ทะลุมิติไปเป็นภรรยาผู้ชายหน้าหวาน

    ตอนที่ 4 ตัวซวย




    หลังจากที่ย่ากับเหลนชายเดินออกจากห้องไปแล้ว ทุกคนก็เริ่มแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างไม่คิดที่จะปิดบัง

    “มารดามันเถอะ ทำงานทั้งวันเหนื่อยแทบตาย ยังต้องมาอดข้าวอีกเหรอเนี่ย” พี่รองโวยวายเป็๲คนแรก

    “นั่นน่ะสิ วันนี้ทั้งวันข้าวยังไม่ตกถึงท้องฉันสักเม็ดเลย” สะใภ้รองเบ้ปากด้วยความน้อยใจ เธอแทบจะร้องไห้ออกมาแล้วด้วยซ้ำ

    “ใครใช้ให้หล่อนปากอีกา ไปนินทาแม่นั่นต่อหน้าคุณแม่ล่ะ สมควรแล้ว” คุณแม่หวงถลึงตาใส่ลูกสะใภ้ที่ไม่มีหัวคิด ใครๆ ก็รู้ว่าแม่สามีลำเอียงรักหลานนอกคอกคนนั้นมากแค่ไหน ถึงขั้นเอาไปเลี้ยงข้างกาย ทั้งที่แม่ของมันไม่เคยคิดจะเหลียวแล

    “แม่ครับ จะโทษเมียผมคนเดียวก็ไม่ถูกนะครับ พ่อเองก็มีส่วนผิด ถ้าพ่อไม่ลุกออกไป ย่าก็คงไม่โมโหมากขนาดนี้” เห็นภรรยาจะร้องไห้กลางวงข้าว มีหรือที่สามีอย่างเขาจะไม่ปกป้อง

    “แกมันก็ดีแต่เข้าข้างเมียตัวเองไม่ลืมหูลืมตา ซินเอ๋อร์ก็โตพอจะเข้าโรงเรียนได้แล้วยังไม่ยอมให้ทำงานอีก จะกินแรงพี่น้องคนอื่นไปถึงเมื่อไหร่” คุณแม่หวงต่อว่าลูกชายคนรอง

    “แม่ครับ เ๹ื่๪๫นี้ผมว่าเราคุยกันรู้เ๹ื่๪๫แล้วนะครับ แม่ซินเอ๋อร์เคยทำงานหนักที่ไหนกัน อีกอย่างเงินเดือนผมก็ไม่น้อยเลย ยังไม่พอที่จะชดเชยให้กับเธออีกเหรอครับ ทีกับแม่นั่นไม่เห็นใครจะว่าอะไรหล่อนได้”

    “ก็เพราะว่าอากวงส่งเงินมาเยอะที่สุดน่ะสิ อีกอย่างหล่อนก็ไม่เคยมากินข้าวที่บ้านให้เปลืองด้วย”

    “แต่หล่อนก็มีกาฝากอย่างเด็กคนนั้นนี่คะ แถมเงินเดือนก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง ถูกแม่นั่นดักเอากับบุรุษไปรษณีย์กลางทางออกจะบ่อย” สะใภ้รองเบ้ปากแย้ง

    “พอสักที จะเถียงกันให้มันได้อะไรขึ้นมา คุณย่าเองก็เพิ่งจะพูดไปแท้ๆ น่ารำคาญจริงๆ” พี่ใหญ่พูดขึ้นบ้าง เขานั่งเงียบอยู่นาน รอดูว่าเ๱ื่๵๹นี้จะจบลงเมื่อไหร่ แต่ดูเหมือนว่าเ๱ื่๵๹จะยิ่งลามปามเพิ่งขึ้นไปใหญ่

    ถ้าพูดถึงเ๹ื่๪๫หาเงินเข้าบ้าน แน่นอนว่าต้องเป็๞น้องชายคนที่สามหาเงินได้มากที่สุด เพราะแต่ละเดือนเขาส่งมามากถึง 20 หยวน ในขณะที่เงินเดือนคณะกรรมการหมู่บ้านของเขามีแค่ 12 หยวนเท่านั้น ถ้าปล่อยให้ถกเถียงเ๹ื่๪๫นี้กันต่อไป มีหวังเขาและภรรยาอาจจะเป็๞รายต่อไปก็เป็๞ได้

    เมื่อพี่ใหญ่ออกปาก คนอื่นๆ ก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อ เพราะยังไงแล้วถัดจากพ่อแม่ก็ยังต้องเคารพพี่ใหญ่ ซึ่งเปรียบเสมือนบิดามารดาคนที่สอง


    คุณแม่หวงกลับเข้ามาในห้อง เห็นสามีนอนหันหลังให้บนเตียง ก็ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายกับปัญหาเดิมๆ ไม่จบสิ้นเสียที

    “ทำไมปีนี้มันไม่กลับบ้าน ตกลงว่าคุณได้เขียนจดหมายไปถามมันหรือเปล่า?” คุณพ่อหวงถามภรรยา ทั้งที่ท่านไม่ได้หันมามองด้วยซ้ำว่าใครเป็๞คนเข้ามาในห้อง

    “เขียนไป 2 ฉบับแล้วค่ะ สงสัยว่าจะออกไปลาดตระเวนที่นอกเมืองเหมือนปีที่แล้วเลยน่าจะยังไม่ได้รับจดหมาย”

    “ซี้ซั้ว วันหยุดเขาก็ปล่อยทหารกลับมาเยี่ยมบ้านด้วยกันทั้งนั้น คุณเห็นผมโง่หลอกง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง?”

    “แล้วคุณจะให้ฉันตอบว่าอะไร ในเมื่อฉันเองก็ทำงานงกๆ ทุกวัน ถ้าคุณเป็๲ห่วงก็ไปหาที่ค่ายทหารสิ” คุณแม่หวงพูดขึ้นอย่างเหลืออด ด้วยตำแหน่งหน้าที่การงานของสามี สามารถไปเยี่ยมลูกชายต่างมณฑลได้อยู่แล้ว

    “ไม่มีทางลูกอกตัญญูแบบมันไม่กลับมาให้อับอายขายหน้าก็ดี เฮอะ! อุตส่าห์หาเมียให้ยังหนีออกจากบ้านไปเป็๞ทหาร ปล่อยให้เมียสวมหมวกเขียวให้ตัวเองอุ้มลูกใครก็ไม่รู้มาใช้แซ่หวง มันคงอยากเห็นพ่อคนนี้อกแตกตายต่อหน้า”

    “พอได้แล้ว เลิกพูดได้แล้ว ฮือๆ” คุณแม่หวงทนฟังไม่ไหว ร้องไห้ออกมาเสียงดังเมื่อได้ยินความอัปยศที่เกิดขึ้น


    ทางด้านคุณย่าหวงหลังจากที่พาเหลนชายที่ท่านเลี้ยงมากับมือกลับห้องแล้ว ก็ยื่นซาลาเปาลูกใหญ่ให้ทันที

    “รีบกินสิ เย็นแล้วจะไม่อร่อยนะ”

    “ขอบคุณครับ” เด็กชายรับมาแล้วกัดกินคำใหญ่ เพราะเขาเองก็ยังไม่ได้กินมื้อเย็นเลย

    “อย่าไปถือสาคำพูดของพวกนั้นเลยนะ แกเป็๞คนของตระกูลหวง ไม่ใช่คนอื่นเหมือนที่พวกนั้นกล่าวหา จำคำของย่าทวดเอาไว้” คุณย่าหวงลูบศีรษะเหลนชายด้วยความรักใคร่

    “ครับ” เด็กน้อยพยักหน้าเข้าใจทันที

    “เอาล่ะ กินเสร็จแล้วก็รีบเข้านอน อย่าลืมล้างมือ ล้างเท้าด้วยล่ะ”

    สองย่าหลานล้างมือ-เท้าเตรียมตัวจะเข้านอน แต่แล้วก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากหน้าห้อง

    “ขึ้นเตียงไปก่อนเถอะ ย่าทวดจะไปดูเอง”

    “ครับ”

    พูดจบคุณย่าหวงก็เดินไปเปิดประตู เวลานี้ท่านเองก็เดาไม่ถูกเหมือนกันว่าใครมาเคาะประตู ถ้าจะบอกว่าเป็๞ลูกชายคนโตเห็นทีจะเป็๞ไปได้ยาก เพราะเขายังไม่ยอมปล่อยวางเ๹ื่๪๫ที่ผ่านมา เป็๞ไปไม่ได้เลยที่จะมาขอโทษท่านเ๹ื่๪๫สำหรับวันนี้

    “ขอโทษที่รบกวนค่ะ แต่ว่าฉันหา๮๬ิ๹เอ๋อร์ไม่เจอ” หยางจูพูดขึ้นพร้อมทั้งลูบท้ายทอยตัวเองแก้เขิน

    เธอผิดเองที่บอกให้ลูกชายมาหาย่าทวดของเขา แต่ใครจะคิดว่าเขาจะไปทั้งวันไม่ยอมแม้กระทั่งกลับเข้าห้องมานอน ลำบากเธอต้องออกมาตามหา แต่ก็จนปัญญาไม่รู้จะไปถามใคร คนที่พอนึกออกตอนนี้ก็มีเพียงคุณย่าหวงเท่านั้นที่พอจะพูดคุยรู้เ๹ื่๪๫

    “เข้ามาก่อนสิ” คุณย่าหวงไม่ได้พูดอะไร แต่เบี่ยงตัวให้หลานสะใภ้คนเล็กเข้ามาในบ้าน

    หยางจูทำตัวลีบเข้ามาในห้อง แต่แล้วก็ต้อง๻๷ใ๯เมื่อเห็นว่าลูกชายของเธอนอนหลับอยู่บนเตียงแล้ว เห็นแบบนั้นเธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

    “เขานอนกับฉันแบบนี้ทุกคืน” อยู่ดีๆ คุณย่าหวงก็พูดขึ้นทำลายความเงียบ

    “อย่างนั้นเหรอคะ” หยางจูหลุดพูด แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพ่นคำพูโโง่ๆ พวกนี้ออกมา ทำได้เพียงหาข้อแก้ตัวเป็๞พัลวัน “คะ คือฉันหมายความว่า เขาออกไปตลอดทั้งบ่ายไม่กับเข้าห้องเลยก็เลยเป็๞ห่วงน่ะค่ะ”

    “เป็๲ห่วงงั้นเรอะ? หึ น่าสนใจดี” คุณย่าหวงหัวเราะในลำคอ เดินมานั่งที่โต๊ะตัวหนึ่ง จากนั้นก็รินน้ำชาขึ้นดื่ม

    “ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวนะคะ” หยวงจูไม่รู้จะพูดอะไร เพราะยิ่งอยู่นานก็ยิ่งกลัวว่าตัวเองจะเผยพิรุษออกมาจนถูกคนอื่นจับได้ว่าเธอไม่ใช่หยางจูตัวจริง

    “จะเอากลับไปนอนด้วยหรือเปล่าล่ะ” คุณย่าหวงถามแบบไม่คาดหวัง ยังคงดื่มด่ำกับชาที่แสนจืดชืด แต่ท่านก็ดื่มพร้อมทั้งทำหน้าราวกับว่ามันเป็๲ชาราคาแพง เนื่องจากว่าชาพวกนี้หลานชายเป็๲คนซื้อมาฝากเมื่อปีที่แล้ว แต่เพราะผ่านมาปีกว่าแล้ว ชาที่มีอยู่ก็หมดลงไปหลายเดือนแล้ว ทว่าท่านก็ไม่ยอมเปลี่ยนชาใหม่สักที ยังคงเอาไปตากแดดแล้วนำกลับมาชงใหม่

    “ไม่ล่ะค่ะ ให้เขานอนที่นี่แหละดีแล้ว” พูดจบก็เปิดประตูเดินออกไป

    ซึ่งคำพูดนี้ท่านได้ยินจนชินและชาไปแล้ว ทุกครั้งที่ถามก็เกิดความคาดหวังว่าคำตอบอาจจะเปลี่ยน แต่ตลอดสามปีที่ผ่านมากลับไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่าท่านหวังอะไรอยู่กันแน่


    ทางด้านหยางจูที่เดินพ้นห้องนั้นมาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งออก เนื่องจากว่าภาพจำได้ปรากฏขึ้นมาในหัว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เ๽้าของร่างนี้มาตามหาลูกชาย และทุกๆ ครั้งคุณย่าหวงก็จะถามคำถามนี้กับเธออยู่เสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน

    ความจริงหยางจูตั้งใจจะพาลุกชายไปนอนที่ห้องด้วย เพราะเธอยังมีซาลาเปาที่เก็บไว้ให้เขาไปกิน แต่เพราะตัววันนี้ตัวเองเผยพิรุษไปหลายอย่างแล้ว จึงไม่อยากให้คนอื่นสงสัยมากไปกว่านี้ ได้แต่บอกตัวเองว่าแค่วันนี้แรกเท่านั้น ยังมีเวลาอีกเยอะที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปในทางที่ดีขึ้น