่พักกลางวัน ห้องเรียนเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและกลิ่นอาหารจากข้าวกล่อง เพื่อนแต่ละกลุ่มจับกลุ่มกันเหมือนเคย ผมนั่งกินข้าวกับเคนตะและมิซากิบนโต๊ะประจำ แต่สายตายังอดเหลือบมองโต๊ะด้านข้างไม่ได้
ซาโยะนั่งอยู่ตรงนั้น — ลำพัง
เธอหยิบกล่องข้าวออกมาช้า ๆ แล้วเปิดฝาอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางเสียงรอบข้างที่ดูเหมือนห่างไกลจากโลกของเธอโดยสิ้นเชิง
“ฮารุกิ นายมองเขาอีกแล้วนะ” มิซากิพูดพลางยิ้มเ้าเล่ห์ เธอหันไปกระซิบกับเคนตะ “ว่ายังไงดีล่ะ… แกชอบเขาเหรอ?”
ผมสำลักข้าวทันที เคนตะหัวเราะเสียงดัง “ชัดเลยเว้ย ฮารุกิแกนี่ไม่เบาแฮะ!”
ผมยกแก้วน้ำขึ้นจิบกลบเกลื่อน “เปล่าสักหน่อย แค่สงสัยว่าทำไมถึงเธอนั่งกินข้าวคนเดียว”
“ก็นั่นแหละน่า” มิซากิยิ้มกว้างขึ้น “งั้นเดี๋ยวฉันไปชวนเธอมานั่งด้วยกันดีไหม?”
“ห๊า?” ผมรีบห้าม “เดี๋ยวสิ! ไม่ใช่เื่ง่าย ๆ นะ…”
แต่ไม่ทันแล้ว มิซากิยืนขึ้นทันที เดินตรงไปหาซาโยะอย่างมั่นใจ ขณะที่ผมกับเคนตะได้แต่จ้องตามไปด้วยใจระทึก
“สวัสดีจ้ะ ซาโยะจัง” เสียงของมิซากิดังขึ้นอย่างสดใส “เรายังไม่ค่อยได้คุยกันเลยใช่ไหม?”
ซาโยะเงยหน้าขึ้น ดวงตาดำขลับสบตากับมิซากิ ก่อนจะหลุบตาลงช้า ๆ
“…ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ น้ำเสียงเรียบแต่ไม่หยาบคาย
“ฉันชื่อมิซากินะ เป็แฟนเคนตะ แล้วก็นั่น ฮารุกิ เพื่อนที่นั่งข้างเธอ” เธอยิ้ม “อยากมานั่งกินข้าวด้วยกันไหม?”
ซาโยะชะงัก มือที่จับตะเกียบไว้หยุดลงกลางอากาศ
“ขอบคุณค่ะ… แต่ไม่เป็ไร ฉันชินกับการกินคนเดียวแล้ว”
มิซากิไม่ถอยง่าย ๆ เธอย่อตัวลงเล็กน้อย ทำหน้าจริงจังแต่ยังคงรอยยิ้มไว้
“แต่เราก็อยากรู้จักเธอให้มากขึ้นนะ ซาโยะจัง ฮารุกิเองก็—” เธอหันมามองผม แล้วหยุดคำพูดไว้แค่นั้น
ผมหน้าแดงจนร้อนวูบ
ซาโยะมองตามสายตาเธอไปยังผม ก่อนจะนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง
“ฮารุกิคุง… ก็อยู่ด้วยเหรอ” เธอพึมพำเบา ๆ
ความเงียบระหว่างทั้งสองขยายออกชั่วครู่ซาโยะนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อยราวกับกำลังต่อสู้กับความรู้สึกบางอย่าง ก่อนที่เธอจะกล่าวเบา ๆ ก่อนที่ซาโยะจะห่อข้าวกล่องของตัวเองอย่างช้า ๆ ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางประหม่า
“…งั้นก็… แค่วันนี้นะคะ” เธอกล่าวเบา ๆ
มิซากิยิ้มอย่างสดใส พาซาโยะเดินกลับมาร่วมโต๊ะกับพวกเรา ผมรีบเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ แต่ยังไม่กล้าสบตา
“ยินดีต้อนรับนะ ซาโยะจัง!” เคนตะพูดพร้อมรอยยิ้มกว้าง
เธอพยักหน้าเล็กน้อย แล้วเริ่มลงมือกินข้าวอย่างเงียบ ๆ ขณะที่ผมรู้สึกว่าเวลารอบตัวช้าลงอย่างน่าประหลาด
“ว่าแต่ ฮารุกิคุงนี่พระเอกชัด ๆ เลยนะคะ” มิซากิพูดแซวขึ้น
“เห็นเมื่อเช้ารับบอลแล้วโอบสาวไว้แน่นเลยนะ~”ผมสะดุ้ง หน้าแดงขึ้นมาอีกครั้งคิดในใจว่ามิซากิ้าที่จะแซวเขาต่อหน้าซาโยะ
“นั่นมันอุบัติเหตุ!”
“โอ้~ อุบัติเหตุแบบละครหลังข่าวเลยนะคะ ฮารุกิคุง~” เธอแซวต่อ หัวเราะอย่างขบขัน
ผมหันไปมองมิซากิแล้วถอนหายใจ “ถ้าเธอไม่ใช่แฟนของเคนตะนะ ฉันหยิกแก้มไปแล้วจริง ๆ”
เคนตะหัวเราะแล้วพูด “เอ้า ฝากฉันก็ได้” เขาเอื้อมมือไปหยิกแก้มมิซากิแบบหยอกล้อเบา ๆ
“เฮ้! นั่นมันแบบอ่อนโยนเกินไปแล้ว!” ผมพูดพร้อมถอนหายใจอีกครั้ง
“แบบนี้ไม่เรียกลงโทษแล้ว...” เสียงหัวเราะของพวกเราทั้งโต๊ะดังขึ้นพร้อมกัน ในขณะที่ซาโยะเงยหน้ามามอง แล้วยิ้มบาง ๆ
ก็ได้เปิดปากถามทั้งสามคน
"ทุกคนสนิทกันจังเลยนะค่ะ"ฮารุกิที่ได้ยินคำถามของซาโยะก็ได้ตอบกลับ
"อืม..พวกเรารู้จักกันมานานแล้วละ"ฮารุกิตอบกลับคำถามของซาโยะ
"ดีจังเลยนะค่ะ"เสียงที่ออกมาจากปากของซาโยะอย่างแ่เบาให้ความรู้สึกเศร้าออกมาผมเองก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะลุกลํ้าถามถึงอดีตหรือสิ่งที่เธอเคยเจอมาด้วยสิแต่ผมไม่อยากเห็นสีหน้าที่เศร้าสร้อยของซาโยะจริงๆ
"ซาโยะ! ถ้าไม่รังเกียจช่วยเป็เพื่อนของผมได้ไหม"ผมที่เห็นหน้าเศร้าของซาโยะจึงอดไม่ได้ที่จะถามเธอแบบนั้น ผมน่ะไม่อยากเห็นใบหน้าที่เศร้าของเธอ
"ค่ะ"แม้จะประโยคสั้นๆแต่ผมน่ะดีใจที่สุดผมคิดถูกแล้วที่ดึงความกล้าทั้งหมดของผมออกมา" ฉันด้วยๆ... ฉันก็อยากเป็เพื่อนกับซาโยะน่ะ" เสียงของมิซากิที่ดังขึ้นมาทำให้ซาโยะหันมามองที่มิซากิ
"ฝากตัวด้วยนะค่ะ" เสียงตอบรับของซาโยะทำให้มิซากิที่ดีใจได้จับมือของซาโยะ
"ฝากตัวด้วยเช่นกันจ๊ะ"มิซากิตอบรับด้วยนํ้าเสียร่าเริง
"จะว่าไปฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเลยสิน่ะ ฉันชื่อว่า ทาคาฮาชิ มิซากิ เป็แฟนของเคนตะที่เป็เพื่อนสนิทของฮารุกิคุง"มิซากิตอบซาโยะด้วยนํ้าเสียงที่ร่าเริงและได้หันไปหาเคนตะ
"สวัสดีครับผมชื่อ อิชิกาวะ เคนตะ เป็เพื่อนสนิทที่สุดในโลกของฮารุกิ ฝากตัวด้วยน่ะ"เคนตะแนะนำตัวด้วยความเร่าร้อนและร่างเริงทำให้ฮารุกินำมือก่ายหน้าผากตัวเอง
"แนะนำตัวแบบนี้บางทีฉันว่ามันก็แอบขนลุกเหมือนกันน่ะเนี้ย"ฮารุกิตอบกลับเคนตะที่ปั้นหน้าเก็กยิ้มมาที่ฮารุกิ เสียงหัวเราะของพวกเราทั้งโต๊ะดังขึ้นอีกครั้งจากนั้นซาโยะก็ได้พูดขึ้นมา
"ฝากตัวอีกครั้งนะคะ ทุกคนแล้วก็ฮารุกิคุง"เธอพูดด้วยนํ้าเสียงนิ่งเรียบและหันมามองที่ฮารุกิในตอนนั้นหัวใจของผมก็เต้นอีกครั้ง เหมือนกับว่าระยะห่างของเรา ดูเหมือนจะเริ่มหายไปทีละนิดแล้วจริง ๆ ผมนั่งอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะ แต่หัวใจกลับนิ่งเงียบ — กำลังเงี่ยหูฟังเสียงบางอย่าง... เสียงของเธอ ที่เพิ่งเริ่มเข้ามาใกล้ขึ้นทีละนิด