ปัง!
HP-599!
พร้อมกับเสียงกระแทกอันหนักหน่วงคุโมฮาชิ ฮานาโกะ ที่มีเลเวลต่ำที่สุดในบรรดาสี่นักฆ่าไม่ทันตั้งตัวถูกร่างจำลองของกาเบรียลพุ่งชนจนสลบเหมือดไปทันที
“อะไรกัน? ถึงกับเมินเฉยต่อกฎได้เลยเหรอ?”
เมื่อเห็นภาพนี้นักฆ่าอีกสามคนที่เหลือต่างก็พากันตกใจขวัญผวา
“ไป!”
ส่วนตัวลู่เซิ่งเองก็อาศัยจังหวะนี้คว้าตัวลั่วเซวียนเซวียนที่อยู่ข้างหลังแล้วสับเท้าวิ่งหนีสุดชีวิตเพียงชั่วพริบตาเดียวก็หายลับเข้าไปในป่าทึบจนไร้ร่องรอย!
“แย่แล้ว พวกมันจะหนีไปแล้ว รีบตามไปเร็ว!”
ในขณะเดียวกันเมื่อเห็นลู่เซิ่งและลั่วเซวียนเซวียนตั้งท่าจะหนีอีกสามคนที่เหลือก็ไม่สนคุโมฮาชิ ฮานาโกะที่นอนไม่ได้สติอยู่รีบทะยานร่างไล่ตามไปทันที
............
......
ท่ามกลางป่าเขาที่รกชัฏร่างสองร่างกำลังวิ่งตะบึงไปข้างหน้าตามสภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อน
“ลู่เซิ่ง นาย... นายรีบปล่อยฉันเถอะ หนีไปเอาตัวรอดคนเดียวซะไม่อย่างนั้นวันนี้เราคงไม่รอดกันทั้งคู่”
ลั่วเซวียนเซวียนถูกลู่เซิ่งลากให้วิ่งตามไปเธอซาบซึ้งจนแทบจะร้องไห้ออกมาตรงนั้น พลางเอ่ยปากอ้อนวอนอย่างขมขื่น
เพราะเธอไม่คาดคิดเลยว่าในช่วงเวลาวิกฤตที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายระหว่างความเป็นความตายเช่นนี้คนที่ปรากฏตัวอยู่ข้างกายเธอ ไม่ทอดทิ้งเธอไปไหนและยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเธอไว้ กลับกลายเป็นลู่เซิ่งคู่ปรับที่เธอเคยเกลียดชังที่สุดคนนี้
เมื่อมองไปยังแผ่นหลังอันผ่าเผยและใบหน้าที่เด็ดเดี่ยวของลู่เซิ่ง
ในวินาทีนี้ภายในใจของลั่วเซวียนเซวียนกลับเกิดความรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนกระทั่งความหวาดกลัวต่อการตามล่าของสี่นักฆ่าที่อยู่ข้างหลังก็ดูจะเบาบางลงไปมาก
ทว่าเธอก็ยังไม่อาจตัดใจดึงลู่เซิ่งมาเดือดร้อนด้วยได้จึงทำท่าจะสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเขา
แต่ลู่เซิ่งดูเหมือนจะเตรียมตัวไว้ก่อนแล้วนอกจากเขาจะไม่ปล่อยมือเธอแล้ว เขายังเพิ่มแรงบีบอีกเล็กน้อยจนเธอไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็สะบัดไม่หลุด
“ฉันบอกแล้วไงว่าจะไปก็ต้องไปด้วยกัน ไม่อย่างนั้นถ้าเธอมาตายอยู่ที่นี่ความหมายที่ฉันอุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงเขตสงครามทรายโลหิตนี่จะเหลืออะไรล่ะ?” ลู่เซิ่งกล่าวโดยไม่หันกลับมามอง
“แต่นักฆ่าสี่คนนั้นแต่ละคนเกือบเลเวล 150 กันทุกคนเลยนะลำพังแค่เราสองคน ต่อให้ฟื้นฟูพลังจนเต็มร้อย ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมันอยู่ดี”
ลั่วเซวียนเซวียนเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบลู่เซิ่งที่อยู่ข้างหน้าก็โบกมือตัดบท
“ใครบอกว่าเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมันล่ะ?”
“หือ? นายหมายความว่ายังไง?”
ลั่วเซวียนเซวียนได้ยินดังนั้นใบหน้าสวยก็เหวอไปทันที
“ยัยหนู เธอเองก็ดูถูกฉันเกินไปหน่อยมั้ง!”
ลู่เซิ่งยิ้มอย่างลำพองใจพลางกล่าวอย่างโอหังว่า “บอกให้ก็ได้แค่ให้เวลาฉันอีกวันเดียวไอ้สี่ตัวนั้นก็เป็นแค่พวกกระจอกที่ไม่มีค่าอะไรในสายตาฉันเลย”
“อะไร? เป็นแค่พวกกระจอกงั้นเหรอ? นาย... นายไม่คิดว่าโม้จนน้ำลายแตกฟองอยู่หรือไง?”
คราวนี้ลั่วเซวียนเซวียนโกรธขึ้นมาจริงๆแล้ว
นั่นเป็นเพราะคำพูดของลู่เซิ่งมันโอ้อวดเกินไปจะบอกว่าคุยโวแบบไร้ขอบเขตก็ไม่ผิดนัก
ต้องรู้นะว่าในตอนนี้คนที่กำลังตามล่าพวกเขาอยู่คือผู้ใช้อาชีพเฉพาะตัวทั้งสี่จากหน่วยล่ามังกรเชียวนะ
และอาชีพเฉพาะตัวของแต่ละประเทศก็เป็นตัวตนที่แข็งแกร่งทัดเทียมกับอาชีพระดับอัจฉริยะเลยทีเดียว
แถมทั้งสี่คนยังมีพันธมิตรสามประเทศคอยหนุนหลังไม่ใช่แค่เลเวลสูงหรือพลังรบแกร่งเท่านั้นแม้แต่อุปกรณ์สวมใส่ก็ยังหรูหราอลังการสุดๆ
ภายใต้เงื่อนไขแบบนี้ลั่วเซวียนเซวียนไม่เข้าใจจริงๆ ว่าลู่เซิ่งไปเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงกล้าพ่นคำพูดอวดดีขนาดนี้ออกมาได้
“เหอะ กะแล้วเชียวว่าเธอต้องไม่เชื่อ!”
เมื่อเห็นท่าทีของลั่วเซวียนเซวียนลู่เซิ่งก็คร้านจะอธิบาย เขาทำเพียงลากเธอวิ่งหนีต่อพลางพูดโดยไม่หันหัวกลับมาว่า“งั้นเรามาเดิมพันกันหน่อยไหมล่ะ”
“เดิมพัน? เดิมพันอะไร?” ลั่วเซวียนเซวียนถามกลับตามสัญชาตญาณ
“เดิมพันว่าพรุ่งนี้เวลานี้ ถ้าเรายังมีชีวิตอยู่นักฆ่าสี่คนจากหน่วยล่ามังกรนั่น จะทนมือทนเท้าฉันได้ไม่ถึงสิบนาทีและฉันจะส่งพวกมันไปเกิดใหม่ให้หมด” ลู่เซิ่งกล่าวอย่างอหังการ
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ว่าเขาตั้งใจจะโชว์พาวต่อหน้าสาวน้อยแต่อย่างใดแต่มันคือความมั่นใจจริงๆ ของเขา
เพียงแต่จังหวะที่เขามาพบตัวลั่วเซวียนเซวียนมันดันน่ากระอักกระอ่วนไปหน่อยเพราะดันเป็นช่วงคาบเกี่ยวที่พรสวรรค์ ‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ของเขาติดคูลดาวน์ 24 ชั่วโมงพอดีเป๊ะ!
ไม่อย่างนั้นด้วยเลเวลที่สูงถึง 100 ในตอนนี้ หากมีพรสวรรค์‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ อยู่กับตัวแค่บัฟจากสกิล ‘พรจากสวรรค์’ แบบสุ่มๆเขาก็สามารถคว่ำนักฆ่าหน่วยล่ามังกรทั้งสี่คนได้ง่ายๆแล้วเขาจะต้องมาวิ่งหนีให้เสียเวลาทำไม?
มันไม่จำเป็นเลยสักนิด
“อะไรนะ? สิบนาที?”
ในตอนนั้นเองเมื่อเห็นลู่เซิ่งพูดจาเลอะเทอะไปใหญ่ ลั่วเซวียนเซวียนก็เริ่มฉุนเธอเบะปากถามลู่เซิ่งอย่างหมั่นไส้ว่า “ใครกันที่ทำให้นายกล้าขี้โม้ได้ขนาดนี้เหลียงจิ้งหรูงั้นเหรอ?”
“ถามคำเดียวว่ากล้าเดิมพันไหม”
ลู่เซิ่งไม่อธิบายซ้ำแต่ถามย้ำอีกครั้ง
“กล้าสิ ฉันจะกลัวนายทำไม?”
เมื่อเห็นลู่เซิ่งอวดดีขนาดนี้ความไม่ยอมคนในใจของลั่วเซวียนเซวียนก็ถูกกระตุ้นขึ้นมา เธอถามออกไปตรงๆ ทันทีว่า“แต่ถ้านายแพ้จะว่ายังไง?”
“ถ้าฉันแพ้ ฉันยอมรับเงื่อนไขของเธอได้ทุกข้อเธอจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ตามใจชอบเลย!” ลู่เซิ่งกล่าวอย่างไม่ลังเล
เมื่อพูดจบเขาก็หันกลับมามองไปยังร่างอันอ้อนแอ้นที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนของลั่วเซวียนเซวียนพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะแบบเจ้าเล่ห์ออกมาเป็นชุด
“แล้วถ้าเธอแพ้ล่ะ? หึหึหึหึ...”
“นาย... นายคิดจะทำอะไร ฉัน... ฉันเตือนนายนะว่าให้หัดให้เกียรติกันบ้างข้อเรียกร้องที่มันเกินไปฉันไม่ยอมรับหรอกนะ...”
เมื่อเห็นลู่เซิ่งยิ้มอย่างมีเลศนัยหัวใจของลั่วเซวียนเซวียนก็เต้นไม่เป็นจังหวะ
ถึงแม้ปากจะบอกให้ลู่เซิ่งหัดให้เกียรติกันบ้าง
แต่ไม่รู้ทำไมในตอนนั้นเอง ลึกๆ ในใจของเธอกลับมีความรู้สึกคาดหวังแฝงอยู่อย่างเลือนราง
ใช่แล้วมันคือความคาดหวัง
อย่างที่เขาว่ากันว่าเด็กสาวคนไหนบ้างจะไม่หวั่นไหวกับเรื่องรักใคร่
แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่เธอประเมินความเป็น‘ชายแท้ซื่อบื้อ’ ของลู่เซิ่งต่ำเกินไป...
“ถ้าเธอแพ้ เธอต้องคลานสี่ขาแล้วเห่าเหมือนหมา ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
ในที่สุดลู่เซิ่งก็ประกาศสิ่งเดิมพันของตัวเองออกมาเป็นคำพูดที่สั่นประสาทจนแทบจะทำให้คนฟังคลั่งตาย
“ไปตายซะเถอะแก!”
ฟึ่บ!
วินาทีต่อมาพร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยผ่านไปลั่วเซวียนเซวียนก็สะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเขาได้สำเร็จและเป็นฝ่ายวิ่งเตลิดไปข้างหน้าเองทันทีเห็นได้ชัดว่าเธอโกรธจนฟิวส์ขาดไปเรียบร้อยแล้ว