ตอนที่ 43 จ้างมาจ้างกลับ
“เอาละ พวกเจ้าทั้งหมดควรไปพักได้แล้วยกเว้นเจ้าเจมส์วิช!” อากอร์นโบกมือให้แรมโบ้กับวิลเลี่ยมออกไปเหลือไว้เพียงแค่เจมส์วิชคนเดียวเท่านั้น เพราะเขามีเรื่องบางอย่างที่ต้องการจะคุยกับเจมส์วิชและต้องเป็นเจมส์วิชเท่านั้น.....
ขอรับ!!
หลังจากที่แรมโบ้กับวิลเลี่ยมออกไปแล้วภายในห้องโถงประชุมแห่งนี้ก็เหลือเพียงแค่อากอร์นกับเจมส์วิชเท่านั้นที่อยู่ที่นี่......
“ฝ่าบาทมีรับสั่งใดให้หม่อมฉันทำหรือพ่ะย่ะค่ะ?”เจมส์วิชเหมือนรู้งาน เขาถามความต้องการของอากอร์นในทันทีโดยไม่รอให้อากอร์นเป็นคนเปิดปากพูดก่อน......
“อื้ม ข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าทำจริงๆนั่นแหละข้าต้องการให้เจ้านำทหารหนึ่งพันคนในหน่วยของเจ้าออกไปดักรอขบวนนักบวชและพวกอัศวินจากโบสถ์ที่ป่าสนดำในเขตของเมืองฮาฟดี่รอพวกเขาอยู่ที่นั่นและคอยดูพวกเขาจนกว่าจะผ่านเขตของเมืองฮาฟดี่มากได้หากในระหว่างนั้นพวกเจ้าเห็นกองกำลังใดเข้ามาใกล้ขบวนนักบวชละก็ สังหารพวกมันซะ!!”
ขอรับฝ่าบาท!!
อากอร์นมอบหมายงานที่สำคัญนี้ให้กับเจมส์วิชก็เพราะว่าหน่วยของเจมส์วิชนั้นเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วและมีความแข็งแกร่งในด้านการอำพรางและลอบสังหารเหมือนกับหน่วยของลอลิและเจนนี่แต่ต่างกันตรงที่หน่วยของเจมส์วิชนั้นมีมากกว่าและถนัดการต่อสู้แบบปะทะมากกว่า......
ส่วนเจมส์วิชเมื่อได้รับคำสั่ง เขาก็ไม่ได้ถามถึงเหตุผลใดๆกับอากอร์นเลยสักนิดเดียว เขาเต็มใจที่จะทำตามที่อากอร์นสั่งทุกอย่างไม่ว่าจะสั่งให้เขาไปเผชิญกับทหารนับแสนด้วยคนหนึ่งพันคนของเขาเขาก็ยอมที่จะไปตามคำสั่งนั้นแต่โดยดี.......
“เอาละ เจ้าออกไปได้แล้วในคืนพรุ่งนี้ให้นำทหารในหน่วยของเจ้าออกไปดักรอได้เลย!” เมื่อหมดเรื่องแล้วอากอร์นก็ให้เจมส์วิชออกไปจากห้องประชุมและเหลือเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมและในท่านั่งท่าเดิมรอจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีอยู่แถวนี้ เขาจึงเปิดปากพูดขึ้นมาว่า.......
“มันจะดีกว่านี้ถ้าเจ้าลงมือสังหารข้าในช่วงที่ข้าไม่รู้ตัว แต่มันคงจะไม่มีช่วงนั้น” เมื่ออากอร์นพูดจบเขาก็หยิบมีดสั้นที่อยู่ข้างๆตัวของเขาและขว้างมันไปยังมุมมุมหนึ่งภายในห้องโถงประชุมนี้......
ฟิ้ววววว!!
ฉึบ!!
อ้า!!
หลังจากที่มีดสั้นของอากอร์นพุ่งออกไปแล้วเสียงร้องอย่างเจ็บปวดก็ดังขึ้น พร้อมกับเลือดสดๆ ที่ไหลออกมาจากร่างร่างหนึ่งที่ค่อยๆปรากฏตัวออกมาให้เห็น ร่างร่างนั้นเป็นร่างของชายชุดดำที่สูงประมาณ 1.6- 1.7 เซนติเมตร ไม่ผอมและไม่อ้วนมากที่มือข้างหนึ่งของมันถูกมีดสั้นของอากอร์นเสียบปักอยู่ให้ติดกับผนังห้องโถงไม่สามารถขยับหรือดึงมีดสั้นนั้นออกมาได้......
“กะ....กะ....แกรู้ได้ยังไงว่าข้าอยู่ตรงนี้?”
แน่ชัดแล้วว่าชายชุดดำนี้เป็นนักฆ่าและเขาก็ลอบเข้ามาที่นี่ในตอนที่อัศวินทั้งสามของอากอร์นเข้ามารายงานและมันเป็นถึงนักฆ่าระดับปฐพีขั้นที่สามที่มีทักษะอำพรางกายสูงสามารถที่จะลอบเข้ามาถึงข้างในนี้ได้โดยที่ไม่มีใครรู้แต่มันกับถูกจับได้โดยอากอร์นผู้ที่เป็นนักรบไม่ใช่นักฆ่าที่มีทักษะตรวจจับอย่างมันและมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะรู้ถึงตัวมันแม้ว่าจะเป็นนักรบขั้นที่สี่หรือขั้นที่ห้าช่วงต้นก็ตามดังนั้นมันจึงตกใจเป็นอย่างมากที่ถูกจับได้......
“มันจะไปยากอะไร ก็กลิ่นเต่าของเจ้ามันฉุนออกขนาดนี้ข้าก็ต้องสัมผัสได้ถึงเจ้านะซิ!” อากอร์นตอบกลับนักฆ่าคนนี้ไปอย่างกวนๆพร้อมกับยิ้มขึ้นที่มุมปากของเขา ก่อนจะลุกขึ้นและเดินตรงไปที่นักฆ่าอย่างช้าๆและพริบตาเดียวเขาก็มาถึงด้านหน้าของนักฆ่าแล้ว......
“ทักษะการก้าวของนักฆ่า?!” ทันทีที่นักฆ่าเห็นอากอร์นหายตัวมาโผล่ที่ด้านหน้าของมันมันก็ร้องอุทานขึ้นอย่างตกใจ พร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนถึงที่สุดเพราะมันไม่คิดว่าอากอร์นเองจะมีพลังของนักฆ่าอยู่ด้วยและในตอนนั้นมันก็เข้าใจเหตุผลทุกอย่างแล้วที่อากอร์นสามารถตรวจจับการคงอยู่ของมันได้.......
“ถูกต้องแล้วนอกจากข้าจะเป็นนักรบแล้วข้ายังเป็นฆ่าด้วยดังนั้นแล้วการที่ข้าจะตรวจพบเจ้านั้นมันจึงเป็นเรื่องปกติ เอาละเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่าเพียงแค่เจ้าบอกข้ามาว่าใครส่งเจ้ามาข้าจะปล่อยเจ้าให้มีชีวิตรอดกลับไป”อากอร์นหุบยิ้มของเขาและเปลี่ยนมาเป็นนั่งนิ่งเย็นชาแทนพร้อมตั้งคำถามกับนักฆ่ากลับไปถึงผู้ว่าจ้างของมัน......
“หึ! ในเมื่อเจ้าเองก็เป็นนักฆ่าเช่นกันเช่นนั้นเจ้าก็น่าจะรู้ว่าพวกเรานักฆ่าจะไม่บอกความลับใดๆ กับเจ้าเด็ดขาด!!พวกเรายอมตายดีกว่า.........”
“ข้าจะให้เจ้าหนึ่งแสนเหรียญเงินเพื่อกลับไปฆ่าคนที่สั่งให้เจ้ามาฆ่าข้า เจ้าคิดว่ายังไง?” อากอร์นไม่รอให้นักฆ่าพูดจบเขาก็เสนอเงินให้กับนักฆ่าคนนี้ทันทีเพราะเขารู้ว่าพวกนักฆ่าทำงานก็เพื่อเงินเป็นส่วนใหญ่.......
“หือ...? หนึ่งแสนเหรียญเงินอย่างนั้นรึ?แต่ว่าแบบนั้น...........” หลังจากที่ได้ยินค่าจ้างที่อากอร์นเสนอไปแววตาของมันก็ลุกวาวขึ้นจนลืมความเจ็บปวดที่มันได้รับไปเลยแต่สักพักมันก็ทำหน้าลังเลขึ้นมาเหมือนกับกำลังกลัวสิ่งใด.......
“เจ้าคงกลัวว่าข้าจะหลอกเจ้าซินะ เอาอย่างนี้เป็นยังไงข้าจะให้เจ้าก่อนห้าหมื่นเหรียญเงิน หลังจากที่เจ้าสังหารคนที่จ้างเจ้ามาฆ่าข้าได้แล้วก็ให้กลับมารับเงินอีกหนึ่งแสนเหรียญเงินกับข้าที่นี่ และหากว่าในครั้งนี้เจ้าทำงานได้ดีครั้งนี้ข้าอาจจะใช้บริการเจ้าอีกก็ได้”
อากอร์นรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังกลัวถูกหลอกดังนั้นเขาจึงเสนอเงินให้อีกฝ่ายก่อนเลยห้าหมื่นเหรียญเงินซึ่งถือว่าเป็นเงินจำนวนมากเลยทีเดียวหากเปรียบเทียบกับค่าจ้างที่มันได้มาแค่เจ็ดหมื่นเหรียญเงินซึ่งจะได้ตอนทำภารกิจเสร็จเท่านั้นด้วย ดังนั้นข้อเสนอนี้จึงดีกว่ามาก......
“ตกลง ข้าจะทำตามที่ท่านว่า หวังว่าท่าจะไม่กลับคำพูด!”ในที่สุดนักฆ่าคนนี้ก็ยอมตกลงกับข้อเสนอของอากอร์นเขารู้ว่าชายตรงหน้าเขานั้นแข็งแกร่งและคงจะไม่สนใจคนอย่างมันด้วยหากว่ามันจะไม่พูดอะไรแต่การที่คนแบบนี้ยอมมาพูดกับมันและยังเสนอเงินให้มันจำนวนมากแบบนี้นั้นแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายนั้นต้องการใช้มันมากกว่า.......
มันเป็นนักฆ่าทำงานเพื่อเงินและงานที่ได้เงินดีเช่นนี้ทำไมมันจะไม่ยอมรับละไม่เพียงจะได้เงินดีเท่านั้นชายหนุ่มคนนี้ยังให้เงินมัดจำก่อนด้วยลูกค้ามือหนักแบบนี้จะไปหาที่ไหนได้อีกในเขตห่างไกลความเจริญเช่นนี้......
“ดีมาก เช่นนั้นข้อตกลงของเราถือเป็นอันเสร็จและนี้เงินห้าหมื่นเหรียญเงิน”เมื่ออากอร์นพูดจบเขาก็โยนถุงเหรียญเงินขนาดใหญ่ที่เอาออกมาจากไหนก็ไม่รู้ให้กับนักฆ่าคนนั้นไปพร้อมกับใช้พลังดึงเอามีดสั้นที่ปักมือของนักฆ่าออกมา......
ตุบ!!
“ห้าหมื่นเหรียญเงิน!” เมื่อเห็นถุงเงิน นักฆ่าก็ตาลุกวาวโดยลืมความเจ็บปวดจากการถูกดึงมีดออกไปและรีบพุ่งตัวไปยังถุงเงินตรงหน้าและเปิดดูในทันทีก่อนจะส่งเสียงร้องตะโกนออกมาเบาๆ อย่างตื่นเต้นและดีใจก่อนจะรีบยกถุงเงินนั้นขึ้นมาไว้ที่ตัวเพราะกลัวอากอร์นจะมาแย่งคืนไป.....
“แน่นอน ท่านรอฟังข่าวดีได้เลยอีกสองวันข้าจะกลับมาพร้อมหัวของคนที่จ้างวานให้ข้ามาฆ่าท่านอย่างแน่นอน”นักฆ่าพูดขึ้นอย่างมั่นใจกับความสำเร็จของตนและบอกให้อากอร์นรอฟังข่าวดีได้เลยในอีกสองวันก่อนที่มันจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย......
หวืดดดดดด!!
“หึ!! นักฆ่าคนนี้ฝีมือไม่เลว แต่น่าเสียดายที่เขาเป็นพวกเห็นแก่เงินมากกว่าอะไรไม่งั้นเราคงได้เขามาเข้าร่วมกองทัพด้วยได้ แต่ก็เอาเหอะอย่างน้อยมันก็เป็นถึงนักฆ่าขั้นที่สามมันต้องทำให้พลังนักฆ่าของเจ้าเพิ่มขึ้นอย่างมากเลย จริงไหมลอลิ?” เมื่อพูดจบอากอร์นก็หันไปยิ้มให้กับผนังที่ด้านขวาของเขา ซึ่งตรงผนังนั้นมีลอลิที่ใช้ทักษะเงาอำพรางของนักฆ่าซ่อนตัวอยู่.....
“เพค่ะฝ่าบาทนักฆ่าคนนั้นจะช่วยทำให้พลังของข้าเพิ่มขึ้นจนอาจที่จะก้าวไปเป็นนักฆ่าขั้นที่สี่ได้เลยแต่ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมฝ่าบาทถึงต้องเสียเงินมากขนาดนั้นให้มันด้วยฆ่ามันตั้งแต่ตอนนี้ก็จบแล้ว ส่วนไอ้คนว่าจ้างนั้นให้หม่อมฉันไปสืบดูก็ได้”ลอลิตอบกลับอากอร์นอย่างเห็นด้วยแต่นางไม่เข้าใจว่าทำไมอากอร์นไม่ฆ่านักฆ่าคนนั้นซะตั้งแต่ตอนนี้.......
“นั่นก็เพราะว่าเจ้ามีค่ามากสำหรับข้ายังไงละข้าจึงให้เจ้าไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ดังนั้นข้าจึงใช้ให้มันไปจัดการกับเรื่องนี้แทนและให้เจ้าตามมันไปและดักรอมันตอนกลับมา แล้วค่อยสังหารมันในตอนนั้นและเอาเงินห้าหมื่นของข้ากลับมาด้วย”อากอร์นบอกความคิดของเขาให้กับหญิงสาวลอลิฟังในทันทีพร้อมกับยิ้มที่มุมปากของเขาจ้องมองไปที่ร่างกายของเธอ......
ฝะ....ฝะ......ฝ่า.......!
ลอลิถึงกับหน้าแดงทำอะไรไม่ถูกเลยเมื่อได้ยินอากอร์นบอกว่านางเป็นคนสำคัญกับเขาโดยเฉพาะสายตาที่หิวกระหายของอากอร์นที่จ้องมองมาที่เธอมันยังทำให้หญิงสาวทำตัวไม่ถูกมากยิ่งขึ้น......
“เอาละ เจ้ารีบตามมันไปเถอะเดี๋ยวจะคาดสายตากับมันซะก่อน เอาไว้เจ้าทำภารกิจเสร็จเมื่อไหร่ข้าจะให้รางวัลสุดพิเศษกับเจ้าเองและข้าเชื่อว่าเจ้าต้องชอบมันอย่างแน่นอน”
“พะ......พะ.....เพคะฝ่าบาทหม่อมฉันจะทำให้สุดความสามารถเพคะ!”เมื่อรับคำสั่งเสร็จร่างของลอลิก็พลันหายไปจากตรงที่เธออยู่ในทันที......
เมื่อลอลิไปแล้ว อากอร์นก็มานั่งคิดแผนการขั้นต่อไปของเขาทันทีเพราะในตอนนี้มันคงห้ามใครไม่ให้เรียกเขาว่าฝ่าบาทได้อีกแล้วและไม่ช้าเรื่องนี้ก็กระจายออกไปถึงหูพวกขุนนางชั้นสูงแน่ดังนั้นแล้วหนทางเดียวที่อากอร์นจะทำได้คือเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเมืองของเขาและทำการกลืนกินเมืองอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ นี้ให้หมดซะ.........