ตอนที่ 10 จุดเริ่มต้นของผู้ใช้อาคม
สายลมยามเช้าที่พัดผ่านทุ่งหญ้ารกชัฏในเขตชานเมืองพระนครศรีอยุธยาช่างดูเงียบสงบขัดกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา ธีรภพนั่งอยู่บนเบาะหลังของรถกระบะเก่าๆ ที่เฒ่าพรายไหว้วานพรรคพวกให้ขับมาส่ง ลลินทิพย์นั่งอยู่ข้างเขา ใบหน้าของเธอซีดเซียวแต่ดวงตายังคงแฝงด้วยความมุ่งมั่น
ในมือของธีรภพกำกุญแจไม้โบราณไว้แน่น เนตรอสูรบนฝ่ามือขวาของเขาปิดสนิทเหลือเพียงรอยแผลเป็จางๆ แต่เขาััได้ว่ามันไม่ได้หลับใหล แต่มันกำลังสังเกตการณ์โลกใบนี้ผ่านกระแสเืของเขา
“เราใกล้จะถึงแล้วใช่ไหม” ธีรภพถามคนขับรถที่เป็ชายวัยกลางคนรอยสักเต็มแขน
“ข้างหน้านี่แหละครับ วัดสีกระจ่าง วัดร้างที่ไม่มีอยู่ในแผนที่ทางหลวง” คนขับตอบด้วยเสียงสั่นๆ “ผมส่งได้แค่นี้ ที่เหลือนายต้องเดินเท้าเข้าไปเอง เพราะอาคมเ้าที่ ที่นั่นแรงนัก รถผมเข้าไม่ถึง”
เมื่อก้าวลงจากรถ ธีรภพและลลินทิพย์พบว่าตัวเองยืนอยู่หน้าซุ้มประตูวัดเก่าที่ถูกเถาวัลย์ปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นรูปทรง ยอดเจดีย์หักพังเอียงท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ แต่ที่นี่กลับไม่มีเสียงนกหรือแมลงแม้แต่ตัวเดียว มีเพียงเสียงลมพัดผ่านช่องว่างของอิฐเก่าๆ ที่ดังโหยหวนคล้ายเสียงถอนหายใจ
“กลิ่นอายที่นี่ มันเหมือนกับพลังในตัวคุณเลยค่ะ ธีรภพ” ลลินทิพย์พึมพำ เธอชูไม้เท้าพระจันทร์เสี้ยวขึ้น พลันััได้ถึงข่ายมนต์ป้องกันที่สลับซับซ้อน
“มันคืออาคมสยบธาตุ ของตระกูลศราวิญญ์” ธีรภพเดินนำเข้าไป “ปู่เคยบอกว่าที่นี่คือจุดที่เส้นเืใหญ่ของแผ่นดินไหลมารวมกัน และมันเป็ที่กักขังบางอย่างที่ไม่ควรออกไปสู่โลกภายนอก”
ทั้งคู่เดินลึกเข้าไปจนถึงอุโบสถเก่าที่หลังคาพังทลายลงมาครึ่งหนึ่ง ตรงกลางอุโบสถมีรูปปั้นพระพุทธรูปศิลาทรายที่ไร้เศียรตั้งอยู่ และที่ฐานของรูปปั้นนั้น มีช่องใส่กุญแจขนาดพอดีกับไม้โบราณในมือของเขา
กริ๊ก...
ทันทีที่ธีรภพบิดกุญแจ พื้นดินรอบตัวก็เริ่มสั่นะเื รูปปั้นพระพุทธรูปค่อยๆ เลื่อนออก เผยให้เห็นบันไดหินที่ทอดดึกลงไปใต้ดิน แสงสีเขียวมรกตจากตะเกียงเวทมนตร์นิรันดร์ที่ติดอยู่ตามผนังเริ่มสว่างขึ้นโดยอัตโนมัติ
เบื้องล่างของวัดร้างคือห้องโถงกว้างขวางที่ถูกจัดระเบียบไว้อย่างดี รอบห้องเต็มไปด้วยชั้นวางคัมภีร์ อาวุธโบราณ และขวดโหลที่บรรจุวัตถุอาถรรพ์นานาชนิด แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของธีรภพที่สุดคือแท่นหินสีดำกลางห้องที่มีชุดเกราะผ้าสีรัตติกาลวางอยู่ พร้อมกับดาบเล่มหนึ่งที่ไร้ฝัก
“นี่คือ คลังแสงของตระกูลคุณเหรอ” ลลินทิพย์อุทานด้วยความทึ่ง “คัมภีร์พวกนี้ บางเล่มหายสาบสูญไปั้แ่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นด้วยซ้ำ”
ธีรภพเดินไปที่แท่นหิน บนนั้นมีจดหมายอีกฉบับที่วางไว้ใต้ดาบ เขาหยิบมันขึ้นมาอ่าน ลายมือปู่ของเขาดูนิ่งสงบกว่าฉบับก่อนหน้า
“ถึง ธีรภพ หลานรัก หากเ้าอ่านถึงตรงนี้ แสดงว่าเ้าได้เลือกเส้นทางของผู้ใช้อาคมแล้ว ตราประทับบนมือของเ้าไม่ใช่คำสาป แต่เป็ภาระที่พระเ้าประทานมาเพื่อคานอำนาจระหว่างความมืดและแสงสว่าง ดาบที่อยู่ตรงหน้าเ้าชื่อว่า นิรันดร์โลหิต มันจะดื่มกินเืของผู้ใช้เพื่อฟาดฟันิญญา และชุดอาคมนี้จะปกป้องเ้าจากสายตาของสภาอาคม จงฝึกฝนอยู่ที่นี่ จนกว่าเ้าจะพร้อมเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า ใครคือผู้ฆ่าพ่อแม่ของเ้าที่แท้จริง”
ธีรภพกำจดหมายแน่น ดวงตาของเขาฉายแวววูบหนึ่งด้วยความเ็ปและโกรธแค้น “ใครคือคนฆ่าพ่อแม่ผม ปู่รู้มาตลอดงั้นเหรอ”
“ธีรภพ” ลลินทิพย์วางมือบนไหล่เขา “ตอนนี้คุณมีทุกอย่างที่จำเป็แล้ว ทั้งที่พัก พลัง และความรู้ แต่คุณ้าหัวใจที่มั่นคงด้วยนะคะ”
ธีรภพพยักหน้า เขาถอดเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นออก เผยให้เห็นรอยสักอักขระที่เริ่มลามจากตราประทับขึ้นไปถึงหน้าอก เขาหยิบชุดอาคมสีดำขึ้นมาสวม มันพอดีตัวราวกับถูกตัดเย็บมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ จากนั้นเขาก็เอื้อมมือไปจับด้ามดาบนิรันดร์โลหิต
ทันทีที่มือัั ดาบพุ่งความร้อนเข้าสู่ร่างของเขา เนตรอสูรบนฝ่ามือลืมตาขึ้นโพลงสบตากับดวงตาสีแดงที่ประดับอยู่บนโกร่งดาบ
“ข้า ธีรภพ ศราวิญญ์ ขอสาบาน” เขาชูดาบขึ้นฟ้า แสงสีแดงเจิดจ้าอาบไปทั่วห้องโถงใต้ดิน
“ข้าจะไม่เป็หุ่นเชิดของใคร ไม่ว่าจะเป็สภาอาคมขาวหรือลัทธิอาคมดำ ข้าจะใช้ตราประทับนี้ลิขิตชะตาของข้าเอง และจะลากคอผู้ที่ทำลายครอบครัวของข้ามาลงนรกให้ได้!”
ครืนนนน!
พลังงานิญญาในห้องลับพุ่งพล่านตอบรับคำสาบาน ธีรภพรู้สึกได้ถึงความรู้จากตำราอาคมเืที่ไหลเวียนเข้าสู่สมองอย่างสมบูรณ์ บัดนี้เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มที่หวาดกลัวผีร้ายในหมู่บ้านอีกต่อไป แต่เขาคือผู้ใช้อาคมเต็มตัว
ในขณะที่ธีรภพกำลังเริ่มสำรวจคัมภีร์ฝึกฝน ลลินทิพย์ที่ยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าทางเข้าก็ััได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติ
“ธีรภพคะ ข่ายมนต์ป้องกัน้าถูกรบกวน” เธอหยิบลูกแก้วพยากรณ์ออกมา “มีบางอย่างกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ แต่มันไม่ใช่พวกนักล่าิญญา”
“แล้วมันคืออะไร” ธีรภพเดินเข้ามาชิดดาบในมือสั่นระริก
“มันคือไอเย็นที่รุนแรงมาก” ลลินทิพย์มองดูในลูกแก้วที่เริ่มกลายเป็ฝ้าสีขาว “เป็ิญญาระดับสูงที่ไม่ได้สังกัดฝ่ายไหน มันมาเพื่อเตือนหรือไม่ก็ทดสอบคุณ”
ธีรภพหลับตาลง ใช้เนตรอสูรบนฝ่ามือมองทะลุขึ้นไป้า เขาเห็นร่างสีขาวซีดจางๆ ยืนอยู่กลางอุโบสถร้าง ร่างนั้นสวมชุดไทยโบราณสีขาวหม่น ผมยาวสยายปกคลุมใบหน้า และรอบตัวเธอมีกลิ่นอายของความโศกเศร้าที่เข้มข้นจนแทบหายใจไม่ออก
“ิญญาหญิงชุดขาว” ธีรภพพึมพำ “เธอไม่ได้มาเพื่อฆ่า แต่เธอกำลังร้องไห้”
“เราต้องออกไปดูค่ะ” ลลินทิพย์กล่าว
ธีรภพกระชับดาบนิรันดร์โลหิต เขารู้ดีว่าชีวิตสงบสุขที่เขาคาดหวังจะได้รับจากการฝึกฝนในห้องลับแห่งนี้คงไม่มีอยู่จริง โลกิญญาได้เริ่มหมุนวนรอบตัวเขาแล้ว และเหตุการณ์ต่อไปนี้จะนำพาเขาไปสู่ความลับที่ดำมืดที่สุดของกรุงเก่า
เขาก้าวเดินขึ้นบันไดหินทีละขั้น ทิ้งความเป็เด็กหนุ่มธรรมดาไว้เื้ั และก้าวสู่เส้นทางของจอมขมังเวทย์ผู้ถูกสาบ
จบตอนที่ 10
สนับสนุนค่ากาแฟ หรือโดเนทเป็กำลังใจให้ได้นะครับ
4380169722 : ธนาคารไทยพาณิชย์