ไป่ฉีตื่นขึ้นมาตอนตี 4 เขากินโอสถแปลงโฉม และเรียกชุดที่เขาเคยใส่ตอนอยู่ที่ต้าเซียนออกมาสวม ซึ่งเป็นเสื้อที่ทำจากผ้าทอด้วยไหมของหนอนไหมสวรรค์ที่เป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ บวกกับการลงอาคมระดับสูงไว้ ดังนั้นชุดนี้จะสามารถป้องกันการโจมตีที่มีระดับน้อยกว่าปราณจักรพรรดิขั้น 10 ลงมาได้
นอกจากนี้เขายังสะพายกระบี่ระดับนภาที่หายากมากในโลกใบนี้ แม้เขาจะมีกระบี่ที่ระดับสูงกว่า แต่การใช้มันจะสิ้นเปลืองพลังปราณเกินระดับพลังของเขาในปัจจุบันมากเกินไป ดังนั้นเขาจึงต้องเลือกอาวุธที่อยู่ในระดับเดียวกับชั้นปราณที่เขามีอยู่จึงจะเหมาะสม
หลังเตรียมตัวเสร็จแล้ว ไป่ฉีได้ใช้จิตส่วนหนึ่งเดินทางไปตามแผนที่ที่ไป๋กุ้ยอิงให้ไว้ จิตของเขาเดินทางได้รวดเร็ว เพียง 1 นาที เขาก็มองเห็นประตูใหญ่ที่เป็นทางเข้าตระกูลไป๋ ลักษณะเหมือนประตูเมืองโบราณ(ของจีนนะ) ทำด้วยไม้ขนาดใหญ่และหนา 1 เมตร ถูกตีและยึดด้วยเหล็กลมปราณขั้นต้นจำนวนมากเพิ่มใช้ป้องกันผู้ฝึกยุทธ์บุกโจมตี
ไป่ฉีเริ่มวาดอักขระลมปราณ สิ่งที่เขากำลังทำคือการสร้างอาคมประตูมิติ โดยปกติความสามารถเกี่ยวกับมิตินั้นจะใช้ได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในระดับปราณชั้นราชันย์จักรพรรดิแล้วเท่านั้น แต่อาคมจากอักขระลมปราณนั้นหากสามารถเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง จะสามารถใช้มันเพื่อเปิดประตูมิติไปยังที่ ๆ ตนต้องการได้ ไป่ฉีได้เรียนวิธีวาดอาคมอักขระลมปราณประตูมิตินี้จาก 1 ในอาจารย์ของเขา จ้าวซีหลัว ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่า เซียนค่ายกล แห่งต้าเซียน
เมื่ออาคมถูกสร้างจนเสร็จสมบูรณ์ อากาศตรงหน้าของไป่ฉีก็เกิดการบิดเบี้ยว เขาเดินเข้าไปในอากาศที่บิดเบี้ยวนั้น โดยอีกฟากหนึ่ง เขาเห็นประตูใหญ่ของตระกูลไป๋อยู่เบื้องหน้า ตอนนี้เขามายืนอยู่ตรงจุดที่จิตของเขามองเห็นอยู่เมื่อครู่
การปรากฎตัวอย่างฉับพลันของไป่ฉี ทำให้ผู้ที่เฝ้าประตูของตระกูลไป๋ตกใจมาก พวกเขาเริ่มส่งพลังปราณชั้นปราณปฐพี เพื่อกดดันชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาทันที
ไป่ฉีไม่ได้สนใจคนเฝ้าประตูของตระกูลไป๋ตรงหน้า เขาหยิบสมาร์ทโฟนออกมาโทรหาไป๋กุ้ยอิงด้วยท่าทางสบาย ๆ รอสายอยู่สักพักไป๋กุ้ยอิงก็รับสาย
[อวี้กง ตอนนี้ตี 4 ฉันยังฝึกอยู่ มีอะไรรึเปล่า] ไป๋กุ้ยอิงรับสาย ไป่ฉีได้ยินเสียงหอบหายใจดังมาให้ได้ยินเป็นระยะ
“มารับผมที่หน้าประตูด้วย ตอนนี้มีแมว 2 ตัว กำลังขู่ผมอยู่ ตัวกับขนของพวกมันพองจนจะระเบิดแล้ว” หลังไป่ฉีพูด ไป๋กุ้ยอิงเงียบไปสักพัก เธอไม่คิดว่าไป่ฉีจะมาเร็วขนาดนี้ นี่เขาตื่นกี่โมงกันเนี่ย ตระกูลไป๋ตั้งอยู่ชานเมืองของเมืองหลวง ถ้าเดินทางมาด้วยรถก็ต้องใช้เวลาชั่วโมงกว่า แต่ที่สำคัญคือนี่มันตี 4 ไป่ฉีสามารถเดินทางมาถึงได้ยังไง เพราะเวลานี้แทบจะไม่มีรถเลย แถมการเรียกรถแท็กซี่เพื่อออกนอกตัวเมืองที่เป็นป่าเขาแบบนี้ แท็กซี่คงไม่ยอมมาแน่ เพราะกลัวถูกปล้น
[เข้าใจแล้ว เดี๋ยวจะส่งคนไปบอกพวกนั้นให้] ไป๋กุ้ยอิงวางสายไป
ส่วนไป่ฉีคิดว่าถ้าให้เขารอธรรมดาคงจะน่าเบื่อ เขาขอหาอะไรเล่นกับเด็กน้อย 2 คนข้างหน้านี้สักหย่อยดีกว่า (คนเฝ้าประตู 2 คนอายุประมาณ 40 แต่ไป่ฉีเราอายุวิญญาณเข้าหลักที่ 4 ไปแล้ว)
ไป่ฉีปลดปล่อยปราณชั้นนภาออกมา กดดันคนเฝ้าประตูทั้ง 2 พร้อมกับจิตสังหารอ่อน ๆ ทำให้ทั้ง 2 คนทรุดตัวลงกับพื้น พวกเขาอาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุง
“จงอย่าได้ทำแบบนี้อีก ไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมให้พวกเจ้าข่มเหงได้ง่าย ๆ” ไป่ฉียืนมองคนทั้ง 2 อาเจียนด้วยใบหน้าเรียบเฉย เขาเผลอใช้คำพูดของต้าเซียนอีกแล้ว
ส่วนคนเฝ้าประตูทั้ง 2 ตอนนี้พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังจะตาย. เพราะแรงกดดันที่กดทับลงบนร่างกายพวกเขา
“ทะ...ท่านผู้เยี่ยมยุทธ์ ท่านมีธุระอะไรกับตระกูลไป๋ พวกเรามีหน้าที่ปกป้องตระกูลขอให้ท่านอภัยให้กับการล่วงเกินของพวกเราด้วย” คนเฝ้าประตูคนหนึ่งกล่าวขึ้น
“เช่นนั้น พวกเจ้าทั้ง 2 ควรถามก่อนว่าข้ามาด้วยวัตถุประสงค์อะไร มิใช่ใช้ปราณมาข่มขู่กันเช่นนี้ นี่เป็นวิธีต้อนรับแขก ของตระกูลไป๋งั้นรึ” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับใช้พลังปราณกดทับร่างของทั้ง 2 หนักขึ้นไปอีก
“พวกเราต้องขอโทษด้วยที่วู่วาม ขอท่านโปรดยั้งมือด้วย” ผู้เฝ้าประตูอีกคนขอร้อง
ไป่ฉีเห็นว่าสั่งสอนแค่นี้คงพอแล้ว จึงได้ถอนพลังปราณกับจิตสังหารกลับมา
“ขอบคุณท่านที่เมตตา” ทั้ง 2 คำนับ พร้อมกับประตูใหญ่ที่เปิดออก
ชายร่างยักษ์สูงกว่า 2.3 เมตร ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้าม พลังปราณที่แผ่ออกมาจากชายคนนี้อยู่ในชั้นปราณราชันย์ขั้น 7 อายุของเขาน่าจะใกล้เคียงกับคนเฝ้าประตูทั้ง 2 คน
“ท่านอู่ซาน ชายหนุ่มผู้นี้จู่ ๆ ก็มาปรากฏตัวหน้าประตูตระกูลไป๋ของเรา พวกเราไม่ทราบว่าเขามาด้วยเหตุอะไร” ผู้เฝ้าประตูรีบรายงานทันที
“ยังโชคดีที่พวกแกยังมีชีวิตอยู่ ชายคนนี้แค่สั่งสอนพวกแกเท่านั้น หากเขาเอาจริงขึ้นมา ไม่ถึง 10 วินาที พวกแกจะกลายเป็นเศษเนื้ออยู่หน้าประตูนี้ไปแล้ว ที่กระผมพูดถูกหรือไม่ครับ ท่านเทพกระบี่อวี้” ไป๋อู่ซานประสานมือคำนับไป่ฉีด้วยความนอบน้อม
เมื่อผู้เฝ้าประตูทั้ง 2 ได้ยินคำว่า “เทพกระบี่อวี้” ทำให้พวกเขารู้ทันทีว่าเมื่อกี้พวกเขาหาเรื่องใคร
ข่าวเกี่ยวกับเทพกระบี่อวี้กงที่สังหารคิไมร่า 2 ตัวได้ภายใน 20 วินาที เป็นสิ่งที่ชาวยุทธ์ทั่วทั้งยุทธภพนั้นได้ยินได้ฟังมา หากเมื่อครู่ชายหนุ่มลงมือกับพวกเขา ป่านนี้พวกเขาคงกลายเป็นเนื้อบดเหมือนกับที่ไป๋อู่ซานบอกเป็นแน่ คิดได้ดังนั้นพวกเขาถึงกับคุกเข่าและคำนับศรีษะแนบพื้นทันที โดยไม่สนใจกองอ้วกที่พวกเขาอ้วกเอาไว้ก่อนหน้าเลย
“พวกเรามีตาหามีแวว ขอท่านอวี้โปรดให้อภัยด้วย” ชายทั้ง 2 รีบกล่าวขอโทษเทพกระบี่
ไป่ฉีมองชาย 2 คนตรงหน้าที่กำลังขอโทษเขา ทั้ง 2 คนกำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เขายิ้มขึ้นก่อนจะยกมือเป็นเชิงให้ทั้ง 2 คนลุกขึ้นได้
“เรื่องนี้พวกเจ้าทำตามหน้าที่ แต่ต่อจากนี้ขอให้ถามก่อนจะลงมือ เรื่องนี้ก็ให้จบเพียงเท่านี้” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับมองไปที่อู่ซานที่กำลังพยักหน้าเห็นด้วย
“ขอบคุณท่านอวี้กง” ชายทั้ง 2 คนพูดขึ้นพร้อมกันแล้วถอยไปด้านข้าง เพื่อไม่ให้ขวางทางเดินของเทพกระบี่อวี้
“เราไปกันเถอะครับท่านอวี้กง ตอนนี้เป็นเวลาฝึกช่วงเช้าของนายน้อยกับคุณหนูไป๋พอดี เชิญครับ” ไป๋อู่ซานผายมือเชิญอวี้กงเข้าไปด้านใน
“เชิญ ท่านนำไปได้เลย” ไป่ฉีกล่าว
ไป๋อู่ซานนำไป่ฉีผ่านเรือนรับรองส่วนที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ อายุน่าจะหลายพันปี ไป๋อู่ซานบอกว่าเรือนรับรองนี้เป็นเรือนรับรองส่วนนอก ใช้รับรองบุคคลธรรมดาที่ไม่เกี่ยวข้องกับยุทธภพ
“ท่านอวี้กงมีอะไรสงสัยก็ถามได้นะครับ” ไป๋อู่ซานกล่าว
“ตระกูลส่วนใหญ่จะมีผู้อาวุโสประจำตระกูลไม่เกิน 10 คน ทุกคนล้วนเป็นญาติกัน แตกต่างกันตามสายตระกูลเพียงเท่านั้น ส่วนผู้นำตระกูลนั้น แต่ละตระกูลจะไม่เหมือนกัน บางตระกูลจะสืบทอดกันจากพ่อสู่ลูก หรือจากปู่สู่หลาน ในสายตระกูลเดียวกัน บางตระกูลจะใช้วิธีคัดสรรค์ผู้มีความสามารถขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูล แล้วตระกูลไป๋เป็นแบบไหนกันล่ะ” ไป่ฉีถาม
“เป็นแบบสืบทอดกันในสายตระกูลเดียวกันเท่านั้น ตระกูลไป๋สามัคคีกันมาก ดังนั้นเรื่องทำศึกแย่งชิงตำแหน่งกันภายในจึงไม่มีทางเกิดขึ้นครับ” ไป๋อู่ซานตอบอย่างภาคภูมิใจ เพราะคนในตระกูลไป๋ไม่คิดจะแก่งแย่งอำนาจภายในกัน
“เคยได้ยินคำนี้รึเปล่า ความแน่นอน คือสิ่งที่ไม่แน่นอน หากผู้ที่จะขึ้นมาเป็นคนไม่ดี ผมไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่มีใครคัดค้าน คนเรายังไงเสียก็หนีไม่พ้น ความโลภ อยากได้อยากมีหรอก คิดว่าผมไม่รู้เรื่องที่มีผู้อาวุโสหลายคนในตระกูลไป๋บีบบังคับคุณหนูไป๋กุ้ยอิงให้แต่งกับพวกนายน้อยตระกูลใหญ่เพื่อสร้างฐานอำนาจให้กับตระกูลรึยังไงกัน” ไป่ฉีกล่าวกระทบคำพูดของไป๋อู่ซานเมื่อครู่
“มันเพื่อความอยู่รอดของตระกูลครับ” ไป๋อู่ซานระงับอารมณ์โกรธที่อีกฝ่ายพูดกระทบผู้อาวุโสของตระกูล สิ่งที่อีกฝ่ายพูดมานั้นก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ถูกซะทีเดียว
“เพื่อความอยู่รอดของตระกูล เช่นนั้นหากผู้ที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำไม่มีความแข็งแกร่งพอ คิดว่าเหล่าผู้อาวุโสจะยอมให้คน ๆ นั้นขึ้นเป็นผู้นำตระกูลเหรอ มีแต่จะส่งเสริมให้ลูกหลานของตนขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลเสียมากกว่า ไม่มีทางที่พวกเขาจะเห็นด้วยแบบที่คุณว่าตลอดหรอกนะ มันขึ้นอยู่กับเวลาและปัจจัยต่างหาก ถึงอย่างไรโลกก็เป็นที่ซึ่งปลาใหญ่กินปลาเล็ก” ไป่ฉีเคยเห็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่หลายตระกูลล่มสลายมาแล้วกับตาตัวเอง แน่นอนว่ารวมถึงตระกูลไป๋ในต้าเซียนด้วย
“กระผมพอจะเข้าใจที่ท่านพูดมาบ้าง” ไป๋อู่ซานรู้สึกได้ว่าอวี้กงเตือนด้วยความหวังดี
ทั้ง 2 เดินมาถึงลานฝึกซ้อมส่วนในเรียบร้อยแล้ว
ไป่ฉีเห็นชายอายุราว 30 กว่า ดูเหมือนจะเป็นไป๋ชินหลง เพราะบรรยากาศที่แผ่ออกมารอบตัวแสดงถึงความเป็นผู้นำ
เขาเห็นไป๋กุ้ยอิงกำลังต่อสู้กับชายชราอีกคนที่มีเข็มกลัดติดที่อกเสื้อ มันเป็นเข็มกลัดสี่เหลี่ยมที่มีลวดลายล้อมรอบ ตรงกลางเป็นอักษรขีดขวาง 1 ขีด มันคือเลข 1 บ่งบอกว่าชายชราคนนี้คือผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ของตระกูล และเป็นคนที่มีอำนาจรองลงมาจากไป๋ชินหลง
ส่วนอีกด้านเขาเห็นไป๋หู่กำลังรับมือกับชายชาาอีกคนที่ติดเข็มกลัดเหมือนกัน แต่ลวดลายนั้นแตกต่างออกไป ตรงกลางเป็นอักษรขีดขวาง 2 ขีด มันคือเลข 2 หรือก็คือชายชราที่คนนี้คือผู้อาวุโสลำดับที่ 2 นั่นเอง
ระหว่างที่เขากำลังให้ความสนใจไป๋กุ้ยอิงกับไป๋หู่อยู่ ไป๋ชินหลงก็สังเกตุเห็นไป๋อู่ซานที่ยืนอยู่ โดยด้านข้างมีชายหนุ่มสวมชุดโบราณที่ดูไม่ธรรมดายืนอยู่ด้านข้าง ที่ด้านหลังของชายหนุ่มเหน็บกระบี่ลวดลายงดงามเอาไว้ เขาจึงทำการตรวจสอบชั้นปราณของชายหนุ่มคนนั้นทันที
“ชั้นปราณนภา นี่ผ่านไปไม่นาน เขาสามารถทะลวงสู่ชั้นปราณนภาได้แล้วเหรอ” ไป๋ชินหลงพึมพำเบา ๆ เขาเคยได้ยินลูกสาวของเขากล่าวถึงอวี้กงว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ชั้นปราณปฐพี
“ทุกคนหยุดการฝึก” ไป๋ชินหลงตะโกนโดยผสานปราณเข้าไป ทำให้ทุกคนในลานฝึกสามารถได้ยินกันทั่ว ทุกคนหยุดการฝึกทันที พร้อมกับหันไปมองไป๋ชินหลง
“ตอนนี้แขกของเรามาถึงแล้ว” ไป๋ชินหลงผายมือไปยังไป่ฉีที่ยืนอยู่ข้างไป๋อู่ซาน ขณะเดียวกันทุกคนในลานฝึกต่างก็มองไปในทิศทางที่ผู้นำตระกูลผายมือไป
“นั่นน่ะเหรอเทพกระบี่ที่เขาร่ำลือกัน”
“ปราณที่แผ่ออกมาชั้นนภาเองนี่”
“นั่นสิ พวกเราบางคนยังมีชั้นปราณสูงกว่าเลย”
“พวกแกลืมไปแล้วเหรอว่าคน ๆ นี้ฆ่าคิไมร่า 2 ตัวได้ภายใน 20 วินาทีน่ะ”
“ชั้นปราณแค่นั้นไม่น่าจะสามารถฆ่าคิไมร่าได้นะ”
“ได้ข่าวว่าเจตจำนงกระบี่ของเขาแข็งแกร่งมาก”
“จะจริงรึเปล่านะ อยากได้โอกาสปะมือด้วยจัง”
“ช่างสง่าอะไรอย่างนี้ สหายของพี่กุ้ยอิงช่างน่าคบหาจริง”
“น้ำลายน่ะเช็ด ๆ หน่อย”
“เธอก็ด้วย อ้าปากค้างจนแมลงวันจะบินเข้าไปวางไข่ได้อยู่แล้ว”
“วันนี้ตอนปะมือคงต้องอ่อยซะหน่อยแล้ว คิก ๆ”
“ถ้าเธอทำเล่น ๆ ผู้อาวุโสได้สั่งลงโทษเธอแน่ ๆ”
“พวกเธอมันบ้าผู้ชาย หมอนี่ก็แค่หน้าตาดีเท่านั้นแหละ สู้ฉันที่อยู่ระดับชั้นปราณราชันย์ไม่ได้หรอก”
ไป๋ชินหลงปรบมือ เพื่อเป็นสัญญาณให้หยุดการพูดคุยกัน ซึ่งทุกคนต่างทำตาม
ไป๋ชินหลงเดินลงมาจากแท่นที่เขาใช้ดูการฝึก เขาเดินมาหาไป่ฉี ก่อนจะวางมือทั้งสองข้างลงบนบ่าของไป่ฉี
“อวี้กง วันนี้จะมาช่วยฝึกให้ไป๋หู่สินะ ถ้าอย่างนั้น เชิญที่ลานประลองได้เลย ฉันเตรียมสถานที่ไว้ให้พร้อมแล้ว” ไป๋ชินหลงกล่าวพร้อมกับผายมือไปทางลานประลองที่อยู่กลางลานฝึกพอดี
ไป่ฉีใช้ใช้ท่องดารา กระโดดเพียงครั้งเดียวก็มาอยู่บนลานประลองแล้ว สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทุกคนมาก อีกด้านไป๋หู่ก็เหาะขึ้นมาที่ลานประลองเช่นกัน
“พี่อวี้ วันนี้เราจะได้ปะมือกันซะที เคยได้ยินจากพี่กุ้ยอิงว่าพี่เก่งในการใช้เจตจำนงกระบี่มาก แต่ไม่คิดว่าวันนี้พี่จะพกกระบี่จริง ๆ มาด้วยแบบนี้” ไป๋หู่มองไปยังกระบี่ที่ไป่ฉีสะพายอยู่ด้านหลัง
“นายจะทำให้ฉันใช้มันได้รึเปล่า เอากระบวนท่าให้รอดก่อนไหม” ไป่ฉียิ้ม
ทุกคนต่างมองมายังลานประลอง เสียงพูดคุยเริ่มเงียบลงหลังจากทั้งคู่เดินมาอยู่ท่กลางลานประลอง
ส่วนไป๋ชินหลงกับผู้อาวุโสทั้ง 10 คน ต่างมานั่งอยู่ในที่นั่งที่พวกเขาเตรียมไว้แล้วตั้งแต่เมื่อวาน
เมื่อไม่กี่วันก่อนไป๋กุ้ยอิงบอกเขาว่าอวี้กงจะเดินทางมาฝึกให้ไป๋หู่ ทำให้พวกผู้อาวุโสดีใจอย่างมาก เพราะพวกเขาอยากเห็นวิชาของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพกระบี่ ว่าจะร้ายกาจสมคำร่ำลือรึเปล่า
“ไป๋หู่ ลูกพร้อมรึยัง” ไป๋ชินหลงตะโกนถาม ไป๋หู่หันมามอง ก่อนจะพยักหน้า
“เช่นนั้นก็เริ่มได้” หลังสิ้นสุดคำพูดของไป๋ชินหลง ไป๋หู่เริ่มตั้งกระบวนท่าเตรียมพร้อมทันที ส่วนไป่ฉียังคงยืนนิ่ง ไม่ได้มีการตั้งท่าใด ๆ
“พี่อวี้ พี่จะเข้ามาหรือจะให้ผมเข้าไป” ไป๋หู่ถาม
“เข้ามาได้เลย” ไป่ฉีหลับตาแผ่กลิ่นอายเงียบสงบออกมา ไป๋หู่ที่ขี้เกียจรอจึงพุ่งเข้าหาไป่ฉีทันที
______________________________
ส่งงานคร้าบ ^^ วันนี้อัพแค่นี้นะครับ