เมื่อคุณอาฉินนำอุปกรณ์ทองคำทั้งสามชิ้นมาส่งยังบ้านเก่าของเป่าลี่กรุ๊ปนายหญิงกำลังยืนอยู่ริมหน้าต่างในมือถือแก้วไวน์แดงพลางทอดสายตาเหม่อลอยออกไปด้านนอก
ที่ตรงนั้นมีหลุมศพที่เพิ่งขุดขึ้นใหม่กำลังรอคอยร่างไร้ิญญามาฝังกลบ
เงาร่างของสตรีผู้กุมอำนาจสูงสุดของเป่าลี่กรุ๊ปในยามนี้ดูอ้างว้างและซูบผอมคุณชายสี่แห่งตระกูลเฉินผู้มีนิสัยวิปริตคนนี้คือบุตรชายที่เธอรักใคร่เอ็นดูที่สุดและเป็เพียงคนเดียวที่เติบโตมาข้างกายเธอั้แ่เยาว์วัย
“สืบรู้ตัวคนร้ายหรือยัง?”
น้ำเสียงของนายหญิงแหบพร่าทว่ายังคงเปี่ยมด้วยอำนาจบารมี
หลายสิบปีมานี้คุณอาฉินประจักษ์แก่สายตาตนเองมาตลอด ว่าเด็กสาวใสซื่อจากบ้านนอกคนนี้ค่อยๆตะเกียกตะกายขึ้นสู่จุดสูงสุดของเป่าลี่กรุ๊ปได้อย่างไร
“สืบทราบแน่ชัดแล้วครับ เป็ฝีมือของพวกคนในหมู่บ้านตระกูลหยวน” คุณอาฉินก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม
“เหอะ!” นายหญิงแค่นเสียงเ็าพลางเอ่ยถ้อยคำประชดประชันประหนึ่งคนเมา “ฉันรู้อยู่แล้วว่านิสัยของเด็กคนนั้นไม่ช้าก็เร็วต้องเกิดเื่เข้าจนได้”
“ไม่คิดเลยว่าจะจากไปเร็วขนาดนี้ ตายไปได้เสียก็ดี...ขืนอยู่ต่อไปก็เป็ตัวกาลกิณีของกลุ่มบริษัทเปล่าๆ”
“หึๆ ลูกชายของฉัน เฉินลี่ผู้ยิ่งใหญ่กลับต้องมาตายด้วยน้ำมือของพวกชาวบ้านกระจอกๆ กลุ่มหนึ่ง”
ยิ่งคำพูดของนายหญิงเ็าเพียงใดคุณอาฉินก็ยิ่งรู้ดีว่าในใจของเธอโศกเศร้าเพียงนั้น
“นายหญิง โปรดทำใจเถิดครับ!”
คุณอาฉินกล่าวเสียงขรึม“พวกหมู่บ้านตระกูลหยวนกลุ่มนั้นผมจัดการไปหมดสิ้นแล้วส่วนสายข่าวก็ส่งออกไปแล้วเช่นกัน เมื่อหาข้ออ้างได้เมื่อไรผมจะส่งคนไปถล่มหมู่บ้านตระกูลหยวนทันที”
“จะให้พวกมันทั้งหมู่บ้านถูกฝังเป็ศพไปพร้อมกับคุณชาย!”
นายหญิงยิ้มอย่างเศร้าสร้อยก่อนจะหันมาเอ่ยถามคุณอาฉินว่า “ฉินซานนายทำงานให้กลุ่มบริษัทมานานเท่าไรแล้ว?”
ใจของคุณอาฉินกระตุกวูบเขารีบตอบกลับอย่างนอบน้อม “เรียนนายหญิง 42 ปีแล้วครับ”
เขาเห็นนายหญิงนิ่งฟังคำตอบจากนั้นก็น่าจะเงยหน้ามองท้องฟ้านอกหน้าต่าง คล้ายกำลังคะนึงหาว่า เมื่อ 42ก่อน ตัวเธอเองมีสภาพเป็อย่างไร...
เนิ่นนานผ่านไปนายหญิงจึงเอ่ยถามขึ้น “ฉินซานนายเป็คนจากเขาซางซานใช่ไหม?”
คุณอาฉินเบิกตากว้างในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกสับสน เขาตระหนักดีว่าคำถามนี้นายหญิง้าสื่อถึงอะไรทว่าทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับ “เรียนนายหญิง ใช่ครับ!”
นายหญิงหันกลับไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้งน้ำเสียงกลับคืนสู่ความเ็าและทรงอำนาจในแบบของผู้นำเป่าลี่กรุ๊ป“เขาซางซานเป็สถานที่ที่ดี นายแก่มากแล้วกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดเสียเถอะ!”
รูม่านตาของคุณอาฉินขยายกว้างฉับพลันแม้จะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่เมื่อได้ยินประโยคนี้เข้าจริงๆสมองของเขากลับว่างเปล่าไปชั่วขณะ
เขามาที่เมืองซ่างจิงั้แ่อายุสิบกว่าปีใช้คมดาบและคราบเืกรุยทางให้เป่าลี่กรุ๊ป ก้าวขึ้นมาถึงตำแหน่งปัจจุบันทีละก้าว
แต่เพียงคำพูดเดียวเขากลับต้องสูญเสียทุกอย่างไป...
เพียงเพราะไอ้เดรัจฉานตัวน้อยที่มีจิตใจวิปริตแต่เกิดนั่นน่ะหรือ?
ไม่ยินยอม!โกรธแค้น! และเสียใจ!
ความรู้สึกสลับซับซ้อนประดังประเดเข้ามาในอกของคุณอาฉินทว่าสุดท้ายเขาก็ทำได้เพียงโค้งคำนับและเอ่ยเสียงต่ำ“ครับ นายหญิง!”
..........
ขณะเดินออกมาจากบ้านเก่าชายหนุ่มในชุดสูทปักลายตรงประตูพลันเอ่ยรั้งเขาไว้ “คุณอาฉินผมชื่อเลี่ยวหย่วน นายหญิงสั่งให้ผมมาส่งมอบงานกับคุณครับ!”
คุณอาฉินรู้ดีว่าคนคนนี้คือตัวแทนของเขา
เมื่อสายตาประสานกันคุณอาฉินมองเห็นความทะเยอทะยานและความกระหายในแววตาของคนหนุ่มผู้นั้นทว่ายังแฝงไปด้วยความระแวดระวัง ช่างเหมือนกับตัวเขาในวัยเยาว์ไม่มีผิดเพี้ยน
“หึๆ...”
คุณอาฉินหลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้คล้ายกำลังขำในโชคชะตาของเ้าหนุ่มนี่ในอนาคต หรือไม่ก็กำลังสมเพชตัวเอง
“ไม่ต้องรีบ!”
คุณอาฉินจุดบุหรี่ขึ้นสูบอย่างไม่เร่งร้อนก่อนจะเงยหน้ามองฟ้าแล้วเอ่ยอย่างโอหัง “ฉันหิวแล้วอยากหาอะไรลงท้องก่อน”
ชายหนุ่มที่ชื่อเลี่ยวหย่วนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนถามว่า“คุณอาฉินอยากทานอะไรครับ? ผมเลี้ยงเอง!”
คุณอาฉินพ่นควันบุหรี่ออกมาพลางกล่าวเรียบๆ “หอหวนเมฆา!”
..........
ณประตูเมืองทิศเหนือของเมืองซ่างจิงเซียวเยี่ยและกู้ซืออวี่เร่งรีบเดินทางกลับมาจากหุบเขาปีศาจภูตพราย“ไปเปลี่ยนอาชีพก่อน! เปลี่ยนอาชีพก่อนเลย!”
ดวงตาของกู้ซืออวี่เป็ประกายวาววับยามนี้เธอถอดอุปกรณ์ชุดเกราะหนักออกแล้วร่างกายเล็กจ้อยะโโลดเต้นเหมือนกระต่ายวิ่งตรงไปยังสมาคมนักรบถือโล่ใจกลางเมืองอย่างเร่งรีบพลางหันกลับมากำชับเซียวเยี่ย “เดี๋ยวเจอกันที่หอหวนเมฆานะ!ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด!”
เธอต่างจากเซียวเยี่ยภารกิจใบรับรองเปลี่ยนอาชีพของกู้ซืออวี่นั้นรับมาจากสมาคมนักรบถือโล่ดังนั้นเธอจึงต้องไปที่นั่นก่อนเพื่อนำกรงเล็บภูตพรายไปแลกเป็ใบรับรองเปลี่ยนอาชีพ
และที่เธอเร่งรีบขนาดนี้ก็เพราะข่าวกรองเื่นั้น...
ทางการเมืองซ่างจิงได้ประกาศมอบรางวัลพิเศษอย่างงามให้กับผู้ตื่นรู้รุ่นนี้30คนแรกที่สามารถบรรลุการจุติครั้งที่ 1 ได้สำเร็จ!
และจนถึงวันนี้ยังไม่มีใครทำสำเร็จเลยแม้แต่คนเดียว
กรงเล็บภูตพรายในมือของเซียวเยี่ยและกู้ซืออวี่นั้นเพียงพอที่จะแลกใบรับรองเปลี่ยนอาชีพคุณภาพเยี่ยมได้อย่างแน่นอน!
ตำแหน่ง30อันดับแรกจึงเปรียบเสมือนของที่อยู่ในกำมือ!
ตลอดทางขากลับกู้ซืออวี่เอาแต่ร่ายยาวด้วยความตื่นเต้น และจากปากของเธอนั่นเองทำให้เซียวเยี่ยได้รู้ว่าอาชีพของแม่สาวน้อยคนนี้คืออาชีพนักรบเกราะเร้นลับ ระดับ A!
ทักษะพร์เฉพาะตัวคือ...กระบวนโล่เกราะเร้นลับซึ่งสามารถรวบรวมค่าสถานะป้องกันจากชุดเกราะหนักทั่วร่างมาไว้ที่โล่ทำให้ได้รับผลป้องกันเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า
เรียกได้ว่าเป็ตัวแทงก์แถวหน้าชั้นยอด!
หากวัดกันที่พลังป้องกันเพียงอย่างเดียวก็นับว่าไม่ด้อยไปกว่าอาชีพระดับ S เลย
ทว่าตลอดการเดินทางในใจของเซียวเยี่ยกลับมีความกังวลปรากฏขึ้นมาเล็กน้อย
การเปลี่ยนอาชีพคือการยกระดับครั้งใหญ่สำหรับผู้ตื่นรู้ทุกคน!
ผู้ตื่นรู้ทุกคนจะได้รับโอกาสในการเลื่อนขั้นอาชีพจากเทพที่พวกเขาเลื่อมใสและจะได้รับทักษะจุติที่ทรงพลังยิ่งขึ้น!
ทว่าอาชีพของเซียวเยี่ยกลับเป็ผู้ถูกทวยเทพทอดทิ้งมนุษย์ที่เหล่าทวยเทพต่างหันหลังให้
ย่อมไม่มีเทพองค์ใดมายอมเปลี่ยนอาชีพให้เขาแน่เช่นนั้นแล้วเมื่อเขาไปยืนอยู่บนแท่นตื่นรู้ เขาจะพบเจอกับภาพเหตุการณ์แบบไหนกัน?
ในเมื่อเขามีความสามารถในการสังเวยทำให้ได้มาซึ่งคุณสมบัติเสริมพร์และทักษะที่กล้าแกร่งจากมอนสเตอร์นานาชนิด
นั่นหมายความว่าเขาจะไม่สามารถพัฒนาจากการเลื่อนขั้นอาชีพได้ใช่ไหมนะ?
อย่างไรเสียทุกอย่างย่อมต้องพิสูจน์ด้วยการลงมือทำเพื่อให้ได้คำตอบ!
เซียวเยี่ยนำกรงเล็บของปีศาจภูตพรายวิปริตไปที่สมาคมนักล่าค่าหัวเมื่อได้รับใบรับรองเปลี่ยนอาชีพที่ประทับตราเรียบร้อยแล้วเขาก็ตรงไปยังใจกลางเมืองซ่างจิงทันที
ที่แห่งนี้คือที่ตั้งของศิลาจารึกโบราณที่ใช้ในพิธีตื่นรู้และเป็สถานที่สำหรับทำพิธีเลื่อนขั้นอาชีพของผู้ตื่นรู้ทุกคนเช่นกัน
ภายนอกอาคารที่ดูโอ่อ่าราวกับวิหารศักดิ์สิทธิ์มีกองทหารคอยเฝ้าเวรยามอย่างเข้มงวดหลังจากตรวจสอบระดับและใบรับรองเปลี่ยนอาชีพของเซียวเยี่ยแล้วทหารยามก็มองเขาด้วยสายตาชื่นชมพลางอนุญาตให้ผ่านเข้าไป“เ้าหนุ่ม ไม่เลวเลยนี่!รุ่นนี้ยังไม่มีผู้ตื่นรู้คนไหนมีความสามารถพอจะคว้าใบรับรองเปลี่ยนอาชีพมาได้เลยนายคือคนแรกเลยนะ! รีบเข้าไปเถอะ!”
เซียวเยี่ยรู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่งเขาก้าวเท้าเข้าสู่ศูนย์เปลี่ยนอาชีพในทันทีดูท่าว่ากู้ซืออวี่จะช้ากว่าเขาไปก้าวหนึ่ง
เมื่อกวาดสายตามองไปพื้นของโถงอันตระการตาแห่งนี้คือค่ายกลขนาดใหญ่ว่ากันว่าสร้างขึ้นเพื่อใช้สื่อสารกับทวยเทพผ่านศิลาโบราณ
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ค่ายกลความรู้สึกคุ้นเคยพลันพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจภาพเหตุการณ์ยามที่ััศิลาโบราณครั้งแรกยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ
ความน่าเกรงขามที่เทพแต่ละองค์แสดงออกมาทำให้เซียวเยี่ยรู้สึกสั่นสะท้านด้วยความคลั่งไคล้ “การจุติครั้งที่1 ในที่สุดก็มาถึงเสียที!”