ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 49 สงครามปาก

            “ได้เรียกมาสอบปากคำเถิด”

            ตู้เจิ้นอู่มองตู้เซ่าฝู่รู้สึกเป็นห่วงเล็กน้อยที่ตู้เซ่าฝู่เป็นคนเริ่มให้เบิกพยานไต่สวนเองจากนั้นเขาก็พยักหน้า บอกกับทุกคนในห้องโถงว่า“ถ้าอย่างนั้นก็เรียกพวกตู้เฮ่ามาที่นี่เถิด”

            เมื่อได้ยินคำพูดของตู้เจิ้นอู่พวกป้าๆ น้าๆ ก็เดินออกไปอย่างดีใจ หากเรียกพวกเขามาไต่สวนตู้เซ่าฝู่คงหมดหนทางหลุดพ้นจากโทษนี้ไปได้แล้ว

            “เซ่าฝู่เจ้านั่งรอเถิด”

            ตู้จื้อสยงที่เอาแต่นั่งไม่ได้พูดอะไรมาตลอดเมื่อเห็นพวกป้าๆ น้าๆ ออกไปเรียกพวกตู้เฮ่าให้มาให้การในการไต่สวน เขาถึงเริ่มอ้าปากพูดอะไรบ้าง

            “ขอบคุณขอรับท่านลุงสอง”

            ตู้เซ่าฝู่นั่งอย่างไม่เกรงใจแต่ก็ไม่ได้นั่งในตำแหน่งที่นั่งของประธานใหญ่ที่ว่างอยู่เขาไปนั่งที่เยี่ยจื่อจินนั่งก่อนหน้าเมื่อสักครู่นี้ที่นั่งตรงนั้นถือว่าเป็นตำแหน่งที่นั่งที่สูงแล้ว เหนือกว่าที่นั่งอื่นๆแต่ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้นั่งตรงที่ เยี่ยเป่าหลินนั่งเมื่อสักครู่นี้เพราะถือว่าระดับเท่ากับลุงใหญ่

            หลายคนเมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่นั่งบนที่นั่งระดับคนใหญ่คนสำคัญก็มองมาอย่างไม่พอใจทว่าขณะนี้ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร

            ในเมื่อตู้เซ่าฝู่เองก็เป็นหลานแท้ๆของเจ้าบ้านและคุณชายรอง เจ้าบ้านและคุณชายรองที่มีอำนาจบารมีนั่งอยู่ตรงนี้ก็ไม่มีใครกล้าแสดงความคิดออกมาตรงๆ ทำได้เพียงปล่อยให้พวกป้าๆ น้าๆฝีปากร้ายพวกนั้นบ่นแว้ดๆ ไปตามใจ อย่างแรกคือเจ้าบ้านก็ไม่รู้จะพูดอะไรอย่างที่สองคือทดสอบลองดูท่าทีไปก่อน

            ในเมื่อตอนนี้ทุกคนต่างก็ชัดเจนกันดีตู้เซ่าฝู่ไม่ใช่คุณชายน้อยจอมทึ่มอย่างที่เคยเป็นแล้วและการเป็นบุตรชายของคุณชายสามทำให้เขามีตำแหน่งในบ้านสกุลสูงกว่าคนในวัยเดียวกันคนอื่นๆ มากอยู่

            บ้านสกุลตู้มีการแบ่งสายหลักสายรองแน่นอนว่าตู้เซ่าฝู่มีสถานะอยู่ในสายหลักโดยแท้

            มีสายตาของคนที่นั่งอยู่จับจ้องมาที่เขาตู้เซ่าฝู่ขี้เกียจไปสนใจ และก็ไม่คิดจะใส่ใจ เขาเปิดกล่องฝ้ายที่อยู่ในมือจากนั้นก็หยิบกระบี่ยาวขนาดราวๆ สามศอกไว้อยู่ในมือ

            ปลอกกระบี่ดูโบราณประดับอย่างเรียบๆ ดูแล้วทรงพลัง

            “วืบ!”

            ตู้เซ่าฝู่ดึงใบมีดกระบี่ออกมาจากปลอกอย่างเร็วจนเกิดเป็นเสียงกระทบกัน กระบี่ขนาดสามศอกทั้งเล่มเป็นสีดำขลับมีอักษรยันต์สลักไว้อยู่ กระบี่เล่มนี้เปี่ยมด้วยกลิ่นอายของความแข็งแกร่งและทนทาน

            ทุกคนต่างมองไปที่กระบี่สีดำขลับอย่างเงียบๆมันเป็นสิ่งที่เหมือนมีลมหายใจ ราวกับมังกรที่สลบไสล อสูรร้ายที่กำลังจำศีลมีกลิ่นอายที่ทำให้คนขนลุกและรู้สึกว่าน่ากลัวอย่างแปลกๆ

            “กระบี่ดับวิญญาณเล่มนี้ไม่เลวเลยอาวุธวิญญาณระดับกลาง”

            สายตาของผู้คนในห้องโถงใหญ่ที่จับจ้องไปที่กระบี่ดับวิญญาณในมือของตู้เซ่าฝู่เริ่มลุกวาวด้วยความอิจฉา หากเจ้าบ้านและคุณชายรองไม่อยู่คิดว่าน่าจะมีคนทนไม่ไหวรุดหน้าเขาไปหาแล้ว อาวุธวิญญาณระดับกลางชิ้นหนึ่งต่อให้เป็นยอดฝีมือผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวและต่อให้ขายทรัพย์สินทั้งหมดของตัวเอง ก็ยากที่จะหาซื้อและซื้อมันมาไว้ในครอบครองได้สำเร็จ

            “ตู้เซ่าฝู่ช่างโชคดีเหลือเกิน”

            คนทั้งหลายมองตู้เซ่าฝู่อย่างอิจฉาตาร้อนในใจแค้นจนแทบอยากฉีกตู้เซ่าฝู่เป็นชิ้นๆ ครั้งนี้ตู้เซ่าฝู่ช่างโชคดีเหลือเกินของที่เยี่ยเป่าหลินให้เป็นถึงอาวุธวิญญาณระดับกลาง และกระบี่ดับวิญญาณชิ้นนี้ก็เป็นอาวุธที่มีชื่ออย่างมากในเมืองสือเฉิง

            ตู้เจิ้นอู่และตู้จื้อสยงต่างก็มองไปที่กระบี่ดับวิญญาณและก็ยิ้มให้ ทว่าพวกเขาต่างรู้สึกสงสัยในใจอย่างมากต่างกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่

            บนยุทธจักรมีสุดยอดอาวุธที่สามารถแบ่งเป็นอาวุธวิญญาณอาวุธยันต์ อาวุธกฎ อาวุธเต๋า อาวุธเทพ ทว่าอาวุธที่ถึงระดับอาวุธวิญญาณจะไม่ถูกนับว่าเป็นสิ่งของธรรมดาทั่วไป จะถูกนับว่าเป็นมหาสมบัติที่มีแบ่งระดับขั้น

            อาวุธวิญญาณอาวุธยันต์ อาวุธกฎ อาวุธเต๋า อาวุธเทพทุกระดับขั้นก็ยังสามารถแบ่งเป็นขั้นย่อยได้อีกสามขั้นเป็นระดับต้น ระดับกลางและระดับสูง ในตำนานบอกว่า อาวุธกฎและอาวุธเต๋าในตัวมันมีความสามารถและอานุภาพสูงจนถึงสามารถเคลื่อนย้ายเขาและพลิกมหาสมุทรได้ หากยอดฝีมือได้ครอบครองมันไว้ก็สามารถยืนตระหง่านได้ทั่วทุกที่ในยุทธภพ ทำให้มีอำนาจไปได้ทั่วทุกหนทุกแห่ง

            หากผู้ฝึกฌานมีอาวุธดีติดตัวไว้ก็จะช่วยเสริมพละกำลังความสามารถได้เยอะมากสองคนที่มีความสามารถสูงทั้งสองฝ่ายหากมีใครคนหนึ่งที่ครอบครองอาวุธที่แข็งแกร่งกว่าก็มีโอกาสที่จะเอาชนะอีกฝ่ายได้สูงมาก

            ตู้เซ่าฝู่รู้ว่ากระบี่ดับวิญญาณเป็นของที่ไม่ธรรมดาเพราะได้ยินเสียงตกใจจากคนในโถงใหญ่แถมกระบี่ดับวิญญาณนี้ก็เป็นอาวุธวิญญาณระดับกลางแล้วแม้จะเป็นเพียงอาวุธวิญญาณระดับกลาง แต่ก็มีมูลค่าสูงมากของขวัญจากบ้านสกุลเยี่ยครั้งนี้ยิ่งใหญ่มหาศาลจริงๆ

            “เหมือนว่ายังไม่เคยฝึกวิทยายุทธวิชาดาบเลย”

            เพียงแต่เขายังไม่เคยฝึกวิทยายุทธวิชาดาบใดๆเลย ขณะนี้เขาเองก็ยังใช้กระบี่ดับวิญญาณไม่ได้ตู้เซ่าฝู่ไม่สนใจสายตาอิจฉาของคนอื่นๆ ที่มองมา เขาเก็บกระบี่เข้าปลอกไปและก็เก็บกระบี่ดับวิญญาณเข้ากล่องฝ้าย

            เมื่อเก็บกระบี่ไปเสร็จสายตาอิจฉาตาร้อนของทุกคนเริ่มแผ่วเบาลง หากเป็นเมื่อสองเดือนก่อนและในมือของตู้เซ่าฝู่มีกระบี่ดับวิญญาณเล่มนี้ อย่าพูดถึงคนในรุ่นเดียวกันเลยผู้ใหญ่ของบ้านสกุลตู้คนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ตรงนี้ตอนนี้น่าจะมีหลายคนที่ลงมือชิงไปจากมือของเขาแน่นอน

            “ท่านเจ้าบ้านท่านผู้อาวุโสทุกท่าน พวกตู้เฮ่ามากันแล้ว”

            ขณะนั้นเองพวกป้าๆ น้าๆ ที่ไปเรียกคนมาไต่สวนก็กลับมากันแล้ว แต่ละคนทำสีหน้าเย็นชาพวกเขาตั้งตารอดูว่าตู้เซ่าฝู่จะเถียงอย่างไร เมื่อต้องเผชิญกับความจริงๆพวกเขามั่นใจว่าตู้เซ่าฝู่จะเฉไฉอย่างไรก็พ้นผิดไม่ได้หรอก

            “คารวะท่านเจ้าบ้านคารวะท่านผู้อาวุโสทั้งหลาย”

            ตู้เฮ่าตู้เหยียนและคนอื่นๆ มากันพร้อมแล้วต่างก้มคำนับคารวะทักทายเจ้าบ้านและท่านอาวุโสคนอื่นๆ ด้วยสีหน้าท่าทางน้อยใจแต่ละคนมีผ้าพันแผลพันไว้เต็มไปหมด บนใบหน้าโปะยาไว้เต็มหน้า ดูท่าก่อนจะมาที่นี่ทุกคนต่างแต่งตัวใหม่มาอย่างประณีต

            “ท่านเจ้าบ้านท่านผู้อาวุโส ตู้เซ่าฝู่เขารังแกคนอื่นรุนแรงเกินไปแล้ว ลงมือใส่พวกเราสุดแรงแถมยังแย่งสมบัติไปจากพวกเราอีก ขอให้ท่านเจ้าบ้านและท่านผู้อาวุโสช่วยคืนความเป็นธรรมให้กับพวกเราด้วย”

            วัยรุ่นหนุ่มสาวที่ผ่านการแต่งตัวสำหรับละครฉากนี้สิบกว่าคนหลังจากคารวะทักทายเจ้าบ้าน และผู้อาวุโสเสร็จตู้เฮ่าก็เริ่มเป็นคนก้มลงไปคุกเข่าเป็นคนแรก เขาทำสีหน้าน้อยใจ มองตาปริบๆทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกสงสาร

            “ท่านเจ้าบ้านท่านผู้อาวุโสช่วยคืนความเป็นธรรมให้กับพวกเราที โปรดลงโทษตู้เซ่าฝู่สถานหนัก”

            ตู้เหยียนและคนอื่นๆเองก็คุกเข่าตามตู้เฮ่า ทุกคนต่างชี้ความผิดให้กับตู้เซ่าฝู่พวกเขาถูกตู้เซ่าฝู่โจมตีใส่จริงๆ และอาการค่อนข้างสาหัสกันมากอยู่ดังนั้นเขาไม่ถือว่าเป็นแพะรับบาป

            ผู้อาวุโสหลายคนสีหน้าเริ่มเปลี่ยนต่างมองไปทางตู้เจิ้นอู่ รอว่าตู้เจิ้นอู่จะพูดอะไร จากสถานการณ์ที่เห็นแผลบาดเจ็บที่เห็นเหล่านี้จริงแท้แน่นอน และต้องเกิดจากการลงมืออย่างหนักเพียงแต่บางจุดพวกเขาแต่งตัวดูเกินความจริงไปหน่อยพวกนี้คือผลจากการสังเกตด้วยสายตา ตู้เฮ่าและคนอื่นๆ ถูกโจมตีกันมาไม่เบาแน่นอน

            ตู้เจิ้นอู่ตู้จื้อสยงมองไปทางตู้เฮ่าและคนอื่นๆ แววตาของพวกเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยพวกเขาเองก็มองออกว่าตู้เฮ่า ตู้เหยียนและคนอื่นๆ ถูกทำร้ายมากันและต่างบาดเจ็บกันอย่างยับเยิน

            ตู้เจิ้นอู่มองตู้เซ่าฝู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “เซ่าฝู่เจ้ามีอะไรจะอธิบายหรือไม่?”

            “มี”

            ตู้เซ่าฝู่พยักหน้ามองไปที่ตู้เฮ่าและคนอื่นๆ ที่คุกเข่าอยู่ด้านหน้าในโถงใหญ่ จากนั้นกล่าวว่า“ไม่ได้บอกว่าตู้เฮ่า ตู้เหยียนพวกเขาบาดเจ็บสาหัสจนลุกจากเตียงไม่ได้ออกจากเรือนไม่ได้เป็นครึ่งปีหรอกหรือ ทำไมมาที่นี่ได้ล่ะ?”

            ตู้เซ่าฝู่เป็นคนลงมือเองจะไม่รู้อาการบาดเจ็บได้อย่างไร แม้เขาไม่ได้ลงมือเบาแต่ก็ไม่ถึงขนาดที่ทำให้พวกเขาสาหัสจนร่างกายพิการหรือมีปัญหารุนแรงได้หรอก

            “เอ่อ...”

            เมื่อได้ยินคำพูดของตู้เซ่าฝู่พวกป้าๆ น้าๆ และตู้เฮ่าต่างสะอึกและพูดไม่ออกกันไปชั่วขณะ

            คนของบ้านสกุลตู้ที่อยู่ตรงนั้นต่างรู้แก่ใจดีว่าการที่บอกว่าพวกตู้เฮ่าออกจากบ้านไม่ได้เป็นครึ่งปีเป็นเรื่องที่ฟังดูเกินความจริงไปทว่านี่มันก็แค่คำพูดเสริมเท่านั้น เพื่อเน้นย้ำว่าพวกตู้เฮ่าถูกโจมตีใส่ไม่เบาใครจะคิดว่าตู้เซ่าฝู่จะมาเบี่ยงประเด็นแบบนี้ พอเขามาพูดแบบนี้ทำให้คนงงจนไม่รู้จะจัดการเขาอย่างไร

            “ตู้เซ่าฝู่นี่มันเกี่ยวอะไรกับการที่เจ้าทำร้ายพี่น้องในบ้านสกุลเดียวกันอย่างรุนแรงด้วยหรือ? ขณะนี้ความจริงก็ปรากฏอยู่ต่อหน้าแล้วเจ้ายังจะมาขี้โกงหนีความผิดหน้าด้านๆ งั้นหรือ!” มีผู้หญิงท่าทางดุโหดคนหนึ่งลุกขึ้นมานางไม่อยากต้องมาคุยกับตู้เซ่าฝู่ในประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี

            ตู้เซ่าฝู่มองไปที่ผู้หญิงคนนั้นแววตาสดใสและนิ่งสงบ จู่ๆ ก็ดูดุดันขึ้นมา “จะไม่เกี่ยวได้อย่างไรพวกท่านบอกว่าพวกตู้เฮ่าถูกทำร้ายจนลุกจากเตียงไม่ไหวออกจากบ้านไม่ได้แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าพวกท่านโกหก พวกท่านกำลังป้ายสีข้าไม่เคยได้ยินหรือที่ว่ามีหนึ่งก็ต้องมีสอง ดังนั้นท่านบอกว่าข้าทำร้ายพวกตู้เฮ่าก็เป็นการป้ายสีเช่นกัน ข้าทำอะไรไม่ดีกับพวกท่านตอนไหน ทำไมต้องมาใส่ร้ายข้าด้วย?”

            “ตู้เซ่าฝู่เจ้า...”

            เมื่อได้ยินคำพูดของตู้เซ่าฝู่สตรีนางนั้นก็โมโหแทบควันออกหู

            “ตู้เซ่าฝู่ที่เจ้าทำนี่มันเรียกว่าแถ”

            “ตู้เซ่าฝู่เจ้าพูดจาซี้ซั้ว แบบนี้เท่ากับว่าเจ้าทำร้ายพวกเหยียนเอ๋อร์จนบาดเจ็บสาหัสจริงๆ”

            “...”

            พวกป้าๆ น้าๆต่างเริ่มรุมบ่นและด่าทอตู้เซ่าฝู่พวกนางไม่ยอมให้ตู้เซ่าฝู่เฉไฉจนหลบความผิดนี้ไปได้หรอก

            ตู้เซ่าฝู่มองไปที่พวกป้าๆน้าๆ ที่บ่นกันรั่วๆ ไม่หยุดปาก แววตาของเขาสดใสทว่าเปี่ยมไปด้วยความดุดันเขากล่าวว่า “พวกท่านถือว่าเป็นผู้ใหญ่กว่าข้า แต่ผู้ใหญ่มากมายขนาดนี้มารังแกข้าคนเดียวมารุมโจมตีข้าคนเดียว รุมดุด่าข้าคนเดียว ข้าต้องเสียใจหรือน้อยใจก็ไม่เป็นไรถูกป้ายสีก็ยังพอทนแบกรับไหว แต่หากเรื่องนี้แพร่ออกไปพวกท่านเป็นแบบนี้จะเป็นการทำให้เกียรติของบ้านสกุลตู้เสื่อมเสียหรือไม่?”

            “...”

            เมื่อพวกป้าๆน้าๆ ที่กำลังบ่นแว้ดๆ ได้ยิน ต่างก็เงียบหยุดพูดกันไปชั่วขณะเลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้า ทุกคนอารมณ์เดือดจนปี๊ดขึ้นหน้ากันหมดแล้ว

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน