สามวันแล้วกับเส้นทางสีขาวโพลนที่ไกลจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด สีหน้าของเทียร่ากลับไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลที่เดินทางมาเนิ่นนานแต่ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความยินดี
"ในที่สุดก็ถึงสักที"รอยยิ้มบนใบหน้าของเทียร่าราวกับการเดินมาตลอดสามวันคือการอยู่บนทุ่งโล่งกว้างที่สดชื่นถึงแม้ว่าจะยิ่งเดินไปข้างหน้าความหนาวเย็นจะยิ่งเพิ่มขึ้นมาก็ตามแต่ด้วยพลังประจำตัวของเผ่าเอลฟ์ทำให้ความหนาวเย็นนั้นไม่ได้มีความหมายกับเธอมากนัก ก็จริงที่หากเป็นเผ่าที่ไม่มีความต้านทานความหนาวอาจตายไปตั้งแต่สองชั่วโมงแรกที่ก้าวเดินมา
เทียร่าทิ้งร่างกายที่เหนื่อยล้าของเธอลงไปกับพื้นแล้วมองไปยังอากาศธาตุที่อยู่ตรงหน้า "ท่านออกมาเถอะ...ข้าผ่านบททดสอบแรกแล้วใช่หรือไม่ ท่านเทพมังกรน้ำแข็ง"
"ฮ่า ฮ่า เจ้าถือเป็นแรกที่สามารถผ่านบททดสอบของข้าได้จริงๆ เจ้าเป็นคนที่ข้าเฝ้ารอมาเนิ่นนานนับสิบล้านปีบางที่เจ้าอาจเป็นคนแรกเหมือนกับบททดสอบแรกของข้าที่สามารถเป็นผู้สืบทอดของข้าก็ได้"
เทียร่าเหยียดกายลุกขึ้นยืน "ท่านเทพมังกรน้ำแข็งเข้าบททดสอบต่อไปเถอะ"
เทพมังกรน้ำแข็งถึงกับตะลึงงันเด็กสาวผู้นี้เปี่ยมล้นด้วยความมุ่งมั่นทั้งยังมีพรสวรรค์ระดับฟ้าประทานคงหาคนแบบนี้ไม่ได้แม้ในยุคของเขาที่เป็นยุครุ่งเรืองของพลังเทพแน่นอน
"เอาเถอะ เด็กน้อยเช่นเจ้าเลือดร้อนก็ไม่แปลกอะไรหรอก....แต่เจ้าตัดสินใจแน่แล้วหรือไม่"
เทียร่าพยักหน้า "ท่านเทพมังกรน้ำแข็ง ข้าตัดสินใจแน่นอนแล้วและเตรียมใจที่จะเผชิญกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอยู่แล้ว"
ทันใดนั้นโลกสีขาวโพลนสลายหายไปแทนที่ด้วยโลกสีดำที่มองไม่เห็นสิ่งใดรอบข้างมีเพียงตัวเธอที่ยืนอยู่ในที่แห่งนั้น ภาพที่ปรากฎเป็นโลกสีดำที่อยู่ตรงหน้าเริ่มแปรเปลี่ยนไปกลายเป็นสิ่งที่เธอไม่อยากพบพานมากที่สุด มันคือ....
..............
ภาพหมู่บ้านที่สงบสุขของเธอกลับมาอีกครั้ง
"พี่สาวค่ะ ยืนทำอะไรอยู่ไปเล่นตรงนั้นกันเถอะ" มือเล็กๆที่บอบบางของเด็กสาวที่สวมชุดสีขาววัยเจ็ดขวบรูปลักษณ์มีความเหมือนเผ่ามนุษย์เพียงแต่มีใบหูที่แหลมกำลังกุมมือของเทียร่าเดินตามเธอไปยังสถานที่แห่งความทรงจำ
เมื่อเห็นเช่นนั้นทำให้ร่างกายของเทียร่าแข็งค้างขึ้นมาในทันทีหยดน้ำใสๆหลั่งรินออกมาจากดวงตาอันงดงามของเธอ เทียร่าดึงมือของตนเองกลับมานำมือซ้ายและมือขวามาปิดปากของเธอเอาไว้เธอพยายามกลั้นเสียงร่ำร้องด้วยความเจ็บปวดและหยาดน้ำตาที่ไหลรินอย่างเนื่องเอาไว้แต่ก็ไม่อาจห้ามมันได้ ทำไมต้องเป็นที่นี่ เธอคิดว่าตัวเธอเข้มแข็งมากกว่าวัยเด็กแล้วเสียอีกแต่แล้วทำไมต้องส่งเธอมาที่นี่
"พี่สาวเป็นอะไรไปเหรอ? พี่เจ็บตรงไหนรึเปล่า"เด็กสาวตัวน้อยทำท่าทางครุ่นคิดจากนั้นนำมือเล็กๆที่แสนบอบบางนั้นของเธอวางลงบนหัวของเทียร่าแล้วลูบไปมา "ในเวลาที่แม่ของข้าจะปลอบใจยามหกล้มหรือเจ็บปวดแม่ของข้าจะนำมือมาวางบนหัวแบบนี้แล้วบอกว่าความเจ็บปวดเอ๋ยจงหายไปเพียงเท่านี้พี่สาวก็จะไม่น่าเจ็บปวดอีกแล้ว"
ผ่านไปสักพักเทียร่าใช้มือของเธอเช็ดหยาดน้ำตาออกไป พอดีกับจังหวะที่มีหญิงสาวเดินเข้ามา หญิงสาวคนนั้นเดินเข้ามากล่าวด้วยท่าทางสงสัยเมื่อมองเห็นเทียร่าร่ำไห้และมีมือของเด็กสาววางไว้บนหัวกำลังปลอบประโลม
"อารีนเจ้าทำพี่สาวร้องไห้อย่างนั้นรึ"
"ข้าไม่ได้ทำ พี่สาวดูเหมือนจะเจ็บปวดข้าก็เลยช่วยให้พี่สาวหายดี"เด็กสาวกล่าว
เทียร่าดวงตาเบิกกว้างปากอ้าค้างด้วยความตกตะลึงในใจของเธอเต็มไปด้วยคำว่า"เป็นไปไม่ได้" ไม่ใช่แค่อารีนเด็กสาวที่ตอนเป็นเด็กเป็นคนที่ชอบพาเธอออกไปเล่นด้วยกันบ่อยๆ อารีนอาจเรียกได้ว่าเป็นน้องสาวของเทียร่าเลยก็ว่าได้และยังพบผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของเธอเอาไว้ถ้าไม่มีเธอเทียร่าต้องจมไปกับกองเพลิงนั่นไปแล้ว เธอก็นั่นคือแม่ของอารีน อาวีร่า
เทียร่ายังคงจำได้ดีถึงสถานการณ์นั่นวันที่หมู่บ้านของเธอถูกทำลายลงไปสองแม่ลูกคู่นี้ได้ช่วยเธอเอาไว้
"เทียร่า โธ่! ลูกแม่เจ็บตรงไหนอย่างนั้นรึ"อาวีร่าสำรวจตรวจเช็คร่างกายของเทียร่าจากนั้นเธอก็กล่าว"ก็ไม่มีนิแสดงว่าปวดที่ใจใช่รึเปล่า"
เทียร่าก็กล่าวตอบสั้นๆ"อืม"
"มาเถอะมาเล่าให้แม่ได้ฟังหน่อย"อาวีร่าจูงมือของอารีนกับเทียร่าเข้าไปภายในบ้านที่อยู่ภายในต้นไม้ขนาดใหญ่ เป็นปกติของเผ่าเอลฟ์ที่จะปลูกบ้านเรือนลักษณะที่อยู่ภายในต้นไม้ขนาดใหญ่เพราะพวกเขามีความใกล้ชิดกับธรรมชาติอีกทั้งยังเป็นที่รักของธรรมชาติด้วย
ผ่านไปไม่นานนักในที่สุดเทียร่ากับอารีนก็ถูกอาวีร่าจัดแจงให้นั่งที่โต๊ะอาหาร บนโต๊ะมีคุกกี้วางเอาไว้และน้ำชาเพื่อให้เทียร่ากับอารีนกินกัน
"เป็นอะไรเทียร่าไหนลองพูดให้แม่ฟังหน่อยสิ"
"เอ่อ.."เทียร่าก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะกล่าว"ข้า....."
ตูม!
อาวีร่าหันหน้าไปที่ต้นทางของเสียงระเบิดมองลอดผ่านหน้าต่างออกไปราวสามกิโลเมตรก็พบเข้ากับประตูของมิติซ่อนเร้นที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารอย่างไม่เคยพบเห็นมาก่อน มันมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึงสองร้อยเมตร เธอก็แสดงท่าทีตกตะลึงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เทียร่าเมื่อพบเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นมันคือเหตุการณ์ที่ตลอดชีวิตของเทียร่าจะไม่มีวันลืมมันเด็ดขาดเธอตัดสินใจอย่างรวดเร็วรีบบอกกล่าวอาวีร่ากับอารีน "พวกท่านรีบไปบอกกล่าวคนในหมู่บ้านให้รีบหนีไปเถอะ ข้าจะไปหาท่านแม่ของข้า"
เทียร่าขึ้นไปบนหน้าต่างถีบตัวพุ่งออกไปใช้เวทย์น้ำสร้างทางเดินสีฟ้าเป็นทางยาวออกไปยังที่บ้านของตนเอง อาวีร่าถึงแม้ว่าพบเห็นอย่างนั้นจะเกิดความประหลาดใจมากก็ตามเพราะไม่มีใครที่เธอเห็นมาในชีวิตนี้ทั้งที่ยังอยู่ในวัยเด็กสามารถใช้เวทย์โดยที่ไม่มีแม้แต่อาการติดขัด เธอไม่รอช้าก็รีบอุ้มอารีนวิ่งออกไปแจ้งเตือนคนในหมู่บ้านทันที
เส้นทางน้ำที่ทอดยาวไปยังบ้านของเทียร่ากำลังส่งเทียร่าพุ่งไปด้วยความเร็วที่เทียบเท่าระดับผู้กอบกู้ ไม่นานก็หยุดร่างลงหน้าบ้านของเธอ เทียร่าก้าวเดินด้วยเท้าที่หนักอึ้งเดินเข้าไปหน้าบ้านของตนเองจนหยุดที่หน้าประตู
ก็อกๆ
"นั่นใครรึ รอสักครู่ข้ากำลังเตรียมของจะออกไปที่หลบภัย"
หัวใจของเทียร่าเริ่มเต้นแรงขึ้นจนแทบจะกระเด็นออกมา
ตึกตัก! ตึกตัก! ........
ขอแค่อีกสักครั้ง แค่เพียงอีกสักครั้งได้เห็นหน้าของท่าน ท่านแม่
ประตูที่ปิดสนิทก็เปิดออกมา ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเธอมีรูปโฉมที่งดงามดั่งเช่นเทียร่าตอนที่เติบโตโดยสมบูรณ์แล้ว ที่มีฉายาว่า เทพีของเผ่าเอลฟ์ เธอมองออกมาจากภายในบ้านเพื่อต้องการเห็นหน้าผู้ที่มาเยือน
"เทียร่านี่เอง" หญิงสาวก็ยกยิ้ม ก่อนกล่าว "ไปกันเถอะเทียร่า แม่จะพาเจ้าไปที่หลบภัย"
หยกน้ำใสๆหลั่งรินออกมาจากดวงตาที่งดงามอย่างช้าๆ ใบหน้าแม่ของเธอ ในที่สุดเธอก็ได้มองมันอีกรอบ
"ท่าน....แม่"
"เจ้าเป็นอะไรไปเทียร่า...เจ็บตรงไหนอย่างนั้นรึ" หญิงสาวด้วยความเป็นห่วงก็เดินเข้ามาตรวจเช็คร่างการของเทียร่าจนไม่พบเห็นรองรอยบาดแผล
"ไม่ท่านแม่ ข้าไม่ได้เจ็บที่ตรงไหน....แต่ข้าแค่เจ็บปวดที่ใจ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวก็คว้าตัวของเทียร่ามองโอบกอดพลางลูบหัวไปด้วยเบาๆ "โธ่! ลูกรักเจ้าเจอเรื่องอะไรกันละถึงได้รู้สึกเจ็บแบบนั้นได้"
"ท่านแม่....ข้าเจอเรื่องราวที่แสนเจ็บปวดราวกับตกนรกมานานแสนนานในความฝันที่เลวร้าย" เทียร่าเธออยากหยุดเวลาอยู่แบบนี้ไปตลอดกาล ถ้าหากเธอทำได้ต่อให้ทิ้งทุกสิ่งไว้ข้างหลังวางทุกอย่างลงเธอก็ไม่สนใจมันอีกแล้วเมื่อหญิงสาวรับรู้เรื่องราวทั้งหมดของลูกสาวตนเองก็กล่าว "ลูกรักมันก็เป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น....เชื่อแม่ของเจ้าเถอะไม่ว่ามันจะเป็นฝันร้ายเช่นใดก็ตามลูกต้องยิ้มสู้กับมัน สุดท้ายความฝันที่เลวร้ายก็จะกลายเป็นดีขึ้นมาเอง"
หญิงสาวยกยิ้มให้เทียร่ามันเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ได้พบเห็นมาเนิ่นนาน
ลาเวเรียแสดงสีหน้าจริงจัง "ท่านแม่ ลูกรู้แล้วว่าต้องทำเช่นไร"
หญิงสาวก็พยักหน้าให้กับเทียร่าจากนั้นภาพที่อยู่ตรงหน้าก็เลือนหายไป ทำให้เทียร่ายืนแข็งค้างอยู่แบบนั้นไปสักพัก ก่อนจะพลันได้สติขึ้นมายกยิ้มขึ้นเธอรู้สึกพอใจแล้ว
เทียร่าถึงกับตกตะลึงกับตนเองที่หลุ่มหลงไปกับความทรงจำเหล่านี้ไปได้เช่นไรมันชั่งไร้สาระภาพเหล่านี้มันไม่มีอีกต่อไปแล้วจะมีก็แต่ความรู้สึกผิดบาปกับพวกเขา ภาพความทรงจำที่ราวกับถูกตัดตอนประกอบกลับมาเป็นเหมือนเดิมภาพตรงหน้าแปรเปลี่ยนไปเป็นตอนก่อนที่เทียร่าจะหลบหนีไปได้เมื่อครั้งอดีตโดยมีสองแม่ลูกอาวีร่ากับอารีนช่วยเธอเอาไว้จากหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยแสงจากเปลวเพลิงที่ลุกโชนอย่างโหดร้ายบรรยากาศโดยรอบถูกเพลิงที่ราวกับมาจากขุมนรกกลืนกินไปทีละนิด เมื่อช่วยเทียร่าออกมาจากกองไฟที่กำลังกลืนกินเธอไปทีละนิดเสร็จแล้ว ทั้งสองก็เป็นคนที่วิ่งเบี่ยงเบนความสนพวกปีศาจออกไปอีกทาง เพียงแต่ครั้งนี้....
"ข้าขอโทษนะถ้าหากไม่ได้พวกเจ้าสองแม่ลูกช่วยเหลือเอาไว้ละก็ข้าคงไม่มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว ถ้าพวกเจ้าจะมาเอาชีวิตข้าคืนไปแลกกับชีวิตพวกเจ้าละก็ข้าก็ยินดีเพราะมันเป็นสิทธิ์ที่พวกเจ้าที่จะได้รับมัน"
อารีนกับอาวีร่ายกยิ้มเพียงแต่เวลาต่อมาบริเวณโดยรอบก็ถูกหยุดเวลาเอาไว้ในมือของสองแม่ลูกถือมีดที่มาจากที่ใดก็ไม่ทราบเข้าจ้วงแทงเข้าใส่เทียร่าโดยที่เธอไม่ได้หลบหลีกหรือทำอะไรเพียงแต่ปล่อยให้มีดสองเล่มนั้นทะลวงเข้าสู่ท้องของตนเองซ้ายขวา
ใบหน้าของอาวีร่าบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้ "พวกข้าสองแม่ลูกไม่ต้องการอะไรเพียงแต่ต้องการชีวิตของเจ้าเท่านั้น ฮ่า ฮ่า"
เทียร่ายกยิ้มขึ้นมาซึ่งมันเป็นรอยยิ้มที่ไม่เคยมีใครเคยได้เห็นมาก่อนยกเว้นเควิน "ข้ายินดีที่จะสละชีวิตของข้าให้แก่ท่านเพราะเดิมทีชีวิตข้าก็เป็นพวกเจ้าสองแม่ลูกแลกมา"
เทียร่าหลับตาลงพร้อมกับจิตใจที่เริ่มผ่อนคลายสิ่งนี้มันคือสิ่งที่เธอต้องการมากที่สุด ถ้าหากสามารถแลกมันมาได้จริงๆก็คุ้มค่าไม่เสียทีที่เธอได้เข้ายังที่นี่ เทียร่าก็จะสามารถไปโอบกอดแม่ของเธอได้จริงๆแล้ว
……....
ดวงตาดั่งหยกสีขาวบริสุทธิ์ของเทพมังกรน้ำแข็งถึงกับตกตะลึงคนเช่นนี้มีอยู่ด้วยอย่างนั้นรึ ทั้งชีวิตของมันไม่เคยพบมาก่อนไม่ว่าจะเป็นยุครุ่งเรืองของพลังเทพหรือแม้แต่ยุคปัจจุบันก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน
อิสตรีนางนี้มีจิตใจที่เอื้อเฟื้อยิ่งใหญ่ไพศาลนักเธอรู้ทั้งรู้ว่ามันคือภาพลวงตามันคือบททดสอบแต่ภายในจิตใจที่เป็นดั่งฤดูใบไม้ผลิที่เบ่งบานเธอไม่แม้แต่จะสนใจ การที่เธอจะแลกชีวิตกับคนที่เคยช่วยชีวิตให้กลับมามีชีวิตอยู่นั่นเป็นความต้องการที่เหนือความคาดหมาย
การตัดสินใจของเธอทั้งเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว จากการที่เทพมังกรน้ำแข็งได้มองความทรงจำทั้งหมดของเทียร่าถึงแม้ว่าเธอจะเป็นที่รักของธรรมชาติแต่เธอก็ไม่เคยใช้พลังนั้นอีกเลยหลังจากที่แม่ลูกคู่นี้สละชีวิตให้เธอรอดมาได้
สิ่งที่เทียร่ากระทำมันส่งผลไปถึงเทพมังกรน้ำแข็งผู้เกรียงไกรจนสามารถสั่นครอนได้
"เจ้าผ่านบททดสอบแล้ว"
"อึก!..."ใบหน้าของเทียร่าซีดเผือดลง พึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว "ต่อให้อยู่ในนั้นจนตายไปข้าก็ไม่เสียดายที่กระทำมันลงไปความรู้ผิดบาปของข้ามันมากมายมหาศาลเกินกว่าจะแก้ไขได้"
ผ่านไปราวห้านาทีใบหน้าที่ซีดเผือดของเทียร่ากลับกลายมาเป็นเด็ดเดี่ยวความตั้งใจความรู้สึกกลับมาสู่เวลาปัจจุบันในที่สุด
เมื่อเห็นอาการเทียร่าดีขึ้นเทพมังกรน้ำแข็งก็กล่าว"เจ้าชั่งเป็นอิสตรีที่แปลกประหลาดจริงๆ"
"ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงเป็นเช่นใดผู้สืบทอดที่แท้จริงของเขาก็เป็นเช่นนั้น ข้าก็เป็นดั่งที่กล่าวไป"
"ฮ่า ฮ่า ข้าชั่งถูกใจเจ้ายิ่งนัก….เจ้าจะเริ่มบททดสอบสุดท้ายเลยหรือไม่"
เทียร่าแววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น"ท่านเทพมังกรน้ำแข็ง เริ่มเลยเถอะ"
............