รัก(ไม่)ลับ ฉบับคอสเพลย์

    ตอนที่ 5: เงาที่คืบคลานและความรู้สึกที่เริ่มชัดเจน

    อากาศยามเช้าหลังการเลือกตั้งประธานนักเรียน สดใสและปลอดโปร่งกว่าทุกวัน แสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านหน้าต่างห้องเรียนเข้ามาอาบไล้บนโต๊ะไม้เก่า ๆ เสียงจิ้งหรีดเงียบลงไปพร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วของนกที่ตื่นขึ้นมารับวันใหม่


    มิว นั่งอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างของห้องเรียน พร้อมกับรอยยิ้มที่สะท้อนถึงความโล่งใจหลังจากเธอได้รับเลือกเป็๲ประธานนักเรียน แม้ว่าความกดดันจากเพื่อนร่วมชั้นและคำพูดของรินะจะยังหลอกหลอนอยู่ในใจ แต่เธอก็รู้สึกว่าทุกอย่างเริ่มคลี่คลายลง เพราะการสนับสนุนจาก คิระ ที่อยู่ข้างเธอใน๰่๥๹เวลาที่ยากลำบากที่สุด


    “ยินดีด้วยนะมิว เธอเก่งมากเลย!” เสียงเพื่อนในห้องพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม


    มิวพยักหน้ารับคำขอบคุณ เธอรู้สึกอบอุ่นจากคำชมของเพื่อน ๆ แต่ในใจก็ยังคงมีความกังวลเล็ก ๆ เกี่ยวกับงาน Cosplay ของเธอและรูปที่อาจหลุดไปในโลกออนไลน์ แต่เธอก็สัญญากับตัวเองว่าจะก้าวผ่านมันไปให้ได้


    .

    .

    .

    .

    .


    หลังเลิกเรียน มิวเดินไปที่ห้องสมุดตามนัดกับคิระ ซึ่งตอนนี้กลายเป็๲สถานที่ประจำของพวกเขา โต๊ะไม้ตัวเดิมที่มุมห้องถูกจับจองโดยคิระ เขากำลังนั่งอ่านหนังสือพร้อมกับโน้ตบุ๊กที่วางอยู่ข้าง ๆ


    “มาแล้วเหรอ?” คิระเอ่ยถามเมื่อมิวเดินเข้ามา เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ


    “อืม ขอโทษที่ให้รอนานนะ” มิวตอบพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามเธอวางกระเป๋าลงและหยิบสมุดโน้ตออกมา “วันนี้เราไม่มีอะไรต้องทำเป็๲พิเศษใช่ไหม?”


    คิระพยักหน้า “ใช่ แต่ฉันคิดว่า...เราน่าจะเริ่มคิดกันได้แล้วนะ ว่าอีเวนต์ Cosplay ครั้งหน้า ถ้าเธออยากทำอะไรใหม่ ๆ เราจะทำยังไงต่อดี”


    คำพูดนี้ทำให้มิวตื่นเต้นขึ้นมา ดวงตาของเธอเป็๲ประกายทันที “จริงด้วย! ฉันลืมคิดไปเลยว่ายังมีอีเวนต์อีกเร็ว ๆ นี้ ฉันยังไม่มีไอเดียเลย นายมีตัวละครอะไรในใจไหม?”


    คิระหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดภาพของตัวละครจากอนิเมะ “Attack on Titan” ให้มิวดู ภาพตัวละคร มิคาสะ สาวนักรบที่มีผ้าพันคอสีแดงและชุดยูนิฟอร์มอันเป็๲เอกลักษณ์ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ


    “ฉันคิดว่าตัวนี้น่าจะเหมาะกับเธอ เพราะดูเข้มแข็งแต่ก็ยังมีความอ่อนโยนอยู่” คิระอธิบาย ขณะที่สายตาของเขามองไปยังมิวเหมือนกำลังพยายามจินตนาการว่าเธอจะดูเป็๲ยังไงในชุดนี้


    มิวมองภาพนั้นอย่างตั้งใจ เธอรู้สึกว่าไอเดียนี้น่าสนใจมาก ชุดที่มีรายละเอียดไม่ซับซ้อนเกินไป แต่ยังคงความเท่และสะดุดตาได้ดี “ฉันว่าก็ดีนะ งั้นเรามาลองดูกันว่าเราจะเริ่มยังไง”


    .

    .

    .

    .

    .


    วันหยุดสุดสัปดาห์ มิวมาที่บ้านของคิระเป็๲ครั้งแรก ห้องของเขาเรียบง่ายและเต็มไปด้วยหนังสือการ์ตูนที่จัดเรียงไว้อย่างเป็๲ระเบียบ ตรงมุมหนึ่งของห้องมีโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อย จักรเย็บผ้า และกล่องเก็บอุปกรณ์ตัดเย็บ มันเป็๲ครั้งแรกที่มิวได้เห็นโลกส่วนตัวของคิระอย่างใกล้ชิด


    “ว้าว... นายมีอุปกรณ์เยอะมากเลยนะ” มิวพูดขณะที่เดินสำรวจห้องของเขา เธอรู้สึกทึ่งกับความเป็๲ระเบียบและความพิถีพิถันในทุกอย่างที่เขาทำ


    คิระยิ้มเล็ก ๆ ก่อนจะพูดว่า “ถ้าฉันไม่มีพวกนี้ ฉันคงช่วยเธอไม่ได้หรอก” เขาพูดพร้อมกับหยิบสายวัดตัวขึ้นมา “เรามาเริ่มวัดตัวกันก่อนดีกว่า จะได้ทำชุดได้พอดี”


    มิวรู้สึกเขินเล็กน้อย เมื่อคิระเริ่มใช้สายวัดวัดความยาวไหล่ของเธอ มือของเขานิ่งและตั้งใจมาก ราวกับว่าเขากำลังทำงานศิลปะชิ้นสำคัญ เธอเผลอสูดลมหายใจลึกเพื่อพยายามควบคุมความรู้สึกที่เต้นแรงในใจ


    “นายดูตั้งใจจังเลยนะ” มิวพูดขึ้นเบา ๆ เพื่อทำลายความเงียบ


    คิระหยุดชั่วครู่ก่อนจะตอบ “ก็ต้องตั้งใจสิ... ถ้ามันไม่ออกมาดี ฉันคงเสียใจ”


    คำพูดของคิระทำให้มิวรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอแอบมองเขาขณะเขียนตัวเลขลงในสมุดจดรายละเอียด แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านหน้าต่างกระทบกับเส้นผมของเขา ทำให้เธอรู้สึกว่าเขาดูอบอุ่นและเป็๲คนที่เธอไว้ใจได้มากที่สุดในตอนนี้


    .

    .

    .

    .

    .


    เวลาผ่านไปหลายวัน ชุด Cosplay ของมิคาสะเริ่มเป็๲รูปเป็๲ร่าง คิระใช้ผ้าหนังเทียมสีดำสำหรับส่วนกางเกงและเข็มขัด ส่วนเสื้อคลุมและผ้าพันคอสีแดงถูกเย็บด้วยผ้าฝ้ายเนื้อหนาเพื่อให้ดูเหมือนต้นฉบับมากที่สุด


    มิวช่วยเขาเตรียมวัสดุและประกอบชิ้นส่วนเล็ก ๆ ไปด้วย ขณะที่พวกเขานั่งทำงานด้วยกัน เสียงจักรเย็บผ้าดังกึกก้องในห้อง แต่ในขณะเดียวกัน บรรยากาศรอบตัวพวกเขากลับสงบและอบอุ่น


    “นายเคยคิดไหม ว่าทำไมเราถึงมาร่วมงานกันแบบนี้?” มิวถามขึ้น ขณะที่เธอกำลังร้อยด้ายในมือ


    คิระหยุดมือชั่วครู่ก่อนจะตอบ “อาจเพราะว่าเราเหมือนกัน... เราต่างก็มีสิ่งที่อยากทำ แต่ไม่กล้าบอกใคร”


    คำตอบของคิระทำให้มิวเงียบไปชั่วครู่ เธอรู้สึกเหมือนคำพูดนี้เปิดเผยความลึกซึ้งในตัวเขา เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าคิระอาจจะเคยรู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนกับเธอ


    “นายก็เก่งมากนะ แต่กลับไม่เคยอวดใครเลย” มิวพูดพร้อมยิ้มให้เขา


    คิระหัวเราะเบา ๆ “แล้วเธอล่ะ? เธอเก่งกว่าใครหลายคน แต่กลับไม่มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองชอบ”


    สายตาของพวกเขาสบกันชั่วขณะ ก่อนที่มิวจะก้มหน้าลงและพูดเบา ๆ “ขอบใจนะ... ฉันดีใจที่ฉันมีนาย”


    .

    .

    .

    .

    .


    วันก่อนงานอีเวนต์ ในที่สุด ชุดของมิคาสะก็เสร็จสมบูรณ์ มิวลองสวมใส่และมองตัวเองในกระจก ผ้าพันคอสีแดงที่พันรอบคอทำให้เธอดูสง่างามและมั่นใจมากขึ้น


    “มันสมบูรณ์แบบเลย คิระ!” มิวพูดพร้อมรอยยิ้มกว้าง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็๲มิคาสะจริง ๆ


    “เหมือนจริง ๆ ด้วย” คิระพูดพลางยกกล้องขึ้นมา “ถ่ายรูปเลยไหม? ฉันอยากเก็บภาพนี้ไว้”


    มิวโพสต์ท่าตามที่เขาบอก แสงไฟในห้องทำให้ภาพถ่ายดูมีมิติเหมือนภาพจากช่างภาพมืออาชีพ


    “ฉันคิดว่านายควรไปเป็๲ช่างภาพจริง ๆ นะ” มิวพูดติดตลก “นายมีฝีมือขนาดนี้ แต่กลับเก็บไว้ใช้คนเดียว”


    “ถ้าอย่างนั้น... ฉันก็อยากถ่ายรูปเธอไปเรื่อย ๆ ล่ะกัน” คิระตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง


    คำพูดของเขาทำให้มิวหน้าแดง แต่เธอก็พยายามเก็บความรู้สึกนั้นไว้ เธอรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคิระไม่ได้หยุดอยู่แค่คำว่าเพื่อนอีกต่อไป


    .

    .

    .

    .

    .


    ในวันงานอีเวนต์ มิวและคิระพร้อมแล้วสำหรับการแสดงตัวครั้งใหม่ในฐานะทีมที่ทำงานร่วมกัน ทุกย่างก้าวของมิวในชุดมิคาสะเปรียบเสมือนการก้าวข้ามความกลัวและความไม่มั่นใจในตัวเอง ขณะที่คิระยืนอยู่ข้าง ๆ คอยจับภาพความงามและความกล้าหาญของเธอ


    แสงแฟลชจากกล้องและเสียงเชียร์จากคนรอบข้าง ทำให้มิวรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน เธอไม่เพียงแค่เป็๲ตัวแทนของตัวละครที่เธอรัก แต่เธอยังได้เป็๲ตัวเองอย่างเต็มที่


    และในตอนนั้นเอง... เธอรู้ว่า คนที่อยู่ข้าง ๆ เธอเสมอ คือคนที่ทำให้เธอกล้าที่จะเป็๲ตัวเอง—คิระ


    .

    .

    .

    .

    .


    จบตอนที่ 5