นิสัยข้าเปลี่ยนยาก

    บทที่ ๑๕ เกาะนรก (3)

             

            เด็กใหม่กลายเป็นเป้าสายตาของเหล่าเด็กหญิงในโรงนอนที่สองบางคนมองด้วยความอยากรู้ บางคนมองเพราะความระแวงทว่าสายตาประเภทสุดท้ายกลับยากคาดเดาหลินหลานหรูเบี่ยงหน้ามองสบสายตาสี่สิบเอ็ดตรงๆสีหน้าและแววตาว่างเปล่าเย็นชาไม่เผยร่องรอยอารมณ์ใดให้ใครอ่านทางออก

            …นางกำลังถูกสี่สิบเอ็ดหมายหัว

            นัยน์ตาสี่สิบเอ็ดสาดประกายคุกรุ่นเล็กน้อยริมฝีปากเด็กหญิงเม้มแน่น คิ้วเข้มไร้การแต่งแต้มขมวดเล็กๆใบหน้าแม้นไม่งามโดดเด่นแต่แฝงเร้นแรงกดดันให้คนต้องคุกเข่ายามเผชิญหน้าเมื่อนางเห็นสิบเก้าเดินกลับเข้ามาจึงเสมองไปทางอื่น พลิกตัวกลับหลังแย่งผ้าห่มเด็กหญิงด้านข้างมาไว้ในถือ ทิ้งตัวลงนอนแล้วไม่สนใจอะไรอีก

            หลินหลานหรูกะพริบตาช้าๆแรงกดดันนั้นไม่มีผลใดต่อนาง

            ก่อนหน้านั้นสิบเก้าเดินหายออกไปเมื่อกลับเข้ามา ในมือสิบเก้าถือพับเสื้อผ้ามาสองชุดชุดหนึ่งเป็นแบบเดียวกับที่หลินหลานหรูกำลังสวม ส่วนอีกชุดคงเป็นชุดนอนกระมังทอด้วยผ้าฝ้ายเนื้อบางสีขาวขุ่นเบาสบาย เด็กทุกคนในห้องโถงต่างสวมเช่นนี้นั้น

            "ที่นอนของเจ้า ตรงนั้น"

            หลินหลานหรูมองตามนิ้วมือสิบเก้าชี้ไปที่ฟูกที่นอนสีขาวเย็บขอบด้วยผ้านวมสีดำมีหมอนและผ้าห่มเตรียมไว้ครบชุดด้านข้างยังมีห่อผ้าสีน้ำตาลสะดุดตาที่นางนำลงมาจากเรือด้วย

            "ส่วนโรงอาบน้ำอยู่ห่างจากโรงนอนที่สองไปทางตะวันตกหนึ่งลี้เจ้าอยากอาบก็อาบ ไม่มีใครแย่งแน่นอน แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยมีใครอาบกันอากาศหนาวเช่นนี้น้ำในบ่อเย็นนัก"

            สิบเก้าทำหน้าที่คุ้มครองเด็กใหม่แค่เพียงวันนี้วันเดียวหลังแนะนำทุกอย่างเสร็จภารกิจของนางก็ถือเป็นอันจบลงรอรับรางวัลจากผู้คุมกฎเพื่อปิดงาน

            หางตาสิบเก้าปรายมองเด็กใหม่แวบเดียวก็ทิ้งตัวลงนอนถัดจากที่นอนที่ชี้บอกหลินหลานหรูเมื่อครู่สองแขนของนางยกขึ้นกอดอก หลับตาพลางเอ่ยเสียงเย็นเตือนไปอีกประโยค"วันนี้แค่อุ่นมือ นรกของจริงน่ะรอเจ้าอยู่พรุ่งนี้"

            คำพูดประโยคนี้ของสิบเก้าไม่ได้ทำให้หลินหลานหรูกลัดกลุ้มแต่อย่างใดกลับกันใบหน้านางเรียบเฉยไม่ปรากฏรอยอารมณ์ หยิบชุดนอนพร้อมถังไม้ล้างหน้าจากนั้นหมุนตัวเดินหายไปทางประตู

            คล้อยหลังหลินหลานหรูได้ไม่นานสิบเก้าลืมตาขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาดำเข้มลุ่มลึกดุจก้นบ่อน้ำเย็นสาดประกายอำมหิตวาบผ่านแล้วหายไปมุมปากกดลึกคล้ายยิ้มแต่เหมือนไม่ใช่

            แสงตะเกียงภายในโรงนอนที่สองจุดสว่างแค่ประตูทางเข้ามุมโถงด้านในสุดจึงมืดสลัว ฟูกที่นอนด้านข้างสิบเก้ายังคงว่างเปล่าเจ้าของฟูกที่นอนผืนนี้หายไปพร้อมกับถังไม้ล้างหน้าตั้งแต่ต้นชั่วยามก่อนจนป่านนี้ล่วงเข้าสามชั่วยามไปแล้วยังไม่เห็นเงาร่างผอมแห้งนั้นเดินกลับมาไม่ใช่ว่าตกบ่อน้ำตายแล้วหรือ เหตุใดถึงยังไม่กลับ

            ความผิดปกตินี้สะกิดใจสิบเก้าให้ต้องสนใจเด็กใหม่คนหนึ่งนางเท้าแขนดันลำตัวส่วนบนขึ้นเล็กน้อย กวาดตามองหาสี่สิบเอ็ดและพบว่าอีกฝ่ายยังนอนอยู่ที่เดิมดังนั้นจึงตัดสินใจเลิกผ้าห่มเดินออกจากโรงนอนไปยังโรงอาบน้ำ

            ทว่า...ไม่พบ

            เดินหาอีกสามโรงนอนก็ไม่พบโรงอาหารไม่พบ โรงเก็บของไม่พบ โรงฝึกไม่พบอาคารที่สามารถเข้าไปข้างในได้ล้วนไม่พบ สักพักต่อมานางพลันเอะใจบางอย่างขึ้นมาปลายเท้าจึงหยุดชะงักแล้วหมุนตัวเดินกลับโรงนอน

            หลินหลานหรูหันหลังนอนตะแคงหลับอยู่บนฟูกที่นอน

            สิบเก้ายืนจ้องเด็กใหม่ดวงตาคมหรี่เล็กลงกว่าเดิม ภายในใจเคลือบแคลงเรื่องบางอย่างไปแล้วกว่าครึ่งกระนั้นท้ายที่สุดแล้วคืออะไรนางไม่อาจกระจ่างในใจได้

            หลินหลานหรูปรือตาขึ้นในความมืดหลังผ่านอะไรมามากในหลายเดือนนี้ อยู่ที่นี่นางเชื่อใจใครไม่ได้ที่ต้องระวังมากที่สุดคือสิบเก้า เด็กที่มีอิทธิพลเหนือเด็กทุกคนดังนั้นจึงควรทำตัวให้น่าสงสัยน้อยจะดีกว่าไม่ให้สายตาสองคู่นั้นจับจ้องมาที่นางเหมือนอย่างคืนนี้

             

             

            เช้าวันแรกของการฝึกค่อนข้างหนักเอาการเด็กทุกคนต้องฝึกกำลังด้วยการวิ่งขึ้นลงเขาหนึ่งรอบในทุกๆ วันกว่าหลินหลานหรูจะวิ่งขึ้นเขาแล้วกลับลงมาก็เกือบบ่ายนอกจากจะไม่ได้ทานข้าวเช้าแล้วข้าวเที่ยงนางยังอดอีกด้วยโชคดีที่ยังมีมื้อเย็นให้ทานจึงตะกละตะกลามมากหน่อย

            "วันแรกเจ้าทำได้ไม่เลว"สิบเก้ายกถาดอาหารมานั่งฝั่งตรงข้ามเรียกสายตาเด็กหญิงในโรงอาหารให้จับจ้องด้วยความประหลาดใจหลายคู่

            หลินหลานหรูไม่ได้เงยหน้ามองสิบเก้าตั้งหน้าตั้งตากินข้าวในชามไปอย่างเงียบๆมื้อเย็นของนางวันนี้ยังเป็นสะโพกไก่ย่างน้ำมันชิ้นเล็กชิ้นน้อยตามเดิมสมกับที่เป็นสิทธิ์ของหมายเลข 'หนึ่งร้อยห้า' เหตุในค่ายฝึกนี้ถึงใช้ความอดอยากมาบังคับให้พวกนางต้องเข่นฆ่ากันด้วยซ้ำร้ายยังอาศัยแรงอิจฉาริษยาผลักดันให้จิตใจเด็กอัดแน่นด้วยความแค้นที่รอวันสะสาง

            "ที่ว่าไม่เลวคือสิ่งใดข้าเห็นเจ้าวิ่งไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็กลับลงมาแล้ว มิหนำซ้ำยังทันอาหารเช้าอีกด้วย? ส่วนข้าวันนี้ได้กินแค่มื้อเย็นต้องขอบคุณเจ้าด้วยหรือ เช่นนั้นน้ำแกงในชามของเจ้าก็ยกให้ข้าแล้วกัน"หลินหลานหรูไม่พูดเปล่า ไม่ทันเอ่ยจบประโยคด้วยซ้ำมือนางยื่นไปยกชามน้ำแกงก่อนประคองสองมือวางลงบนถาด ยอมรับว่าหน้าหนาไม่น้อย

            สิบเก้ากะพริบตาปริบๆ ตะลึงกับความโกรธที่เหมือนไม่โกรธในน้ำเสียงของเด็กใหม่สิบเก้าไม่เอ่ย ไม่แย้ง ไม่ตอบสิ่งใดก็หยิบซาลาเปาพร้อมเนื้อวัวขึ้นกัด

            เงียบกันไปสักพักค่อยได้ยินเสียงเอ่ย"วันแรกที่ข้าฝึก วิ่งกลับลงมาฟ้าก็มืดแล้ว"

            ชามน้ำแกงในมือหลินหลานหรูยกค้างทว่าอึ้งไปครู่เดียวก็ยกชามซดรวดเดียวหมด ไม่ได้มีเจตนาจะส่งคืนแต่อย่างใดดังนั้นการที่นางวิ่งกลับลงมาก่อนฟ้ามืดได้ ถือเป็นเรื่องที่ไม่เลวสินะ

            ไม่บอกไม่รู้ว่าทักษะการวิ่งนี้หลินหลานหรูได้รับการฝึกปรือมาจากผู้คุมหน้ากากยักษ์ถึงสิบเจ็ดครั้งในการหลบหนีควรภาคภูมิใจดีหรือไม่…

            ภายหลังกลับจากโรงอาหารหลินหลานหรูเดินตัดผ่านป่าไม้ด้านข้างของโรงนอนที่สองจนกระทั่งถึงที่หมายวันนี้สายตาเด็กหญิงนับสิบคนยังคงจับจ้องมาที่นางแต่ที่ต่างออกไปคือเลศนัยบางอย่างในรอยยิ้มซึ่งชวนให้คนถูกมองรู้สึกระแวงโดยเฉพาะสี่สิบเอ็ดที่คล้ายว่าเสียงระฆังดังขึ้นเมื่อไรต้องเป็นคนแรกที่นางควรอยู่ให้ห่าง

            หลายวันผ่านไปอากาศบนเกาะช่วงกลางวันอบอุ่นผิดแปลกจากที่เป็นฤดูหนาวส่วนหลินหลานหรูหลายวันแล้วนางยังไม่มีสิ่งใดคืบหน้าวิ่งลงจากเขากลับมาเป็นคนสุดท้ายเช่นเดิมความทุกข์ใจนี้เริ่มหนักหน่วงมากขึ้นเรื่อยๆ บนเกาะไม่มีใครบังคับหากกลับลงมาไม่ทันมื้ออาหารก็แค่อดเท่านั้น

            ส่วนสิบเก้านางยังคงเป็นคนแรกที่วิ่งกลับลงมาก่อนใครแม้ปากไม่เอ่ยอะไรแต่แววตาหลินหลานหรูกลับมีแววอิจฉาเดินชนไหล่ผ่านไปด้วยความหมางเมิน

            แรงชนนี้กระชากความรู้สึกผิดของสิบเก้าลงปกคลุมจิตใจ

            เด็กทั้งสองหนึ่งคนรู้สึกอิจฉาแต่ไม่อยากยอมรับ ส่วนอีกคนกลับรู้สึกผิดอย่างไม่ยุติธรรมพบหน้าไม่กล่าววาจา กระนั้นกลับไม่เคยห่างสายตาแม้สักเพียงครึ่งเค่ออาศัยเวลาเป็นเส้นด้ายร้อยเชื่อมความสัมพันธ์บางอย่างขึ้นมาเงียบๆ

            ด้วยความอิจฉาผสมความหมั่นไส้หลินหลานหรูจึงอาศัยความรู้สึกผิดของสิบเก้าที่ไม่ควรมีขึ้นกับนาง ยึดน้ำแกงอีกฝ่ายมาซดเสียทุกเย็นใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วนางต้องการลบความรู้สึกผิดในใจของสิบเก้า เด็กน้อยคนนี้

            และวันที่สิบเก้าสลัดความรู้สึกผิดนั้นทิ้งไปได้คือวันที่นางส่งน้ำแกงให้หลินหลานหรูกับมือแต่ใบหน้าเย็นชานี้กลับสร้างความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาใหม่

            เมื่อหลินหลานหรูเคลือบแคลงความสงสัยบนใบหน้าไปแล้วถึงสามส่วนอีกเจ็ดส่วนนั้นกระจ่างชัดในใจแต่อยากถาม"ข้ารู้สึกว่าน้ำแกงของเจ้ามีบางอย่างแปลกไป"

            สิบเก้าเห็นคนถามพยายามเอ่ยทั้งที่เคี้ยวข้าวจนแก้มป่องขึ้นทั้งสองข้างจึงขมวดคิ้วไม่ชอบใจอยู่บ้าง "ข้าขอให้แม่ครัวเปลี่ยนเนื้อวัวสามมื้อของข้าเป็นโสมคนบำรุงร่างกายใส่ลงไปในน้ำแกงแล้วตุ๋นให้เจ้าดื่มทุกวันต่อหนึ่งมื้อ"

            ใช่หรือไม่!มันใช่เรื่องที่ต้องทำถึงขั้นนี้หรือ? หลินหลานหรูยิ้มไม่ออก ชามน้ำแกงในมือยกค้างยอมรับว่าสิทธิพิเศษของหมายเลขหนึ่งถึงยี่สิบห่างชั้นกับหมายเลขอื่นอย่างมาก"นั่นคือสิทธิ์ที่หมายเลขสิบเก้าควรได้รับหรือ"

            "ไม่ใช่"เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ สิบเก้าจึงเผลอก้มมองต้นแขนขวามีวูบหนึ่งที่หลินหลานหรูสังเกตเห็นประกายเศร้าสลดวาบผ่านดวงตาก่อนกลับมาเย็นชาดังเดิม"สิทธิ์ของสิบแปดต่างหาก"

            จำได้ว่าหมายเลขสีแดงที่ปรากฏอยู่บนต้นแขนคือหมายเลขของเด็กที่ตายไปแล้วเท่าที่นางสังเกตเห็นมีเพียงไม่กี่คนที่มีหมายเลขสีแดงนี้และคนที่มีถึงสามคู่ก็มีอยู่แค่สองคนเท่านั้น หนึ่งคนคือสิบเก้าอีกคนคือหมายเลขหนึ่ง

            หลายครั้งที่หลินหลานหรูอยากเอ่ยปากถามถึงที่มาของหมายเลขสิบแปดทว่าดูเหมือนจะเป็นเรื่องเศร้ามากกว่าจึงพับเก็บความคิดนั้นไป

            "ข้ายกสะโพกไก่ย่างน้ำมันครึ่งชิ้นให้เจ้าแม้คุณค่าไม่เท่าโสมคนในน้ำแกง แต่เป็นน้ำใจจากข้า"หลินหลานหรูยื่นสะโพกไก่ครึ่งชิ้นไปตรงหน้า คล้ายการเสียสละที่น่ายกย่องถ้าแววตาของนางไม่เผยให้เห็นว่าแสนเสียดายสะโพกไก่ครึ่งชิ้นนี้แค่ไหน

            "เจ้าเก็บไว้กินเองเถอะร่นเวลาวิ่งเร็วขึ้นได้เท่าไร วันที่ข้าต้องยกน้ำแกงให้เจ้าก็สั้นลงเท่านั้น"

            หลินหลานหรูเผยยิ้ม…เหยียดช่างยกเหตุผลมาปฏิเสธให้คนอย่างนางกลายเป็นอันธพาลน่าสงสารได้ในพริบตา"เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจเจ้าแล้ว"

            สิบเก้าเหล่มองหลินหลานหรูกลับบ้างหลินหลานหรูยัดสะโพกไก่เข้าเต็มปากเต็มคำ ในใจสิบเก้ายังเผลอคิดอยู่เงียบๆ นี่เจ้ายังใช้คำว่าเกรงใจได้อีกหรือ?

             

             

            เมื่อกลับมาถึงโรงนอนหลินหลานหรูยังต้องเผชิญสายตามากมายนับสิบคู่อีกเช่นเคยทั้งหมดนั้นเป็นสี่สิบเอ็ดนำทัพ

            เจ้าใช้สายตาเช่นนั้นมองข้าหมายความว่าอย่างไร! ความอดทนของนางมาถึงขีดสุดแล้วราวกับว่าหากวันนี้ไม่รู้สาเหตุ พรุ่งนี้จะต้องอาละวาดเป็นแน่

            ดังนั้นตอนที่ทุกคนอยู่ในโรงอาบน้ำหลินหลานหรูเดินถือถังไม้ล้างหน้าเข้ามาวางท่าเย่อหยิ่งกดดันได้เป็นธรรมชาติจนทุกคนขยับตัวลำบาก รับรู้ได้ทันทีว่าต่อจากนี้จะเกิดเรื่องมิหนำซ้ำนางยังเผยกลิ่นอายเหนือสามัญ ราวกับมีคุณสมบัติพร้อมทุกอย่างให้นางอวดดี

            เสียงวางถังไม้กระทบขอบบ่อเรียกให้เด็กหญิงทุกหมายเลขหยุดนิ่งหันมองตามเสียงเป็นตาเดียวกัน เมื่อเห็นว่าต้นเหตุมาจากใคร บางคนถึงกับลอบยิ้มส่งสายตาพยักพเยิดราวกับจะขอร่วมแจม

            หลินหลานหรูเชิดหน้าขึ้นอย่างเย็นชามองท้าสี่สิบเอ็ดตาไม่กะพริบ "หน้าข้าเหมือนปู่เจ้าหรือ"

            มาประโยคแรกสี่สิบเอ็ดนั่งห้อยขาบนขอบบ่อถึงกับตาลุกวาวนิ่งค้างไปครู่เดียวก็กระโดดลงยืนเต็มความสูงยืดอกเผชิญหน้ากับหลินหลานหรูไม่หลบสายตาเช่นกัน

            ห่างออกไปทางด้านหลังสิบเก้าเพิ่งเดินเข้ามา สีหน้าเรียบเฉยไม่แปรเปลี่ยนยืนพิงหลังอยู่ข้างประตูพลางยกสองแขนกอดอกมองไปที่สองคนนั้น

            "อัปลักษณ์เช่นเจ้าจะเหมือนปู่ข้าได้อย่างไร" สี่สิบเอ็ดโต้กล่าวจบพลันเรียกเสียงฮือฮาเสริมทัพจากเด็กหญิงที่เริ่มมุง ต่างคนต่างสีหน้าระรื่นถูกอกถูกใจกับประโยคนี้

            หลินหลานหรูกระตุกยิ้มมุมปากรู้สึกเจ็บจี๊ดไม่น้อย แต่ไร้อาการสะทกสะท้านใดแสดงออกมาทางสีหน้าสี่สิบเอ็ดจึงขยับเข้าใกล้ขึ้นแล้วเอียงศีรษะเอ่ยเข้าประเด็นที่เก็บกดมานาน"เป็นเจ้าฆ่าสี่สิบห้า?"

            แวบหนึ่งหลินหลานหรูมีสีหน้าแปลกใจแต่ก็แค่แวบเดียวเท่านั้น

            "สี่สิบห้า? อ้อ... ข้าจำได้แล้วนางตายแล้วหรือ เสียใจด้วย" หลินหลานหรูยิ้มหวานเอ่ยเสียงเนิบช้าปั่นประสาทคนฟังเรียกเสียงเสริมทัพจากเด็กหญิงอีกพวกที่ยืนฝ่ายนางได้เช่นกัน

            สี่สิบเอ็ดหน้าตึงหลายวันมานี้นางเฝ้าสังเกตหลินหลานหรูอยู่ตลอดทว่าบนต้นแขนของเด็กอัปลักษณ์นี่กลับไม่ปรากฏหมายเลขสีแดงจึงยังยั้งมือไว้ก่อนแต่วันนี้นางถึงกับกล้ามาท้าถึงถิ่น ไม่คิดมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง

            "เจ้าเองรู้ดีแก่ใจสี่สิบห้าตายอย่างไรมีหรือจะไม่รู้ พูดเช่นนี้กลบเกลื่อนความผิดคิดว่าข้าจะเชื่อหรือ บอกมาเจ้าใช้วิธีใดฆ่านาง!"สี่สิบเอ็ดเอ่ยเสียงเย็นแต่ในใจร้อนลวกแทบลุกเป็นไฟ

            หลินหลานหรูปิดปากสนิทสี่สิบเอ็ดได้ทีรุกไล่ต่อไม่หยุด "ผู้คุมบอกว่านางตายเพราะถูกพิษบนร่างกายมีแค่แผลเดียวคือที่ข้อมือ แผลนั้นเกิดจากเจ้าเป็นเจ้าใช้พิษฆ่านางใช่หรือไม่!"

            มาเป็นชุดหลินหลานหรูนิ่งคิดไปพักหนึ่ง วันแรกที่ขึ้นมาบนเกาะก็เจอสี่สิบเอ็ดและสี่สิบห้าจากนั้นตามด้วยสิบเก้า ต่อมานางก็ไม่เคยเจอสี่สิบห้าอีกเลยไม่ว่าจะวิ่งขึ้นเขาหรือช่วงฝึกวิชากับอาจารย์ชั้นครูในโรงฝึก นางไม่เคยเอะใจนึกถึงสี่สิบห้าแม้สักครั้ง

            เว้นแต่ว่าภายหลังเสียงระฆังดังหยุดไม่ทันข้ามวันสี่สิบห้าก็ตายแล้ว แล้วเหตุใดจึงบอกว่านางฆ่าสี่สิบห้าเล่าปัญหามันอยู่ที่ใด อาวุธ? หรือ คน?

            "มีดเล่มนั้นอยู่ที่ใด"สี่สิบเอ็ดไม่รอให้หลินหลานหรูคิดนาน ที่ต้องการตอนนี้คือหลักฐานและคนผิด

            เกี่ยวกับเรื่องนี้หลินหลานหรูเข้าใจกฎดีเมื่อมีการสังหารเกิดขึ้นนอกเสียงระฆังจะต้องถูกลงโทษด้วยการจับแขวนในคุกน้ำตลอดทั้งคืนลือกันว่าในแม่น้ำสายนั้นเลี้ยงงูพิษนับร้อยชนิดไว้ หากชะตาแข็งรอดชีวิตกลับมาได้สิทธิ์ใดๆ จะถูกลิดรอนทั้งหมด ยึดหมายเลขสังหารคืนและฝังรอยสักอสรพิษบนต้นแขนเพื่อประจานความผิดความเลวร้ายนี้มิต่างอะไรกับตายทั้งเป็น

            หากนางอยู่โดยไม่ระวังหน้าหลังแล้วถูกใส่ร้ายเข้าอาจนำไปสู่จุดจบที่ไม่น่าอภิรมย์นัก

            "เหตุใดไม่พูด? เป็นเจ้าลอบสังหารนางใช่หรือไม่!"

            เสียงเอ่ยราวหมดความอดทนของสี่สิบเอ็ดดึงหลินหลานหรูออกจากห้วงความคิดนางเงยหน้ากวาดตามองไปรอบๆ เด็กทุกคนกำลังรอคำตอบเช่นกัน

            การสังหารเด็กที่มีหมายเลขสีแดงปรากฏบนต้นแขนแล้วหนึ่งนั่นหมายความว่าคนที่สังหารจะได้รับหมายเลขมาถึงสองคู่เป็นทางลัดที่น่ารังเกียจมาก กระนั้นก็เป็นทางเดียวที่ทุกคนต่างต้องการ

            ส่วนฝั่งทางเข้าประตูสิบเก้ายืนมองมาด้วยสายตาเรียบเฉยไม่ต่างจากสีหน้า

            ความจริงแล้วมีดเล่มนั้นไม่ใช่ของนางแต่จะโยนให้สิบเก้าเพื่อตัดปัญหาก็ใช่เรื่องนางยังต้องอาศัยความยำเกรงที่เด็กทุกคนมีต่อสิบเก้ามาเป็นเกาะให้ตัวเองอยู่ เหอะ!นี่ถือเป็นปัญหาแรกที่ใช้พิสูจน์ความซื่อสัตย์ของนางหรือ

            หลินหลานหรูมองไปที่สิบเก้าด้วยสายตาคมปลาบราวต้องการมองให้ทะลุปรุโปร่งถึงเนื้อในอีกฝ่ายเป็นครั้งแรกที่เห็นสิบเก้ายิ้มแฝงเลศนัย ดวงตาเผยความเจ้าเล่ห์ไปแล้วหกส่วนยืนกอดอกมองหลินหลานหรูอยู่ได้ไม่นานก็เดินออกจากโรงอาบน้ำ

            สี่สิบเอ็ดเห็นหลินหลานหรูเอาแต่ปิดปากเงียบจึงเริ่มคิดใช้วิธีรุนแรงแม้กฎบอกว่าห้ามฆ่านอกเสียงระฆัง แต่ไม่ได้หมายความว่าทรมานเค้นเอาความจริงไม่ได้ขอแค่ไม่ทำให้ถึงตายยังจะกลัวสิ่งใดอีก

            ดังนั้นสาบเสื้อของหลินหลานหรูจึงถูกกระชากไปโดยไม่ทันตั้งตัวพละกำลังที่เหนือกว่าผลักนางให้แผ่นหลังชิดขอบบ่อ ลำตัวเอียงหงายลงไปแล้วกว่าครึ่งนางคว้าข้อมือสี่สิบเอ็ดไว้แน่น ใจหล่นหายไปวูบหนึ่งหากอีกฝ่ายกล้าปล่อยมือจนนางตกลงไปก็อย่าหวังว่านางจะยอมตกลงไปคนเดียวเลย!

            "โฮ… น้ำในบ่อเย็นมากซะด้วยข้าจะมัดเจ้าแล้วแช่ไว้สักสองชั่วยามเป็นอย่างไร"

            หลินหลานหรูเม้มปากแน่นสีหน้านิ่งขรึมคล้ายกรุ่นโกรธมากกว่าจะหวาดกลัว

            การตอบสนองเช่นนี้ทำให้สี่สิบเอ็ดเสียหน้าด้วยว่าสมุนของตนกำลังส่งเสียงเชียร์กดดันกลายๆ อย่างฮึกเหิมด้วยความรู้สึกฉุนเฉียวที่อัดแน่น จึงยิ่งกดหลินหลานหรูลงบ่อไปอีก

            เสียงเฮอึกทึกด้านข้างเร่งให้สี่สิบเอ็ดปล่อยมือเส้นเลือดบนข้อมือเข้มขึ้น หลินหลานหรูอดรู้สึกหวั่นใจไม่ได้เผลอจิกเล็บลงบนข้อมือสี่สิบเอ็ด

            ด้วยโทสะที่เริ่มทะยานสูงสี่สิบเอ็ดไม่รู้สึกเจ็บเสียด้วยซ้ำ

            "เจ้าพูดออกมาดังๆมีดเล่มนั้นใช่ของเจ้าหรือไม่!" สี่สิบเอ็ดตะโกนชิดใบหน้าหลินหลานหรูลมหายใจเป่ารดแก้มจนรู้สึกโมโหตามไปด้วย

            เชื่อว่าสี่สิบเอ็ดคงรู้แต่แรกแล้วว่ามีดเป็นของสิบเก้าทว่าหมายเลขสีแดงกลับไม่ปรากฏบนต้นแขนของพวกนางจึงเอาผิดใครไม่ได้เวลานี้คงเพียงแค่รู้สึกแค้นใจเท่านั้น เลยต้องการดึงใครสักคนลงทะเลแค้นนี้ไปด้วย

            คิดมาถึงตรงนี้นัยน์ตาหลินหลานหรูเข้มขึ้น เผยรอยยิ้มชั่วร้ายในแววตา "ของข้าแล้วอย่างไรเป็นข้าสังหารนางแล้วอย่างไร นางตายเพราะพิษบนมีดแล้วข้าผิดด้วยหรือยามนั้นข้าลงมือในเสียงระฆัง นางตายแต่ไม่ปรากฏหมายเลขบนแขนข้าต่อให้เจ้าเอาเรื่องนี้ไปรายงานผู้คุม ข้ายังต้องกลัวเจ้าอยู่อีกหรือ"

            คำพูดที่เหมือนมีนัยแฝงแต่ชัดเจนในประโยคสี่สิบเอ็ดเหมือนโดนตบหน้าจนรู้สึกชาหนึบเรื่องนี้นางไม่สามารถจับมือใครดมได้จริงๆจึงมีแต่ความรู้สึกแค้นใจที่สูญเสียสมุนฝีมือดีไป ทั้งคนลงมือยังเล่นสกปรก

            หลินหลานหรูได้ฟังจากสิบเก้ามาบ้างมีอีกหลายปัจจัยที่หมายเลขอาจไม่ปรากฏ เช่น ปลิดชีพตนเองถึงอย่างนั้นหมายเลขจะไม่มีทางหายไปอย่างไร้ร่องรอยในอาคารส่วนกลางมีหอบัญชีรายชื่อที่บันทึกหมายเลขของเด็กแต่ละรุ่นเอาไว้ไม่ว่าใครตายหรือเป็น แม้กระทั่งหลบหนี บนนั้นจะระบุสถานะเอาไว้ชัดเจน

            "หากผู้คุมยืนยันว่าสี่สิบห้าไม่ได้ปลิดชีพตัวตายเช่นนั้นเจ้าก็หาดูว่าผู้ใดใช้ผ้าพันปิดหมายเลขบนต้นแขนทั้งที่ส่วนใหญ่แทบอยากจะเปิดให้เห็น คนผู้นั้นคงน่าสงสัยมากใช่หรือไม่ข้าเองก็อย่างรู้ว่าผู้ใดเก็บเศษกินต่อจากข้า"

            สี่สิบเอ็ดคิดตามแววตาวูบไหวเชื่อไปแล้วกว่าครึ่ง

            เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มพลิกหลินหลานหรูจึงฉวยโอกาสผลักสี่สิบเอ็ดออกห่าง พร้อมๆกับกระชากมืออีกฝ่ายให้หลุดจากสาบเสื้อหลังเป็นอิสระนางก็คงไว้ซึ่งความหยิ่งทระนงไม่เปลี่ยนถอยยืนห่างจากบ่อน้ำไปสามก้าวแต่ยังคุมเชิงสี่สิบเอ็ดได้ไม่ยาก

            การเป็นอิสระของหลินหลานหรูสี่สิบเอ็ดไม่ได้ต่อต้าน นางยอมปล่อยมือแต่โดยดี ทว่าดวงตาจู่ๆกลับวาวโรจน์ขึ้นมาด้วยความโมโหเหมือนจะรู้แล้วว่าผู้ใดลอบสังหารสมุนฝีมือดีของตนนอกเสียงระฆังกระนั้นก็ไม่วายจากไปเฉยๆ ยังตวัดสายตาดำมืดมองขู่หลินหลานหรูไปอีก

            เมื่อเหตุการณ์ยุติกลุ่มเด็กชุมนุมจึงสลายตาม บางส่วนเดินกลับไปอาบน้ำต่อแต่ส่วนใหญ่แล้วตามหลังสี่สิบเอ็ดไปดูเรื่องสนุก

            ส่วนสิบเก้า ...บัดซบสิบเก้า!

            หลินหลานหรูเดินหน้าขมึงทึงมาจนถึงโรงนอนที่สองเชื่อว่าสิบเก้าคงรู้แต่ต้นแล้วว่าสี่สิบห้าตายอย่างไร ทั้งยังรู้สาเหตุที่สี่สิบเอ็ดจับตาจ้องนางตลอดหลายวันนี้ด้วย

            ทันทีที่เท้างามก้าวข้ามธรณีประตูหนึ่งคนโกรธเกรี้ยวประดุจสัตว์ร้ายคลุ้มคลั่ง ยกเท้าสะบัดเตะช่วงขาสิบเก้าในผ้าห่มครั้งแรกอีกฝ่ายยังไม่รู้ตัวครั้งที่สองสิบเก้าดีดตัวกลิ้งออกจากฟูกที่นอนไปสองจั้ง ทำให้เท้าของหลินหลานหรูสะบัดเกี่ยวผ้าห่มลอยขึ้นกลางอากาศ

            สิบเก้าพลิกตัวกลับแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงสีหน้ายามมองคนกำลังคลั่งเรียบเฉยไร้อารมณ์จนน่าหมั่นไส้

            หมอนบนพื้นถูกเขวี้ยงมาประหนึ่งหอกสิบเก้ารับไว้ได้ ก่อนลดหมอนที่เกือบปะทะหน้าลงระดับหน้าอกแววตามีรอยยิ้มแต่ขยับปากเอ่ยเสียงเครียดราวพบเจอปัญหาอันใหญ่หลวง"เหตุใดข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าเจ้าอารมณ์ร้ายเยี่ยงนี้"

            เหอะ! ไม่เคยรู้มาก่อนหรือนางยังร้ายได้มากกว่านี้อีก...

            ทว่าท้ายที่สุดแล้วจบลงด้วยการที่หลินหลานหรูถูกสิบเก้าจับห่อในผ้าห่ม ม้วนๆแล้วมัดหัวมัดท้ายประหนึ่งลูกกวาดสีสวย

            "สิบเก้า! เจ้ามันนิสัยเสีย!"

             

             

            เช้าวันรุ่งขึ้นระหว่างที่ทุกคนต่างวิ่งขึ้นเขากันอย่างเอาเป็นเอาตายกลับมีเด็กสามคนนั่งสุมหัวกันอยู่กลางพงหญ้าข้างทางหนึ่งในนั้นมีเด็กหญิงผมสั้นคาดผ้าปิดหน้าผากสีน้ำเงินเข้มปักลายกิ่งไผ่เล็กๆตรงปลายทั้งสองข้างอยู่ด้วยคนหนึ่ง

            "เมื่อคืนมีคนถูกจับขังในคุกน้ำจริงละข้าได้ยินผู้คุมสั่งห้ามทุกคนเข้าใกล้บริเวณนั้นตอนที่ตามสี่สิบเอ็ดไปโรงนอนสามก็เห็นผู้คุมรออยู่ที่นั่นแล้วใครจะคิดว่าเวลาสี่สิบเอ็ดเอาจริงขึ้นมาน่ากลัวยิ่งกว่าผู้คุมซะอีก"

            "เมื่อเช้าข้าแอบอยู่หลังประตูค่ายเห็นผู้คุมสองคนแบกศพเด็กกลับมา คาดว่าคงตกใจตายหรือไม่ก็ถูกพิษงูหยุดหัวใจ"

            "ไม่จริงกระมังพวกเจ้ามั่วแล้ว" หลินหลานหรูทำหน้าไม่เชื่อ ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกเหลวไหล

            "ไม่จริงอะไรกัน ข้าเห็นกับตาบนแขนนางขึ้นรอยสักอสรพิษเกล็ดน้ำเงิน หัวดำ หางแดง เขี้ยวทอง นั่นคือสัญลักษณ์ความอัปยศของคนที่ถูกลงโทษจำกัดการเข้าถึงสิทธิพิเศษทุกอย่างต่อให้การทดสอบของนางในเดือนนั้นได้ที่หนึ่งก็ไม่มีสิทธิ์รับรางวัลแม้แต่ข้าวยังได้กินแค่ข้าวเปล่า ใครอยากจะได้รอยสักเช่นนั้นกัน"

            "เก้าสิบเอ็ด สายตาเจ้าดียิ่งเหตุใดข้าจึงมองไม่เห็นรอยสักงูสักตัว อีกอย่างนางยังไม่ตายก็แค่ตกใจจนหมดสติก็เท่านั้น ข้าถึงกับเดินตามหลังผู้คุมเข้าไปในห้องหมอยังเห็นนางหายใจอยู่เลย"

            หลินหลานหรู "......"

            แทบอยากทุบหน้าผากตัวเองฟังตั้งนานเรื่องไร้สาระทั้งนั้น...

            ตอนที่สิบเก้าวิ่งขึ้นไปเห็นหลินหลานหรูกับเด็กสองคนนั่งสุมหัวกันอยู่ก็ไม่ได้คิดอะไรทว่าตอนที่กลับลงมาก็ยังเห็นสุมหัวกันไม่เลิกอีกจึงดึงคอเสื้อหลินหลานหรูจากด้านหลังออกมา

            "เฮ่ยๆ อะไรของเจ้าสิบเก้าปล่อยข้า!"

            "อีกสองวันจะถึงการทดสอบใหญ่เจ้ายังวิ่งไม่ถึงไหนแล้วมาสุมหัวอะไรกันอยู่ตรงนี้หรืออยากโดดจับห้อยศีรษะแขวนกลางบึงอสรพิษทั้งคืน..."

            สิบเก้ายังตำหนิไม่จบประโยคหลินหลานหรูก็ไม่อยู่รอฟังแล้ว นางวิ่งแจ้นขึ้นเขาไม่รอใครเรื่องอะไรจะยอมห้อยหัวกลางบึงอสรพิษเล่า

            เด็กอีกสองคนเห็นผู้ร่วมสุมหัววิ่งไปโน่นจึงยิ้มแห้งๆ ให้สิบเก้า แล้ววิ่งตามหลินหลานหรูไปเช่นกัน

            ทว่าสุดท้ายแล้วเด็กหน้าตาอัปลักษณ์ที่สุดก็ยังกลับลงมาเป็นคนสุดท้ายอยู่ดีได้กินข้าวแค่มื้อเดียวจนกระเพาะขี้เกียจประท้วงเป็นพยาธิแย่งน้ำแกงของสิบเก้ามากินอีกตามเคย

            ตึก!เสียงวางถาดอาหารดังขึ้นด้านข้างหลินหลานหรูสะดุ้งจนกระโดดลุกจากเก้าอี้ถอยไปยืนห่างจากโต๊ะสามก้าว

            "ให้เจ้า" เจ้าของถาดเอ่ย

            หลินหลานหรูยิ้มแหยมองหน้าสี่สิบเอ็ดอย่างเหลอหลามือยังถือสะโพกไก่ชิ้นน้อยนิด เมื่อครู่นางตกใจจริงๆส่งสายตาถามสิบเก้าก็ไม่ได้อะไรกลับมา "เหตุใดต้องให้ข้า"

            สิบเก้าไหวไหล่เบาๆทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แต่แววตามีรอยยิ้มขบขันนั่งกัดซาลาเปาเคี้ยวต่อไปอย่างไม่อินังขังขอบ

            "ข้ายกข้าวให้เจ้าไถ่โทษที่เข้าใจผิดเรื่องเมื่อวาน"สี่สิบเอ็ดแจ้งเจตนาจบก็ยอบตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ปากบอกว่ายกกับข้าวให้นางแต่กลับตักข้าวกินเองเสียหน้าตาเฉย

            หลินหลานหรูยืนมองอย่างไม่สบายใจนักการทำดีเช่นนี้ของสี่สิบเอ็ดมีเงื่อนงำใดแฝงหรือไม่

            พลันสี่สิบเอ็ดล้วงมีดวางกระแทกพื้นโต๊ะเอ่ยขู่ไปอีกว่า "หากเจ้ายังไม่กลับมานั่งแล้วกินข้าวร่วมกับข้ามีดเล่มนี้จะตัดมือเจ้า!" เว้นช่วงไปครู่หนึ่งราวกับต้องการเน้นย้ำประโยคต่อมา"มือขาดนอกเสียงระฆัง ชิ้นเนื้อยังสามารถนำไปรับรางวัลได้"

            ช่างเป็นการขู่ที่ให้รู้สึกกระอักกระอ่วนใจมากกว่าจะน่าหวาดกลัว

            ตอนที่หลินหลานหรูขยับกลับมานั่งอย่างระแวงด้านหนึ่งมีเด็กหญิงตัวเล็กเดินเข้ามาอย่างกล้าๆ กลัวเป็นอันรู้กันว่าอันดับของสิบเก้ากับสี่สิบเอ็ดติดหนึ่งในสิบของการทดสอบใหญ่ทุกเดือนทั้งวันนี้ยังมี...ยังมีเด็กใหม่ที่แม้นหมายเลขเริ่มต้นระดับหนึ่งร้อยห้าแต่เมื่อวานที่โรงอาบน้ำกลับน่ากลัวไม่แพ้สี่สิบเอ็ด

            ดังนั้นช่วงหลังมานี้ทุกคนจึงค่อนข้างสงบปากสงบคำเดินผ่านไม่กล้ามองหน้า แค่แผลเป็นเหี่ยวย่นก็น่ากลัวมิต่างจากปีศาจแล้วเป็นอาวุธให้คนถอยห่างได้เลยทีเดียวเชียว

            "สะ...สิบเก้าผู้คุมใหญ่ให้ตามเจ้าไปพบที่อาคารกลาง" เด็กหญิงเอ่ยตะกุกตะกักเสียงเบาราวยุงบิน หลินหลานหรูจึงเลิกคิ้วมองแต่กลับกลายเป็นว่านางทำให้อีกฝ่ายกลัวเสียอย่างนั้น วิ่งหน้าตาตื่นเกือบชนขอบประตู

            สี่สิบเอ็ดหลุดขำ

            คนโดนเรียกตัวหยิบซาลาเปาลูกสุดท้ายติดมือมาด้วยก่อนลุกเดินไปเก็บถาด ไม่บอกกล่าวสิ่งใดก็จากไปทันที

            สี่สิบเอ็ดเห็นหลินหลานหรูทำหน้าไม่เข้าใจจึงเอ่ยอธิบาย "สิบเก้าทำงานให้ผู้คุมใหญ่เรื่องที่นางช่วยคุ้มครองเจ้าวันแรกที่เข้ามาล้วนเป็นหน้าที่เด็กที่เข้ามาใหม่ไม่มีใครตายโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรหรอกครั้งหนึ่งข้ายังเคยทำหน้าที่นี้ เสร็จงานตามกำหนดเวลาก็แยกย้ายไปรับรางวัลเจ้าเองก็ถือว่าแปลก ปกติสิบเก้าไม่เคยให้ใครตามก้นได้นานหลังงานเสร็จสิ้น"

            "เจ้าหมายถึงข้าตามนาง?" หลินหลานหรูเผยสีหน้าไม่สบอารมณ์ราวกับต้องการประท้วงว่าคนอย่างนางไม่มีวันตามก้นใคร

            ไม่มีทาง!

            สี่สิบเอ็ดเหลือบมองท่าทีของหลินหลานหรูเล็กน้อยตักข้าวกินไปอีกคำแล้วกดเสียงเอ่ยให้เบาขึ้น"ตั้งแต่สิบแปดตายเมื่อสามเดือนก่อน ก็ไม่เห็นสิบเก้าสุงสิงกับใครเจ้ามีอะไรที่คล้ายสิบแปด ...ได้ยินว่าสิบเก้ากับสิบแปดรักกัน"

            หลินหลานหรูพ่นข้าวพรูดสำลักจนข้าวออกทางจมูก สี่สิบเอ็ดเห็นแล้วรู้สึกสงสารจึงช่วยตบหลังให้นางเบาๆ"เลือดกำเดาเจ้าไหลแน่ะ"

            ฮ่ะ? ถึงขนาดเลือดกำเดาไหลเลยหรือ...

             

    คล้ายกับเรื่องนิสัยข้าเปลี่ยนยาก ที่คุณอ่าน

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577