ตอนหลังจากนี้ติดตามได้ใน Dek-D, Readawrite หรือ Fictionlog นะคะ >_<_____________________
ตอนที่ 30 เฟยหลงปะทะเง็กเซียน ฮุ่ยเจียงซ่างเสิ่นไม่รอช้า รีบหยิบดาบเขี้ยวมังกรฟ้าที่เพิ่งจะสร้างเสร็จหมาดๆ โยนไปให้เฟยหลงใช้ต่อกรกับเง็กเซียนทันที“…เอาเลยเจ้าหนู… แสดงให้ข้าดูหน่อยว่าผู้ที่กำราบสี่สัตว์เทวะของดินแดนลับแลได้จะแข็งแกร่งสักแค่ไหน….”จบคำของฮุ่ยเจียง เฟยหลงที่พร้อมรบอยู่แล้วก็กระโดดพุ่งหลาวไปรับดาบแล้วม้วนตัวลงฟันฉับใส่คู่ต่อสู้ในกระบวนท่าเดียว ก่อนจะกระโจนสลับซ้ายขวาไปมาแล้วจ้วงแท่งไม่ยั้ง ในขณะที่เง็กเซียนก็หลบหลีกได้อย่างว่องไวแล้วหาโอกาสโจมตีสวนคืนกลับมาได้อย่างไม่ลำบากนัก ฝีมือเก่งกาจสมกับที่เป็นประมุขของเหล่าเทพเง็กเซียนใช้โอกาสนี้ลอบสังเกตการณ์ต่อสู้ของเฟยหลง เห็นว่ากระบวนท่าแปลกประหลาดไม่คุ้นเคยก็ประหลาดใจนัก เดิมทีเขาคิดว่าเฟยหลงอยู่กับฮุ่ยเจียง คงได้คนผู้นี้สอนสั่ง ดังนั้นเพลงกระบี่คงไม่พ้นเป็นกระบวนท่าของเขาคุนหลุนอันเป็นสถานศึกษาบ่มเพาะวิชาเซียนอันดับหนึ่งของใต้หล้านี้ แต่เมื่อได้เห็นท่าทางที่เฟยหลงใช้ต่อสู้แล้วเขาก็ถึงกับต้องงุนงงไป เพราะท่าทางการต่อสู้ของเฟยหลงแม้จะแข็งแกร่งทรงพลัง จู่โจมแต่ละทีเข้าจุดตายดูน่าอันตรายมาก แต่ท่วงท่าก็ไร้ความสง่างามอย่างเทพเซียนทั่วไป ดูคล้ายกับท่าทางการต่อสู้ของสัตว์ป่ามากกว่า ส่วนเพลงกระบี่ที่ใช้แม้จะมีลีลาพลิ้วไหวแต่ก็ดูคล้ายท่างูเลื้อยฉกแทงจนกิริยาไม่น่าดูคล้ายกับเป็นพวกวิชามาร บ่งบอกว่าตลอดเวลากว่าพันปีที่ผ่านมา เด็กคนนี้มิได้ถูกสอนสั่งอย่างถูกต้องนัก ที่แข็งแกร่งได้คงเพราะสัญชาตญาณการต่อสู้และทักษะการเรียนรู้ที่ติดตัวมาแต่กำเนิดล้วนๆแต่กระนั้นก็ยังน่าสงสัย ต่อให้พื้นฐานดีอย่างไรก็ไม่มีทางรุดหน้าได้ไวขนาดนี้และยังเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเก่งกาจจนถึงขนาดเอาชนะสี่สัตว์เทวะได้ตัวเขานั้นเป็นเทพมังกรทอง เป็นสายพันธุ์มังกรเช่นเดียวกับเฟยหลง ยามที่ได้เจอสัตว์อสูรประเภทเดียวกันย่อมต้องมองออกถึงพลังปราณที่อยู่ภายในร่างกายของอีกฝ่าย น่าแปลกที่นอกจากปราณมังกรดำและปราณของสี่สัตว์เทวะแล้ว เขายังพบพลังปราณอีกสายหนึ่งที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของลูกชาย ซึ่งมันเป็นปราณที่ทรงพลังและหยั่งรากลึกมากในกายของเฟยหลงพอๆ กับปราณมังกรดำตามชาติกำเนิดเลยทีเดียว และปราณชนิดนี้คือปราณสมดุลของหยินหยางที่ผสานกันอย่างบริสุทธิ์ลงตัวตามชาติกำเนิด ซึ่งคนที่จะมีปราณนี้ได้หากไม่ได้ถือกำเนิดเป็นภูติในดินแดนลับแลตั้งแต่ต้นแล้วก็ไม่มีทางที่จะมีมันได้อย่างเด็ดขาด ที่สำคัญปราณหยินหยางบริสุทธิ์นี้ยังเข้มข้นมากจนเกินกว่าที่ภูติหรืออสูรทั่วไปที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจากบรรพกาลจะมีได้ตลอดชีวิตเขาเคยได้พบคนที่มีพลังเข้มข้นระดับนี้เพียงแค่คนเดียวคือเทพมังกรบรรพกาลจินหลง และพลังของท่านนั้นเป็นพลังหยินโดยกำเนิดที่เข้มข้นที่สุดในห้าดินแดนสี่สมุทรนี้ แต่ตลอดเวลาหลายหมื่นปีมานี้เทพมังกรจินหลงจำศีลอยู่ใต้พิภพบาดาลไม่ได้ออกมาพบเจอผู้ใดเลย เป็นไปไม่ได้ที่เฟยหลงจะได้พลังมาจากคนผู้นี้แน่ แล้วพลังปราณเข้มข้นในระดับที่เฟยหลงมีอยู่นี้ละเป็นของใคร?ฉับพลันนั้นเขาก็นึกได้ถึงเทพบรรพกาลอีกคนหนึ่งที่ยังมีชีวิตอยู่.... เทพพฤกษาอ้ายซ่างจื่อซิน…. หรือว่าจะเป็นเขาที่เป็นผู้ดูแลเฟยหลงในช่วงห้าร้อยปีในแดนลับแลนี้?…. เช่นนั้นก็เรื่องใหญ่แล้ว….ความตระหนกกับข้อมูลใหม่ทำให้เง็กเซียนต้องเอ่ยปากถามลูกชายอย่างร้อนใจ“เฟยหลง!เจ้าได้พลังปราณหยินหยางบริสุทธิ์นี้มาจากผู้ใด?!!”ด้านเฟยหลงนั้นกำลังต่อสู้อย่างตั้งใจ จิตใจจดจ่ออยู่กับการหลบหลีกท่วงท่าที่อีกฝ่ายตอบโต้กลับมา ประมือกันได้ครู่เดียวเขาก็รู้ว่าคนผู้นี้ฝีมือล้ำเลิศไม่ธรรมดา จากที่คิดว่าจะหลอกล่อดูฝีมือคู่ต่อสู้เพื่อเรียนรู้กระบวนท่าก่อนแล้วค่อยจัดการเหมือนทุกที ก็กลายเป็นต้องทุ่มเทกำลังรับมืออย่างเต็มที่เต็มกำลัง สติสตางค์ไม่อาจแวะเวียนไปคิดเรื่องอื่นได้มากนัก ยามที่ถูกสอบถามจึงได้พลั้งปากบอกเล่าออกไปตามจริงทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเรื่องส่วนตัวของตนเอง ไม่ควรจะต้องปริปากบอกใครเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังลืมสงสัยไปเสียสนิทว่าเหตุใดคนที่เพิ่งจะพบหน้ากันแค่ครู่เดียวกลับรู้ชื่อเสียงเรียงนามกันได้ จะว่าฮุ่ยเจียงซ่างเสิ่นเป็นคนบอกก็ไม่น่าใช่“ข้าก็ได้มาจากคู่บำเพ็ญของข้าน่ะสิ!เจ้ามีปัญหาอะไรตาเฒ่า!!!”จบคำตอบของเฟยหลง แทนที่จะเป็นเง็กเซียนที่ต่อความกลับมา กลับกลายเป็นฮุ่ยเจียงซ่างเสิ่นที่อดรนทนไม่ได้ต้องเผยคำผรุสวาทด่าทอเฟยหลงออกมาอย่างดุเดือด“หน่อยแน่ไอ้เด็กเปรต!ข้าบอกเจ้าแล้วใช่มั้ยว่าอย่าทำเช่นนั้นกับเสี่ยวจื่อ!!!ไม่เคยคิดจะฟังความกันเลยใช่มั้ย!!!เจ้ามันเป็นเด็กผีจริงๆ!!!!!!!!"คำต่อว่าทั้งยังระบุนามพาดพิงไปถึงคนที่เฟยหลงหวงยิ่งกว่าไข่ในหินทำให้จากที่จดจ่อกับการตั้งรับก็พลันเสียสมาธิไป แต่โชคดีที่คู่ต่อสู้ของเขาก็เอาแต่สนใจการสนทนานี้เช่นกัน การจ้วงฟันใส่กันจึงมิได้รุนแรงมากนัก เพราะมัวแต่หันเหความสนใจมาสอบถามความกันอยู่“เสี่ยวจื่อรึ?คือใคร? ใช่อ้ายซ่างจื่อซินหรือไม่?…..” เง็กเซียนสอบถาม“นี่ไม่ใช่เรื่องของท่าน เง็กเซียน!!!มาทางไหนก็รีบกลับไปทางนั้นเลย” ฮุ่ยเจียงซ่างเสิ่นกล่าว“!!!!หา!!!!ตาเฒ่านี่เป็นเง็กเซียนงั้นรึ?!!!ซวยแล้วมั้ยล่ะ ท่านอาวุโสฮุ่ยเจียง ท่านจะหาเรื่องตายให้ข้ารึไง?!!!!”เฟยหลงโจมตีพลางหลบพลาง ยามได้ยินฐานะของอีกฝ่ายก็ถึงกลับผงะ รีบกระโดดถอยออกมาตั้งหลักห่างไปหลายช่วงตัว เอาตามตรงเขาไม่ได้กลัวพ่ายแพ้หรือกลัวว่าจะสู้ไม่ได้ แต่เขากลัวฐานะที่สูงส่งของอีกฝ่ายต่างหาก ต่อให้เป็นเด็กไม่ประสา เฟยหลงก็ยังพอรู้ว่าเง็กเซียนคือประมุขสวรรค์ มีกองทัพสวรรค์เรือนแสนอยู่ใต้อาณัติ ไหนจะเทพสวรรค์มากมายหลากความสามารถอีก หากเขาคิดหาเรื่องเป็นศัตรูกับคนผู้นี้แค่เพราะเรื่องแย่งชิงดาบเขี้ยวมังกรฟ้ากัน เรื่องราวคงจบไม่สวยฮุ่ยเจียงเห็นเฟยหลงมีท่าทีชะงักไปคล้ายไม่อยากต่อสู้อีกก็ยอมไม่ได้ เพราะหากเฟยหลงไม่สู้ ลำพังเขาคนเดียวคงไม่อาจรับมือกับเง็กเซียนได้ ต่อให้รู้ว่าคนผู้นี้จะไม่มีทางทำอันตรายตน แต่ด้วยทิฐิความเกลียดชังชาวสวรรค์จากสิ่งที่พวกเขาทำกับจื่อซินเมื่อหลายแสนปีก่อนก็ไม่อาจมองข้ามได้ จึงได้หันไปยุแยงเฟยหลงให้เกิดแรงฮึดต่อสู้กับบิดาของตนเองอีกครั้ง ซึ่งเรื่องที่นำมาใช้เป็นตัวกระตุ้นเจ้าเด็กผีนี่ได้ก็คงไม่พ้นเรื่องเดิมๆ“ถ้าเจ้าไม่ยอมสู้งั้นก็ปล่อยให้พวกเขาแย่งชิงดาบมังกรฟ้าและเสี่ยวจื่อของเจ้าไปเถอะ!เจ้าไม่เห็นรึไงที่เมื่อครู่นี้เขาแสดงความสนอกสนใจที่มาของพลังเจ้าอย่างมาก เจ้าคิดหรือว่าหากเจ้ารามือยกดาบมังกรฟ้าให้เขาไปง่ายๆ เขาจะไม่ตามมาแย่งชิงเสี่ยวจื่อไปจากเจ้าอีกน่ะ!!!”“หา?!!!ว่าไงนะ!!ตาเฒ่าตัณหากลับคิดแย่งเสี่ยวจื่อของข้าด้วยรึ?!!!ถ้างั้นก็อย่าอยู่เลย!!!ตายซะเถอะ!!!ย๊ากกก!!!!”คำกล่าวยั่วยุของฮุ่ยเจียงนับว่าได้ผลอย่างดีเยี่ยม ยามถูกสะกิดเข้าที่เกล็ดย้อน ความยับยั้งชั่งใจของเฟยหลงก็เป็นอันขาดผึง ลืมเสียสิ้นถึงผลร้ายหากต่อยตีกับคนที่มีฐานะเป็นเง็กเซียนที่เพิ่งจะคิดได้เมื่อครู่นี้ เพราะในยามนี้เขาได้พุ่งเข้าใส่แล้วจ้วงฟันคู่ต่อสู้ไม่ยั้ง ของวิเศษติดกายจากเหล่าสี่สัตว์เทวะอย่างดาบเขี้ยวมังกรฟ้า เท้าพยัคฆ์ไป๋หู ปีกนกไฟจูเช่วและเกราะเต่าเสวียนอู่ กลายมาเป็นอาวุธรบชั้นเยี่ยมเสริมพลังให้เฟยหลงกล้าแกร่งเหนือผู้ใด อีกทั้งพลังธาตุต่างๆที่สาดออกมาก็ทรงพลังมากจนแม้แต่เง็กเซียนเองก็ยังรับมือได้ลำบากนักด้านเง็กเซียน จากที่ตั้งใจว่าจะหลอกล่อให้ลูกชายได้แสดงฝีมือให้ชม เมื่ออีกฝ่ายมีแรงฮึดเอาจริงเอาจังขึ้นมาแล้วก็เป็นอันต้องล้มเลิกความคิดไปแล้วหันมาตั้งใจต่อสู้อย่างเต็มที่เพราะเฟยหลงในยามนี้นับว่าเก่งกาจมากทีเดียว สมกับที่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดและต่อสู้จนเอาชนะสี่สัตว์เทวะได้ด้วยลำพังตัวคนเดียว แม้จะไม่ได้ถูกฝึกปรือท่วงท่าให้สง่างาม แต่ความสามารถทางการสู้รบก็นับว่าเป็นที่ประจักษ์ว่าไม่ด้อยกว่าใครในสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เพราะขนาดเง็กเซียนอย่างเขาเองยังรับมือได้ลำบากถึงเพียงนี้ มิหนำซ้ำบางจังหวะยังเกือบจะเพลี่ยงพล้ำไปเสียด้วยซ้ำ หากไม่ได้กำลังเสริมจากเอ้อหลางหู่และเหล่าองครักษ์สวรรค์ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเป็นพักๆ คิดว่าไม่นานเขาคงจะต้องเป็นฝ่ายเสียท่าเป็นแน่แท้ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องขอดูฝีมือกันอีก ตอนนี้ถึงเวลาที่จะเปิดเผยความจริงแล้วรับลูกชายกลับสู่ครอบครัวสวรรค์ได้แล้ว….และที่สำคัญ… ยังมีเรื่องใหญ่อย่างเรื่องคู่บำเพ็ญของลูกชายที่ชื่อว่าเสี่ยวจื่อคนนั้น… หากเป็นอ้ายซ่างจื่อซินอย่างที่คิด เรื่องนี้นับเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องหาทางคลี่คลายโดยด่วนแล้ว….“พอได้แล้วเจ้าลูกชาย เจ้าเข้าใจผิดข้าไปใหญ่โตแล้ว… ในที่สุดข้าก็ตามหาตัวเจ้าเจอได้เสียที ดังนั้นพวกเราอย่ามาเสียเวลาต่อสู้กันอยู่เลย…..”เฟยหลงกำลังตั้งใจต่อสู้ หมายฆ่าฟันคนที่คิดจะเข้ามาแย่งเสี่ยวจื่อให้ตาย ยามได้ยินอีกฝ่ายกล่าวคำ สมองจึงประมวลผลได้ช้านัก…"?!!!เมื่อครู่ท่านว่าอะไรนะ? เจ้าลูกชายงั้นรึ?!!”เฟยหลงถามขึ้นอย่างตื่นตะลึงยามที่ได้ฟังคำเรียกขานตนจากปากของชายคนนี้ แม้จะยังงุนงงๆและไม่แน่ใจอยู่บ้าง แต่เมื่อคิดถึงเผ่าพันธุ์ที่เป็นมังกรจักรพรรดิเหมือนกันก็ต้องชะงักไป และโดยที่ไม่ทันได้รู้ตัว เฟยหลงก็พลันรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาในหัวใจอย่างประหลาด คล้ายกับคำถามที่เขาพยายามมองข้าม ทำเป็นไม่สนใจไม่คิดอะไรมากมาตลอดชีวิตหนึ่งพันกว่าปีนี้ได้ถูกเฉลยออกมาเสียที ทั้งยังดูจะเป็นคำตอบที่น่าพอใจเสียด้วยเพียงแต่เฟยหลงยังไม่กล้าดีใจ… ขอให้ได้รับคำยืนยันก่อนเถิด……“ใช่แล้วเจ้าลูกชาย เพราะเจ้าคือเฟยหลงลูกชายของข้า เง็กเซียนแห่งแดนสวรรค์คนนี้ และเจ้ายังเป็นไท่จื่อของแดนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าด้วย….”“!!!!!!”______________ขอบคุณคอมเมนต์ค่า