หลังจากที่เย่วซินโดนทุกคนรวมทั้งลี่มี่ตัวน้อยดุ เธอก็ได้แต่สำนึกผิดขึ้นมา เธอลืมไปว่าที่นี่เธออายุแค่ 16 ปีอีกสองเดือนก็พึ่งจะ 17 ปีเท่านั้นเอง เธอไม่ใช่สาวอายุ 30 เหมือนที่ที่เธอจากมา เมื่อห่าวอู๋เห็นน้องสาวสำนึกผิดแล้วจึงได้ถามต่อถึงเหตุผลที่เข้าไปในตลาดมืด
“ก่อนที่ฉันจะบอกเหตุผลว่าฉันไปทำไม ฉันขอถามหน่อยได้ไหมว่า ที่นั่งกันอยู่นี่มีใครขับรถยนต์ได้บ้าง”
“พี่ขับได้ ตอนอยู่ในกองทัพพี่เคยขับ” ซีห่าวตอบไปทั้งๆ ที่ยังสงสัยว่าเย่วซินถามทำไม
“งั้นดีเลยค่ะ ทุกคนพร้อมที่จะรับฟังกันแล้วใช่ไหม” ทุกคนพยักหน้าตอบ ส่วนเย่วซินนั้นใจตุ๊บๆ ต๊อมๆ มือนี้เย็นเฉียบ เธอหันหน้าไปทางห่าวอู๋ และ ห่าวหรวน แล้วถามขึ้นว่า
“พี่ใหญ่กับห่าวหรวนสงสัยใช่ไหมว่าทำไมหลังจากที่ฉันฟื้นขึ้นมา นิสัยและท่าทางของฉันไม่เหมือนเดิม”
“ใช่ ซินซินเปลี่ยนไป จากที่คุยไม่เก่ง ไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้า ยิ่งเห็นเด็กๆ ยิ่งเดินหนี และยิ่งไปกว่านั้น หากจะไปซื้อของที่ตลาดมืดน้องจะต้องรอไปพร้อมกับพี่แทบจะทุกครั้ง” ห่าวอู๋บอกในสิ่งที่เย่วซินถาม ห่าวหรวนพยักหน้ายืนยัน
“นั่นก็เพราะว่าฉันไม่ใช่เย่วซินคนเดิมไงคะ จะให้ฉันใช้นิสัยและท่าทางแบบเดิมไม่ได้หรอก อึดอัดตายพอดี และที่ฉันจะบอกให้ทุกคนรู้ต่อจากนี้ ฉันไม่หวังถึงผล ฉันแค่อยากรู้ว่าทุกคนจะรู้สึกยังไงหากฉันไม่ใช่เย่วซินคนเดิม ถ้าทุกคนรับไม่ได้หรือกลัวการที่มีฉันอยู่ที่นี่ ฉันก็พร้อมจะไปทันที”
“ฉันชื่อมรกต และฉันไม่ใช่คนที่นี่ ฉันอยู่ประเทศไทยและมาจากอนาคต ฉันเป็นเด็กกำพร้า เติบโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า จนฉันโตขึ้นดิ้นรนจนเรียนจบเก็บเงินจนทำธุรกิจเป็นของตัวเอง จนมาวันหนึ่งมีคุณตาผมขาวชุดขาวมาหาฉัน บอกว่าฉันมีเวลาแค่ 15 วันในการเตรียมตัว
คุณตาคนนั้นบอกว่าจะพาฉันกลับไปในที่ที่ฉันควรจะอยู่ คุณตาให้เวลาฉันในการจัดการทุกอย่างในที่นั้น เมื่อครบเวลาคุณตาก็มารับฉัน ฉันมาฟื้นอีกทีก็มาอยู่ที่แห่งนี้แล้ว”
ทุกคนที่ได้ฟังมีอาการตกใจแต่ไม่ถึงกับผวา มีแค่หยางซีห่าวเท่านั้นที่นั่งฟังด้วยท่าทีปกติไม่ได้แสดงอาการตกใจอะไร
“แล้วซินซินคนเดิมละ เธอไปไหนแล้ว” ห่าวอู๋ถามถึงน้องสาวคนเดิมของเขา
“ฉันไม่รู้เหมือนกันค่ะ คุณตาท่านนั้นไม่ได้บอกอะไรมาก คุณตาอาจจะรวมดวงจิตให้เป็นคนๆ เดียวกันรึปล่าว ฉันก็ไม่แน่ใจ แต่ฉันมีความทรงจำ และความสามารถของเย่วซินคนก่อน พร้อมทั้งมีความทรงจำและความสามารถของฉันในอนาคตก็ติดตัวมาด้วย”
เธอตอบออกไปด้วยความโล่งใจ ตอนนี้เธอไม่รู้สึกกลัวที่จะพูดอีกแล้ว กลับกลายเป็นเธอรู้สึกดีที่ได้พูด
“พี่ใหญ่และห่าวหรวนกลัวฉันไหม”
เธอกลั้นใจถามออกไป เธอได้แต่ขอโทษคุณตาคนนั้นในใจที่เธอโบ้ยคำตอบไปให้คุณตาแทนเพราะเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเย่วซินคนก่อนไปไหน เธอรู้แต่ว่าตัวมรกตคงตายจากภพนั้นมาแล้ว
“ไม่/ไม่ครับ”
ทั้งสองคนตอบพร้อมกันทันที เขาทั้งสองคนคิดว่ายังไงก็คือคนๆ เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นจางเย่วซินคนก่อนหรือจางเย่วซินคนนี้ก็คือพี่สาวและน้องสาวของพวกเขา พวกเขาอยากจะขอบคุณคุณตาท่านนั้นเสียด้วยซ้ำ ที่นำน้องสาวและพี่สาวของพวกเขามาคืน
“แล้วพี่ซีห่าวละ กลัวฉันไหม” คนนี้ที่เธอกลัวที่สุดกลัวว่าเขาจะตอบว่าใช่
“ไม่กลัว ทำไมพี่ต้องกลัวเราละ เราก็มีชีวิตอยู่ไม่ใช่เหรอ เราไม่ได้หยุดหายใจสักหน่อย”
“เห้อ โล่งอกลุ้นจนตัวเกร็งไปหมดแล้ว” ทันทีที่ซีห่าวตอบเธอถอนหายใจทันที
“ถ้างั้นฉันจะบอกเหตุผลว่าฉันไปในตลาดมืดทำไม”
“ฉันเอาของไปขายในตลาดมืด ตอนนี้ฉันมียอดสั่งซื้อเข้ามาเยอะ และฉันขนไปคนเดียวไม่ไหว ถ้าจะให้ฉันขับรถยนต์ไปส่งเอง น้าเฉินหรวนคงตกใจตาย ฉันเป็นแค่ผู้หญิงบอบบางจะให้ขับรถและขนของไปส่งคนเดียวก็ไม่ใช่เรื่อง พี่ๆ ว่าจริงไหม”
ห่าวอู๋เมื่อได้ฟังที่ซินซินน้องสาวคนนี้พูดว่าบอบบางก็ได้แต่กรอกตามองบนหากเป็นเมื่อก่อน เขาคงจะเชื่อว่าน้องสาวเขาบอบบาง เขาเริ่มจะรับได้กับนิสัยแปลกประหลาดของซินซินคนนี้แล้ว ส่วนซีห่าวเขาได้แต่ยกยิ้มมุมปาก
“แล้วซินซินน้องเอาของพวกนั้นมากจากที่ไหนไปขาย บ้านเราไม่เห็นมีของที่จะขายเลย” ห่าวอู๋ถามออกไปเพราะเขาไม่เห็นจะมีสิ่งของที่น้องสาวเขาพูดถึง
“ฉันไว้ใจทุกคนนะ ถึงแม้ว่าเรื่องที่ทุกคนจะรู้จะเห็นต่อไปนี้ จะเป็นอัตรายอย่างมากสำหรับตัวฉันเอง สำหรับฉันทุกคนคือครอบครัวค่ะ”
“ทุกคนคะ มายืนไกล้ๆ กันแล้วจับมือกันไว้ ลี่มี่มาหาน้าซินซินค่ะ หลับตาไว้นะคะทุกคน”
“เฮ้ย!”
ห่าวอู๋กับห่าวหรวนร้องออกมาอย่างตกใจ ลี่มี่ตัวน้อยนั้นพอเห็นสถานที่แปลกตาก็ตบมือชอบใจ ส่วนซีห่าวได้แต่ยืนตะลึง
“ที่นี่คือที่ไหนซินซิน เมื่อกี้เรายังอยู่กันในบ้านไม่ใช่เหรอ”
“ที่นี่คือมิติที่คุณตาคนนั้นให้ฉันมา และที่เรายืนอยู่ตอนนี้คือที่พักส่วนตัวฉันอยู่ชั้นบนสุดของร้านอาหารของฉันเองค่ะพี่” เย่วซินได้ตอบในสิ่งที่ห่าวอู๋ถาม
“ห่าวหรวนจ๊ะ น้องอยู่กับลี่มี่ที่นี่ก่อนนะ พี่จะพาพี่ห่าวอู๋กับพี่ซีห่าวไปดูสินค้าก่อน เดี๋ยวพี่เปิดทีวีให้ดู”
เย่วซินเธอเปิดซีดีการ์ตูนให้เด็กทั้งสองคนดู จากนั้นก็พาชายหนุ่มทั้งสองคนลงไปดูข้างล่างซึ่งเป็นโกดังและสถานที่ที่เธอเก็บของเป็นหมวดหมู่ไว้
“มาค่ะฉันจะสอนวิธีการใช้ลิฟต์นะคะ”
“กล่องสี่เหลี่ยมนี่เหรอซินซิน” ห่าวอู๋ถามเมื่อเห็นกล่องสี่เหลี่ยมที่ซินซินเรียกว่าลิฟต์
“ใช่ค่ะพี่ใหญ่ สิ่งนี้เรียกว่าลิฟต์ ฉันใช้ขึ้นลงระหว่างชั้นโดยที่ไม่ต้องเดินขึ้นบันไดให้เมื่อยไงค่ะ เดี๋ยวในอนาคตที่ประเทศเราก็จะมีตึกสูงๆ ตึกส่วนมากก็จะมีลิฟต์แทบทุกตึกค่ะ”
จากนั้นเธอพาทั้งสองคนลงมายังชั้นล่าง จริงๆ แล้วร้านอาหารเธอไม่ได้สูงมาก สูงแค่สี่ชั้นเท่านั้น เธออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ร้านอาหารและเพื่อความสะดวกของเธอเองด้วย เมื่อลงมาเห็นข้างล่างที่เป็นร้านอาหารตลอดจนทางเดินมาถึงด้านหลังที่เย่วซินได้จัดเรียงสินค้าตามหมวดหมู่
ห่าวอู๋คิดว่าของที่เขาเห็นหมดนี้ชาตินี้จะใช้หมดไหม ซินซินน้องสาวเขาเอาเงินจากที่ไหนซื้อเตรียมไว้มากขนาดนี้ไม่ได้การละเรื่องนี้เขาจะต้องปกป้องเธอให้ถึงที่สุด หากคนอื่นรู้น้องสาวของเขาจะต้องเป็นอันตรายแน่นอน ถึงแม้ว่าเขาอาจจะยังไม่แก่งเท่าเธอในตอนนี้ แต่เขาจะต้องสนับสนุนทุกอย่างที่น้องสาวของเขาต้องการ
ด้านซีห่าวนั้นเขาไม่ได้ตกใจหรือตื่นตะลึงกับภาพตรงหน้าเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เขาคิดอยู่ตอนนี้คือตัวเขาไม่มีส่วนไหนที่คู่ควรกับเด็กสาวตรงหน้าเขาเลย เธอมีทุกอย่างและเธอยังสามารถหาเงินได้ด้วยตัวเองกับสิ่งของเหล่านี้ เขายอมรับว่าเขาเริ่มที่จะชอบเธอเพราะนิสัยใจคอที่ตรงไปตรงมาและการที่เธอแสดงออกมาว่าไม่ได้รังเกียจเขากับลูก แต่เมื่อเขายิ่งรับรู้ในสิ่งที่เธอมี เขารู้สึกว่าไกลเกินเอื้อม แต่เขาก็ต้องปกป้องเธอหากว่ามีใครรู้ว่าเธอมีของเหล่านี้ ไหนจะมิติที่เป็นของวิเศษนี่อีก
“มาค่ะเดี๋ยวฉันจะพาไปดูรถที่จะต้องใช้ในการส่งของนะ เพราะวันอาทิตย์นี้ฉันต้องไปส่งของให้น้าเฉินหรวนค่ะ และพี่ใหญ่ก็ต้องหัดขับรถไว้ด้วยนะคะ”
จากนั้นเธอพาทั้งสองเดินอ้อมมาทางหลังโรงงานที่ผลิตเครื่องสำอาง และเมื่อทั้งสองคนเห็นรถที่จอดเรียงรายกันอยู่ได้แต่ยืนตะลึงกันทั้งคู่ ไม่เว้นแม้แต่ซีห่าวเองก็ยังเก็บอาการไม่อยู่
“ซินซิน นี่คือรถของน้องหมดเลยเหรอ มีทั้งรถยนต์จอดเรียงเกือบหลายสิบคันยังไม่รวมรถที่จอดอยู่ในตู้กระจกนั่นอีก รถมอเตอร์ไซด์ รถจักรยาน นี่น้องจะขายทุกอย่างเลยเหรอ”
“ใช่ค่ะพี่ ถ้าอะไรขายได้ฉันก็ขายหมด”
“เย่วซิน นี่เธอ...” ซีห่าวพูดไม่ทันจบประโยค เย่วซินก็ขันขึ้นว่า
“เรียกซินซินค่ะ เหมือนกับคนในครอบครัวเรียกฉัน”
“ถ้าอย่างนั้น ซินซินก็แทนตัวเองว่าน้องหรือหนูด้วยละกันใช่ไหมห่าวอู๋” ซีห่าวบอกความต้องการออกไป พร้อมหันไปถามห่าวอู๋
“ว้าว นี่พี่เริ่มใจอ่อนแล้วใช่ไหม หลงเสน่ห์ฉันแล้วละซิ อิอิ”
“ประทานโทษครับทั้งสองคน เห็นผมยืนหัวโด่อยู่ไหม แหมพี่ซีห่าว ไอ้ตอนไม่สนใจก็นิ่งซะ พอตอนละ หึ ไม่อยากกจะพูด”
ห่าวอู๋พูดพร้อมกับสะบัดหน้าใส่ทั้งสองคนแล้วเดินจากไปดูรถทันที ทำให้ไดยินเสียงหัวเราะของทั้งสองคนไล่ตามหลังมา
เย่วซินนั้นตอนนี้ได้แต่ยืนตะลึงให้กับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เธอพึ่งจะเคยเห็นครั้งแรก ทำให้ใจเธอเต้นระรัวไปหมด
“พี่ซีห่าวค่ะ พี่ยิ้มอย่างนี้บ่อยๆ นะฉันชอบ จุ๊บ”
เธอทำปากส่งจุ๊บทันทีที่พูดเสร็จ แล้วเธอก็เดินตามพี่ห่าวอู๋ของเธอไป ซีห่าวนั้นเมื่อได้ยินเย่วซินพูดเขาก็เกาท้ายทอยด้วยความเขิน
พื้นที่ในมิตินี้ มันคอบคลุมทั้งทั้งหมดของพื้นที่ที่เธอทำธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจโรงงานเครื่องสำอาง เธอได้พื้นที่มาทั้งหมดที่เธอมีอยู่ ด้านหน้ามีตึกสี่ชั้นสองตึก ด้านหลังเป็นโรงงานและโกดังเก็บของ ยังไม่รวมลานจอดรถ แล้วยังมีพื้นที่ว่าง จึงทำให้ของที่เธอซื้อมาทั้งหมดวางไว้ได้เต็มพื้นที่
********************
***อย่าว่าน้องนะที่น้องบอกความจริงกับทุกคนและอาจจะบอกเร็วไป น้องมีเหตุผลจริงๆ
***ขอบคุณรี้ดทุกท่านที่มอบโดเนทให้กับไรท์นะค่ะ
***หากผิดพลาดประการใดไรท์ต้องขออภัยด้วยนะค่ะ