยเล็งที่คอของตน ถึงเขาจะมองเห็นมันได้อย่างเชื่องช้าแต่เขาก็ไม่สามารถขยับร่างกายของตัวเองเพื่อหลบหลีกมีดปอกผลไม้นี้ได้ มันค่อยๆ ไหลมาเรื่อยๆ จนเข้ามาใกล้ชิดบริเวณคอของตน จนสติของเขาก็ดับวูบล้มลงกับพื้นสายตาจ้องมองปลายเท้าของชายที่สังหารตนและสิ้นใจตายไปโดยไม่ทรมาณอะไรเลย



    "ย้ากกก.....อุบ....."

    การ์ดชายคนอื่นๆที่พุ่งตามมาแถวหน้าจ้องมองเพื่อนของตนล้มลงกับพื้นไปพบกับยมทูตอย่างรวดเร็วโดยที่พวกเขาเองก็ไม่สามารถมองเห็นได้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเพื่อนของเขาถึงเลือดไหลออกที่คอตายคาทีแบบนั้นทั้งๆที่ชายหนุ่มใส่ชุดนักเรียนยังไม่ขยับตัวสักนิดเดียว พวกเขายึกยักช่างใจว่าจะเข้าไปดีหรือไม่เข้าไป


    "เฮือก"

    ในจังหวะที่เขายึกยักอยู่ ภาพเบื้องหน้าของตนนั้นจากที่ชายหนุ่มยืนอยู่ห่างกับเขาเจ็ดถึงแปดเมตร ก็ขยับเข้าใกล้ตนเองไม่ถึงเมตรพร้อมกับสติที่ล่องลอยล้มลงกับพื้นไปอีกคน


    "หนี!!!!!!!!!!!"

    ด้วยจำนวนที่มากของการ์ดชายพวกเขาค่อยๆเห็นการสังหารหมู่อันโหดเหี้ยมของอาเบลที่ใช้มีดผลไม้ปาดเข้าที่คอของพวกการ์ดชายที่อยู่ใกล้ล้มลงตายไปทีละคนสองคนในเวลาแค่เสี้ยววิ ทำให้การ์ดชายที่ขาอ่อนเมื่อมองอาเบลอยู่แล้ว เขาตะโกนดังลั่นให้ทุกคนถอยหนีโดยไม่หันหลังมามองชายหนุ่มชุดนักเรียนอีกเลย พวกเขาตะเกียกตะกายหนีกันโดยไม่คิดชีวิต


    "กูต้องหนี อยู่ไม่ได้แล้ว ตายแน่ ตายๆ"

    ชายที่ใส่ชุดสูทที่เป็นผู้จัดการโรงแรมเริ่มวิ่งหลังจาก ที่มีเสียงตะโกนให้หนีไม่นาน ถึงเขาจะเข้ามาในแก๊งและเห็นการตายของศัตรูมานักต่อนัก แต่ก็ไม่เคยมีการตายครั้งไหนที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่รู้สึกตัวว่าตายมาก่อนเลย และยังเกิดขึ้นกับคนจำนวนมากอีก เขาหันหลังวิ่งมาได้ไม่นาน จากที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของการ์ดคนอื่นๆที่อยู่ด้านหลังก็พลันเงียบสงบลงทันที ในตอนนี้จิตใจของเขาเริ่มไม่ดีคิดออกไปต่างๆนาๆ เพราะวิ่งมาตั้งไกลแล้วเขาจึงตัดสินใจหันหลังกลับไปดู เพียงแค่หันหลังกลับไปไม่ถึงเสี้ยววินาทีตนเองก็สติล่องลอยล้มลงกับพื้น ตายไม่รู้ตัวไปอีกคน


    "หืม ทำไมนายถึงไม่ขัดขวางผมเลยละ"

    อาเบลสะบัดเลือดออกจากมีดปอกผลไม้อย่างสบายๆ และพูดออกมาอย่างสงสัยในตัวชายนักฆ่าร่างผอมที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา ถึงยังไงพวกนี้ก็เป็นคนในแก๊งมาเฟียที่เป็นพวกเดียวกันกับนักฆ่าร่างผอมอาเบลก็อดสงสัยไม่ได้จริงๆเลยถามออกไป


    "ไม่รู้สิ แค่อยากเห็นว่าฝีมือของนายจะเป็นยังไง เลยใช้พวกมันในการทดสอบความสามารถของนายแค่นั้น"


    "แล้วเป็นยังไงบ้างละผลทดสอบ"


    "ดีเลยแหละ ดีแบบที่ว่าไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต เหยื่ออันแสนโอชะ"

    ชายร่างผอมที่ตอนนี้ใบหน้าของเขาไม่ได้แสดงออกมาอย่างเบื่อหน่ายอีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้รอยยิ้มอันแสนชั่วร้ายของเขาได้ฉีกกว้างยิ่งกว่าคนบ้าหัวเราะอย่างบ้าคลั่งสะอีก เนื้อตัวของเขาสั่นไปด้วยความตื่นเต้น ความกระหายเลือดแผ่ขยายออกมาโดยไม่กักเก็บไว้อีกเลย หัวใจที่เต้นโคมครามเสียงดังจนใครก็ตามที่อยู่ใกล้ก็ได้ยินเสียงนี้ เขาตื่นเต้นเอาอย่างมากๆ ไม่อาจรอไหวได้อีก เขาควักมีดสั้นประจำตัวของตนเองออกมาพุ่งเข้าใส่ด้านหลังของอาเบลด้วยความรวดเร็ว


    "ช่วยมาตอบสนองความต้องการของฉันหน่อย อย่าตายง่ายๆละกัน"


    "ฟับ ฟับ ฟับ"

    ชายร่างผอมใช้มีดสั้นเล็งฟันเข้าที่ต้นคอด้านหลัง มันใช้ความเร็วในการเคลื่อนที่และโจมตีตามความสามารถที่อาเบลแสดงออกมาให้มันดู อาเบลที่หันหลังให้ชายนักฆ่าร่างผอม เขาเอียงตัวหลบไปมาอย่างกับมีตาด้านหลังที่มองเห็นศัตรูได้


    "โฮ่ หลบเก่งเหมือนกันนี่"

    ชายนักฆ่าร่างผอมใช้เท้าเตะกวาดไปที่เอวของอาเบลอย่างรุนแรง แรงเตะของมันกระแทกจนอาเบลปลิวไปไกลสามถึงสีเมตรได้ พลังเตะรุนแรงผิดกับร่างกายผอมๆของมันเลย


    "โฮ่ ใช้หมัดชกเข้ามาที่เท้าเพื่อลดแรงกระแทกของลูกเตะของฉันได้ด้วย สุดยอดไปแล้ว นายอ่ะ"

    ชายนักฆ่าร่างผอมตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก มันชื่นชมอาเบลไม่หยุดหย่อน ตัวมันเองแทบจะหาคนที่มีฝีมือระดับนี้ยากมาก จึงต้องการเล่นกับเหยื่อจนกว่าจะพอใจซะก่อนที่จะฆ่าทิ้ง มันเริ่มออกลายนิสัยตนเองใส่อาเบลมากขึ้นเรื่อยๆ


    "งั้นรับมือกับนี่หน่อย"

    ชายนักฆ่าร่างผอมเก็บมีดสั้นและเริ่มใช้มือของตนในการต่อสู้ระยะประชิด มันง้างหมัดชกเข้าที่หน้าอกอาเบลอย่างรวดเร็ว แต่อาเบลรับมือไว้ได้โดยให้หมัดของชายร่างผอมชกเข้าที่ฝ่ามือของอาเบล


    "พลัว พลัว พลัว"

    นักฆ่าร่างผอมใช้ทักษะฝีมือการต่อสู้ในระยะประชิดทุกท่วงท่าโจมตีอาเบล ทั้งเตะทั้งต่อยอาเบลก็สามารถรับมือได้หมด


    "โฮ่....เก่งกว่าที่คิดอีก ง้้นเอาจริงคงจะรับมือไหวนะ เด็กน้อย"

    ชายนักฆ่ายิ้มอย่างพอใจมันพูดชื่นชมอาเบลเป็นครั้งสุดท้าย และเริ่มหยุดการเล่นไว้แต่เพียงเท่านี้มันเริ่มใช้ทักษะฝีมือของมันอย่างจริงจัง โจมตีออกด้วยความเร็วที่มากกว่าเมื่อสักครู่นี้ โดยมีมีดสั้นที่เก็บไปก่อนหน้านี้อยู่บนมือด้วย จ้วงแทงเข้าที่สีข้างของอาเบลโดยที่อาเบลไม่ทันตั้งตัว


    "สวบบบบบบบ"

    มีดสั้นปลายแหลมคม เสียบแทงทะลุเสื้อออกมาโดยเฉียดฉิวเอว ของอาเบลเข้าไปหน่อยสร้างรอยแผลรอยมีดถากยาวเลือดไหลลินออกมา


    "ฟับ ฟับ ฟับ ฟับ

    ชายนักฆ่าออกการโจมตีอย่างรวดเร็วแทงมีดสั้นไปทั่วทุกจุดต่างๆไม่ว่าจะเป็นแขนขา เอวหน้าอก ทุกจุดอาเบลถูกมันฟันเข้าแค่ถากๆไปทั่วร่างเกิดบาดแผลเล็กน้อยเลือดออกนิดหน่อยแต่ก็เยอะพอที่จะเปลี่ยนสีชุดนักเรียนของอาเบลให้เป็นสีแดงทั้งตัวได้


    "โอ้ะโอ๋ หลบเก่งดีนี่ หมดสนุกแล้วสิ งั้นก็ขอจบงานเลยละกัน"

    ชายนักฆ่าร่างผอมพุ่งเข้าใส่อีกครั้งโดยที่เล็งฟันปิดจบงานไปที่บริเวณคอของอาเบล มันออมมือมาตลอดโดยเล็งฟันมีดไปตรงจุดต่างๆให้อาเบลเจ็บปวดไปทั่วร่าง แต่ก็ผิดที่มันคลาดไว้ เหยื่อของมันยังทำสีหน้าไร้อารมณ์ไม่แสดงความรู้สึกเจ็บปวดหรือร้องออกมาเลย มันจึงเบื่อหน่ายอีกครั้งและตั้งใจจะฆ่าอาเบลให้ตายๆไปสักที


    "ตายซะ!!!"

    มันเล็งเห็นว่าการ์ดตรงหัวใจตกล่นเพราะแรงแขนของอาเบลไม่มีกันไว้ มันจึงพุ่งใส่เตรียมจะปลิดชีพอาเบลด้วยการเล็งแทงด้วยพลังทั้งหมดไปตรงหัวใจ เพืิ่มความรวดเร็วในการเคลื่อนไหวสูงสุด ไม่ให้อาเบลรับรู้ว่าถูกแทงได้ยังไง ในหัวของมันตอนนี้ได้มองอาเบลตายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


    "ฟริ้ววววววว"


    "จังหวะนี้แหละ"


    "ปัก"

    ลูกธนูจากด้านหลังของอาเบลผ่านตัวของเขาไป พุ่งเข้าสู่เป้าหมายที่เล็งไว้นั่นก็คือชายร่างผอม แต่น่าเสียดายที่มันไหวตัวทันใช้ฝ่ามือรับลูกธนูที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงได้ แต่นั่นก็ทำให้ชายร่างผอมพลาดท่าเสียหลักเปิดโอกาสให้กับอาเบลเข้ามาโจมตี


    "ตาย"

    อาเบลไม่รอช้าพุ่งเข้าใส่พร้อมกับลูกธนู ใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์เล็งแทงมีดปอกผลไม้เข้าที่หัวของชายนักฆ่าร่างผอมทันที


    "สวบบบบ สวบบบบ สวบบบบ"

    เป็นเพราะมีดปลอกผลไม้ไม่มีความคมมากพอที่จะแทงให้นักฆ่าตายเลย อาเบลจึงออกแรงและความเร็วแทงซ้ำๆเพื่อให้แน่ใจว่าชายนักฆ่าคนนี้ตายแน่ๆ


    "ตุบ"

    อาเบลปล่อยร่างไร้วิญญาณของนักฆ่าให้ล้มลง เลือดที่อาบชุ่มบนศีรษะของชายนักฆ่าไหลนองเต็มพื้นทางเดิน อาเบลหันไปมองทางมือธนูที่ยิงเปิดโอกาสให้เขา และพยักที่เธอให้การช่วยเหลือ เมื่อเธอเห็นอาเบลพยัก เธอก็เชิดหน้าโอ้อวดความสามารถออกมาทันทีก่อนที่จะถูกอาเบลเมินเฉย


    "กืดดดด..หน่อยยยย ไอผู้ชายไร้มารยาท แค่พูดขอบคุณมันจะตายไหมฮ่ะ ไม่น่ายิงธนูช่วยเลย"

    เธอสะบัดหน้าหนีและเดินไปเคลียร์ร่องรอยต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเธอและอาเบลก่อนจะกลับไปศูนย์บัญชาการแก๊งเพื่อสอดแนมต่อ


    "...."

    อาเบลที่พอจะได้ยินว่าเธอพูดอะไร แต่ก็ไม่ได้สนใจมากนักเขาหันกลับมามองตามทางเดินที่มีศพของการ์ดชายจำนวนมาก นอนเรียงรายกันอยู่ เขาค่อยๆ ก้าวกลับไปหาทั้งสามสาวอย่างช้าๆโดยที่เขาไม่เหยียบเลือดที่ไหลนองพื้นเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีคนจำนวนมากขึ้นบันไดมาพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกหา


    "คุณหนู คุณหนู"

    เป็นชายพ่อบ้านและชายวัยกลางคนสวมชุดทหารที่พาลูกน้องและบอดี้การ์ดจำนวนมากวิ่งขึ้นมาบนชั้นนี้เพื่อตามหาลินและอลิเซีย อาเบลเห็นว่าเป็นคนของพวกเธอเขาจึงถอยหลังกลับบ้านไป และให้พวกนั้นเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้นเอง