ย้อนอดีตมามีครอบครัวที่อบอุน ยุค70

    บทที่ 12


            หลังจากที่เย่วซินโดนทุกคนรวมทั้งลี่มี่ตัวน้อยดุ เธอก็ได้แต่สำนึกผิดขึ้นมา เธอลืมไปว่าที่นี่เธออายุแค่ 16 ปีอีกสองเดือนก็พึ่งจะ 17 ปีเท่านั้นเอง เธอไม่ใช่สาวอายุ 30 เหมือนที่ที่เธอจากมา เมื่อห่าวอู๋เห็นน้องสาวสำนึกผิดแล้วจึงได้ถามต่อถึงเหตุผลที่เข้าไปในตลาดมืด

            “ก่อนที่ฉันจะบอกเหตุผลว่าฉันไปทำไม ฉันขอถามหน่อยได้ไหมว่า ที่นั่งกันอยู่นี่มีใครขับรถยนต์ได้บ้าง”

            “พี่ขับได้ ตอนอยู่ในกองทัพพี่เคยขับ” ซีห่าวตอบไปทั้งๆ ที่ยังสงสัยว่าเย่วซินถามทำไม

            “งั้นดีเลยค่ะ ทุกคนพร้อมที่จะรับฟังกันแล้วใช่ไหม” ทุกคนพยักหน้าตอบ ส่วนเย่วซินนั้นใจตุ๊บๆ ต๊อมๆ มือนี้เย็นเฉียบ เธอหันหน้าไปทางห่าวอู๋ และ ห่าวหรวน แล้วถามขึ้นว่า

            “พี่ใหญ่กับห่าวหรวนสงสัยใช่ไหมว่าทำไมหลังจากที่ฉันฟื้นขึ้นมา นิสัยและท่าทางของฉันไม่เหมือนเดิม”

            “ใช่ ซินซินเปลี่ยนไป จากที่คุยไม่เก่ง ไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้า ยิ่งเห็นเด็กๆ ยิ่งเดินหนี และยิ่งไปกว่านั้น หากจะไปซื้อของที่ตลาดมืดน้องจะต้องรอไปพร้อมกับพี่แทบจะทุกครั้ง” ห่าวอู๋บอกในสิ่งที่เย่วซินถาม ห่าวหรวนพยักหน้ายืนยัน

            “นั่นก็เพราะว่าฉันไม่ใช่เย่วซินคนเดิมไงคะ จะให้ฉันใช้นิสัยและท่าทางแบบเดิมไม่ได้หรอก อึดอัดตายพอดี และที่ฉันจะบอกให้ทุกคนรู้ต่อจากนี้ ฉันไม่หวังถึงผล ฉันแค่อยากรู้ว่าทุกคนจะรู้สึกยังไงหากฉันไม่ใช่เย่วซินคนเดิม ถ้าทุกคนรับไม่ได้หรือกลัวการที่มีฉันอยู่ที่นี่ ฉันก็พร้อมจะไปทันที”

            “ฉันชื่อมรกต และฉันไม่ใช่คนที่นี่ ฉันอยู่ประเทศไทยและมาจากอนาคต ฉันเป็นเด็กกำพร้า เติบโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า จนฉันโตขึ้นดิ้นรนจนเรียนจบเก็บเงินจนทำธุรกิจเป็นของตัวเอง จนมาวันหนึ่งมีคุณตาผมขาวชุดขาวมาหาฉัน บอกว่าฉันมีเวลาแค่ 15 วันในการเตรียมตัว

    คุณตาคนนั้นบอกว่าจะพาฉันกลับไปในที่ที่ฉันควรจะอยู่ คุณตาให้เวลาฉันในการจัดการทุกอย่างในที่นั้น เมื่อครบเวลาคุณตาก็มารับฉัน ฉันมาฟื้นอีกทีก็มาอยู่ที่แห่งนี้แล้ว”

            ทุกคนที่ได้ฟังมีอาการตกใจแต่ไม่ถึงกับผวา มีแค่หยางซีห่าวเท่านั้นที่นั่งฟังด้วยท่าทีปกติไม่ได้แสดงอาการตกใจอะไร

            “แล้วซินซินคนเดิมละ เธอไปไหนแล้ว” ห่าวอู๋ถามถึงน้องสาวคนเดิมของเขา

            “ฉันไม่รู้เหมือนกันค่ะ คุณตาท่านนั้นไม่ได้บอกอะไรมาก คุณตาอาจจะรวมดวงจิตให้เป็นคนๆ เดียวกันรึปล่าว ฉันก็ไม่แน่ใจ แต่ฉันมีความทรงจำ และความสามารถของเย่วซินคนก่อน พร้อมทั้งมีความทรงจำและความสามารถของฉันในอนาคตก็ติดตัวมาด้วย”

            เธอตอบออกไปด้วยความโล่งใจ ตอนนี้เธอไม่รู้สึกกลัวที่จะพูดอีกแล้ว กลับกลายเป็นเธอรู้สึกดีที่ได้พูด

            “พี่ใหญ่และห่าวหรวนกลัวฉันไหม”

            เธอกลั้นใจถามออกไป เธอได้แต่ขอโทษคุณตาคนนั้นในใจที่เธอโบ้ยคำตอบไปให้คุณตาแทนเพราะเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเย่วซินคนก่อนไปไหน เธอรู้แต่ว่าตัวมรกตคงตายจากภพนั้นมาแล้ว

            “ไม่/ไม่ครับ”

            ทั้งสองคนตอบพร้อมกันทันที เขาทั้งสองคนคิดว่ายังไงก็คือคนๆ เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นจางเย่วซินคนก่อนหรือจางเย่วซินคนนี้ก็คือพี่สาวและน้องสาวของพวกเขา พวกเขาอยากจะขอบคุณคุณตาท่านนั้นเสียด้วยซ้ำ ที่นำน้องสาวและพี่สาวของพวกเขามาคืน

            “แล้วพี่ซีห่าวละ กลัวฉันไหม” คนนี้ที่เธอกลัวที่สุดกลัวว่าเขาจะตอบว่าใช่

            “ไม่กลัว ทำไมพี่ต้องกลัวเราละ เราก็มีชีวิตอยู่ไม่ใช่เหรอ เราไม่ได้หยุดหายใจสักหน่อย”

            “เห้อ โล่งอกลุ้นจนตัวเกร็งไปหมดแล้ว” ทันทีที่ซีห่าวตอบเธอถอนหายใจทันที

            “ถ้างั้นฉันจะบอกเหตุผลว่าฉันไปในตลาดมืดทำไม”

            “ฉันเอาของไปขายในตลาดมืด ตอนนี้ฉันมียอดสั่งซื้อเข้ามาเยอะ และฉันขนไปคนเดียวไม่ไหว ถ้าจะให้ฉันขับรถยนต์ไปส่งเอง น้าเฉินหรวนคงตกใจตาย ฉันเป็นแค่ผู้หญิงบอบบางจะให้ขับรถและขนของไปส่งคนเดียวก็ไม่ใช่เรื่อง พี่ๆ ว่าจริงไหม”

    ห่าวอู๋เมื่อได้ฟังที่ซินซินน้องสาวคนนี้พูดว่าบอบบางก็ได้แต่กรอกตามองบนหากเป็นเมื่อก่อน เขาคงจะเชื่อว่าน้องสาวเขาบอบบาง เขาเริ่มจะรับได้กับนิสัยแปลกประหลาดของซินซินคนนี้แล้ว ส่วนซีห่าวเขาได้แต่ยกยิ้มมุมปาก

            “แล้วซินซินน้องเอาของพวกนั้นมากจากที่ไหนไปขาย บ้านเราไม่เห็นมีของที่จะขายเลย” ห่าวอู๋ถามออกไปเพราะเขาไม่เห็นจะมีสิ่งของที่น้องสาวเขาพูดถึง

            “ฉันไว้ใจทุกคนนะ ถึงแม้ว่าเรื่องที่ทุกคนจะรู้จะเห็นต่อไปนี้ จะเป็นอัตรายอย่างมากสำหรับตัวฉันเอง สำหรับฉันทุกคนคือครอบครัวค่ะ”

            “ทุกคนคะ มายืนไกล้ๆ กันแล้วจับมือกันไว้ ลี่มี่มาหาน้าซินซินค่ะ หลับตาไว้นะคะทุกคน”

            “เฮ้ย!”

            ห่าวอู๋กับห่าวหรวนร้องออกมาอย่างตกใจ ลี่มี่ตัวน้อยนั้นพอเห็นสถานที่แปลกตาก็ตบมือชอบใจ ส่วนซีห่าวได้แต่ยืนตะลึง

            “ที่นี่คือที่ไหนซินซิน เมื่อกี้เรายังอยู่กันในบ้านไม่ใช่เหรอ”

            “ที่นี่คือมิติที่คุณตาคนนั้นให้ฉันมา และที่เรายืนอยู่ตอนนี้คือที่พักส่วนตัวฉันอยู่ชั้นบนสุดของร้านอาหารของฉันเองค่ะพี่” เย่วซินได้ตอบในสิ่งที่ห่าวอู๋ถาม

            “ห่าวหรวนจ๊ะ น้องอยู่กับลี่มี่ที่นี่ก่อนนะ พี่จะพาพี่ห่าวอู๋กับพี่ซีห่าวไปดูสินค้าก่อน เดี๋ยวพี่เปิดทีวีให้ดู”

            เย่วซินเธอเปิดซีดีการ์ตูนให้เด็กทั้งสองคนดู จากนั้นก็พาชายหนุ่มทั้งสองคนลงไปดูข้างล่างซึ่งเป็นโกดังและสถานที่ที่เธอเก็บของเป็นหมวดหมู่ไว้

            “มาค่ะฉันจะสอนวิธีการใช้ลิฟต์นะคะ”

            “กล่องสี่เหลี่ยมนี่เหรอซินซิน” ห่าวอู๋ถามเมื่อเห็นกล่องสี่เหลี่ยมที่ซินซินเรียกว่าลิฟต์

            “ใช่ค่ะพี่ใหญ่ สิ่งนี้เรียกว่าลิฟต์ ฉันใช้ขึ้นลงระหว่างชั้นโดยที่ไม่ต้องเดินขึ้นบันไดให้เมื่อยไงค่ะ เดี๋ยวในอนาคตที่ประเทศเราก็จะมีตึกสูงๆ ตึกส่วนมากก็จะมีลิฟต์แทบทุกตึกค่ะ”

            จากนั้นเธอพาทั้งสองคนลงมายังชั้นล่าง จริงๆ แล้วร้านอาหารเธอไม่ได้สูงมาก สูงแค่สี่ชั้นเท่านั้น เธออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ร้านอาหารและเพื่อความสะดวกของเธอเองด้วย เมื่อลงมาเห็นข้างล่างที่เป็นร้านอาหารตลอดจนทางเดินมาถึงด้านหลังที่เย่วซินได้จัดเรียงสินค้าตามหมวดหมู่

            ห่าวอู๋คิดว่าของที่เขาเห็นหมดนี้ชาตินี้จะใช้หมดไหม ซินซินน้องสาวเขาเอาเงินจากที่ไหนซื้อเตรียมไว้มากขนาดนี้ไม่ได้การละเรื่องนี้เขาจะต้องปกป้องเธอให้ถึงที่สุด หากคนอื่นรู้น้องสาวของเขาจะต้องเป็นอันตรายแน่นอน ถึงแม้ว่าเขาอาจจะยังไม่แก่งเท่าเธอในตอนนี้ แต่เขาจะต้องสนับสนุนทุกอย่างที่น้องสาวของเขาต้องการ

            ด้านซีห่าวนั้นเขาไม่ได้ตกใจหรือตื่นตะลึงกับภาพตรงหน้าเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เขาคิดอยู่ตอนนี้คือตัวเขาไม่มีส่วนไหนที่คู่ควรกับเด็กสาวตรงหน้าเขาเลย เธอมีทุกอย่างและเธอยังสามารถหาเงินได้ด้วยตัวเองกับสิ่งของเหล่านี้ เขายอมรับว่าเขาเริ่มที่จะชอบเธอเพราะนิสัยใจคอที่ตรงไปตรงมาและการที่เธอแสดงออกมาว่าไม่ได้รังเกียจเขากับลูก แต่เมื่อเขายิ่งรับรู้ในสิ่งที่เธอมี เขารู้สึกว่าไกลเกินเอื้อม แต่เขาก็ต้องปกป้องเธอหากว่ามีใครรู้ว่าเธอมีของเหล่านี้ ไหนจะมิติที่เป็นของวิเศษนี่อีก

            “มาค่ะเดี๋ยวฉันจะพาไปดูรถที่จะต้องใช้ในการส่งของนะ เพราะวันอาทิตย์นี้ฉันต้องไปส่งของให้น้าเฉินหรวนค่ะ และพี่ใหญ่ก็ต้องหัดขับรถไว้ด้วยนะคะ”

            จากนั้นเธอพาทั้งสองเดินอ้อมมาทางหลังโรงงานที่ผลิตเครื่องสำอาง และเมื่อทั้งสองคนเห็นรถที่จอดเรียงรายกันอยู่ได้แต่ยืนตะลึงกันทั้งคู่ ไม่เว้นแม้แต่ซีห่าวเองก็ยังเก็บอาการไม่อยู่

            “ซินซิน นี่คือรถของน้องหมดเลยเหรอ มีทั้งรถยนต์จอดเรียงเกือบหลายสิบคันยังไม่รวมรถที่จอดอยู่ในตู้กระจกนั่นอีก รถมอเตอร์ไซด์ รถจักรยาน นี่น้องจะขายทุกอย่างเลยเหรอ”

            “ใช่ค่ะพี่ ถ้าอะไรขายได้ฉันก็ขายหมด”

            “เย่วซิน นี่เธอ...” ซีห่าวพูดไม่ทันจบประโยค เย่วซินก็ขันขึ้นว่า

            “เรียกซินซินค่ะ เหมือนกับคนในครอบครัวเรียกฉัน”

            “ถ้าอย่างนั้น ซินซินก็แทนตัวเองว่าน้องหรือหนูด้วยละกันใช่ไหมห่าวอู๋” ซีห่าวบอกความต้องการออกไป พร้อมหันไปถามห่าวอู๋

            “ว้าว นี่พี่เริ่มใจอ่อนแล้วใช่ไหม หลงเสน่ห์ฉันแล้วละซิ อิอิ”

            “ประทานโทษครับทั้งสองคน เห็นผมยืนหัวโด่อยู่ไหม แหมพี่ซีห่าว ไอ้ตอนไม่สนใจก็นิ่งซะ พอตอนละ หึ ไม่อยากกจะพูด”

    ห่าวอู๋พูดพร้อมกับสะบัดหน้าใส่ทั้งสองคนแล้วเดินจากไปดูรถทันที ทำให้ไดยินเสียงหัวเราะของทั้งสองคนไล่ตามหลังมา

    เย่วซินนั้นตอนนี้ได้แต่ยืนตะลึงให้กับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เธอพึ่งจะเคยเห็นครั้งแรก ทำให้ใจเธอเต้นระรัวไปหมด

            “พี่ซีห่าวค่ะ พี่ยิ้มอย่างนี้บ่อยๆ นะฉันชอบ จุ๊บ”

            เธอทำปากส่งจุ๊บทันทีที่พูดเสร็จ แล้วเธอก็เดินตามพี่ห่าวอู๋ของเธอไป ซีห่าวนั้นเมื่อได้ยินเย่วซินพูดเขาก็เกาท้ายทอยด้วยความเขิน

    พื้นที่ในมิตินี้ มันคอบคลุมทั้งทั้งหมดของพื้นที่ที่เธอทำธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจโรงงานเครื่องสำอาง เธอได้พื้นที่มาทั้งหมดที่เธอมีอยู่ ด้านหน้ามีตึกสี่ชั้นสองตึก ด้านหลังเป็นโรงงานและโกดังเก็บของ ยังไม่รวมลานจอดรถ แล้วยังมีพื้นที่ว่าง จึงทำให้ของที่เธอซื้อมาทั้งหมดวางไว้ได้เต็มพื้นที่



    ********************

    ***อย่าว่าน้องนะที่น้องบอกความจริงกับทุกคนและอาจจะบอกเร็วไป น้องมีเหตุผลจริงๆ

    ***ขอบคุณรี้ดทุกท่านที่มอบโดเนทให้กับไรท์นะค่ะ

    ***หากผิดพลาดประการใดไรท์ต้องขออภัยด้วยนะค่ะ





    คล้ายกับเรื่องย้อนอดีตมามีครอบครัวที่อบอุน ยุค70 ที่คุณอ่าน

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810