(จบ)เกิดใหม่มาเป็นภรรยาสุดฮอต80

    บทที่ 45 เกิดเรื่องขึ้นกับหยางหยางผู้อ่อนโยน

    บทที่ 45 เกิดเรื่องขึ้นกับหยางหยางผู้อ่อนโยน


    กู้หนิงยืนมึนงงอยู่หนึ่งนาทีเต็ม ก่อนจะเข้าใจว่าโจวจื้อหย่วนกำลังเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง เธอจึงวางแผนเล่นตามน้ำไปกับการเข้าใจผิดของเขาด้วยการพูดอย่างน่าสงสารว่า "แต่คุณอาคะ หมาแมวพวกนั้นมันไม่เคยถูกถอนหมั้นนะคะ…” เพราะคนที่ฉันต้องการคือคุณต่างหาก!


    โจวจื้อหย่วน “...” เขาสงสัยว่าเธอกำลังเยาะเย้ยเขาอยู่ แต่เขาไม่มีหลักฐาน


    ชายหนุ่มนิ่งคิดไปเล็กน้อย ก่อนจะยื่นผ้าเช็ดหน้าให้หญิงสาว "อย่าร้องไห้เลย ถ้ามีอะไร เธอเขียนจดหมายมาหาฉันก็ได้ หรือจะโทรมาหาฉันก็ยินดี” แต่ช่วงนี้เขาไม่ค่อยอยากจะติดต่อกับหลานนอกไส้คนนี้เท่าไหร่...


    เมื่อมีโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น กู้หนิงก็รีบรับผ้าเช็ดหน้ามาทันที ก่อนจะยิ้มกว้างพลางพูดว่า “คุณอาใจดีจังเลยค่ะ” เสียงของเธออ่อนหวานปานน้ำผึ้ง


    โจวจื้อหย่วนรู้สึกว่าเสียงของเธอไพเราะและน่าฟังอย่างประหลาด ถ้าทำให้เธอหัวเราะได้บ่อย ๆ ก็คงดี


    แต่โจวเหวินเยี่ยนพบว่ากู้หนิงไม่เคยพูดแบบนี้กับเขามาก่อน จึงอดไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกหึงหวง


    ทว่าดูเหมือนโจวจื้อหย่วนจะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ “อาจ้าวเห็นด้วยกับการแต่งงานระหว่างแกกับกู้เหยาแล้ว แกรีบกลับไปหาแม่เถอะ แล้วบอกให้แม่มาสู่ขออย่างเป็นทางการซะ”


    ในเมื่อลูกจะแต่งงาน พ่อแม่จะขัดขวางได้อย่างไร ดังนั้นพิธีการแต่งงานจึงสมควรจัดขึ้นให้ถูกต้องและเหมาะสม


    จ้าวกุ้ยฮวาเห็นด้วยกับการแต่งงานระหว่างโจวเหวินเยี่ยนกับกู้เหยา แต่เป็นการเห็นด้วยแบบไม่เต็มใจนัก ยิ่งไปกว่านั้น กู้เหยาก็ได้เสียกับโจวเหวินเยี่ยนไปแล้ว พวกเขายังคงพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ ถ้าเรื่องนี้หลุดรอดไปถึงหูของคนนอก สิบกิโลเมตรแปดหมู่บ้านละแวกนี้คงไม่มีใครอยากแต่งงานกับกู้เหยาอีกแล้ว


    หลังจากที่พยายามมาอย่างหนัก ในที่สุดความฝันของโจวเหวินเยี่ยนก็กลายเป็นจริง แต่เขาก็ไม่ได้ตื่นเต้นมากเกินไป จู่ ๆ เขาก็หันไปมองหน้ากู้หนิงโดยไม่รู้ตัว จากนั้นจึงพบว่าเธอกำลังเล่นอยู่กับผ้าเช็ดหน้าในมือโดยไม่สนใจเขาเลยสักนิด


    ความสุขของโจวเหวินเยี่ยนพลันลดลง เขารู้สึกเศร้าใจขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ


    ทว่าดูเหมือนกู้หนิงจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอจึงเงยหน้าขึ้นมาพูดว่า "ฉันขอให้คุณกับกู้เหยาอยู่ครองรักด้วยกันไปตลอดกาล ไม่มีวันแยกจากกัน” นี่คือคำอวยพรที่จริงใจมากที่สุด แต่ก็เป็นคำสาปแช่งที่น่ากลัวมากที่สุดเช่นกัน


    เธอจะทำให้พวกเขาอยู่ด้วยกันอย่างทรมานไปตลอดชีวิต จะทำให้พวกเขาเกลียดชังกันและกันยิ่งกว่าศัตรูคู่อาฆาต และจะทำให้พวกเขารู้สึกอยากจะฆ่ากันเองด้วยความเกลียดชัง!


    โจวเหวินเยี่ยนย่อมไม่รู้ความหมายที่แท้จริงของคำพูดนี้ เขาเข้าใจผิดคิดว่ากู้หนิงอวยพร จึงอดไม่ได้ที่จะผิดหวัง ชายหนุ่มโบกไม้โบกมือ เดินออกไปจากบ้านตระกูลกู้ และไม่แม้แต่จะแวะไปหากู้เหยา


    ทว่าสัญชาตญาณของโจวจื้อหย่วนนั้นกลับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง แม้คำพูดของกู้หนิงจะฟังดูเหมือนคำอวยพร แต่มันกลับแฝงไปด้วยความเกลียดชังที่ไม่มีวันให้อภัยเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา


    กู้หนิงคลี่ยิ้ม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานราวกับหญิงสาวผู้น่ารัก "คุณอาคะ คุณอาจะมาอีกใช่ไหม?”


    โจวจื้อหย่วนนิ่งอึ้งไปชั่วอึดใจ โจวเหวินเยี่ยนเป็นคนที่หมั้นหมายกับบ้านตระกูลกู้ ดังนั้นโจวเหวินเยี่ยนจึงควรเป็นคนที่ต้องมาที่นี่บ่อย ๆ ไม่ใช่เขา แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของอีกฝ่าย เขาก็พยักหน้าตอบรับไปว่า "ฉันจะมาอีกแน่นอน” เพราะเขาต้องคอยมาดูแลเธอ คอยปลอบโยนในยามที่เธอมักไปนั่งร้องไห้อยู่ในมุมมืดคนเดียว


    หลังจากได้รับคำตอบที่น่าพอใจแล้ว กู้หนิงก็รู้สึกว่าโจวเหวินเยี่ยนไม่ใช่ตัวไร้ประโยชน์ไปเสียทีเดียว


    ...


    เธอเฝ้ามองโจวจื้อหย่วนกลับไป ก่อนจะออกไปตามหยางหยางให้กลับมากินมื้อเย็น ทว่าดันไปเจอกับกู้เหยาที่เพิ่งจะพ้นโทษจากการนั่งคุกเข่าพอดี กู้เหยานั่งคุกเข่ามานานมากเกินไป ทำให้ตอนนี้ถึงกับเดินขากะเผลก "สะใจพี่แล้วหรือยัง?”


    เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นจากตัวของกู้เหยาเอง แต่เธอเจ็บใจมากเกินกว่าจะยอมรับความจริง


    เธอกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว!


    กู้หนิงหัวเราะในลำคอ "สะใจอะไร? เธอได้แต่งงานกับโจวเหวินเยี่ยนแล้วนะ เธอต่างหากที่ควรได้ใจไม่ใช่เหรอ? เธออาจจะพอใจที่ได้กับโจวเหวินเยี่ยนอย่างหน้าไม่อาย แต่ฉันต้องไม่พอใจที่น้องสาวของฉันได้กับผู้ชายที่ฉันไม่ต้องการแล้วด้วยหรือไง?”


    ทุกครั้งที่เธอพูดอะไรบางอย่างออกมา ใบหน้าของกู้เหยาก็จะซีดขาวมากขึ้นเรื่อย ๆ กู้หนิงเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายแล้วหัวเราะด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม "ไม่ชอบใจงั้นสิ? แต่ในเมื่อเธอคิดจะเป็นอีตัว เธอก็ต้องพยายามรู้สึกให้คุ้นชินเข้าไว้”


    “กู้เหยา ถ้าเธอรักโจวเหวินเยี่ยนจริง ๆ เธอก็ดูแลเขาให้ดี แต่ฉันรู้ว่าเธอมันน่ารังเกียจมากเกินไป คิดจะทำตัวเป็นพวกกินในชาม ตามองในหม้อสินะ*[1]!”


    เมื่อได้ยินพี่สาวฝาแฝดพูดออกมาเช่นนั้น สีหน้าของกู้เหยาก็เปลี่ยนไปทันที "ฉันไม่รู้ว่าพี่กำลังพูดถึงอะไรอยู่?” เธอไม่คิดเลยว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำจะถูกกู้หนิงมองออก


    กู้หนิงยิ้มหยัน "ไม่รู้ก็ไม่รู้ แต่ฉันเชื่อในสิ่งนี้เสมอนะ คนเราทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว เวรกรรมจะตามสนองผู้คนเสมอ อยู่ที่ว่าช้าหรือเร็วเท่านั้น”


    เธอพูดจบก็เดินออกไปจากบ้านตระกูลกู้เพื่อตามหาหยางหยางให้กลับมากินมื้อเย็น เจ้าน้องชายคนนี้ เธอยังไม่เห็นหน้าเขาเลยตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาล


    กู้เหยาเดินขากะเผลก ก่อนจะหยุดยืนอยู่กับที่พลางจ้องมองกู้หนิงที่เดินออกไป ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด "เธอไม่ใช่ฉัน มีแต่ฉันเท่านั้นที่สามารถสู้ได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ”


    และถ้าเธอโชคดี ก็จะมีคนคอยประเคนทุกอย่างให้เธอเอง


    ไม่ว่าจะพ่อแม่ หยางหยาง คุณปู่คุณย่า หรือแม้แต่โจวจื้อหย่วนเองก็ตาม…


    ...


    หลังออกมาจากบ้านตระกูลกู้แล้ว กู้หนิงก็เดินตามถนนสายหลักของกองการผลิต เธอเดินผ่านทางแยกและมองหาหยางหยางไปตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เขามักไปเล่น แต่ก็ยังหาไม่พบ ด้วยเหตุนี้จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกร้อนใจขึ้นมา


    ทว่าในตอนนั้นเอง เธอก็ได้พบกับโก่วต้านและอิ๋นเป่าซึ่งเดินมาจากทางทิศตะวันตก หญิงสาวจึงรีบเข้าไปขวางหน้าพวกเขาไว้ทันที 


    "พวกเธอเห็นหยางหยางบ้างไหม?” เธอถามแล้วก็พบว่าเด็กสองคนนี้มีบางอย่างผิดปกติ พวกเขามีรอยฟกช้ำอยู่บนใบหน้าและมีรอยกัดอยู่ที่แขน เห็นได้ชัดว่าเพิ่งกลับมาจากการทะเลาะต่อยตี


    โก่วต้านและอิ๋นเป่าหันมองหน้ากันด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย หลังจากนั้นก็หมุนตัวทำท่าจะวิ่งหนีไป แต่กู้หนิงคว้าคอเสื้อเอาไว้ได้ทัน หญิงสาวนำลูกอมที่เธอทำสำเนาไว้แล้วออกมาหลอกล่อ "บอกฉันมาว่าหยางหยางอยู่ที่ไหน แล้วฉันจะให้ลูกอมพวกนี้กับพวกเธอ”


    โก่วต้านและอิ๋นเป่ารีบกลืนน้ำลายทันที พวกเขาชี้ไปยังบ้านหลังใหญ่ทางทิศตะวันตกที่ก่อด้วยอิฐสีแดง “หยางหยางกับคนอื่น ๆ ไปที่บ้านตระกูลหวังครับ…” หลังจากหยุดชะงักไปเล็กน้อย อิ๋นเป่าก็พูดเสียงเบาว่า "รอยกัดบนตัวผมก็เกิดขึ้นเพราะหยางหยางนี่แหละ”


    เขาคิดว่าหลังจากที่พูดออกไปเช่นนี้ กู้หนิงจะต้องทุบตีน้องชายของตัวเองเหมือนที่พวกพ่อแม่คนอื่น ๆ ชอบทำกันแน่นอน


    แต่คิดไม่ถึงเลยว่ากู้หนิงกลับย่อกายลง และถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หยางหยางของฉันเป็นเด็กดี เขาไม่เคยทำร้ายใครมาก่อน แล้วทำไมเขาถึงได้กัดเธอล่ะ?”


    เมื่อเจอคำถามนี้เข้าไป อิ๋นเป่าก็พูดอะไรไม่ออก ดวงตาที่ฉายแววรู้สึกผิดกลอกไปมา เขาสูดจมูกและพูดโดยไม่ต้องคิดว่า "ผมขอโทษครับ…” หลังจากพูดจบแล้ว เขาก็วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจแม้แต่ลูกอมในมือกู้หนิง


    โก่วต้านมองไปมองมาก็ตัดสินใจวิ่งหนีไปเช่นกัน


    กู้หนิงรู้สึกงุนงง จึงวิ่งตามไปเพื่อเอาลูกอมไปให้ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรอีก


    หลังจากที่เห็นกู้หนิงไปแล้ว อิ๋นเป่าก็เลียลูกอมในห่อกระดาษที่เป็นของหายาก และพูดด้วยความอิจฉาว่า "พี่ของหยางหยางใจดีจัง” เธออ่อนหวานและอ่อนโยน ทั้งยังให้ลูกอมกับพวกเขา ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่น่าเอาเธอมานินทาลับหลังเลย เพราะเธอไม่ได้เป็นอย่างที่ข่าวลือบอกสักหน่อย


    เมื่อกู้หนิงรู้เรื่องแล้ว เธอก็ตรงไปที่บ้านตระกูลหวัง ตระกูลหวังค่อนข้างมีฐานะในชุมชนนี้ พวกเขาร่ำรวยจากการผลิตน้ำส้มสายชู และยังเป็นคนกลุ่มแรกจากกองการผลิตที่ได้อาศัยอยู่ในบ้านก่ออิฐแดงหลังโต เรียกได้ว่ากินดีอยู่ดีเป็นอย่างยิ่ง


    ทว่าตระกูลหวังไม่ได้มีชื่อเสียงเพราะเหตุนี้ แต่โด่งดังเพราะมีหญิงสาวในตระกูลอายุสี่สิบสองปีที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วสามครั้ง และเพิ่งจะกลับมาอาศัยอยู่ที่นี่


    นอกจากนี้ ตระกูลหวังยังมีลูกสาวที่โง่เขลา ซึ่งเป็นคนที่ทำให้หยางหยางในชีวิตที่แล้วต้องล้มเลิกความฝันที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ ทำลายอนาคตอันสดใสของตนเอง เพื่อกลับมาแทงเธอถึงสามสิบหกแผล ทำให้เลือดของเธอไหลนองราวกับแม่น้ำ และต้องทุกข์ทรมานจากการแก้แค้นอันโหดเหี้ยมของเขา


    สีหน้าของกู้หนิงแปรเปลี่ยนไปทันที นั่นมันช่างน่ากลัวเหลือเกิน…



    [1] กินในชาม ตามองในหม้อ (吃着碗里看着锅里) เป็นสำนวนจีน หมายถึง คนหลายใจ หรือคนโลภมาก ไม่พอใจในสิ่งที่มี


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)เกิดใหม่มาเป็นภรรยาสุดฮอต80 ที่คุณอ่าน