หนึ่งพันปีผ่านไป
หุบเขาแก่นฟ้ากลายเป็เขตต้องห้าม
ชื่อของหลินเสวียนเทียนถูกจารึกลงบนแผ่นหินที่เป็รูปสลักทั้งร่าง
ตั้งอยู่ในสำนักกระบี่นิรันดร์
“าเทพที่ดับสูญ”
เื่ราวค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา
โลกยังหมุนต่อ
สำนักยังตั้งตระหง่าน
และาเทพที่เหลือ...
ยังคงอยู่
ในคืนหนึ่ง เด็กทารกถือกำเนิดในเมืองเล็กชายขอบทวีป
ทันทีที่เขาลืมตา
สติสัมปชัญญะก็ครบถ้วน
เขาจำได้ทุกอย่าง
เขาเข้าใจทันทีว่า
ตนกลับมาเกิดใหม่
ร่างใหม่นี้ถูกตั้งชื่อว่า
“อวิ๋นเสวียนเทียน”
ตระกูลอวิ๋นเป็เพียงตระกูลเล็ก ๆ
ไม่ได้มีญานะร่ำรวยอะไร
สิบหกปีผ่านไป
เด็กคนนั้นเติบโตเป็เด็กหนุ่ม
ร่างกายแข็งแรง
รากปราณอยู่ในระดับดี ไม่ถึงกับอัจฉริยะ
หากเทียบกับชาติที่แล้ว
พร์ร่างนี้ด้อยกว่าอย่างเทียบไม่ติด
แต่สำหรับเสวียนเทียน
พร์ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด
เพราะสิ่งที่เขามี
คือความเข้าใจลึกซึ้งระดับาเทพ
การเปิดเส้นลมปราณขั้นต้นที่คนทั่วไปใช้เวลาหลายปี
เขาใช้เวลาไม่ถึงครึ่ง
ไม่ใช่เพราะพลังมากกว่า
แต่เพราะเขาไม่เดินผิดทางแม้แต่ก้าวเดียว
ทุกการหายใจ
ทุกการโคจรลมปราณ
แม่นยำราวกับทำซ้ำมาแล้วนับพันครั้ง
ซึ่งมันก็เป็เช่นนั้นจริง ๆ
แต่เขาไม่เร่งรีบ
หนึ่งพันปี ไม่มากพอให้ศัตรูดับสูญ
เยี่ยนหลัวเหยียนต้องยังมีชีวิตอยู่แน่นอน
หากเขาแสดงตัวโดดเด่นเกินไป
ย่อมมีโอกาสถูกเพ่งเล็ง
เขาจึงเลือกเดินช้า ๆ
ปีนี้ สำนักชิงอวิ๋นเปิดรับศิษย์ใหม่
สำนักแห่งนี้มีระบบจัดอันดับชัดเจน
ยิ่งอันดับสูง
ยิ่งได้รับทรัพยากรมาก
“โอสถและคัมภีร์ล้ำค่า”
เสวียนเทียนยืนมองประกาศรับศิษย์อย่างเงียบงัน
ชาติที่แล้ว เขาเติบโตอย่างรวดเร็ว
แต่ก็มีศัตรูมากเกินไป
ชาตินี้ เขาจะเลือกเส้นทางต่างออกไป
ไม่ใช่ทะยานขึ้นจุดสูงสุดในชั่วข้ามคืน
แต่ไต่ระดับอย่างมั่นคง
ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด
แข็งแกร่งพอที่จะยืนหยัดได้ด้วยตัวเองก่อนเปิดเผยคมเขี้ยว
เขากำหมัดแน่นเล็กน้อย
ในโลกแห่งการฝึกยุทธ
คือโลกที่ผู้แข็งแกร่งอยู่เหนือทุกสิ่ง
หาก้าล้างแค้นในอนาคต
เขาต้องมีรากฐานและพลังที่แข็งแกร่งกว่าชาติที่แล้ว
ดวงตาของเสวียนเทียนนิ่งลึก