Antimage Master

    บทที่ 12 การพบเจอแห่งโชคชะตา พาร์ท 1

    บททึ่ 12 การพบเจอแห่งโชคชะตา พาร์ท 1

     หลังจากประชุมกับโต๊ะกลมเสร็จ อาคอนเลือกที่จะกลับไปที่บ้านพักของเขา อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้รีบร้อนนักและพยายามสัมผัสบรรยากาศของธรรมชาติรอบๆให้ได้มากที่สุด

     สมาคมนักเวทนั้นตั้งอยู่เยื้องไปทางด้านตะวันตกของเมือง กว่าจะถึงบ้านของอาคอนแน่นอนว่าต้องผ่านสถานที่ค่อนข้างมากภายในเมือง อาคอนเดินผ่านสวนดอกไม้ในสมาคม จนกระทั่งเขาออกจากเขตสมาคมและไปอยู่ในเขตของวิทยาลัย

     แม้จะบอกว่าเป็นเขตวิทยาลัยอย่างไรก็ตามที่นี่ยังค่อนข้างห่างจากจุดที่มีคนพลุกพล่านอยู่มาก ซึ่งในปัจจุบันสถานที่นี้ไม่ต่างจากป่าขนาดย่อม

     *เปี๊ยะ เปรี๊ยะ*

    เสียงของเปลวไฟดังผ่านป่าขนาดย่อมที่อาคอนเดินผ่าน กลิ่นไหม้ของบางสิ่งลอยมาเตะจมูก อาคอนย่นจมูกของเขาเพื่อตามหาที่มาของกลิ่นไหม้

    หลังจากที่อาคอนตามกลิ่นไหม้ผ่านเข้าไปในป่าไม่ห่างจากเส้นทางเดินเท่าใดนักเท่าใด เขาก็ได้พบกับเด็กคนชายคนหนึ่งถือดาบที่ถูกจารึกด้วยอักขระเปล่งแสงมากมายตามใบดาบที่เด็กชายถือทุกครั้งที่เด็กชายตวัดดาบ เปลวไฟปรากฎขึ้นที่ใบดาบและเผาไหม้พื้นที่บริเวณโดยรอบก่อนที่ไฟจะดับหายไปอย่างรวดเร็ว

    ‘ไฟดับหายไปอย่างรวดเร็วเพราะเป็นการจุดระเบิด?? อากาศไม่มีทำให้ไฟดับสินะ’ อาคอนคิดในใจ ‘รูนมาสเตอร์.. ศาสตร์ของรูนซึ่งดึงพลังเวทจากภายนอกเพื่อมาใช้กับอักขระรูนให้ส่งผลชั่วคราว.. อาจจะใช้ได้.. เด็กคนนี้ก็ไม่เลวทีเดียว’

    “เจ้าหนู อะไรทำให้เจ้าเลือกศาสตร์ของรูนมาสเตอร์” อาคอนกล่าวกับเด็กชายด้วยน้ำเสียงนิ่ง

    เด็กหนุ่มหันมาตามเสียง เขามองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมชุดคลุมนักเวทสีแดง พร้อมกับดาบมือเดียวเหน็บที่เอว เขาจำชายคนนี้ได้แทบจะทันที เมื่อตอนเช้าชายคนนี้พังกำแพงที่แข็งแกร่งพร้อมกับจัดการกับไวล์ฮัน สครูว นักล่าอันดับ 9 ลงอย่างราบคาบ ชายคนนั้นคือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในปัจจุบัน

     อิฐเสริมแกร่งที่เขาใช้ไอเท็มจารึกรูนโจมตีเท่าไหร่กลับไม่มีรอยขีดข่วนเคยถูกชายตรงหน้าป่นเป็นผงอย่างง่ายดาย เขาควรจะดีใจที่ชายที่แข็งแกร่งเช่นนั้นให้ความสนใจกับเขาอย่างไรก็ตามเขามีความกังวลมากกว่าเพราะชายตรงหน้าเขานั้นไม่ใช่คนง่ายๆ

     “ข้า… ข้า.เลือกรูนมาสเตอร์เพราะว่ามันไม่ต้องใช้ช่วงจำเป็นของร่างกายในการฝึกฝน แค่อาศัยความเข้าใจและการฝึกมากพอก็สามารถเก่งขึ้นได้ ข้าไม่มีพลังเวทติดตัว แก่เกินที่จะเริ่มฝึกร่างกายในตอนนั้น ข้าเลยตัดสินใจเลือกรูนมาสเตอร์ขอรับ” เด็กชายตอบอย่างสุภาพ เขาทั้งดีใจและกังวลในเวลาเดียวกันนั่นทำให้เขาแทบจะทำอะไรไม่ถูก

     “งั้นนี่ก็เป็นเพราะเจ้ามีทางเลือกไม่มากงั้นสิ.. แล้วทางเลือกอื่นๆล่ะ?? นักปรุงสมุนไพร หรือวิศวกร ศาสตร์พวกนั้นก็ไม่มีช่วงเวลาที่จำเป็นสำหรับการเริ่มฝึกเช่นกันไม่ใช่เหรอ แถมศาสตร์อย่างนักปรุงสมุนไพรหรือวิศวกรยังมีความจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรซึ่งถูกกว่ารูนมาสเตอร์อีกด้วยในการฝึก ทำไมเจ้าถึงยังเลือกรูนมาสเตอร์ คงไม่ใช่เพราะเจ้ารวยหรอกนะ “อาคอนกล่าว

     อย่างที่อาคอนบอก รูนมาสเตอร์นั้นแม้จะใช้จำนวนวัตถุดิบในการสร้างน้อยกว่านักปรุงสมุนไพร หรือ วิศวกร อย่างไรก็ตามวัตถุดิบแต่ละชนิดสำหรับการจารึกรูนนั้นแพงกว่าวัตถุดิบที่ใช่ในอีกสองคลาสที่กล่าวไปข้างต้น แถมสำหรับการฝึกฝนนั้น จำเป็นต้องใช้ความพยายามหลายครั้งจนกว่าจะชำนาญอักขระรูน 1 อักขระ

     ยิ่งไปกว่านั้นอักขระรูนเมื่อการสร้างผิดพลาดมันหมายถึงความล้มเหลวที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์อะไรได้เลย แตกต่างจากอีกสองคลาสที่แม้จะผิดพลาดแต่ก็ยังไม่หมดประโยชน์ซะทีเดียว นักปรุงสมุนไพร แม้จะสร้างผลงานผิดพลาดทว่าผลงานที่ผิดพลาดดังกล่าวก็ยังอาจมีประโยชน์เช่นผลงานผิดพลาดอาจจะเป็นยาพิษที่มีราคา ในขณะที่ผลงานผิดพลาดของวิศวกร สามารถถูกรื้อและประกอบใหม่จนเป็นของที่ใช้งานได้ หรือพูดง่ายๆคือสามารถรีไซเคิลได้นั่นเอง นั่นทำให้สำหรับวิศวกรแม้จะมีค่าใช้จ่ายสำหรับวัตถุดิบสูงแต่ก็ไม่มีวัตถุดิบที่สูญเปล่า

     “ข้า.. เห็นความเป็นไปได้ที่ยิ่งใหญ่ของคลาสรูนมาสเตอร์เมื่อข้าชำนาญ มันสามารถมีประโยชน์แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่แทบจะไม่มีวัสดุดีๆอยู่ใกล้ตัว.. “

     “หืม… ยังไง”

     “ข้าหมายถึง.. รูนมาสเตอร์สามารถใช้สร้างใบไม้ให้กลายเป็นอาวุธอันตรายหรือบางสิ่งที่มีประโยชน์ได้ด้วยน้ำยาจารึกรอยสลักขวดเล็กๆ ที่สามารถพกไปด้วยทุกที่ได้ ผิดกับวิศวกรและนักปรุงสมุนไพรที่ต้องการวัสดุมากมายเพื่อสร้างสิ่งๆหนึ่งที่มีประโยชน์”เด็กชายตอบ

     “มันก็จริงแต่มันยากมากที่เจ้าจะสามารถจะสามารถไปถึงระดับความชำนาญนั้นได้ อย่างน้อยที่นี่.. เมืองเศียรมังกรนี้.. ก็ไม่มีใครเก่งพอที่จะสอนคนอื่นได้ แต่ช่างหัวเรื่องนั้นเถอะ เพราะไม่มีใครแนะนำเจ้าก็เลยทำให้เจ้าไม่สามารถเข้าใจอะไรได้ดีเท่าใดนักแม้ทักษะของเจ้าจะค่อนข้างดี”อาคอนกล่าวพร้อมกับดึงดาบออกมาจากเวทมนตร์”ดูดาบสองเล่มนี่ คิดว่ามันต่างกันตรงไหน”

     ดาบถูกสองเล่มที่เหมือนกันถูกส่งไปให้เด็กชายดู”มันเหมือนกัน.. ไม่มีอะไรที่ต่างกัน” เด็กชายตอบหลังจากได้ดูดาบทั้งสอง เขาพลิกดูดาบทั้งสองเล่มเพื่อเช็คให้แน่ใจว่ามันไม่มีอะไรต่างกันจริงๆ แบบที่เขาตอบ

     “แล้วดาบของเจ้ากับดาบเล่มที่ข้าเพิ่งให้เจ้าดูสองเล่มต่างกันยังไงถ้าไม่นับว่าของเจ้ามีรูนจารึกไว้อยู่ก่อนแล้ว”อาคอนถามต่อ

     “ดาบของข้าคุณภาพดีกว่า” เด็กชายตอบ

     หลังจากนั้นอาคอนนำดาบหนึ่งเล่มกลับคืนไปจากนั้นจึงขอยืมน้ำยาจารึกรอยสลักจากเด็กชาย แม้ว่าเขาจะค่อนข้างกังวลนิดหน่อยแต่สุดท้ายเด็กชายก็มอบน้ำยาจารึกรอยสลักให้กับอาคอนไปส่วนหนึ่ง

     “เจ้าลองจารึกรูนของเจ้าลงบนดาบที่ข้าพึ่งจะให้ไปดูสิ “

     “ตอนนี้เลย”

     “ใช่ตอนนี้เลย”

     เด็กชายดูประหลาดใจและกังวล แต่ในที่สุดเขาก็เริ่มจารึกรูนลงไปในดาบที่อาคอนให้ เนื่องจากการจารึกรูนสามารถทำได้หลายวิธีหากต้องการให้รูนคงอยู่ทนนานวิธีที่ดีที่สุดคือการสลักลงไปในเนื้อของวัตถุ อย่างไรก็ตามเนื่องจากนี่เป็นดาบของอาคอน เด็กชายจึงไม่เลือกที่จะใช้วิธีดังกล่าว

     ขวดน้ำยาจารึกรอยสลักถูกนำออกมาจากเป้สะพายของเด็กชาย น้ำยาดังกล่าวเป็นสีดำสนิทคล้ายหมึกทั่วไป อย่างไรก็ตามน้ำยานี้เป็นสิ่งล้ำค้ากว่านั้นมาก

     เด็กชายนำแกนเวทและอุปกรจารึกออกมา อุปกรณ์จารึกมีเพียงสองชิ้นเท่านั้นคือค้อนประทับและสิ่วสลักซึ่งเป็นอุปกรณ์เหนี่ยวนำพลังเวทแบบพิเศษ เด็กชายเริ่มต้นด้วยการนำกระดาษและดินเหนียวมาวางทาบกันโดยที่กระดาษอยู่ด้านบน กระดาษมีลายอักขระรูนอยู่ซึ่งใช้เป็นแบบสำหรับการสลักหลักจากนั้นจึงเริ่มเทน้ำยาจารึกลงบนกระดาษ

     อุปกรณ์จารึกทั้งค้อนประทับและสิ่วสลักมีจุดใส่พลังงานซึ่งต้องใช้แกนเวทเป็นแหล่งพลังงาน เด็กชายใส่แกนเวทเข้าไปในอุปกรณ์สลักจากนั้นจึงเริ่มลงมือสลักลงไปบนกระดาษ

     การสลักอักขระรูนจะสมบูรณ์แบบหรือใช้งานได้แค่ไหนขึ้นอยู่กับน้ำหนักและความแม่นยำของการวางอักขระรูน สิ่วถูกชี้ไปที่กระดาษในขณะที่ค้อนเริ่มตอกไปที่สิ่ว

     *เป้ง.. เป้ง*

     เสียงของค้อนกระทบกับสิ่วแต่ละครั้งเกิดขึ้นพร้อมๆกับประกายสวยงามของพลังเวทที่เกิดขึ้นทั้งจุดที่ค้อนกระทบกับสิ่วและจุดที่สิ่วกระทบกับดระดาษที่ถูกวางบนดินเหนียวต่างก็เกิดประกายของพลังเวทจนในที่สุดอักขระรูนก็เสร็จสมบูรณ์

     กระดาษถูกดึงออกมาจากแผ่นดินเหนียวหลังจากเวลาผ่านไปประมาณ 5 นาที แผ่นกระดาษที่ถูกออกมาในปัจจุบันถูกนำไปวางประทับไว้บนใบดาบจากนั้นเด็กชายใช้ค้อนเพื่อเคาะใบดาบตรงที่มีกระดาษแปะอีกครั้ง แสงเปล่งประกายออกมาจากใบดาบเป็นอักขระจารึกที่สมบูรณ์ทั่ติดอยู่บนใบดาบ

     “สำเร็จ” เด็กชายกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับยกดาบขึ้นในระดับสายตา

     “คราวนี้ก็ตาข้า” อาคอนกล่าวพร้อมกับเริ่มเปิดจุกขวดน้ำยาจารึกพร้อมกับใช้พลังเวทของตนบังคับน้ำยาจารึกให้ติดกับใบดาบจนเป็นรูปร่างของรูนคล้ายกับที่เด็กชายทำ

     พลังเวทถูกใช้เพื่อบังคับน้ำยาจารึกรูนให้ถูกสลักเป็นรูปร่างเท่านั้น มันจะไม่ส่งผลใดๆต่อความแข็งแกร่งของอักขระรูน สิ่งนี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่รูนมาสเตอร์ทุกคนทราบ ดังนั้นเด็กชายจึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งที่อาคอนทำมากนัก กระทั่งอักขระรูนเริ่มปรากฏบนใบดาบที่อาคอนถือ

     อักขระไม่ได้สวยงามและดูมั่นคงเท่ากับที่ของเด็กชายทำ อย่างไรก็ตามเด็กชายสามารถเข้าใจได้ว่าด้วยระยะเวลาเพียงสั้นๆ และไม่ได้ผ่านการสลักด้วยเครื่องมือ การที่อักขระจะมีลักษณะเช่นนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก น่าประหลาดใจด้วยซ้ำที่ดาบจารึกนี้จะสามารถใช้รูนได้ถึงหนึ่งครั้ง

     “นี่เป็นรูนอะไร? ” อาคอนถาม

     “นี่คือรูนตัดเฉือนขอรับ”เด็กชายยังคงใช้ถ้อยคำที่สุภาพและเคารพ

     “หืมม.. งั้นลองมาตัดไอ้นี่ดู” อาคอนชี้ไปที่อิฐที่เด็กชายเก็บมาจากกำแพง

     “เอ่อ.. ไม่ไหวหรอกขอรับ ผลงานจารึกที่ดีที่สุดของข้ายังสร้างรอยขีดข่วนได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นไม่มีทางที่ดาบนี่จะตัดมันได้แน่” เด็กชายรีบปฎิเสธทันทีที่ได้ยิน

    “แค่ลองดู”

    ในที่สุดเด็กชายก็เลือกที่จะทดสอบจารึกของเขาหลังจากที่อาคอนยังคงกระตุ้นให้เขาทดสอบมัน

    ดาบถูกฟันเต็มแรงจากเด็กชาย ผลนั้นเป็นดั่งที่เด็กชายคาดเดาไว้ ไม่มีรอยขีดข่วนอยู่บนก้อนอิฐแม้แต่น้อย ในขณะที่ดาบนั้นเกิดรอยบิ่นและร้าวเล็กๆที่ใบดาบ

    เด็กชายหันมาหาอาคอนด้วยสายตาที่บอกว่า ‘ข้าบอกท่านแล้ว’ อย่างไรก็ตาม อาคอนยื่นดาบที่ตนจารึกให้เด็กชาย

    “ลองดู” อาคอนกระตุ้นอีกครั้ง

    ในที่สุดเด็กชายก็ต้องลองตามที่อาคอนบอก เขารู้สึกเสียดายน้ำยาจารึกเล็กน้อยแต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนเช่นอาคอนเขาทำได้เพียงปล่อยไปเท่านั้น

    ดาบถูกฟาดอย่างเต็มแรง แต่มีบางอย่างที่ทำให้เด็กชายต้องประหลาดใจอิฐถูกตัดเข้าไปเกือบครึ่งก้อนจนกระทั่งใบดาบแตกเป็นเสี่ยงๆ หลังจากนั้นร่องรอยจารึกบนใบดาบก็หายไป

    “อะไร?? เป็นไปได้ยังไง??... “เด็กชายประหลาดใจอย่างมากกับสิ่งที่ตนเพิ่งจะเห็น


    คล้ายกับเรื่องAntimage Master ที่คุณอ่าน

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292