หลงไท่จื่อพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูง ในชั่วพริบตาเดียวก็เคลื่อนที่ไปได้ไกลนับพันลี้
“เสด็จไปไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ!”
ทันใดนั้น ก็มีหลายเสียงดังมาจากทุกสารทิศโดยพร้อมเพรียงกัน
เมื่ออวิ๋นหวงเงยหน้าขึ้นมอง จึงเห็นแม่ทัพเทพทั้งหกอันได้แก่ปลาหมึกั์ เต่ากระ ไห่ถุน ฉลาม งูทะเล และไห่เซี่ยงวิ่งเข้ามาขัดขวางด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“หลงไท่จื่อ โลกทั้งสองไม่ควรล่วงล้ำกัน หากฝ่าฝืนจะต้องถูกลงทัณฑ์จาก์ อย่าได้ทำอะไรหุนหันพลันแล่นเด็ดขาดนะพ่ะย่ะค่ะ!” ไห่ถุนห้ามปรามเสียงดัง
ส่วนปลาหมึกั์ที่กำลังหอบหายใจ ก็ได้โบกหนวดยาว ๆ ทั้งแปดเส้นของมันโอบอวิ๋นหวงลงมาจากหลังคอของหลงไท่จื่อ “เ้าตัวน้อย เ้าต้องไม่ทำร้ายหลงไท่จื่อ พระองค์คือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเ้าไว้นะ”
ไห่เซี่ยงพูดอย่างจริงจัง “หน้าที่ของแม่ทัพทั้งหกอย่างพวกเราคือปกป้องหลงไท่จื่อ ไม่ว่าจะเป็ใครก็ตาม ล้วนไม่สามารถยุยงส่งเสริมให้พระองค์ฝ่าฝืนกฎได้ เ้าตัวน้อย เ้าก็ทำไม่ได้เช่นกัน”
อวิ๋นหวงนิ่งงันไป “หลงไท่จื่อ ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายท่าน ทำให้ท่านต้องฝ่าฝืนกฎ ข้า...”
หลงไท่จื่อหันหน้ากลับมามองด้วยความเศร้าสร้อย “ข้ารู้ แต่ข้าทนเห็นน้ำตาของเ้าไม่ได้จริง ๆ”
อวิ๋นหวงก้มหน้ามองดูกระจกเกล็ดัด้วยความกังวลล้ำลึก ภาพที่ปรากฏในกระจก แขนขาและคอของฉู่เซียวถูกมัดอย่างแ่า องครักษ์ทั้งห้าเหินกายขึ้นไปบนหลังม้าแต่ละตัวตามลำดับ ก่อนจะชักม้าไปในทิศทางที่แตกต่างกัน ทุกคนต่างถือมีดสั้นแหลมคมไว้ในมือ สองขาออกแรงกระทุ้ง
เมื่อม้าทั้งห้าตัวต่างก้าวเดินไปสองก้าว ฉู่เซียวก็พลันลอยคว้างขึ้นกลางอากาศ ในสภาพตัวอักษรจีนคำว่า ‘大’![1]
ขอเพียงเฉินซินอี๋ออกคำสั่ง องครักษ์ทั้งห้าก็จะใช้มีดสั้นแทงสะโพกของม้าทุกตัว ด้วยความเ็ปที่ได้รับ ม้าก็จะรีบวิ่งเตลิดสุดกำลังอย่างบ้าคลั่ง และฉู่เซียวก็จะต้อง...
มือของอวิ๋นหวงที่ถือกระจกเกล็ดัสั่นไม่หยุด การฆ่าอย่างทารุณที่นองเืที่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้นางไม่อาจทนมองได้จริง ๆ
“องค์หญิง องค์หญิงไม่ต้องกลัว! คนเราเกิดมาก็ต้องตาย แต่ต้องตายอย่างมีคุณค่า ไยจะต้องเสียใจด้วยเล่าพ่ะย่ะค่ะ!”
ถ้อยคำซึ่งครั้งหนึ่งเป็สิ่งที่ฉู่เซียวเคยพูดกับนางในคุก ทันใดนั้นก็ดังขึ้นในหูของนาง
ฉู่เซียวมีความจงรักภักดีอย่างเต็มหัวใจ ทว่าเขากำลังจะถูกทรมานจนตาย เพราะต้องโทษปะาร้ายแรง อวิ๋นหวงรู้สึกว่าจิตใจตนกำลังแตกสลาย ยากที่จะเผชิญหน้ากับมันได้
“ไม่ อย่านะ...ฮือ ๆ ฮือ ๆ...ข้ามันไร้ประโยชน์จริง ๆ ข้าคือคนที่ทำร้ายฉู่เซียว ฮือ ๆ ๆ...”
อวิ๋นหวงมือไม้อ่อนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ร่ำไห้ออกมา
งูทะเลขยับเข้าใกล้อวิ๋นหวง แล้วลดเสียงให้เบาลง “เ้าไม่ต้องกังวลไป รอจนถึงกลางคืน เมื่อเทพผู้ดูแลตำหนัก์หลับใหล ข้าจะช่วยเ้ากัดคนพวกนั้นเอง”
เต่ากระเองก็ทนมองไม่ได้เช่นกัน “ที่คนพวกนี้อายุสั้น ก็เพราะวันทั้งวันคิดแต่จะหาวิธีทำร้ายผู้อื่น เห็นการฆ่าฟันกันเองเป็เื่สนุก ช่างโฉดเขลาเบาปัญญายิ่งนัก!”
น้ำตาหญิงสาวไหลรินเป็สาย อวิ๋นหวงไม่อาจระงับความโศกเศร้าได้
หลงไท่จื่อมองนางด้วยความสับสน จิตใจบีบคั้นจนเ็ปอย่างที่สุด
“พวกเ้าอย่าขวางทางข้าเลย ข้าชอบเ้าตัวน้อยผู้นี้ ข้าไม่อยากเห็นนางร้องไห้ ต่อให้ข้าต้องถูก์ลงทัณฑ์ ข้าก็จะยอมรับมัน”
หลงไท่จื่อโอบตัวอวิ๋นหวงอีกครั้ง
“ไม่ได้นะ! หากพระองค์ถูก์ลงทัณฑ์ การบำเพ็ญเพียรก็จะถดถอย และาาัจะต้องตีพวกเราทุกคนจนตายเป็แน่!” ฉลามกล่าวเสียงสั่น
หลงไท่จื่อถอนหายใจ ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากวางตัวอวิ๋นหวงลง และปลอบโยนนาง “เ้าตัวน้อย อันที่จริง ที่ข้าจะพาเ้าไปที่นั้น ก็เพื่อให้เ้าได้เห็นฉู่เซียวใด้ใกล้ขึ้น เพื่อดูว่าเขาจะได้รับการช่วยเหลืออย่างไรก็แค่นั้น?”
“อะไรนะ?” อวิ๋นหวงชะงักไป “จะมีคนช่วยชีวิตเขาไว้ได้หรือ?”
หลงไท่จื่อเอ่ย “ความลับ์ไม่อาจเปิดเผย เ้าต้องเฝ้าดูอย่างอดทน”
อวิ๋นหวงรีบเช็ดน้ำตา พลางกลั้นหายใจจ้องมองกระจกเกล็ดั กลั้นหายใจไปพลาง ใจเต้นรัวระทึกไปพลาง...
…
กลางลานปะา ม้าคลุ้มคลั่งห้าตัวที่ถูกองครักษ์ห้านายควบคุม กำลังเฝ้ารอโอกาสที่จะได้เคลื่อนไหว
ฉู่เซียวถูกแขวนลอยค้างอยู่กลางอากาศ ร่างกายของเขาถูกดึงออกจากกัน และเป็การยากที่จะหลุดออกจากเชือกเส้นหนาและแข็งแกร่งที่พันธนาการอยู่
เมื่อคอถูกรัดแน่น ใบหน้าของฉู่เซียวจึงเปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำ อาการหายใจไม่ออกอย่างหนักทำให้เขารู้สึกวิงเวียน
เขามองเฉินซินอี๋ซึ่งกำลังนั่งหลังตรงอยู่ในตำแหน่งที่นั่งประธานอย่างแค้นใจ นางจิบชาช้า ๆ ด้วยรอยยิ้มหยิ่งผยองซ่อนอันตราย
“ฉู่เซียว เ้ากลัวหรือไม่? หากเ้าเสียใจ ขอเพียงเ้าด่าประนามองค์หญิงเก้า เป็ทาสชั้นต่ำที่ทุกคน้าลงทัณฑ์ได้ ข้าจะเปลี่ยนวิธีตายให้กับเ้า และเหลือศพครบทุกชิ้นส่วนไว้ให้” เฉินซินอี๋กล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“องค์หญิงเจ็ด เ้านั่นแหละ คือทาสชั้นต่ำสมควรตายที่ทุกคน้าลงทัณฑ์! เ้าเทียบองค์หญิงเก้าไม่ได้เลยสักกระผีกริ้น! ถุย!” ฉู่เซียวถ่มน้ำลายใส่เฉินซินอี๋อย่างดูิ่ดูแคลน
*เพล้ง!* เฉินซินอี๋เต้นเร่า ๆ ด้วยโทสะ พลางทุ่มถ้วยชากระแทกลงบนโต๊ะ “ปะา!”
*เม๊ง เม๊ง~*
เสียงระฆังงานสัญญาณดังขึ้นอีกครั้ง เสียงนั้นดังสนั่นหวั่นไหวจนหูแทบแตก
ฝูงชนเงียบกริบ แต่ละคนต่างรอคอยด้วยความร้อนรุ่มใจ
ในเวลาเดียวกันนั้น ผู้ขี่ม้าทั้งห้าคนก็จ้วงแทงมีดสั้นใส่ม้าที่ตนนั่งอยู่อย่างแรง เมื่อม้าทั้งห้าตัวได้รับความเ็ปก็พลันร้องคำรามลั่น แล้ววิ่งควบออกไปด้วยกำลังทั้งหมดที่มีอย่างบ้าคลั่งในทันที...
เมื่อเห็นว่าฉู่เซียวกำลังจะตายอย่างน่าอนาถ ในห้วงเวลาที่นึกว่าจะสายเกินไป แต่กลับรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ อาวุธลับรูปจันทร์เสี้ยวก็พุ่งแหวกอากาศมา หมุนวนราวกับสายฟ้าและตัดเชือกที่มัดฉู่เซียวออกด้วยความเร็วดุจอสุนีบาต!
ในขณะที่ฉู่เซียวเกือบจะร่วงลงมา ผ้าแพรสีรุ้งคล้ายัแหวกว่ายก็พลันพุ่งออกมาจากต้นไทรใหญ่ข้างลานปะา แล้วพันเกี่ยวรอบเอวของฉู่เซียวเอาไว้ ก่อนจะดึงตัวฉู่เซียวขึ้นไปบนต้นไม้!
ผู้ชมทั้งหมดในที่แห่งนั้นต่างตกอยู่ในความโกลาหล
ฝูงชนที่ยืนล้อมเฝ้ามองอยู่ต่างกระวนกระวายด้วยความขุ่นเคือง ที่ ‘ศัตรู’ ของพวกเขาถูกชิงตัวไปจากลานปะา ริบเอาความหรรษาจากการล้างแค้นของพวกเขาไป พวกเขาจึงทนไม่ได้!
“ฉู่เซียวเป็สายลับจริง ๆ เขายังมีผู้สมรู้ร่วมคิดอีกด้วย!”
“จับพวกมันมาปะาชีวิตพร้อมกันเลย!”
…
ใต้ต้นไม้ใหญ่ ท้องทะเลเดือดพล่าน ูเาคำรามกึกก้อง ฝูงชนเดือดดาลโกรธแค้น
แววดูถูกเหยียดหยามวาบขึ้นในดวงตาของหญิงสวมหน้ากากซึ่งอยู่บนต้นไม้ นางประคองฉู่เซียวด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างปาก้อนกลมเล็ก ๆ สองสามก้อนใส่ฝูงชน
ลูกกลมแตกกระจายและตกใส่ฝูงชน จากนั้นควันก็พวยพุ่งลอยคลุ้งไปทั่วทันที
ผู้คนไม่รู้ว่าควันที่พวยพุ่งออกมาจากก้อนกลมคืออะไร พวกเขาเอาแต่คิดว่ามันเป็อาวุธสังหาร ทุกคนจึงตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูก และต่างผลักกันไปมา ก่อนจะวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอุตลุด
ฝูงชนส่วนใหญ่ต่างสับสนอลหม่านด้วยความกลัวตาย ในเวลาเดียวกันก็เบียดเสียดเหยียบย่ำกัน และร้องโหยหวนดุจเสียงหมาป่าหอน
เฉินซินอี๋โกรธจนแทบบ้า นางชี้ไปที่คนบนต้นไม้ พลางร้องะโเสียงแหบแห้ง “จัดการยิงพวกมันลงมาให้ข้า! รีบยิงเดี๋ยวนี้!”
พลธนูรีบเข้าประจำตำแหน่ง พลางง้างธนูขึ้นสาย
ทว่าฝูงชนที่กำลังสับสนอลหม่านก็พุ่งเข้ามาราวกับกระแสน้ำหลาก และก่อนที่เหล่าพลธนูจะได้มีเวลายิงธนู กองพลธนูก็ถูกฝูงชนที่ตื่นตระหนกกรูเข้ามาหาจากทุกทิศทาง จนต้องล้มแผ่นอนหงาย แตกฮือไปไม่เป็กระบวน
ฉวยโอกาสจากความโกลาหล หญิงในชุดแดงพลันะโลงมาจากบนต้นไม้พร้อมกับฉู่เซียว และหายวับไปในพริบตา...
เฉินซินอี๋ที่เห็นเหตุการณ์ชัดเจนโกรธจนควันออกหู นางหยิบถ้วยน้ำชาบนโต๊ะแล้วขว้างใส่องครักษ์ที่อยู่ใกล้ ๆ “เ้าพวกงี่เง่าไร้ประโยชน์...”
ก่อนที่นางจะพูดจบ ไม่รู้ว่าใครผลักนางจากทางด้านหลัง
เฉินซินอี๋ที่ไม่ทันระวังตัว จึงทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น
ผู้คนที่วิ่งหนีและยึดครองท้องถนนต่างหนีตายหลั่งไหลเข้ามา พร้อมทั้งเหยียบย่ำหลังของเฉินซินอี๋อย่างต่อเนื่อง
เฉินซินอี๋ที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นจึงถูกเหยียบย่ำครั้งแล้วครั้งเล่า ผมเผ้าของนางยุ่งเหยิงกระเซอะกระเซิง เสื้อผ้าที่สดใสใหม่เอี่ยมถูกเหยียบย่ำจนขาดวิ่น มือและเท้าของนางเป็สีดำม่วง และผู้คนก็ยังคงเหยียบนางไปอย่างต่อเนื่อง
เฉินซินอี๋ถูกเหยียบจนเจ็บหน้าอกหายใจไม่ออก ดวงตาพร่ามัว นางร้องครวญครางเบา ๆ ทว่าไม่มีใครสนใจนางเลย
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ในที่สุดคลื่นมหาชนก็สลายไป ส่วนเฉินซินอี๋ยังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้นไม่ขยับ
เหล่าองครักษ์กวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดหวั่น พวกเขาพยายามค้นหากันอยู่เป็นาน ในที่สุดก็เจอเฉินซินอี๋ แล้วรีบรุดเข้าไปตรวจสอบเพื่อช่วยเหลือ
เฉินซินอี๋ถูกยกออกมา ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยโคลน เนื้อตัวแตกยับ และน่าสยดยองเกินกว่าจะทนดูได้
เมื่อเหล่าองครักษ์เห็นสภาพของนาง พวกเขาก็ทั้งใ ทั้งกลัว และเกือบจะหัวเราะออกมา…
…
ใต้น้ำ
“ฮ่า ๆ ๆ...”
หลงไท่จื่อและแม่ทัพเทพทั้งหกต่างอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดัง ๆ
“แน่นอนว่า ทำชั่วก็ย่อมได้ชั่ว!”
“ผู้หญิงคนนี้ใบหน้าเสียโฉมแล้ว”
“หากคนดีไม่ทำดี ก็จะกลายเป็คนเลว แล้วก็ต้องรับผลกรรมที่ตามมาเอง!”
“เ้าไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกระทำความชั่ว เ้าตัวน้อย? เ้ายินดีจะเป็คนโง่เขลาหรือไม่?”
แม่ทัพเทพทั้งหกล้วนปรบมือแซ่ซ้องด้วยความยินดี เมื่อได้ยินสิ่งที่หลงไท่จื่อกล่าว จึงหันขวับไปมองอวิ๋นหวงทันที
อวิ๋นหวงกำลังจ้องมองกระจกเกล็ดัด้วยความตกตะลึง แต่แล้วภาพบนกระจกเกล็ดัก็หายไป ดังนั้นจึงไม่มีอะไรให้นางดูอีก
“เ้าตัวน้อย?”
หลงไท่จื่อเรียกนางอีกครั้ง
อวิ๋นหวงเงยหน้าขึ้นด้วยความงุนงง พลางหันไปมองหลงไท่จื่อและแม่ทัพเทพทั้งหกโดยไม่ส่งเสียงอะไรอยู่เป็นาน
“เกิดอะไรขึ้นกับเ้า ฉู่เซียวได้รับการช่วยชีวิตแล้วนี่!”
“อืม เมื่อครู่พวกเราก็เห็นกันหมดแล้ว และมันก็เป็ความจริง”
“ไม่เพียงแต่ฉู่เซียวจะถูกคนช่วยชีวิตแล้ว ทว่าองค์หญิงเจ็ดก็ถูกคนเหยียบจนเละไปเลย”
“ฮ่า ๆ ๆ สะใจ สะใจจริง ๆ!”
แม่ทัพเทพทั้งหกต่างยินดีปรีดาด้วยสีหน้าสดใส พากันเต้นรำไปมา
อวิ๋นหวงได้สติกลับคืนมา “หลงไท่จื่อ เมื่อครู่ข้าเพิ่งมองดูสตรีในชุดแดงที่ช่วยชีวิตฉู่เซียวไว้...เหตุใดนางถึงได้ดูเหมือนเสด็จแม่ของข้าเล่า?”
**
[1] ตัวอักษรจีน 大 (ต้า) แปลว่าใหญ่
.
.
.