"วาบๆๆ"
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน??"
การถูกเคลื่อนย้ายออกมาจากแดนสังสารวัฏอย่างฉับพลัน ทำให้เหล่าผู้ฝึกตนไม่ว่าจะฝั่งธรรมมะหรืออธรรมเต็มไปด้วยความสบสัน งุนงง และไม่เข้าใจ
แม้แต่ผู้อาวุโสมากมายก็ยังได้แต่นิ่งอึ้งไม่รู้ความ เพราะพวกมันไม่เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนในชีวิต ผิดกับสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งพิภพเทพและพิภพปีศาจที่คล้ายจะประจักษ์แจ้งในทุกปริศนา
พลังศักดิ์สิทธิ์และพลังมืดเริ่มแผ่กระจายเป็นวงกว้างปกคลุมทั่วทั้งผืนฟ้า ก่อเกิดเป็นม่านพลังบางๆปิดกัั้นมิติและพื้นที่โดยรอบเอาไว้ สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับผู้ฝึกตนทุกคนอีกครั้ง
'นี่พวกเขาคิดจะทำอะไรกัน?' ทางด้านเย่หยุนซีที่พึ่งเคลื่อนย้ายออกมาจากแดนสังสารวัฏครุ่นคิดในใจ ก่อนที่เขาจะเรียกเอาหน้ากากสวรรค์เร้นมาสวมใส่และแฝงกายท่ามกลางผู้ฝึกตนเหล่านั้น
ซึ่งมันเป็นเวลาเดียวกันกับที่ผู้นำของทั้งสองฝั่งได้บินเข้าไปหากู่หลินเฉินและเหว่ยเสวียนจี
"เอ่อ............ไม่ทราบว่ามีสิ่งใดทำให้ทั้งสองท่านขุ่นเคืองหรือเปล่าขอรับ?" พวกมันโค้งศีรษะพลางเอ่ยถามเสียงสั่น
ผู้เป็นเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์และมหาเทพปีศาจหาได้สนใจตอบคำถามของพวกมัน ทั้งสองสะบัดมือหนึ่งครั้ง คลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์และพลังมืดสองสายพุ่งตรงไปทางเย่หยุนซี จากนั้นกลายเป็นโซ่พันธนาการร่างเขาเอาไว้
"หือ! นะ นี่มันอะไร!!" ผู้ถูกกระทำอดไม่ได้ที่จะดวงตาเบิกกว้าง รู้สึกสะเทือนขวัญ ภายใต้พลังของมหาเทพสองท่าน หน้ากากเร้นสวรรค์พลันหลุดลอกเผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลา
ภาพนี้ทำเอาเหล่าคู่กรณีทั้งหลายของเย่หยุนซีพากันเผยจิตสังหารออกมา แต่ทว่าพวกมันก็ต้องสงบเสงี่ยมเจียมตนอีกครา เพราะร่างของกู่หลินเฉินและเหว่ยเสวียนจีได้้ปรากฏอยู่บนท้องฟ้าเบื้องหน้าของเทพสังหารผู้นั้น
"เด็กน้อย ใครเป็นบิดามารดาของเจ้ากัน?" สองผู้ยิ่งใหญ่เปิดฉากเอ่ยถาม
เย่หยุนซีเมื่อได้สดับฟังก็ถึงกับหน้าเสีย หัวใจเต้นระส่ำ อย่างที่ไม่เคยเป็นมา เนื่องจากเขารู้ตัวแล้วว่าตนเองถูกจับตามองโดยเทพและปีศาจสองตนนี้ และด้วยพลังที่ทั้งสองมีก็น่าจะสังเกตุเห็นความลับเรื่องต้นกำเนิดของเขาได้อย่างไม่ยากเย็น
"เห้อๆ ในเมื่อพวกท่านเห็นทุกอย่างหมดแล้้วก็น่าจะรู้นี่น่าว่าข้าเป็นเด็กกำพร้า บิดามารดาอะไรนั่นน่ะ ข้าไม่มีเหมือนกับคนอื่นเขาหรอก" ชายหนุ่มเอ่ยปากกล่าวแกมตัดพ้อ ในใจกำลังขอคำปรึกษาจากหอคอยหยินหยางเพื่อหาทางรอดจากสถานการณ์อันเลวร้าย
มหาเทพปีศาจ 'กู่หลินเฉิน' พยักหน้าอย่างเห็นใจ "ถึงแม้ชะตากรรมของเจ้าจะน่าสงสารเพียงใด แต่ในตอนนี้เจ้ามีทางเลือกเพียง 2 ทาง นั่นคือตายหรือไม่ก็กลับไปรับโทษทัณฑ์ที่พิภพปีศาจ"
"กู่หลินเฉิน!! เรื่องนี้หาใช่เรื่องที่เจ้าจะตัดสินใจได้หรอกนะ อย่าลืมสิว่าครึ่งหนึ่งของเขาเป็นเผ่าเทพแห่งชีวิต" เหว่ยเสวียนจีเอ่ยปากคัดค้านเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
"โอ่ว หรือเจ้าอยากจะสู้กับข้าเพื่อแย่งชิงตัวเขากันล่ะ" กู่หลินเฉินเหลือบสายตามองโฉมสะคราญพลางกล่าวอย่างเรียบนิ่ง
"ย่อมได้ถ้าเจ้าต้องการ" ผู้เป็นเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ก็มิได้มีท่าทีหวาดหวั่น ออร่าพลังระดับมหาเทพเข้าปะทะกัน ทำให้ท้องฟ้าทั่วทั้งแดนเซียนเริ่มสั่นไหว เหล่าผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์มากมายแตกตื่นร้อนรนราวกับวันสิ้นโลกกำลังใกล้เข้ามา
ทางฝั่งเย่หยุนซีเมื่อเห็นทั้งสองละความสนใจจากตนไปแล้วก็ไม่รอช้า รีบเร่งทำตามคำแนะนำของหอคอยหยินหยาง
พลังศักดิ์สิทธิ์และพลังมืดในร่างระเบิดออกมาพร้อมกัน ทำให้พลังทั้งสองที่พันธนาการตัวเขาอยู่คลายออกอย่างง่ายดาย แต่ทว่ามันก็ส่งผลให้สองผู้ยิ่งใหญ่รู้ตัวและหันขวับกลับมามองบุรุษหนุ่มพร้อมกัน
ซึ่งสิ่งที่พวกเขาเห็นนั้นก็คือ เย่หยุนซีที่มีปีก 6 ปีกปรากฏขึ้นกลางหลัง ด้านหนึ่งเป็นสีขาวบริสุทธิ์งดงาม ส่วนอีกด้านเป็นสีดำแผ่กลิ่นอายน่าหวาดสะพรึง
"โอ่ว นี่เจ้าคิดจะขัดขืนงั้นหรือ" กู่หลินเฉินเอ่ยถามอย่างเฉยชา
"เหอะ ขัดขืนบ้าบออะไรกันล่ะ.......ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด ไฉนต้องไปทนแบกรับโทษทัณฑ์ด้วยมิทราบ" บุรุษหนุ่มยิ้มอย่างเย้ยหยันพลางเอ่ยปากตอบกลับอย่างเด็ดขาด เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ยินยอมสยบต่อทัั้งสองผู้ยิ่งใหญ่
"เจ้าคิดว่าจะหนีออกไปจากที่นี่ได้จริงๆอย่างนั้นหรือ?" คราวนี้เป็นเหว่ยเสวียนจีที่เปิดปากกล่าวขึ้นมาบ้าง
"หึ! แน่นอนว่าข้าย่อมมีหนทาง" เย่หยุนซีสบัดมือหนึ่งครั้ง ปิ่นปักผมคริสตัลระดับกึ่งสวรรค์ซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยพลังของหอคอยหยินหยางพุ่งตรงไปทะลวงม่านพลังปิดกั้นมิติจนแตกสลาย
"เพล้ง!!"
"หือ! นั่นมัน!!" ทั้งกู่หลินเฉินและเหว่ยเสวียนจีดวงตาเบิกกว้างอย่างช่วยไม่ได้
"ฮ่าๆๆ ลาล่ะ ไม่ว่าจะเผ่าเทพหรือเผ่าปีศาจ นับจากนี้ข้าและตำหนักมารดาราจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป" เย่หยุนซีตัดสินใจทำการเคลื่อนย้ายตัวเองผ่านตราประทับพันธะหยินหยางในทันที
"ดะ เดี๋ยว! หยุดเดี๋ยวนี้!" เหว่ยเสวียนจีและกู่หลินเฉินรีบพุ่งพรวดเข้าไปหมายจะคว้าจับชายหนุ่มแต่กลับไม่ทันการณ์
เย่หยุนซีได้หายไปแล้ว หายไปโดยไร้ซึ่งร่องรอยให้ติดตาม มีเพียงปิ่นปักผมที่หักเป็นสองท่อนเท่านั้น ที่ยังหลงเหลืออยู่ในมือของสองผู้ยิ่งใหญ่