เจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร

    ตอนที่ 58 คลายปริศนาในอดีต



    เจียงเยี่ยนแต่งตัวด้วยชุดขาว จากนั้นเดินเข้าห้องนอนของซูเฟินเฉิน พบว่าซูโหยวเสวียนและถงชิงก็อยู่ด้วย โดยมีปราชญ์มารบริสุทธิ์นั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวหนึ่งเจียงเยี่ยนรีบไปคารวะอาจารย์ ปราชญ์มารบริสุทธิ์โบกมือเป็นความหมายไม่ต้องซูเฟินเฉินกำลังประคองมารดานางให้นั่ง แต่สีหน้าซูเฟินเฉินไม่มีสีเลือดแม้แต่น้อย แสดงว่าอาการบาดเจ็บยังทุเลาไม่มากนัก ซูเฟินเฉินเห็นเจียงเยี่ยนเข้ามาก็ถาม“ได้ยินโหยวเสวียนบอกว่าเจ้ารักษาให้ข้า?”“ใช่” “เพราะอะไร?”“ท่านช่วยเหลือข้าจากหลี่กวนหยางจนได้รับบาดเจ็บ”ซูเฟินเฉินกล่าว “ที่ข้าช่วยเจ้า มิใช่มีเจตนาดี หากเจ้าแพ้หลี่กวนหยาง มันก็จะฆ่าคนทั้งวังนิรมล ข้าทำไปเพื่อผลประโยชน์”“แม้เป็นเช่นนั้นก็ถือว่าท่านช่วยข้าอยู่ดี” เจียงเยี่ยนตอบ“อืม จิตใจที่บริสุทธิ์นัก แค่ก..แค่ก” นางกล่าวจบก็ไอออกมาอย่างรุนแรง ซูโหยวเสวียนรีบกล่าว“พระมารดา พักผ่อนก่อนเถิด เรื่องสนทนาไว้วันหลังไม่สาย” “ไม่ได้ อากาศข้าสาหัสอย่างยิ่ง หากไม่กล่าวเกรงว่าจะไม่มีโอกาสอีก”ได้ยินเช่นนั้นซูโหยวเสวียนและถงชิงแทบหลั่งน้ำตาออกมา ซูเฟินเฉินหันไปถามปราชญ์มารบริสุทธิ์ว่า“ข้าจะสังหารเจ้า เหตุใดเจ้าจึงช่วยวังนิรมลต้านทานศัตรู ซ้ำยังช่วยข้าจากหลี่กวนหยาง”“เพราะโหยวเสวียนรับปากจะช่วยเหลือเยี่ยนเอ๋อร์ ข้าจึงช่วยนางคืนบ้าง” ไป๋เหวินโจวตอบ“อืม..อาจารย์ประเสริฐอบรมศิษย์เลิศล้ำจริงๆ” นี่เป็นครั้งแรกที่ซูเฟินเฉินกล่าวชื่นชมผู้อื่น คนของวังนิรมลติดหนี้บุญคุญสองศิษย์อาจารย์คู่นี้มากจริงๆ
    ซูเฟินเฉินกล่าวต่อ“เจียงเยี่ยน แต่เดิมบิดาเจ้าแซ่ซู มีนามว่าเกาเทียน เป็นพี่ชายของข้า แต่ต่อมาเราสองคนเกิดบาดหมางกันขึ้น บิดาเจ้าจึงออกจากวังนิรมลไปก่อร่างสร้างตัว เรื่องนี้เจ้าคงไม่ทราบกระมัง?”เจียงเยี่ยนได้ยินก็ตะลึงอึ้ง มันรีบถาม“ท่านอย่าได้กล่าวล้อเล่น”ซูเฟินเฉินตอบ“ผู้ใดมีแก่ใจล้อเล่น นี่จึงเป็นสาเหตุว่าเหตุใดข้าจึงถ่ายทอดชีพจรเทพดับสูญไว้ที่เจ้า พลังเทพดับสูญเป็นเหมือนเครื่องหมายรัชทายาทของวังนิรมล ต่อให้ข้าเคียดแค้นเซี่ยงเทียนจับใจ ก็ไม่ใช้อารมณ์ถ่ายทอดชีพจรเทพดับสูญให้คนนอกเด็ดขาด”“ไม่ใช่เพราะท่านต้องการทรมานข้าหรือ?” เจียงเยี่ยนอดถามไม่ได้ซูเฟินเฉินเหม่อมองเพดานห้อง คล้ายครุ่นคิดอันใด นางกล่าวขึ้นมา“ซูหลิงเอ๋อร์ผู้ก่อตั้งวังนิรมลเป็นสตรี ต่อมาบุตรีนางก็เป็นประมุขรุ่นถัดไป วังนิรมลจึงถือธรรมเนียมให้สตรีเป็นประมุขวังมาโดยตลอด ส่วนทายาทบุรุษจะต้องออกไปสร้างตัวภายนอก”“แต่เมื่อหกสิบปีก่อน ซูเกาเทียน..ไม่..เรียกเซี่ยงเทียนดีกว่า บิดาเจ้าถือกำเนิดขึ้นมา มันเป็นผู้มีพรสวรรค์ในการฝึกยุทธอย่างยิ่ง ส่วนข้าก็เกิดตามหลังอีกห้าปี มีพรสวรรค์หาได้ด้อยกว่าเซี่ยงเทียนไม่ แต่ด้านวิทายุทธจะอย่างไรเซี่ยงเทียนก็เหนือกว่า”“เราสองคนในวัยเด็กรักกันอย่างยิ่ง มักฝึกวิทยายุทธร่วมกัน เมื่อเริ่มเติบใหญ่ขึ้น ความสัมพันธ์ก็แย่ลง เพราะตามกฎของวังนิรมล ตำแหน่งประมุขถ่ายทอดให้แก่สตรีมิใช่บุรุษ รวมทั้งชีพจรเทพดับสูญด้วย เมื่อข้าอายุสิบสามปีก็ได้รับการถ่ายทอดชีพจรเทพดับสูญจากมารดา ทำให้เซี่ยงเทียนรู้สึกไม่พอใจ มันรู้สึกว่าฝีมือมันเหนือกว่าข้า เหตุใดไม่ได้รับตำแหน่งประมุข จึงมีปากเสียงกับมารดาข้าขึ้นมา”“มารดาข้าบอกว่านี่เป็นกฎ มิอาจแก้ไขได้ เซี่ยงเทียนมีโทสะอาละวาดทำลายข้าวของ มันดื่มสุราราดทุกข์ทุกวี่วัน มารดาข้าตักเตือนมันก็ไม่ฟัง ข้าเองก็ไปพูดปลอบมันว่าชีพจรเทพดับสูญเมื่อได้แล้วมีแต่ความเจ็บปวด มิใช่เรื่องดี แต่เซี่ยงเทียนกลับไม่ยอมสนทนากับข้า ระหว่างที่เซี่ยงเทียนมีความทุกข์ มีเพียงลู่เซียงมารดาของเจ้า..เจียงเยี่ยน ที่ปลอบใจมันได้”“เซี่ยงเทียนเริ่มคบหากับลู่เซียงลับๆ แต่ครั้งหนึ่งมารดาข้าเห็นเข้า จึงตำหนิเซี่ยงเทียนว่าวันๆ เอาแต่ดื่มสุราลุ่มหลงนารี ภายหน้าอาจไม่มีอนาคต แต่เซี่ยงเทียนกลับมีโทสะอาละวาดขึ้นมา มันโต้เถียงว่าอนาคตมันหมดไปนานแล้วตั้งแต่มีกฎห้ามบุรุษขึ้นเป็นประมุขวังนิรมล” “ตอนนั้นเซี่ยงเทียนเมาสุราอย่างยิ่ง สองมารดาบุตรยิ่งทุ่มเถียงยิ่งรุนแรง จนข้าได้ยินต้องออกมาดู มารดาข้ายื่นมือจะจับมือเซี่ยงเทียน หมายนำมันคุมขังไว้ที่ห้องใต้ดินเพื่อสงบอารมณ์ แต่มันปัดมือออก ฤทธิ์สุราทำให้มันขาดสติถึงกับต่อสู้กับมารดาข้าขึ้นมา มารดาข้าไม่คาดคิดบุตรในไส้จะกล้าทำร้ายนาง จึงประมาทถูกต่อยกระเด็นไป ได้รับบาดเจ็บสาหัสยิ่ง ข้าจึงร่ำร้องโวยวาย เซี่ยงเทียนพลันมีสติขึ้นมาหนีออกจากวังนิรมลไป”“มารดาข้าแม้บาดเจ็บสาหัส แต่ด้วยวิชาแพทย์ของวังนิรมลยังพอรักษาได้ แต่นางเจ็บปวดใจที่บุตรชายในไส้ทำร้ายนางได้ลงคอ ถึงไม่ยอมกินยา ไม่ยอมรักษา ต่อมาเสียชีวิตไป เป็นเหตุให้ข้าแค้นเซี่ยงเทียนจับใจ”
    ซูเฟินเฉินเล่าถึงตอนนี้ก็มีสีหน้าสะทกสะท้อน ทุกคนในห้องต่างนิ่งเงียบ เจียงเยี่ยนคาดไม่ถึงว่าบิดาตนจะเป็นเช่นนี้ ได้ยินซูเฟินเฉินเล่าต่อ“หลายสิบปีต่อมา เซี่ยงเทียนใช้พรสวรรค์วิทยายุทธสร้างตัวขึ้นเป็นประมุขยุทธจักร เปลี่ยนชื่อจากซูเกาเทียนเป็นเซี่ยงเทียน ตอนนั้นมันอายุสี่สิบกว่าปี ข้าเองก็ให้กำเนิดโหยวเสวียนแล้ว แต่เซี่ยงเทียนยังไม่ลืมรักเก่า มันจึงบุกมาที่วังนิรมลชิงตัวลู่เซียง”“ข้ากับเซี่ยงเทียนต่อสู้กันนับพันกระบวนท่ามิอาจพิสูจน์ผลแพ้ชนะ ข้าจึงตัดสินใจใช้พลังเทพดับสูญต่อสู้กับมัน หวังสังหารมันให้จงได้ มิคาดระหว่างที่ข้าใช้พลังเทพดับสูญต่อสู้ กลับถูกอาการอสูรสถิตครอบงำ ขณะที่ข้าไร้สติควบคุมตนเองไม่ได้ เซี่ยงเทียนกลับไม่ฉวยโอกาสทำร้ายข้า มันบุกเข้าวังนิรมลอย่างหักโหม ตะโกนหาลู่เซียง สุดท้ายชิงตัวลู่เซียงไป”“จากนั้นไม่กี่เดือน เซี่ยงเทียนถอนตัวออกจากยุทธจักร ข้าส่งคนสืบหาข่าวคราวมัน สุดท้ายก็ทราบว่ามันซ่อนตัวอยู่ที่เมืองจิงโจว ข้าจึงไปที่บ้านมันและพบว่าลู่เซียงตั้งครรภ์เจ้าแล้วเจียงเยี่ยน” “เซี่ยนเทียนเป็นต้นเหตุให้มารดาข้าตาย ที่จริงข้าคิดจะสังหารลู่เซียงเพื่อทำให้มันเจ็บปวดใจทั้งชีวิต แต่พอนึกถึงมันเคยละเว้นชีวิตข้าครั้งหนึ่ง และนึกถึงตอนวัยเยาว์มันเคยอยากได้ชีพจรเทพดับสูญนักหนา ข้าจึงเปลี่ยนใจเป็นถ่ายทอดจุดชีพจรเทพดับสูญไปในครรภ์ลู่เซียงแทน”“จุดชีพจรเทพดับสูญอยู่ในครรภ์ลู่เซียง เซี่ยงเทียนไม่ทราบว่าจะเอาออกอย่างไร มันตามหาแพทย์ ยอดยุทธ์ทั้งแผ่นดินมาช่วยรักษาก็มิมีผู้ใดรู้วิธีแก้ ทั้งวันมันได้แต่กลัดกลุ้ม ข้าเห็นเช่นนั้นก็พอใจจึงกลับเขาคุนหลุน”
    ไป๋เหวินโจวฉุกคิดขึ้น ตอนนั้นมันต่อสู้กับเซี่ยงเทียนเพื่อล้างแค้น พอเจียงเยี่ยนเกิด เซี่ยงเทียนก็เสียสมาธิถูกมันสังหาร ไม่แน่อาจเพราะเซี่ยงเทียนทราบว่าทารกที่เกิดมาต้องได้รับความทรมานจากชีพจรเทพดับสูญ จึงกังวลใจขึ้นมา หากเป็นเช่นนั้นความรักที่มันมีต่อบุตรก็ลึกล้ำนักไป๋เหวินโจวพลันกล่าวกับซูเฟินเฉิน “แม้เจ้าจะแค้นเซี่ยงเทียนจับใจ แต่เซี่ยงเทียนก็เคยไว้ชีวิตเจ้า ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องตัดไม่ขาด เจ้าจึงหมายสังหารข้าล้างแค้น?”ซูเฟินเฉินพยักหน้า นางมองไปที่เจียงเยี่ยน “ต่อมาข้าได้ยินว่าปราชญ์มารบริสุทธิ์ฆ่าล้างสกุลเซี่ยง จึงรีบลงจากเขาคุนหลุนมาสืบข่าวคราวว่าบุตรของเซี่ยงเทียนเป็นอย่างไรบ้าง แต่ก็ไม่ได้ยินข่าวคราวใดเลย ข้าร้อนรุ่มใจยิ่ง จุดชีพจรเทพดับสูญเป็นของสำคัญนึกไม่ถึงข้าเป็นต้นเหตุให้มันสูญหาย แต่เวลาผ่านไปสิบหกปี เจ้ากลับมาโผล่ที่เขาคุนหลุน ซ้ำสามารถใช้ชีพจรเทพดับสูญได้ นับเป็นลิขิตสวรรค์จริงๆ”ไป๋เหวินโจวพลันถามขึ้น “เหตุใดเจ้าไม่ถ่ายทอดชีพจรเทพดับสูญให้โหยวเสวียนตามกฎ”ซูเฟินเฉินตอบว่า “เพราะข้าเคยทรมานจากจุดชีพจรนี้ ไม่อยากให้บุตรีต้องทรมานอีก เมื่อถ่ายทอดให้บุตรของเซี่ยงเทียนได้ ข้าจึงถ่ายทอดให้ อย่างน้อยจุดชีพจรนี้ก็ไม่ตกไปอยู่ในมือคนนอก ไม่ถึงกับผิดต่อบรรพบุรุษ”ซูโหยวเสวียนได้ยินก็ซาบซึ้งใจ จับกุมมือมารดานางเบาๆไป๋เหวินโจวถามต่อ “เจ้าเคยคิดจะนำจุดชีพจรเทพดับสูญคืนมาหรือไม่?”ซูเฟินเฉินพยักหน้า “เคย แต่คิดไม่ถึงเจ้าจะฆ่าล้างสกุลเซี่ยงเสียก่อน”เจียงเยี่ยนอดถามมิได้ “ในเมื่อท่านต้องการดึงพลังคืน แต่ท่านกลับขังข้าไว้ในห้องศิลาเพื่อให้ฝึกกระบวนท่าพิชิตเทพ ที่แท้ต้องการอะไร?”ซูเฟินเฉินตอบว่า “ตอนที่ข้าพบกับเจ้า ก็รู้ว่าเจ้าใช้พลังชีพจรเทพดับสูญได้แล้ว นับเป็นคนแรกในรอบสามร้อยปี หากข้าคิดดูดพลังเจ้าคืนก็นับว่าไม่ง่าย ดังนั้นจึงให้เจ้าได้ทดลองฝึกกระบวนท่าพิชิตเทพดู หนึ่งเพื่อค้นหาความลับกระบวนท่าพิชิตเทพ สองหากข้ามีโอกาสจะดูดพลังเจ้ากลับคืนมา คาดไม่ถึงเจ้ากับ..ช่วยชีวิตข้าไว้”
    เจียงเยี่ยนเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด แต่ยังอดถามมิได้ “ท่านให้จินเซียะเรียกข้ามาบอกว่ามีเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องเหล่านี้หรือ?”ซูเฟินเฉินส่ายหน้า “ที่ข้าเล่าเรื่องในอดีตให้เจ้าฟัง เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น”เจียงเยี่ยนไม่เข้าใจ ซูเฟินเฉินกล่าวต่อ“เจ้าเมื่อรู้แล้วว่าตนเองเป็นคนสกุลซู มีพลังเทพดับสูญอันเป็นตำแหน่งรัชทายาทของวังนิรมล ตอนนี้ข้าบาดเจ็บสาหัสไม่ทราบจะอยู่รอดได้อีกกี่วัน หากหลี่กวนหยางบุกมาอีก เกรงว่าโหยวเสวียนคงต้านทานไว้มิได้..”เจียงเยี่ยนเข้าใจโดยพลัน แต่ยังถาม “ความหมายของท่านคือ?”“ใช่ ข้าจะให้เจ้าเป็นประมุขวังนิรมล”เจียงเยี่ยนแม้พอคาดเดาได้แต่ก็ยังอดตกใจมิได้ รีบปฏิเสธ“ไม่..ข้าไม่ได้ต้องการ”ซูเฟินเฉินกล่าว “หากเจ้าคิดช่วยลู่เซียง ล้างแค้นแทนบิดามารดาบุญธรรม เจ้ายิ่งไม่มีทางเลือก หลี่กวนหยางปกครองดินแดนเหนือนับหมื่นหลี่ มีกองกำลังนับพันอาจถึงหลักหมื่น กองกำลังที่มันยกมาวังนิรมลไม่กี่ร้อยคนเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น”“แต่วังนิรมลก็หาได้ด้อยกว่า ภูเขาคุนหลุนมียอดเขาสองร้อยลูก ผู้คนหลายหมื่นคน เมื่อเจ้าใช้ประกาศิตดาราประกาศออกไป ชาวยุทธ์นับพันบริเวณนี้จะมารวมกัน นอกจากสำนักคุนหลุนแล้ว เจ้าถ้ำต่างๆ โจรภูเขา สำนักอีกจำนวนมาก ล้วนอยู่ใต้เรา”เจียงเยี่ยนคาดไม่ถึงว่าวังนิรมลจะยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ ซูเฟินเฉินกล่าวต่อ“ฝ่ายธัมมะยกย่อง เส้าหลิน บู๊ตึ๊ง ง๊อไบ๊ คุนหลุน คงถง เป็นห้าสำนักใหญ่ หากเจ้ารับตำแหน่ง ด้วยวัยเพียงสิบหกปี ศักดิ์ศรีของเจ้าเทียบเท่าเจ้าสำนักใหญ่เหล่านั้น นับเป็นความสำเร็จที่หาได้ยาก”เจียงเยี่ยนไม่มีความโลภมาก่อน แต่หากต้องการช่วยมารดา อาศัยมันกับไป๋เหวินโจวบุกเข้าชิงตัวลู่เซียงนับว่ายากเย็นจริงๆ ซูเฟินเฉินจ้องหน้าเจียงเยี่ยน“เจ้าจะเอาอย่างไร?”


    ------ จบตอน -------เจียงเยี่ยนจะตอบอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป พร้อมฉากเจียงเยี่ยนโชว์เทพห้ามพลาดและจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญขอโดเนท 3 กำลังใจนะคร้าบ ขอบคุณมากเลย