บทที่53 สำนักสยบมังกร
ตำหนัก ผู้คนและธรรมชาติโดยรอบ ช่างแต่งต่างจากเมืองเมฆาครามยิ่งนัก หากเทียบความแตกต่างระหว่างเมืองเมฆาครามและสำนักสยบมังกรละก็
คงจะเหมือนเมืองหลวงกับหมู่บ้านธรรมดาๆ ซึ่งแน่นอนว่าหมู่บ้านธรรมดานั้นจะต้องเป็นเมืองเมฆาคราม
ชายหนุ่มที่กำลังตกอยู่ในห้วงความคิด ได้แต่ส่ายหัวพร้อมกับมุ่งหน้าไปพร้อมๆ กับเหล่าศิษย์ของสำนักสยบมังกร
เพียงครู่เดียวกลุ่มของชายหนุ่มก็มาถึงประตูสำนักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เมื่อศิษย์ที่คอยเฝ้าประตูสำนัก เห็นการมาของผู้อาวุโสสูงสุด จึงรีบทำความเคารพและเปิดประตูให้ทันที
เมื่อย่างกรายเข้ามาในสำนัก พลังปราณด้านนอกที่ว่าเข้มข้นแล้วแต่เมื่อข้ามประตูสำนักสยบมังกรมานั้นพลังปราณภายนอกกับเทียบไม่ได้เลย ความต่างกันนี้ทำให้ชายหนุ่มอดที่จะแสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาไม่ได้
ในตอนที่ชายหนุ่มกำลังตกตะลึงอยู่นี่เอง เสียงอันคุ้นเคยได้ดังมาจากด้านหน้าของชายหนุ่ม สิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มหายจากอาการตกตะลึง
“นี่เจ้าคน…ไม่สิ หลินตงเจ้าอยู่ในสำนักสยบมังกรแล้ว หากเจ้ารังแกข้าอีกข้าจะให้ท่านพ่อมาจัดการกับเจ้าแน่” สิ้นเสียงร่างผอมบางของนางก็ได้วิ่งเข้ามาเหยียบเท้าของชายหนุ่มพร้อมกับวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
หวงเซียนเซียน สองพี่น้องตระกูลหนี่และเหล่าศิษย์ของสำนักที่เห็นการกระทำของหญิงสาวได้พากันส่ายศีรษะ แม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดที่สุขุมมาโดยตลอดก็มีท่าทีไม่ต่างกัน
“เด็กนี่ช่างเหมือนกับบิดาของนางไม่มีผิด” ชายชราเอ่ยออกมาพร้อมกับพุ่งตัวออกไปทางตำหนักใจกลางสำนัก
“นี่สหายยุทธ์หนี่เป่าหนี่กัง ผู้อาวุโสท่านนั้นจากไปแล้ว เจ้าจะต้องทำอันใดต่อหรือไม่ พอดีข้ามีเรื่องอยากจะถามพวกเจ้าเยอะเลยน่ะ”
เมื่อได้ยินคำถามของชายหนุ่ม สองพี่น้องตระกูลหนี่ได้มองหน้ากันพร้อมเอ่ย
“พวกข้าต้องรีบไปพบท่านปู่ทุกครั้งหลังจากออกไปนอกสำนักน่ะ หากสหายยุทธ์ไม่ว่าอะไรก็ตามพวกข้ามาก็ได้นะ หลังจากรายงานท่านปู่เสร็จข้ากับหนี่กังจะพาเจ้าเดินชมสำนักและดินแดนแห่งนี้พร้อมกับคอยตอบคำถามของเจ้าเป็นอย่างไร” หนี่เป่าเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่ชายหนุ่ม
แต่ไม่รอให้ชายหนุ่มได้ตอบอะไร เสียงของสตรีอันคุ้นหูก็ได้ดังแทรกขึ้น
“เดี๋ยวข้าจะพาเจ้านี่ไปเดินชมสำนักและดินแดนของเราเอง พวกเจ้าไปหาท่านปู่ของพวกเจ้าเสียเถอะ”
เวลานี้หวงหลิงเอ๋อที่วิ่งกลับมาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่มีใครทราบ ได้เอ่ยออกมาพร้อมกับจ้องมองไปที่ชายหนุ่ม ด้วยใบหน้าที่เหมือนจะคิดแผนร้ายอะไรบางอย่าง
“นะ…นี่ศิษย์น้องแบบนี้มันคงจะไม่ดีนะ เจ้าเองก็ถูกเจ้าหยงอู่โกทำร้ายมา ข้าว่าเจ้าควรไปหาท่านเจ้าสำนักเสียก่อนนะ” หนี่กังเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าลำบากใจ
“ไม่!...ข้าไม่เป็นอะไรทั้งนั้น เดี๋ยวข้าพาเจ้าคนหื่นนี่เดินชมสำนักและดินแดนเสร็จข้าค่อยไปหาท่านพ่อก็ได้ อีกอย่างถึงข้าจะไปตอนนี้ท่านพ่อก็คงจะคุยกับผู้อาวุโสสูงสุดอยู่นั่นแหละ” หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะสบอารมณ์
“ตะ…แต่ว่าจะให้เจ้าพาสหายยุทธ์ไปมันจะไม่แย่หรอกรึ” เมื่อได้เห็นท่าทีของหญิงสาวหนี่กังจึงได้แต่บ่นอุบอยู่ในใจ
ในตอนนี้เองเสียงของสตรีอีกสายก็ดังขึ้น
“หนี่เป่าหนี่กัง ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวข้าจะไปกับพวกเขาด้วย มีข้าอยู่ด้วยห่วงหลิงเอ๋อคงไม่กล้าก่อปัญหาให้สหายยุทธ์หลินตงหรอก” เจ้าของเสียงก็คือหวงเซียนเซียนที่เวลานี้ได้มายืนอยู่ข้างๆ หวงหลิงเอ๋อนั่นเอง
“หากศิษย์พี่หญิงว่าเช่นนั้น ข้ากับหนี่กังก็ขอตัวก่อน” เมื่อเอ่ยจบสองพี่น้องตระกูลหนี่ได้หันไปมองชายหนุ่มพร้อมเอ่ย
“สหายยุทธ์หลินตงเจ้าคิดเห็นอย่างไร”
ชายหนุ่มที่ได้ยินเช่นนั้นจึงเอ่ยตอบ
“เอาตามที่แม่นางหวงเซียนเซียนกล่าวก็ได้ พวกเจ้าทั้งสองจะได้สนทนากับท่านปู่ของพวกเจ้าได้มากขึ้น”
เมื่อได้ยินคำตอบของชายหนุ่ม ทั้งสองจึงแยกตัวออกจากกลุ่มและมุ่งตรงไปยังยอดเขาลูกหนึ่ง
เมื่อทั้งสองเดินจากไป พวกหลินตงทั้งสี่ก็เดินแยกจากกลุ่มศิษย์ออกมาเช่นกัน
เมื่อออกมาได้สักระยะชายหนุ่มได้เอ่ยขึ้น
“แม่นางหวงเซียนเซียน ในตอนนั้นเหตุใดท่านจึงช่วยข้าไว้รึทั้งๆ ที่ในตอนนั้นข้าอาจจะเป็น ศัตรูของเจ้าที่แฝงตัวมาก็ได้”
เมื่อได้ยินคำถามของชายหนุ่มหญิงสาวจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับชายหนุ่ม
“ในตอนนั้นที่ข้าเจอเจ้าในสภาพโชกเลือด รอบตัวของเจ้ามีพลังปราณของจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิต้าโจอยู่นะสิ และจักรวรรดิต้าโจกับสำนักสยบมังกรก็มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน”
“ข้าจึงคิดว่าเจ้าต้องเกี่ยวข้องอะไรกับทางจักรวรรดิต้าโจเป็นแน่ ซึ่งนั่นก็แปลว่าเจ้าไม่ใช่ศัตรูของข้าข้าจึงช่วยเจ้าไว้ เรื่องก็เป็นเช่นนั้น”
“แต่ใครจะคิดล่ะว่าเจ้าจะเป็นทายาทตระกูลหลิน จะว่าไปทำไมเจ้าถึงมาอยู่ในสภาพนั้นล่ะแล้วเหตุใดเจ้าถึงได้มีปราณของจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิต้าโจได้” หวงเซียนเซียนได้เอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัยพร้อมกับจ้องมองไปที่ชายหนุ่ม
ในด้านของหวงหลิงเอ๋อที่ทำทีเป็นไม่สนใจบทสนทนาของทั้งคู่ก็ตั้งใจฟังเรื่องราวของชายหนุ่มอย่างใจจดใจจ่อ
ชายหนุ่มที่เห็นการแสดงออกของทั้งสอง จึงบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดบนดินแดนถงเทียนคร่าวๆ ตั้งแต่เผ่ามารโลหิตบุกมาจนถึงตอนที่ชายหนุ่มมาอยู่ในสนามรบร้อยดินแดนให้ทั้งสองฟัง
“เป็นเช่นนี้นี่เอง เจ้าคงจะปวดใจมากเลยสินะที่ไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนั้น หากเป็นข้าก็คงจะทำได้ไม่ต่างจากเจ้านัก” หวงเซียนเซียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจ
ในด้านของหวงหลิงเอ๋อ เมื่อได้ฟังความยากลำบากที่ชายหนุ่มได้พบเจอมุมมองที่นางมีต่อชายหนุ่มจึงเริ่มเปลี่ยนไป
“ว่าแต่เรื่องที่เจ้าอยากจะถามกับสองพี่น้องตระกูลหนี่คือเรื่องอันใดรึ เชิญถามเข้ามาได้เลยหากเป็นเรื่องของสำนักหรือเรื่องราวต่างๆ ของมหาทวีปนี้ ข้าก็มั่นใจว่าความรู้ในหัวของข้าไม่ได้น้อยไปกว่าทั้งสองหรอกนะ” หวงเซียนเซียนเอ่ยออกมาพลางส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม
“เช่นนั้นก็ดีเลย ข้ามีหลายคำถามเลยล่ะ”
ผ่านไปครึ่งชั่วยามชายหนุ่มก็ถามคำถามหญิงสาวไปนับสิบ จนทั้งสามคนหนึ่งสุนัขเดินกันจนทั่วเขตสำนักที่อนุญาตให้พวกเขาเข้าไปแล้ว
เมื่อถามคำถามไปหลายคำถามชายหนุ่มจึงคิดถึงชื่อนี้ได้ และเอ่ยถามหญิงสาวในทันที
“ใช่แล้ว ข้าอยากจะไปที่สมาคมการค้าสวรรค์นะ เจ้าพอจะรู้ไหมว่ามันอยู่ที่ไหนแล้วเป็นสมาคมแบบใด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหวงหลิงเอ๋อจึงชิงตอบก่อนพี่สาวของนาง
“สมาคมการค้าสวรรค์เช่นนั้นรึ นั่นเป็นสถานที่ที่ไม่ว่าเจ้าอยากจะซื้อสิ่งใดที่นั่นก็มีให้เจ้าเกือบทั้งหมด เรียกได้ว่ามีโอกาสเพียงหนึ่งในเก้าเท่านั้นที่ของที่เจ้าหาจะไม่มีใน สมาคมการค้าสวรรค์”
สิ้นเสียงของหวงหลิงเอ๋อ หวงเซียนเซียนจึงเอ่ยเสริม
“สมาคมการค้าสวรรค์มีสาขาอยู่มากมายและหนึ่งในนั้นก็อยู่ในดินแดนของพวกเราด้วยเช่นกัน หากเจ้าต้องการไป ข้าจะนำทางให้เอง”
ได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มจึงผสานมือให้หญิงสาวพร้อมเอ่ย
“เช่นนั้นข้าต้องรบกวนเจ้าแล้ว”
เมื่อชายหนุ่มเอ่ยจบทั้งสามคนหนึ่งสุนัขจึงพากันเดินออกจากสำนักและมุ่งตรงสู่ สมาคมการค้าสวรรค์
“ข้าเบื่อเหลือเกินโฮ่ง ข้าอยากไปหาอะไรกินเสียจริง หากไม่มีไอพวกตาเฒ่าน่ากลัวพวกนั้นฆ่าคงออกไปล่าอสูรบนภูเขาหลังสำนักไปนานแล้ว”
คงหมิง ที่ตามชายหนุ่มและฟังบทสนทนาของทั้งสามมาตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ได้แต่บ่นกับตัวเอง
จากผู้เขียน: อาทิตย์นี้ลงช้า นิดหนึ่งนะครับไรต์เสร็จจากงานหลักก็รีบมาปั่นเลยครับ ตอนแรกไรต์จะเอาเพิ่มอีกสักตอน แต่ดูจากงานแล้วน่าจะไม่ทันนะครับ???? ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและรออ่านหรือฟังมาตลอดนะครับ????
จะพัฒนาให้มากขึ้นต่อไปครับ????
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio