ย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70

    บทที่ 40 [อ่านฟรี 15 พฤศจิกายน 66 เวลา 19.00 น.]

    คุยกันสักนิด


    ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่สนับสนุนผลงานการเขียนของไรท์ขอให้นักอ่านทุกคน อ่านนิยายให้สนุกนะคะและไรท์ก็ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้กับไรท์นะคะ

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++







    บทที่ 40





    หลังจากที่เมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนเก็บข้าวของของตัวเองและเตรียมเสื้อผ้าและของใช้บางส่วนใส่กระเป๋าเรียบร้อยแล้วนั้น ทั้งคู่ก็กลับมาเจอกันที่บริเวณหน้าบ้านอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าในเวลานี้พวกเขาต่างก็เปลี่ยนชุดกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย เนื่องจากว่าเมิ่งเหวินฮั่นไม่อาจพาร่างกายที่เต็มไปด้วยเหงื่อไปเจอกับครอบครัวของตัวเองได้ ดังนั้นเขาจึงใช้เวลาอาบน้ำเสียก่อน นอกจากนี้เขายังให้เสิ่นเจ๋อหยวนอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อยเช่นเดียวกัน


    เพราะถ้าหากเมิ่งเหวินฮั่นไปพบเจอกับแม่ของตัวเองในขณะที่ร่างกายของเขายังคงเต็มไปด้วยเหงื่อไคลนั่น มีหวังเขาคงเจอแม่ของตัวเองหยิกจนเนื้อลายอย่างแน่นอน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยกับร่างกายของตัวเอง เมิ่งเหวินฮั่นจึงจัดการตัวเองให้เรียบร้อยเสียก่อน


    “เรียบร้อยแล้วใช่ไหม”


    หลังจากที่เมิ่งเหวินฮั่นปิดประตูหน้าบ้านของตัวเองเรียบร้อยแล้ว เขาจึงได้หันมาหาเสิ่นเจ๋อหยวนอีกครั้ง ซึ่งอีกฝ่ายก็คล่อมจักรยานเตรียมพร้อมที่จะปั่นไปยังหมู่บ้านเฟิงหยวน


    “อืม ว่าแต่นายเถอะไม่ลืมอะไรแน่นะ”


    เมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทของตัวเองปิดประตูบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เสิ่นเจ๋อหยวนก็อดที่จะเอ่ยถามอีกฝ่ายย้ำขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้ ถึงแม้ว่าจากหมู่บ้านเฟิงหยวนมายังตำบลเจิ้งหยวนนั่นจะใช้เวลาเพียงไม่นานถ้าหากปั่นจักรยานมา แต่เขาก็ไม่คิดที่จะย้อนกลับมาอีกครั้งเช่นกัน


    เพราะถึงแม้ว่าเขาจะได้พักผ่อนบนรถไฟแล้ว แต่ก็เป็นแค่เพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นในเวลานี้เขาจึงอยากพักผ่อนเสียแล้ว


    “ไม่ลืมแน่นอน พวกเรารีบไปหมู่บ้านเฟิงหยวนกันเถอะ ฉันเริ่มจะหิวอีกแล้ว”


    เมิ่งเหวินฮั่นรู้สึกทั้งเหน็ดเหนื่อยและหิว ดังนั้นเขาจึงต้องการที่จะไปหาครอบครัวของตัวเองโดยเร็วที่สุด


    ตลอดระยะเวลาที่ปั่นจักรยานไปยังหมู่บ้านเฟิงหยวนนั้น เมิ่งเหวินฮั่นก็ได้พบกับชาวบ้านในหมู่บ้านเฟิงหยวนอยู่เป็นระยะ เนื่องจากอีกฝ่ายเดินทางเข้ามาในตำบลเพื่อซื้อข้าวของและอาหารสำหรับไปเฉลิมฉลองกันนั่นเอง และในบางครั้งพวกเขาก็เพียงแค่ต้องการเดินเล่นในตำบลอย่างสบายใจเพียงเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าเมิ่งเหวินฮั่นก็ทำเพียงแค่ทักทายชาวบ้านเหล่านั้นไปสั้นๆ เท่านั้นเอง


    เนื่องจากเขารู้ดีว่าในหมู่บ้านเฟิงหยวน มีเพียงแค่บางครอบครัวเท่านั้นที่ดีกับบ้านลู่ของตายายของเขาเท่านั้น และก็ยังมีชาวบ้านที่มักจะอิจฉาริษยาที่ครอบครัวของเขาเป็นคนในตำบลนั่นเอง ดังนั้นในบางครั้งจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ครอบครัวของเขามักจะถูกนินทาหรือว่าร้ายด้วยความอิจฉานั่นเอง


    แต่ถึงอย่างนั้นเมิ่งเหวินฮั่นก็ไม่คิดที่จะใส่ใจ ถ้าหากอีกฝ่ายไม่ได้ต่อว่าครอบครัวของเขามากจนเกินไป แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่สามารถแสดงท่าทางสนิทสนมกับชาวบ้านเหล่านั้นได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นเมิ่งเหวินฮั่นจึงทำเพียงแค่ทักทายเพียงไม่กี่คำและรีบขอตัวจากมา


    “ไม่นึกเลยว่าครอบครัวเมิ่งจะมีฐานะมากถึงขนาดนี้ เมื่อวันก่อนก็พึ่งจะปั่นจักรยานมาที่หมู่บ้านของพวกเราถึงสามคันด้วยกัน พอวันนี้ลูกชายบ้านเมิ่งก็ปั่นจักรยานมาอีกคัน”


    หญิงวัยกลางคนเอ่ยออกมาด้วยความอิจฉา นอกจากนี้เธอยังคาดหวังว่าบ้านของเธอจะได้เกี่ยวดองกับบ้านเมิ่งอีกต่างหาก เนื่องจากเธอมีลูกสาวที่อยู่ในวัยกำลังจะแต่งงานนั่นเอง ถึงแม้ว่าลูกสาวของเธอในตอนนี้จะอายุเพียงแค่สิบห้าปีก็ตาม


    “ฉันละอิจฉาบ้านลู่จื่อหลินเสียจริง แต่ก่อนฉันยังเคยเห็นเธอต้องทำงานตัวเป็นเกลียวเลย แต่พอเธอได้แต่งงานกับเมิ่งจางเฮ่อ เธอก็กลายเป็นคุณนายที่มีการงานที่ดี แถมยังมีลูกชายที่เป็นถึงทนายของประเทศชาติอีกด้วย”


    ยิ่งได้เห็นลูกชายบ้านเมิ่งในตอนนี้ ไป๋ซูเหมียวก็รู้สึกอิจฉาลู่จื่อหลินมากขึ้นไปกว่าเดิม ทั้งๆ ที่เธอและลู่จื่อหลินต่างก็เติบโตจากหมู่บ้านเฟิงหยวน แต่วาสนาของอีกฝ่ายกับดีมากกว่าเธอเป็นร้อนเท่าพันเท่าเลยทีเดียว เพราะว่าเธอต้องแต่งงานกับญาติฝั่งแม่ ทำให้เธอไม่สามารถเลือกสามีของตัวเองได้


    นอกจากนี้บ้านของสามีเธอยังมีฐานะยากจนอีกด้วย รวมไปถึงพี่น้องของสามีเธอที่มีถึงสี่คนด้วยกัน ทำให้ภายในบ้านเลี่ยงมีคนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากนั่นเอง ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องนำไม้มากั้นห้องเพื่อทำเป็นห้องใหม่ขึ้นมา ถึงแม้ว่าสามีของเธอจะเป็นลูกชายคนโปรดของพ่อแม่สามี และลูกสาวของเธอที่เป็นหลานคนโปรดของปู่กับย่า แต่ไม่ใช่กับเธอที่เป็นเพียงลูกสะใภ้


    ดังนั้นเมื่อเธอได้เห็นลูกสาวของลู่จื่อหลินอย่างเมิ่งจือหลันที่มีอิสระในการใช้ชีวิตของตัวเอง โดยที่เมิ่งจือหลันนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องทำงานเหมือนกับเธอ ดังนั้นเพื่อสถานะที่ดีขึ้นของเธอในอนาคต ไป๋ซูเหมียววจึงคาดหวังว่าลูกชายบ้านเมิ่งจะให้ความสนใจลูกสาวของเธออย่างเลี่ยงเหมยหรู อีกทั้งลูกสาวของเธอคนนี้ยังมีอายุที่ใกล้เคียงกับเมิ่งเหวินฮั่นอีกด้วย


    ‘คอยดูเถอะ ฉันจะให้ลูกสาวของฉันมาล่อหลอกเมิ่งเหวิ่นฮั่นให้ได้ และต่อจากนี้ฉันก็จะได้เป็นแม่ยายที่รอนั่งนับเงินจากลูกเขยไปตลอดชีวิต’


    “อย่างลูกสาวของเธอนี่นะ เมิ่งเหวินฮั่นคงไม่มีทางสนใจหรอก”


    ใครในหมู่บ้านแห่งนี้จะไม่รู้บ้างว่าลูกสาวของไป๋ซูเหมียวเป็นคนยังไง ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะโชคดีที่เป็นหลานสาวคนโปรดของปู่ย่า นอกจากนี้เลี่ยงเหมยหรูยังไม่ต้องลงไปทำงานในนาเหมือนกับลูกพี่ลูกน้องคนอื่นๆ เนื่องจากว่าอีกฝ่ายสามารถสอบเข้าโรงเรียนในตำบลได้


    แต่ถึงอย่างนั้นบ้านเลี่ยงก็มีเด็กอีกหลายคนที่สามารถสอบเข้าโรงเรียนในตำบลได้เช่นกัน แต่เป็นเพราะว่าอีกฝ่ายเป็นลูกสาวของลูกชายคนโปรดนั่นเอง ดังนั้นเลี่ยงเหมยหรูจึงมีสถานะในบ้านที่ดีมากกว่าคนอื่น ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นเพียงหญิงสาวก็ตาม อีกทั้งเลี่ยงเหมยหรูยังชื่นชอบการออดอ้อนปู่ย่าของตัวเองอีกด้วย


    ไป๋ซูเหมียวมองไปที่ยุนฟ่านหลิงด้วยความไม่ชอบใจ ถึงแม้ว่าเธอกับยุนฟ่านหลิงจะอยู่ในกลุ่มนินทาคนอื่นกลุ่มเดียวกัน แต่เมื่อเธอรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายก็สนใจเมิ่งเหวินฮั่นเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นไป๋ซูเหมียวก็ไม่สามารถมองอีกฝ่ายได้อย่างสนิทใจเหมือนเช่นเดิมได้อีกต่อไป


    แต่ถึงอย่างนั้นไป๋ซูเหมียวก็ไม่คิดว่าเมิ่งเหวินฮั่นจะให้ความสนใจกับลูกสาวของยุนฟ่านหลิง เนื่องจากว่ามู่เถียนซีเป็นเพียงเด็กน้อยที่อายุพึ่งจะสิบห้าปีเท่านั้น ดังนั้นถ้าต้องเลือกระหว่างมู่เถียนซีกับเลี่ยงเหมยหรู เธอคิดว่าลูกสาวของเธอย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ดังนั้นไป๋ซูเหมียวจึงคิดว่าต่อไปนี้เธอจะพยายามทำดีต่อครอบครัวลู่ให้มากขึ้นเสียหน่อย เพราะถ้าหากครอบครัวลู่ชื่นชอบลูกสาวของเธอแล้วนั่น เมิ่งเหวินฮั่นย่อมต้องชื่นชอบลูกสาวของเธอเช่นเดียวกัน


    แต่ก่อนที่ไป๋ซูเหมียวและยุนฟ่านหลิงจะได้ทะเลาะกันไปมากกว่านี้ เสียงหัวเราะของใครบางคนก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้เป็นเสียงหัวเราะจากคนเพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะว่าภายในรถแทรกเตอร์ของหมู่บ้านนั้น ยังมีชาวบ้านอีกหลานคนที่นั่งมาด้วยนั่นเอง


    ซึ่งนั่นรวมไปถึงชาวบ้านบางคนที่สนิทสนมกับบ้านลู่และบ้านเมิ่งนั่นเอง


    “ฉันอยากจะหัวเราะให้ฟันหลุด พูดออกมาเหมือนกับเหวินฮั่นจะเลือกลูกสาวของตัวเองซะกัน แต่กับไม่ดูเลยว่าลูกสาวของตัวเองทำอะไรเป็นบ้าง นอกจากแต่งตัวกับนินทาคนอื่นไปวันๆ นะ”


    ทันที่ทีไป๋ซูเหมียวได้ยินคนอื่นพูดจาไม่ดีกับลูกสาวของตัวเอง เธอก็รู้สึกโมโหขึ้นมาไม่ได้ นอกจากนี้เธอยังคิดว่าลูกสาวของเธอไม่ได้ทำสิ่งใดผิดอีกต่างหาก เพราะขนาดเมิ่งจือหลันก็ยังเทียวไปเทียวมาระหว่างในตำบลกับหมู่บ้านเฟิงหยวน ดังนั้นจะแปลกอะไรที่ลูกสาวของเธอจะเที่ยวเล่นเหมือนกับอีกฝ่ายบ้าง


    แต่ไป๋ซูเหมียวคงจะลืมไปเสียแล้ว ว่าที่เมิ่งจือหลันมาที่หมู่บ้านแห่งนี้ ก็เพราะว่าเธอต้องการมาช่วยบ้านลู่ทำงานนั่นเอง ดังนั้นจึงแตกต่างกับเลี่ยงเหมยหรูที่นอกจากเรียนแล้วก็ไม่ได้ทำงานเลยแม้แต่อย่างเดียว รวมไปถึงงานบ้านอีกฝ่ายก็ไม่ได้ทำเช่นเดียวกัน เพราะว่าที่บ้านเลี่ยงมีลูกพี่ลูกน้องของเธอที่ไม่ได้เป็นที่โปรดปรานของปู่ย่าคอยทำให้เธออยู่ทุกอย่างนั่นเอง


    “ขนาดเมิ่งจือหลันยังไม่ได้ทำอะไรเลย ทำไมพวกเธอถึงได้จ้องแต่จะจับผิดลูกสาวของฉันเพียงคนเดียวละ”


    ซิ่วเหรินอวี๋หัวเราะขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินคำพูดของไป๋ซูเหมียว อีกฝ่ายกล้านำเมิ่งจือหลันมาเทียบกับลูกสาวของตัวเองได้อย่างไร ในเมื่อเมิ่งจือหลันนั่นมักจะคอยช่วยบ้านลู่ทำงานอยู่ปล่อยครั้ง ในบางครั้งอีกฝ่ายถึงกับลงแปลงนาเพื่อไปช่วยบ้านลู่ทำงานเลยอีกด้วย


    แต่กับเลี่ยงเหมยหรูนั่นไม่เคยหยิบจับสิ่งใดเลยแม้แต่อย่างเดียว นอกจากการเรียนหนังสือเพียงเท่านั้น นอกจากนี้การเรียนของอีกฝ่ายก็ไม่ได้ดีเหมือนกับเมิ่งจือหลันอีกต่างหาก ดังนั้นต่อให้นำมาเปรียบเทียบกันแบบนี้ เมิ่งจือหลันก็ทิ้งห่างเลี่ยงเหมยหรูไปไม่เห็นแม้แต่ฝุ่นเลยด้วยซ้ำ


    “แล้วลูกสาวของเธอทำอะไรได้บ้างละ จือหลันนั่นทั้งลงแปลงนา ทำงานบ้าน หรือแม้กระทั่งเรื่องเรียน เมิ่งจือหลันก็เรียนจบก่อนเพื่อนคนอื่นๆ อีกด้วย แต่สำหรับลูกสาวขอเธอนั่น เลี่ยงเหมยหรูทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง แม้กระทั่งเรื่องเรียนก็ยังเป็นการเรียนแค่คาบเส้นเท่านั้น”


    “แกกล้าต่อว่าลูกสาวของฉันเหรอนังเหรินอวี๋ วันนี้แหละฉันจะตบปากของแกให้พูดไม่ได้เลยคอยดู”


    ไป๋ซูเหมียวพยายามเข้าไปตบซิ่วเหรินอวี๋ หลังจากที่อีกฝ่ายพูดจาถึงลูกสาวของเธอในทางที่ไม่ดี ถึงแม้ว่าลูกสาวของเธอจะเป็นอย่างที่อีกฝ่ายพูดออกมาก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังรู้สึกภูมิใจในตัวลูกสาวของเธออยู่เสมอ อีกทั้งเพราะว่าเธอมีลูกสาวเพียงคนเดียว ดังนั้นเธอจึงได้ทุ่มเทความรักทั้งหมดไปให้กับอีกฝ่ายนั่นเอง และเมื่อได้ยินคนอื่นว่ากล่าวลูกสาวของตัวเองแบบนี้ ไป๋ซูเหมียวจึงรู้สึกโกรธเคืองเป็นอย่างมาก


    “หยุดๆ หยุดทะเลาะกันได้แล้ว ถ้าหากพวกเธอยังทะเลาะกันแบบนี้อีก ฉันจะให้พวกเธอลงไปจากรถแทรกเตอร์กันให้หมดเลยคอยดู”


    ซึ่งแน่นอนว่าคำพูดของคนขับรถแทรกเตอร์ทำให้ไป๋ซูเหมียวจำเป็นต้องกลับมานั่งที่ของตัวเองอีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นเธอยังคงจ้องมองไปที่ซิ่วเหรินอวี๋ด้วยความไม่พอใจอยู่เช่นเดิม


    ‘ซิ่วเหรินอวี๋ สักวันหนึ่งฉันจะทำให้เธอเสียใจที่กล้ามาเป็นศัตรูกับฉันแบบนี้’






    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786