ระบบฝึกยุทธ์ในต่างโลก : เกิดใหม่ครั้งนี้ข้าจะเป็นอัจฉริยะไร้ที่เปรียบ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 50 พลังหยั่งรู้จิตวิญญาณ

            เมื่อเหล่าอันธพาลล่าถอยบรรยากาศในร้านก็กลับคืนสู่ความสงบดังเดิม

            เพื่อเป็นการขอบคุณต้วนจื่อรองเจ้าของร้านจึงมอบสมุนไพรมากมายให้เขา ทั้งยังมอบตั๋วกำนัลสุดพิเศษให้อีกด้วย

            เพียงใช้ตั๋วใบนี้ซื้อสมุนไพรที่ร้านโอสถหมอเทวดาคืนชีพก็สามารถซื้อได้ในราคาทุน ซึ่งนับว่าคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง

            ต้วนจื่อก็มิได้ถือสารับของทั้งหมดมาด้วยความยินดี

            ในทางกลับกันเยี่ยนชุยเสวี่ยกลับมองต้วนจื่อด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม

            หากความรู้สึกก่อนหน้านี้คือความซาบซึ้งในบุญคุณที่ต้วนจื่อช่วยชีวิตบิดาตอนนี้มันแปรเปลี่ยนเป็นการยอมจำนนต่อเสน่ห์ความเป็นพระเอกในตัวเขา

            สามีที่นางปรารถนานั้นไม่จำเป็นต้องมีพลังแข็งแกร่ง หรือมีฐานะร่ำรวย เพียงแต่ต้องมีคุณธรรมมีจิตใจดีงาม ไม่แปดเปื้อนด้วยโลกีย์วิสัย

            ต้วนจื่อ...คือสามีที่ตอบโจทย์ทุกข้อที่นางตั้งไว้!

            "เด็กคนนี้จะไปได้ไกลกว่าที่คิดรีบลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ ขอให้เจ้าโชคดี"

            จู่ๆ ก็มีเสียงกระซิบแว่วมา

            เยี่ยนชุยเสวี่ยได้สติ ก็พบว่าคนที่พูดคือพี่หง

            ดวงตาสีไวน์แดงของนางแต้มประกายชั่วร้ายราวกับนักเวทผู้หยั่งรู้

            "ข้ายังมีธุระต้องสะสางไว้คุยกันใหม่"

            พี่หงหลุบสายตาลงแล้วกลับหลังหันเดินขึ้นไปยังชั้นบน

            เมื่อมองตามแผ่นหลังของนางไปเยี่ยนชุยเสวี่ยก็ครุ่นคิดในใจ

            รีบลงมือก่อนได้เปรียบหมายความว่าให้ตนเริ่มจีบต้วนจื่อก่อนสินะ?

            แต่... แต่มันจะเร็วเกินไปหน่อยไหม?

            อย่างน้อยก็ต้องเตรียมตัวสักหน่อยสิ!

            "เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่?"ต้วนจื่อหมุนตัวกลับมา โบกมือตรงหน้าเยี่ยนชุยเสวี่ย

            "ไม่... ไม่มีอะไรสักหน่อย..."เยี่ยนชุยเสวี่ยรีบใช้รอยยิ้มกลบเกลื่อน

            "ไปกันเถอะ ได้โอสถมาแล้วพวกเราควรกลับกันได้สักที!"

            ต้วนจื่อชี้ไปยังชั้นบน"แล้วเจ้าจะไม่อยู่คุยกับพี่หงอีกสักหน่อยหรือ?"

            "นางมีธุระต้องจัดการไว้คราวหน้าค่อยว่ากัน"

            "อืม" ต้วนจื่อพยักหน้าแล้วยกถุงโอสถเดินตามเยี่ยนชุยเสวี่ยออกจากร้าน

            ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่าเขารู้สึกว่าสายตาที่เยี่ยนชุยเสวี่ยมองตนนั้นเปลี่ยนไป

            ความรู้สึกนั้น เหมือนกำลังมอง... คนรัก!

            ให้ตายสิ!

            เป็นไปได้ไหมว่าเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาและสง่างามของข้ากำลังดึงดูดนาง?

            เป็นไปได้ไหมว่าเพราะน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและเซ็กซี่ของข้าล้วนพิชิตใจนาง?

            เป็นไปได้หรือไม่ว่า...เสน่ห์ความขี้เล่นและจิตใจดีงามของข้า ทำให้นางหวั่นไหวเข้าเสียแล้ว?

            ไม่นะ!

            ข้าไม่สมควรที่จะเลิศเลอขนาดนี้!

            ข้าก็แค่หนุ่มรูปงามคนหนึ่งตื่นขึ้นมาก็เดียวดาย มีเพียงความหล่อเป็นเพื่อนข้ากลัวว่าผู้คนจะมองข้ามความพยายามของข้าไป เพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอก...ได้โปรดอย่าตัดสินข้าเพียงแค่นั้นเลย

            ["ติ๊ง!ระบบติดภารกิจช่วยเหลือสาวน้อยผู้ไร้เดียงสาที่มีบุตรยากทำให้การคำนวณคะแนนเทียนซิ่วล่าช้า ตอนนี้ขอพักครู่หนึ่งข้าขอไปสูบยาคลายเครียดสักหน่อย เพื่อเติมพลังชีวิต"]

            ต้วนจื่อ"......"

            ระบบเอ๋ยช่างสรรหาคำพูดให้เรื่องอย่างว่าดูบริสุทธิ์ผุดผ่องได้ถึงเพียงนี้เจ้ามันอัจฉริยะสมชื่อโทรศัพท์เด็กเล่นจริงๆ!

            [สูบมวนสุดท้ายเสร็จแล้ว ขอสรุปผลสำเร็จติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ ในช่วงเวลาสามชั่วโมงท่านสามารถบรรลุภารกิจดังต่อไปนี้: ลงโทษเว่ยม่ายอินเพื่อแก้แค้น ช่วยจูเก่อเหลี่ยงให้สำนึกบุญคุณแก้ไขปัญหาคนก่อเรื่องในร้านโอสถอย่างชาญฉลาดและไร้ยางอาย ไม่ว่าจะตกต่ำแค่ไหนก็ต้องยกย่องตัวเองได้อย่างหน้าด้านๆรวมแล้วได้รับความเทียนซิ่ว +2,333!]

            ต้วนจื่อได้แต่พูดไม่ออก

            ไม่แปลกใจเลยว่าก่อนหน้านี้เขาถึงไม่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบเลยที่แท้มันก็รายงานผลช้าไปนี่เอง!

            ชิ เจ้าระบบไม่เอาไหน ช่างน่ารังเกียจ!

            ใช้เวลาประมาณสิบห้านาทีทั้งสองก็กลับมาถึงตระกูลเยี่ยน

            เยี่ยนชุยเสวี่ยรีบไปดูอาการของเยี่ยนเต๋อจื้อผู้เป็นบิดาในทันทีส่วนต้วนจื่อก็นำเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวที่ซื้อมาใหม่ไปให้ต้วนเยว่เอ๋อร์และสาวๆคนอื่นๆ

            ในวินาทีต่อมาสิ่งที่ได้รับกลับมาคือเสียงร้องดีใจของสาวๆ

            สาวๆ ต่างพากันดีใจกับการลองสวมเสื้อผ้าและใช้เครื่องประทินโฉมต่างๆ อย่างสนุกสนาน

            ระหว่างนั้นต้วนจื่อยังได้นำไอเทมจากกล่องสมบัติที่ได้มาก่อนหน้านี้หรือก็คือเครื่องนำทางด้วยดาวเทียม GPS ออกมาสามเครื่องมอบให้สาวๆ แต่ละคน พร้อมทั้งบอกถึงวิธีการใช้งาน

            ต้วนเยว่เอ๋อร์และคนอื่นๆคาดไม่ถึงว่าต้วนจื่อจะใส่ใจพวกนางถึงเพียงนี้ ในใจจึงเต็มไปด้วยความซาบซึ้งต่างผลัดกันหอมแก้มต้วนจื่อจนเจ้าตัวถึงกับตัวแข็งทื่อรีบหนีกลับห้องของตนเองแทบไม่ทัน

            เมื่อประตูห้องปิดลงเขาก็นั่งเดียวดายในห้องว่าง ใช้มือปรนเปรอตนเองพลิกแพลงมือซ้ายขวาราวกับหย่าร้างแล้วแต่งงานใหม่ ถูไถไม่หยุดหย่อน ดวงตาเหม่อลอยร่างกายอ่อนระทวย หยาดหยดร่วงหล่นสู่พื้นดิน กลายเป็นธุลีดินไปในที่สุด

            หลังจากเสร็จกิจ ต้วนจื่อก็ค่อยๆสงบสติอารมณ์ลง ใช้พลังจิตในการใช้งานรางวัลจากภารกิจเทียนซิ่ว ‘ช่วยเหลือชีวิตผู้คน ย่อมได้บุญ’ นั่นก็คือการหมุนวงล้อนำโชค!

            พริบตาเดียวสติสัมปชัญญะของเขาก็มาถึงมิติแห่งห้วงความคิดเบื้องหน้าคือวงล้อสุ่มรางวัลขนาดมหึมา มันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะอธิบายคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของจินตนาการท่านผู้อ่านเอง

            บนเครื่องมีปุ่มสีแดงปุ่มหนึ่งกดลงไปก็สามารถเริ่มการสุ่มรางวัล

            ต้วนจื่อไม่พูดพร่ำทำเพลงกดปุ่มสีแดงลงไปทันที

            ในชั่วพริบตาจอภาพตรงกลางเครื่องหมุนวงล้อก็เริ่มหมุนอย่างบ้าคลั่งมีสิ่งของมากมายหมุนวนอยู่ในนั้น

            แปลงกายเป็นเด็กน้ำเต้า...

            เกราะคุ้มภัยแห่งนักปราชญ์...

            เคล็ดวิชาสื่อสารกับวิญญาณของหลี่ไป๋...

            เคล็ดวิชาจับมีดมือเปล่าไร้พลาด…

            สิ่งของต่างๆพากันหมุนวนอยู่ตรงหน้าจนต้วนจื่อตาลาย

            ห้าวินาทีต่อมา เครื่องหมุนวงล้อก็หยุดลง

            [ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีผู้ใช้ได้รับ ‘พลังหยั่งรู้จิตวิญญาณ’ นี่คือทักษะที่ผู้มีอาชีพเป็นนักปรุงยาต้องมีจะสามารถรับรู้ถึงรายละเอียดเล็กๆ ที่คนทั่วไปไม่สามารถรับรู้ได้สามารถทราบถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบ สามารถใช้การโจมตีด้วยจิตวิญญาณ และอื่นๆ ได้จัดว่าเป็นสิ่งของหายาก]

            "ให้ตายสิ!" ต้วนจื่อดีใจเป็นอย่างมาก

            ไม่ว่าจะเป็นโลกต่างมิติแบบไหนนักปรุงยาก็ล้วนแต่เป็นชนชั้นสูงที่อยู่เหนือกว่าผู้ฝึกตนพวกเขาสามารถปรุงยาที่มีผลลัพธ์ต่างๆ นานาจัดว่าเป็นผู้ช่วยเหลือที่แข็งแกร่งที่สุด และเป็นเซียนในสายตาของคนทั่วไป

            ขอเพียงแค่ได้เป็นนักปรุงยาก็เท่ากับว่าฐานะจะสูงส่งกว่าคนในระดับเดียวกันทุกกองกำลังต่างพากันเข้ามาดึงตัวด้วยราคาค่าตัวที่สูงลิ่ว

            นักปรุงยามีระดับแบ่งเป็นเก้าขั้นยิ่งมีระดับสูง ฐานะก็ยิ่งสูงส่ง มีสิทธิมีเสียงมาก บางคนถึงขั้นพูดคำเดียวก็มีผู้แข็งแกร่งมากมายพร้อมที่จะมาพลีชีพให้ น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

            อย่างไรก็ตามพลังหยั่งรู้จิตวิญญาณนั้นหายากมาก หมื่นคนถึงจะมีสักคนทำให้ขีดจำกัดของนักปรุงยานั้นสูงตาม

            การมีพลังหยั่งรู้จิตวิญญาณก็หมายความว่าเขาก็สามารถเป็นนักปรุงยาได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้การพัฒนาพลังจะเร็วกว่าตอนนี้หลายเท่า

            "ลองใช้ดูซิ" ต้วนจื่อสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลั้นความดีใจเอาไว้ หลับตาตั้งสมาธิในทันทีก็รับรู้ได้ถึงจิตวิญญาณของตนเอง

            เมื่อมีความคิดพลังวิญญาณพลันแปรสภาพเป็นดั่งสัญญาณแพร่กระจายออกไปโดยรอบ

            เมื่อพลังหยั่งรู้จิตวิญญาณแพร่กระจายทะลุทะลวงออกไปอย่างต่อเนื่องในไม่ช้าต้วนจื่อก็มาถึงยังห้องของต้วนเยว่เอ๋อร์

            ในตอนนี้เถียนโหรวโหรวและโม่ลั่วฮว่าก็อยู่ด้วย

            สาวงามทั้งสามกำลังผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ภาพนั้นงดงามเกินบรรยาย... ต้วนจื่อเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!

            ว้าว!

            ว้าวๆ!

            ว้าวๆๆ!

            สภาวะเช่นนี้ดำเนินไปได้สามนาทีต้วนจื่อก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามาและขอบเขตการรับรู้จิตวิญญาณแปรเปลี่ยนจากสิบเมตรกลายเป็นห้าเมตร

            ดูท่าทางแล้วพลังหยั่งรู้จิตวิญญาณของเขาคงอยู่ในขั้นเริ่มต้น นับว่ายังอ่อนแอนักคงไม่สามารถเปิดใช้ได้นานเกินไป

            "ต่อไปต้องหาของบำรุงจิตวิญญาณและฝึกฝนพลังหยั่งรู้จิตวิญญาณให้มากขึ้นเพื่อเสริมสร้างพลังหยั่งรู้จิตวิญญาณให้ยิ่งแข็งแกร่ง" ต้วนจื่อคิดในใจ พึมพำกับตนเอง

            ในตอนนั้นเองเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงของสาวใช้

            "คุณชายต้วนงานเลี้ยงอาหารเย็นจัดเตรียมเสร็จแล้วคุณหนูให้ข้ามาเชิญท่านไปร่วมงานเลี้ยงเจ้าค่ะ"

            "รับทราบ" ต้วนจื่อขานรับ แล้วเปิดประตูเดินไปยังห้องของต้วนเยว่เอ๋อร์

            เมื่อถูกเร่งเร้าครั้งแล้วครั้งเล่าสามสาวจึงสงบลงได้ และเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วเดินตามไปยังห้องอาหารของจวนตระกูลเยี่ยนอย่างพร้อมเพรียง

            เมื่อมาถึงที่แห่งนี้เยี่ยนเต๋อจื้อก็อยู่ด้วย

            "สหายต้วน ข้ารอเจ้านานแล้วมาร่วมดื่มด้วยกันหน่อยเถอะ"

            เขาผุดลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้หลักโบกมือพลางส่งเสียงดัง

            เรื่องที่อาการไข้ป่าดำของตนหายดีแล้วเยี่ยนเต๋อจื้อตื่นมาก็รับรู้จากน้องชาย เยี่ยนหย่งเหวยแล้วในเรื่องนี้เขามีความซาบซึ้งมากมายที่ต้องการจะกล่าวกับต้วนจื่อแต่เพราะอีกฝ่ายตามลูกสาวของตนออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกตั้งแต่ช่วงบ่ายยังไม่กลับมาสักที จึงทำได้เพียงรอถึงตอนนี้

            "ท่านเจ้าบ้านเยี่ยนฟื้นตัวได้เร็วมากผ่านไปเพียงครึ่งวันสีหน้าก็แดงปลั่งเหมือนปกติแล้ว" ต้วนจื่อหัวเราะแล้วเดินไปยังที่นั่งอย่างช้าๆ โดยมีสาวใช้คอยนำทาง

            ต้วนเยว่เอ๋อร์และคนอื่นๆจึงนั่งลงตามอย่างว่าง่าย แต่ทั้งหมดก็ยังคงความเงียบ โดยให้ต้วนจื่อเป็นผู้นำ

            "ที่ข้าเป็นเช่นนี้ได้ก็เพราะพลังอันศักดิ์สิทธิ์ของสหายต้วนทั้งนั้นหากไม่ได้เจ้าช่วยไว้ละก็ เกรงว่าข้าคงลงโลงไปแล้ว" เยี่ยนเต๋อจื้อกล่าวอย่างเศร้าสร้อยก่อนจะดีดนิ้วครั้งหนึ่ง

            ในชั่วพริบตาตรงหน้าทุกคนก็ปรากฏแท่นหมุนสิ่งของ ถ้วยชามค่อยๆ วางอยู่ตรงหน้าทีละอย่างก่อนจะชะลอความเร็วลงจนสามารถนำไปรับประทานได้

            อาหารเบื้องหน้าถูกห่อหุ้มด้วยไอเย็นราวกับจะซ่อนรสชาติไว้ จนกว่าจะได้ลิ้มลอง

            สมกับที่เป็นตระกูลใหญ่แค่กินข้าวก็ยังพิถีพิถันเสียขนาดนี้ ชีวิตคนรวยช่างน่าเบื่อหน่ายอะไรเช่นนี้!!

            "มา มาเถอะทุกคน เชิญทานตามสบายกินให้เต็มที่ ถือว่าที่นี่เป็นบ้านตัวเองก็พอ"

            สามสาวและต้วนเยว่เอ๋อร์มองหน้ากันเลิ่กลั่กยังไม่ได้ลงมือทาน จนกระทั่งต้วนจื่อคีบผัก ก็จึงค่อยๆ ทานตาม

            เยี่ยนชุยเสวี่ยเปิดขวดสุรารินใส่แก้วให้ต้วนจื่อด้วยตนเอง แล้วส่งให้ด้วยรอยยิ้ม

            "นี่คือของสะสมที่บิดาของข้าหวงแหนในวันธรรมดาไม่ค่อยยอมดื่ม จะมีก็แต่แขกคนสำคัญที่มาเยือนตระกูลเยี่ยนเท่านั้นท่านถึงจะเอาออกมาให้ดื่ม"

            เยี่ยนเต๋อจื้อโบกมือกล่าวอย่างเปิดเผย"อย่าไปฟังที่ชุยเสวี่ยพูดพล่อยๆ สุรามีอยู่ในคลังมากมายเจ้าดื่มให้เต็มที่ไปเลย"

            ต้วนจื่อก็มิได้ถือสารับแก้วสุรามาสูดดมเล็กน้อย เขารู้สึกถึงกลิ่นที่หอมกรุ่น สีเข้ม รสชาติเข้มข้น

            เมื่อจิบไปเล็กน้อย รสชาติที่หวาน เปรี้ยวขม เผ็ด สด ฝาด หกรสชาติรวมกันอยู่ที่ปลายลิ้น ชวนให้ลิ้มลองอย่างไม่รู้เบื่อ

            "สุรานี้เป็นสุราลูกสาว?"

            สุราลูกสาวทำมาจากข้าวเหนียว น้ำตาลแดงและวัตถุดิบหมักอื่นๆ ในสมัยโบราณบ้านไหนมีลูกสาว พอเด็กมีอายุครบหนึ่งเดือนก็จะเลือกสุรามาหลายไห ปิดปากไหด้วยดินโคลนนำไปฝังไว้ใต้ดินหรือซ่อนไว้ในห้องใต้ดิน พอถึงวันที่ลูกสาวแต่งงานออกเรือนก็จะนำออกมาเลี้ยงแขกและญาติ จึงได้ชื่อว่าสุราลูกสาว

            งานวิวาห์คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผู้หญิง ทุกคนต่างจับจ้อง ชื่นชมยินดีแต่กลับเป็นช่วงเวลาที่ทำให้คนเป็นพ่อเจ็บปวดที่สุดเช่นกันเพราะสิ่งที่เขารักมากที่สุดกำลังจะจากเขาไปแล้วเมื่อเขาส่งมือของลูกสาวให้กับผู้ชายอีกคน ช่วงความคิดคำนึงทั้งชีวิตก็จะมาถึงจุดสิ้นสุดมีเพียงสุราลูกสาวเท่านั้นที่เข้าใจหัวอกของเขา

            "ท่านต้วนกล่าวได้ถูกต้องแล้วสุราที่ท่านดื่มคือ 'สุราลูกสาว' ที่ผ่านการบ่มเพาะมานานนับศตวรรษรสชาติจึงเลิศล้ำเหนือใคร" เยี่ยนเต๋อจื้อยกแก้วขึ้นจิบขณะที่เผยท่าทางที่เต็มไปด้วยความสุข

            "แค่กินๆ ดื่มๆมันออกจะจืดชืดไปหน่อย ชุยเสวี่ยเรียกคนมาแสดงวิทยายุทธ์เพื่อเป็นการเพิ่มอรรถรสในการกินหน่อยซิ"

            "เจ้าค่ะ" เยี่ยนชุยเสวี่ยพยักหน้ารับ แล้วลุกจากไป

            เมื่อกลับมาอีกครั้งด้านหลังก็ยังมีฝาแฝดหน้าตาคล้ายกันอีกสองคนเดินตามมา

            ทั้งสองคนอายุประมาณสิบหกปีใกล้บรรลุนิติภาวะแล้ว

            เมื่อดูพลังฝึกฝนก็พบว่าต่างอยู่ในขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเจ็ดนับว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่โดดเด่นที่สุดของตระกูลเยี่ยน

            เมื่อเทียบกับตระกูลต้วนแล้วภูมิหลังของตระกูลเยี่ยนนั้นแข็งแกร่งกว่ามาก!

             

    คล้ายกับเรื่องระบบฝึกยุทธ์ในต่างโลก : เกิดใหม่ครั้งนี้ข้าจะเป็นอัจฉริยะไร้ที่เปรียบ 【จบ】 ที่คุณอ่าน