ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 3 บทที่ 67 ถ้าเธอแพ้ เธอต้องหมอบลงกับพื้นแล้วเห่าเหมือนหมา

            ปัง!

            HP-599!

            พร้อมกับเสียงกระแทกอันหนักหน่วงคุโมฮาชิ ฮานาโกะ ที่มีเลเวลต่ำที่สุดในบรรดาสี่นักฆ่าไม่ทันตั้งตัวถูกร่างจำลองของกาเบรียลพุ่งชนจนสลบเหมือดไปทันที

            “อะไรกัน? ถึงกับเมินเฉยต่อกฎได้เลยเหรอ?”

            เมื่อเห็นภาพนี้นักฆ่าอีกสามคนที่เหลือต่างก็พากันตกใจขวัญผวา

            “ไป!”

            ส่วนตัวลู่เซิ่งเองก็อาศัยจังหวะนี้คว้าตัวลั่วเซวียนเซวียนที่อยู่ข้างหลังแล้วสับเท้าวิ่งหนีสุดชีวิตเพียงชั่วพริบตาเดียวก็หายลับเข้าไปในป่าทึบจนไร้ร่องรอย!

            “แย่แล้ว พวกมันจะหนีไปแล้ว รีบตามไปเร็ว!”

            ในขณะเดียวกันเมื่อเห็นลู่เซิ่งและลั่วเซวียนเซวียนตั้งท่าจะหนีอีกสามคนที่เหลือก็ไม่สนคุโมฮาชิ ฮานาโกะที่นอนไม่ได้สติอยู่รีบทะยานร่างไล่ตามไปทันที

            ............

            ......

            ท่ามกลางป่าเขาที่รกชัฏร่างสองร่างกำลังวิ่งตะบึงไปข้างหน้าตามสภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อน

            “ลู่เซิ่ง นาย... นายรีบปล่อยฉันเถอะ หนีไปเอาตัวรอดคนเดียวซะไม่อย่างนั้นวันนี้เราคงไม่รอดกันทั้งคู่”

            ลั่วเซวียนเซวียนถูกลู่เซิ่งลากให้วิ่งตามไปเธอซาบซึ้งจนแทบจะร้องไห้ออกมาตรงนั้น พลางเอ่ยปากอ้อนวอนอย่างขมขื่น

            เพราะเธอไม่คาดคิดเลยว่าในช่วงเวลาวิกฤตที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายระหว่างความเป็นความตายเช่นนี้คนที่ปรากฏตัวอยู่ข้างกายเธอ ไม่ทอดทิ้งเธอไปไหนและยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเธอไว้ กลับกลายเป็นลู่เซิ่งคู่ปรับที่เธอเคยเกลียดชังที่สุดคนนี้

            เมื่อมองไปยังแผ่นหลังอันผ่าเผยและใบหน้าที่เด็ดเดี่ยวของลู่เซิ่ง

            ในวินาทีนี้ภายในใจของลั่วเซวียนเซวียนกลับเกิดความรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนกระทั่งความหวาดกลัวต่อการตามล่าของสี่นักฆ่าที่อยู่ข้างหลังก็ดูจะเบาบางลงไปมาก

            ทว่าเธอก็ยังไม่อาจตัดใจดึงลู่เซิ่งมาเดือดร้อนด้วยได้จึงทำท่าจะสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเขา

            แต่ลู่เซิ่งดูเหมือนจะเตรียมตัวไว้ก่อนแล้วนอกจากเขาจะไม่ปล่อยมือเธอแล้ว เขายังเพิ่มแรงบีบอีกเล็กน้อยจนเธอไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็สะบัดไม่หลุด

            “ฉันบอกแล้วไงว่าจะไปก็ต้องไปด้วยกัน ไม่อย่างนั้นถ้าเธอมาตายอยู่ที่นี่ความหมายที่ฉันอุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงเขตสงครามทรายโลหิตนี่จะเหลืออะไรล่ะ?” ลู่เซิ่งกล่าวโดยไม่หันกลับมามอง

            “แต่นักฆ่าสี่คนนั้นแต่ละคนเกือบเลเวล 150 กันทุกคนเลยนะลำพังแค่เราสองคน ต่อให้ฟื้นฟูพลังจนเต็มร้อย ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมันอยู่ดี”

            ลั่วเซวียนเซวียนเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

            แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบลู่เซิ่งที่อยู่ข้างหน้าก็โบกมือตัดบท

            “ใครบอกว่าเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมันล่ะ?”

            “หือ? นายหมายความว่ายังไง?”

            ลั่วเซวียนเซวียนได้ยินดังนั้นใบหน้าสวยก็เหวอไปทันที

            “ยัยหนู เธอเองก็ดูถูกฉันเกินไปหน่อยมั้ง!”

            ลู่เซิ่งยิ้มอย่างลำพองใจพลางกล่าวอย่างโอหังว่า “บอกให้ก็ได้แค่ให้เวลาฉันอีกวันเดียวไอ้สี่ตัวนั้นก็เป็นแค่พวกกระจอกที่ไม่มีค่าอะไรในสายตาฉันเลย”

            “อะไร? เป็นแค่พวกกระจอกงั้นเหรอ? นาย... นายไม่คิดว่าโม้จนน้ำลายแตกฟองอยู่หรือไง?”

            คราวนี้ลั่วเซวียนเซวียนโกรธขึ้นมาจริงๆแล้ว

            นั่นเป็นเพราะคำพูดของลู่เซิ่งมันโอ้อวดเกินไปจะบอกว่าคุยโวแบบไร้ขอบเขตก็ไม่ผิดนัก

            ต้องรู้นะว่าในตอนนี้คนที่กำลังตามล่าพวกเขาอยู่คือผู้ใช้อาชีพเฉพาะตัวทั้งสี่จากหน่วยล่ามังกรเชียวนะ

            และอาชีพเฉพาะตัวของแต่ละประเทศก็เป็นตัวตนที่แข็งแกร่งทัดเทียมกับอาชีพระดับอัจฉริยะเลยทีเดียว

            แถมทั้งสี่คนยังมีพันธมิตรสามประเทศคอยหนุนหลังไม่ใช่แค่เลเวลสูงหรือพลังรบแกร่งเท่านั้นแม้แต่อุปกรณ์สวมใส่ก็ยังหรูหราอลังการสุดๆ

            ภายใต้เงื่อนไขแบบนี้ลั่วเซวียนเซวียนไม่เข้าใจจริงๆ ว่าลู่เซิ่งไปเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงกล้าพ่นคำพูดอวดดีขนาดนี้ออกมาได้

            “เหอะ กะแล้วเชียวว่าเธอต้องไม่เชื่อ!”

            เมื่อเห็นท่าทีของลั่วเซวียนเซวียนลู่เซิ่งก็คร้านจะอธิบาย เขาทำเพียงลากเธอวิ่งหนีต่อพลางพูดโดยไม่หันหัวกลับมาว่า“งั้นเรามาเดิมพันกันหน่อยไหมล่ะ”

            “เดิมพัน? เดิมพันอะไร?” ลั่วเซวียนเซวียนถามกลับตามสัญชาตญาณ

            “เดิมพันว่าพรุ่งนี้เวลานี้ ถ้าเรายังมีชีวิตอยู่นักฆ่าสี่คนจากหน่วยล่ามังกรนั่น จะทนมือทนเท้าฉันได้ไม่ถึงสิบนาทีและฉันจะส่งพวกมันไปเกิดใหม่ให้หมด” ลู่เซิ่งกล่าวอย่างอหังการ

            แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ว่าเขาตั้งใจจะโชว์พาวต่อหน้าสาวน้อยแต่อย่างใดแต่มันคือความมั่นใจจริงๆ ของเขา

            เพียงแต่จังหวะที่เขามาพบตัวลั่วเซวียนเซวียนมันดันน่ากระอักกระอ่วนไปหน่อยเพราะดันเป็นช่วงคาบเกี่ยวที่พรสวรรค์ ‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ของเขาติดคูลดาวน์ 24 ชั่วโมงพอดีเป๊ะ!

            ไม่อย่างนั้นด้วยเลเวลที่สูงถึง 100 ในตอนนี้ หากมีพรสวรรค์‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ อยู่กับตัวแค่บัฟจากสกิล ‘พรจากสวรรค์’ แบบสุ่มๆเขาก็สามารถคว่ำนักฆ่าหน่วยล่ามังกรทั้งสี่คนได้ง่ายๆแล้วเขาจะต้องมาวิ่งหนีให้เสียเวลาทำไม?

            มันไม่จำเป็นเลยสักนิด

            “อะไรนะ? สิบนาที?”

            ในตอนนั้นเองเมื่อเห็นลู่เซิ่งพูดจาเลอะเทอะไปใหญ่ ลั่วเซวียนเซวียนก็เริ่มฉุนเธอเบะปากถามลู่เซิ่งอย่างหมั่นไส้ว่า “ใครกันที่ทำให้นายกล้าขี้โม้ได้ขนาดนี้เหลียงจิ้งหรูงั้นเหรอ?”

            “ถามคำเดียวว่ากล้าเดิมพันไหม”

            ลู่เซิ่งไม่อธิบายซ้ำแต่ถามย้ำอีกครั้ง

            “กล้าสิ ฉันจะกลัวนายทำไม?”

            เมื่อเห็นลู่เซิ่งอวดดีขนาดนี้ความไม่ยอมคนในใจของลั่วเซวียนเซวียนก็ถูกกระตุ้นขึ้นมา เธอถามออกไปตรงๆ ทันทีว่า“แต่ถ้านายแพ้จะว่ายังไง?”

            “ถ้าฉันแพ้ ฉันยอมรับเงื่อนไขของเธอได้ทุกข้อเธอจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ตามใจชอบเลย!” ลู่เซิ่งกล่าวอย่างไม่ลังเล

            เมื่อพูดจบเขาก็หันกลับมามองไปยังร่างอันอ้อนแอ้นที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนของลั่วเซวียนเซวียนพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะแบบเจ้าเล่ห์ออกมาเป็นชุด

            “แล้วถ้าเธอแพ้ล่ะ? หึหึหึหึ...”

            “นาย... นายคิดจะทำอะไร ฉัน... ฉันเตือนนายนะว่าให้หัดให้เกียรติกันบ้างข้อเรียกร้องที่มันเกินไปฉันไม่ยอมรับหรอกนะ...”

            เมื่อเห็นลู่เซิ่งยิ้มอย่างมีเลศนัยหัวใจของลั่วเซวียนเซวียนก็เต้นไม่เป็นจังหวะ

            ถึงแม้ปากจะบอกให้ลู่เซิ่งหัดให้เกียรติกันบ้าง

            แต่ไม่รู้ทำไมในตอนนั้นเอง ลึกๆ ในใจของเธอกลับมีความรู้สึกคาดหวังแฝงอยู่อย่างเลือนราง

            ใช่แล้วมันคือความคาดหวัง

            อย่างที่เขาว่ากันว่าเด็กสาวคนไหนบ้างจะไม่หวั่นไหวกับเรื่องรักใคร่

            แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่เธอประเมินความเป็น‘ชายแท้ซื่อบื้อ’ ของลู่เซิ่งต่ำเกินไป...

            “ถ้าเธอแพ้ เธอต้องคลานสี่ขาแล้วเห่าเหมือนหมา ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

            ในที่สุดลู่เซิ่งก็ประกาศสิ่งเดิมพันของตัวเองออกมาเป็นคำพูดที่สั่นประสาทจนแทบจะทำให้คนฟังคลั่งตาย

            “ไปตายซะเถอะแก!”

            ฟึ่บ!

            วินาทีต่อมาพร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยผ่านไปลั่วเซวียนเซวียนก็สะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเขาได้สำเร็จและเป็นฝ่ายวิ่งเตลิดไปข้างหน้าเองทันทีเห็นได้ชัดว่าเธอโกรธจนฟิวส์ขาดไปเรียบร้อยแล้ว

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน