ตอนที่ เสียท่าแต่ไม่เสียที
“คิดว่าฉันจะทำอะไรเธอล่ะ แม่ตัวดี”
เสียงทุ้มดังอยู่ใกล้หู คนพูดหัวเราะหึหึ ฟังดูคล้ายตัวร้ายจอมหื่นเหลือเกิน ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดแก้มนวลแ่ๆ รักร้อยตัวแข็งทื่อ ขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง อ้อมแขนแข็งแรงของเขาโอบรัดร่างบางไว้แน่น จนแผ่นหลังของหญิงสาวติดกับแผงอกหนาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นตึงบึกบึนนั้น สองร่างแนบชิดกันเหมือนแม่เหล็กคนละขั้วสร้างแรงดึงดูดที่ยากจะควบคุม
“ปะ... ปล่อย ฉันนะนายหนึ่ง”
รักร้อยขืนตัวออกจากวงแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็มัดๆ อย่างยากลำบาก แต่ไม่อาจหลุดจากอ้อมแขนแกร่งนั้นได้ หญิงสาวถูกเขาจับไหล่ให้หมุนมาเผชิญหน้า มือหนาเลื่อนมาบีบคางเล็กบังคับให้มองหน้าเขา
“มองหน้าฉันชัดๆ ดูให้ดีว่าฉันเหมือนเกย์รึเปล่า”
ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงเข้มจัด จ้องตาคนตัวเล็กกว่าด้วยแววตาดุดัน ทำเอาคนถูกจ้องนิ่งงันดวงตาคู่สวยเบิกกว้างตื่นตะหนก มือน้อยยกขึ้นดันแผ่นอกกว้างไม่ให้เข้ามาชิดใกล้เกินไป กิริยานั้นทำให้คนคุกคามได้ใจรั้งร่างบางมาแนบชิด จ้องตาเธอในระยะประชิด
“ตอบฉันมาสิ... ตอบให้ชื่นใจหน่อย”
เขายังคงข่มขู่เธอไม่เลิกรา แววตาของหนุ่มบ้านไร่พราวจ้าวาววับทีเดียว ขณะกวาดมองไปทั่วร่างในพันธนาการของตนเองอย่างกรุ้มกริ่ม ทำเอาคนถูกจ้องแก้มร้อนวูบวาบ หัวใจเต้นรัวแรง
สายตาแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ มันหื่นชัดๆ !
รักร้อยพยายามตั้งสติให้มั่นสะกัดกั้นความหวั่นไหวไว้สุดฤทธิ์ หญิงสาวขืนตัวไว้สุดกำลัง ขณะที่ร่างหนากำยำของชาวไร่หนุ่มบดเบียดแนบชิดมากขึ้นทุกขณะ เกิดมาไม่เคยมีผู้ชายคนไหนััเนื้อตัวเธอใกล้ชิดแบบนี้มาก่อน เขาเป็คนแรกที่กล้าทำแบบนี้กับเธอ
“เป็ไง รักร้อย มองดีๆ แล้วช่วยบอกฉันอีกครั้งสิว่า ฉันเป็เกย์ไหม บอกหน่อยสิ...” เขายังคงคาดคั้นเธอไม่เลิกรา
“ไม่...”
ริมฝีปากบางเผยอน้อยๆ เปล่งเสียงเบาแทบไม่ได้ยิน หากคนฟังแย้มริมฝีปากยกยิ้มพอใจ
แค่นี้แหละ... แค่นี้ ที่เขา้า
เอกดนูคลายมือออกเมื่อได้คำตอบที่พอใจ ทว่า... คำตอบยังไม่จบเพียงคำสั้นๆ แค่นั้น เมื่อคำตอบที่เหลือทำให้รอยยิ้มบนเรียวปากสีสดเลือนหายไปในทันใด
“ไม่... ฉันไม่แน่ใจ จนกว่าจะได้ พิสูจน์! ”
รักร้อยกระตุกยิ้มมุมปาก แววตื่นตะหนกบนดวงตากลมโตคู่นั้นเลือนหายไปพร้อมๆ กับท่าทางหวาดหวั่น ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายวาวจ้าพราวระยับจ้องหน้าชายหนุ่มไม่ยอมหลบตา ฝ่ามือนุ่มเปลี่ยนจากยันหน้าอกมาขยุ้มเสื้อดึงรั้งให้โน้มลงมาใกล้ๆ มือข้างหนึ่งเลื่อนลูบไล้ไปตามแผงอกกว้าง หญิงสาวยื่นหน้าเข้าไปจนแทบชิด แล้วพ่นลมใส่ริมฝีปากสีสดของเขาแ่ๆ ราวกับจงใจยั่วเย้า ให้อีกฝ่ายปั่นป่วนเล่น รักร้อยมองท่าทางอึ้งปนเหวอของชายหนุ่มบ้านไร่ด้วยความขบขัน หมดสมัยแล้วที่ผู้หญิงจะยอมให้ผู้ชายข่มเหงฝ่ายเดียว เมื่อเธอสู้เขาตรงๆ ไม่ไหว ก็ต้องสู้ด้วยวิธีนี้แหละ จำเก็บข่มความอายซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากดาวยั่ว จัดการสั่งสอนคนนิสัยเสียต่อ
“เธอ... เธอมัน... อ่า...”
เอกดนูอยากจะตะคอกยายตัวร้าย แต่กลับพูดไม่ออกเมื่อปลายนิ้วเรียวสะกิดยอดอกทั้งสองของเขาเบาๆ ชายหนุ่มขนลุกเกรียวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน เผลอครางเสียงพร่า เ้าของปลายนิ้วยังซุกซนแกล้งลูบไล้อยู่แบบนั้นไม่เลิกรา ท่าทางราวกับแมวยั่วสวาทปลุกเร้าความรู้สึกด้านมืดให้ลุกโชน ลืมความคิดในหัวของตัวเองไปจนหมด ตอนนี้เอกดนูอยากกระโจนไปพิสูจน์ให้เ้าหล่อนรู้ว่าเขาน่ะแมนเต็มร้อยแค่ไหน แต่ต้องชะงักกึก เมื่อได้ยินคำพูดนี้ดังออกมาจากปากของแม่สาวช่างยั่ว
“ยังใช้งานได้นี่... นึกว่าต่อมผลิตโฮโมนเอ็กซ์ฝ่อไปแล้ว ถึงกับขนลุกเกรียวรีบชักธงสู้ศึกเลยเหรอคะ ฮิ... ฮิ...”
เสียงหวานๆ ของเธอ พึมพำออกมาอย่างล้อเลียน มือน้อยยุติการรุกเร้า เมื่อเ้าตัวมองเห็นอะไรบางอย่างกำลังประกาศศักดาอยากแสดงตัวตนให้โลกรู้ มั่นใจในทันทีว่าเขาไม่ได้เป็คู่เกย์กับไอ้เหยินแน่ ร่างบางถือโอกาสที่อีกฝ่ายยังตะลึงงัน ผละออกห่างในระยะปลอดภัย
“ฝากบอกนายเหยินเอกดนูด้วยว่า อย่ามัวแต่หลบหน้าฉัน ไม่อย่างนั้นเขาจะเสียใจไปตลอดชีวิต เพราะพลาดโอกาสได้ผู้หญิงสวย น่ารัก เซ็กซี่อย่างฉัน เป็ภรรยา”
รักร้อยขยิบตาให้ชายหนุ่มอย่างยั่วเย้า ก่อนจะหมุนกายเดินจากไปพร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก ปล่อยให้หนุ่มหล่อ ยืนทื่อมะลื่อ เหมือนตอไม้อยู่ตรงนั้น
เมื่อตั้งสติได้ เอกดนูกำหมัดแน่น สั่นไปทั้งตัว ด้วยแรงโทสะ
“ยายตัวแสบ โธ่เว้ย!”
ั้แ่เกิดมา เขาไม่เคยทั้งโกรธทั้งอายในเวลาเดียวกันแบบนี้มาก่อน ยายผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนั้นทำให้เขามีคำว่าซื่อบื้อแปะไว้บนหน้าผาก เขาพลาดท่ายายตัวแสบนี่ ถึงสองครั้งในวันเดียว ครั้งแรกไม่เท่าไหร่ ครั้งล่าสุดสดๆ ร้อนๆ นี่สิ เธอทำให้เขาเสียการควบคุม แทนที่เขาจะทำให้เธออายไม่นึกว่ารักร้อยจะย้อนศร ตอกกลับเขาให้อายแทน
ผู้หญิงคนนี้อันตราย... อันตรายเกินกว่าจะรับมือด้วยวิธีทั่วไป... ไม่มีวัน... เขาไม่มีวันยอมแต่งงานกับผู้หญิงร้ายกาจคนนี้ ตามคำสั่งของคุณปู่แน่ !
เอกดนูยอมรับว่าเสน่ห์ของเธอมากล้นทำให้เขาปั่นป่วนจนเผลอควบคุมตัวเองไม่อยู่ เขาจะต้านทานความยั่วยวนอันแสนหวานนี้ได้นานแค่ไหน ขนาดเธอยังไม่รู้ว่าเขาคือใคร เธอยังเล่นงานเขาจนตั้งตัวแทบไม่ติด หากรู้ความจริงเขาเชื่อว่ารักร้อยจะรุกหนักกว่านี้อีกหลายเท่า เขาต้องหาทางรับมือผู้หญิงคนนี้ให้ได้ แต่จะทำยังไงไม่ให้ถูกมองว่ากำลังรังแกแพศที่อ่อนแอกว่า
ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด...
สัญญาณโทรศัพท์ทำให้ความคิดสะดุดลง เอกดนูรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาดู เมื่อเห็นว่าใครโทรมาหา ความคิดบางอย่างวาบผ่านเข้ามาในหัว ริมฝีปากสีสดกระตุกยิ้มอย่างมาดหมาย ปลายนิ้วกดปุ่มรับสายทันที
“ฮัลโหล... หนูดา ดีใจที่คุณโทรมา อีกเดี๋ยวผมจะแวะไปหานะ”
///
เมื่อเตโชเดินทางมาถึงเชียงใหม่ชายหนุ่มรีบพาตัวเองไปยังบ้านไร่ดินเดียวของเอกดนูทันที เขามีเพื่อนเปิดรีสอร์ทอยู่ไม่ไกลจากไร่ของเอกดนู เหมาะแก่การเป็ที่พักระหว่างหาทางจัดการกับคู่แข่งหัวใจ เตโชใช้เวลาระหว่างนั่งอยู่ในรถตู้ของรีสอร์ทโทรหาคนของเขา
“ว่าไงนายมิ่ง ไอ้เอกดนูมันพบกับรักร้อยหรือยัง” เขาเอ่ยถามคนของตนที่ส่งไปเป็สายในไร่ของเอกดนู
“พ่อเลี้ยงหนึ่งเดียวกับคุณรักร้อยเจอกันแล้วครับ แต่ท่าทางพ่อเลี้ยงจะไม่ค่อยชอบคุณรักร้อยเท่าไหร่ ผมเห็นสองคนนั่นเถียงกันลั่น”
สิ่งที่ได้ยินทำให้เตโชเผลอยิ้มยินดี จากที่กลัวว่าเอกดนูจะติดใจความสวยน่ารักของรักร้อย แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าสนใจหญิงสาวอย่างที่นึกหวั่น หากเตโชไม่อาจวางใจได้เต็มร้อย เขารู้ดีว่ารักร้อยรักและเคารพเ้าสัวเกริกมาก หญิงสาวคงไม่ยอมให้เอกดนูละทิ้งโอกาสในกองมรดกของเ้าสัวแน่ จากที่รู้จักกันมาห้าปีเตโชรู้ฤทธิ์ของหญิงสาวคนนี้ดีว่าเธอเป็คนดื้อและไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ รักร้อยคือสีสันในชีวิตที่หาไม่ได้จากผู้หญิงคนอื่น นอกจากหน้าตาสะสวยแล้ว รักร้อยยังมีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าความฉลาดทันคน เขารักทุกสิ่งที่รวมเป็เธอ รักความดื้อดึง รักความเ้าเล่ห์ ร้ายกาจ ความท้าทายชวนให้อยากปราบพยศนั้น ทำให้เตโชไม่อาจปล่อยเธอให้หลุดมือไป
“ตอนนี้รักร้อยเป็ยังไงบ้าง”
“คุณรักร้อยพักอยู่ที่เรือนรับรองของไร่ครับ ตอนที่เธอมาถึงเกิดอุบัติเหตุกับเธอนิดหน่อย พ่อเลี้ยงเลยให้เธอพักที่นั่น” นายมิ่งเข้าใจว่าเอกดนูให้รักร้อยพักอยู่ที่เรือนรับรอง เพราะเห็นหญิงสาวได้รับาเ็จากอุบัติเหตุ เขาแอบลอบสังเกตการณ์คนทั้งสอง ั้แ่เกิดเหตุจนกระทั่งเห็นสองหนุ่มสาวทุ่มเถียงกันอยู่หน้าเรือนรับรอง จากท่าทีที่ทั้งคู่แสดงต่อกัน ทำให้เขาสรุปว่าเอกดนูไม่พอใจรักร้อย
“อุบัติเหตุอะไร แล้วรักร้อยได้รับาเ็หรือเปล่า” คนเป็นายถามไถ่อย่างร้อนรน เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวที่ตนหมายปองเกิดอุบัติเหตุ
“คุณรักร้อยขับรถเฉี่ยวไอ้แรมโบ้ครับ แต่ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอกครับ ไอ้แรมโบ้ถูกรถเฉี่ยวเยี่ยวราดกับนอนจุกแค่นั้นเอง ตอนนี้พ่อเลี้ยงให้หมอคันศรดูแลอาการอยู่ คงไม่เป็อะไรมากหรอกครับ”
แทนที่จะรายงานเกี่ยวกับหญิงสาว นายมิ่งดันสาธยายอาการของเ้าแรมโบ้เสียอย่างนั้น เล่นเอาคนฟังอารมณ์เสีย
“ฉันไม่ได้อยากรู้เื่ไอ้แรมโบ้อะไรนั่น ต่อให้มันตายฉันก็ไม่เดือดร้อน แกจะมาพ่นให้ฉันฟังทำไมฮะไอ้มิ่ง ฉันถามถึงรักร้อยไม่ใช่ไอ้แรมโบ้!” เตโชตวาดเสียงลั่น ก่อนจะลดเสียงลงเมื่อเห็นคนขับรถหันมามอง “รักร้อยปลอดภัยดีใช่ไหม ไอ้เอกดนูพาเธอไปหาหมอหรือยัง”
หากเตโชเห็นหน้านายมิ่งตอนนี้ เขาคงโมโหเพิ่มอีกหลายขีด เมื่อคนที่คิดว่ากำลังฟังอยู่ ยื่นโทรศัพท์ออกไปไกลจากหูตัวเอง ั้แ่ได้ยินเสียงตวาดแล้ว เมื่อแน่ใจว่าเ้านายอารมณ์เย็นลงนายมิ่งก็กลับมาพูดสายต่อ
“คุณรักร้อยไม่ได้เป็อะไรมากครับ เธอแค่สลบไปตอนที่รถชนเ้าแรมโบ้ ผมเห็นเธอยืนเถียงพ่อเลี้ยงฉอดๆ อยู่เลย แหม... ไม่คิดว่าเธอจะทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้ เล่นเอาพ่อเลี้ยงทำหน้าไม่ถูกเลยนะครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า...”
นายมิ่งรับใช้เตโชมาหลายปี เขาเดาอารมณ์ของผู้เป็นายถูกต้อง เมื่อนายอยากรู้เื่สาวเขาก็สนองให้เต็มที่ ยกยอปอปั้นความเก่งกาจของรักร้อยแถมพกให้อีกหนึ่งกระบุง
“ฉันกำลังจะไปพักที่รีสอร์ทสนงาม ใกล้กับไร่ไอ้เอกดนูนั่นแหละ ตอนนี้แกจับตาดูความเคลื่อนไหวของไอ้เอกดนูกับรักร้อยแล้วคอยรายงานฉันเป็ระยะ อ้อ... อย่าให้ไอ้เอกดนูมันทำอะไรรักร้อยของฉันนะ”
เตโชสั่งการ เขาย้ำประโยคสุดท้ายเสียงหนัก ถึงนายมิ่งจะบอกว่าเอกดนูไม่มีทีท่าชอบรักร้อย แต่เขาไม่วางใจเมื่อเอกดนูเป็ผู้ชายย่อมหวั่นไหวไปกับความสวยงามของผู้หญิงได้ง่าย จากที่ไม่ชอบจะเปลี่ยนเป็ชอบในตอนหลังก็ได้ ใครจะรู้
“ครับนาย ไอ้มิ่งจะจับตาดูไม่ให้คลาดสายตา จะไม่ยอมให้พ่อเลี้ยงทำอะไรผู้หญิงของนายแน่นอน” นายมิ่งรับปากรับคำเสียงหนักแน่น ตามประสาคนขี้ประจบ
“ทำให้ได้อย่างที่พูดเถอะไอ้มิ่ง ถ้ารักร้อยถูกไอ้เอกดนูนั่นทำอะไร ฉันจะถือว่าเป็ความผิดของแก” เตโชกำชับพร้อมข่มขู่ในตัว ก่อนจะวางสาย
“ข้างหน้ามีรถเสียครับ ผมขออนุญาตไปช่วยเขาหน่อยนะครับ” คนขับชะลอรถพร้อมกับหันมาบอกผู้โดยสาร
“ทำไมต้องช่วยเขาด้วย ฉันอยากไปถึงรีสอร์ทเร็วๆ ”
เตโชแสดงสีหน้าไม่พอใจ กับความอารีผิดเวลาของสารถี แต่อีกฝ่ายไม่ยอมรับฟัง เมื่อหยุดรถแล้วก็ลงไปช่วยรถยนต์คันหนึ่งที่จอดอยู่ข้างทาง ทำให้ผู้โดยสารอดไม่ได้ต้องชะโงกหน้าไปส่องดูเหตุการณ์ หากใช้เวลานานเขาจะโทรไปฟ้องเ้าของรีสอร์ท ให้ไล่คนขับรถคนนี้ออกข้อหาทำให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ
นานเกือบยี่สิบนาที คนขับก็ไม่ยอมกลับมาทำหน้าที่ต่อ เตโชนั่งรอจนทนไม่ไหว เขาเปิดประตูรถออกมาดู ก่อนจะนิ่วหน้าเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังเปลี่ยนยางให้รถที่เสียอยู่โดยมีร่างเพรียวระหงของเ้าของรถยืนเป็กำลังใจให้ ชายหนุ่มเดินลงมาจากรถตรงรี่ไปหาคนที่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ข้างรถ
“นี่ เสร็จหรือยังมันเย็นมากแล้วนะ ฉันอยากไปถึงรีสอร์ท ก่อนค่ำ”
เขาทำเสียงเข้ม เอ่ยกับคนขับรถด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ไม่สนใจร่างบางในชุดขาวที่ยืนอยู่แม้แต่น้อย
“ขอโทษด้วยนะคะ ที่ทำให้เสียเวลา”
เสียงหวานใสเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างเกรงใจ ทำให้คนได้ยินหันไปมองหน้าคนพูด แววตาเรียวยาวเป็ประกายวาววับเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าอ่อนหวานของหญิงสาว
“คุณเป็เ้าของรถคันนี้เหรอครับ รถเป็อะไรมากหรือเปล่า” เตโชยิ้มละมุนให้อีกฝ่าย น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นุ่มนวลขึ้น
รินลดายิ้มบางๆ มองหน้าคนพูดที่ส่งสายตากรุ่มกริ่มมาให้ ใบหน้าขาวตี๋หล่อเหลาไม่แพ้เอกดนูของเขา ไม่ได้ทำให้หญิงสาวหวั่นไหว เธอมองเขาด้วยแววตาใสกระจ่าง ต่อให้หล่อกว่านี้อีกร้อยเท่าหัวใจของเธอก็ไม่หวั่นไหวง่ายๆ หรอก เพราะหัวใจของเธอมีแต่เอกดนูคนเดียว รินลดาบอกตัวเอง
“รถยางรั่วค่ะ โชคดีที่มียางอะไหล่ติดมาด้วย แต่ดาเปลี่ยนยางไม่เป็เลยต้องขอความช่วยเหลือจากลุงทับค่ะ”
รินลดาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจ ใบหน้าอ่อนหวานหันไปมองลุงทับด้วยสายตาขอบคุณ ทำเอาเตโชหายหงุดหงิดเมื่อเห็นท่าทางของเธอ
“อันตรายมากเลยนะครับ นี่ถ้าผมกับลุงทับไม่ผ่านมาทางนี้ ใครจะช่วยเหลือคุณ”
เขาเอ่ยอ้างแกมทวงบุญคุณอย่างน่าไม่อาย เล่นเอาคนฟังหันขวับมามองหน้าคนพูด แววตาอ่อนหวานแสดงความรำคาญวูบหนึ่งก่อนเลือนหายไปแทบไม่ทันสังเกต
“ค่ะ โชคดีที่ลุงทับยอมจอดรถช่วย ไม่อย่างนั้นดาคงต้องรอไปอีกนาน กว่าจะมีคนใจดียอมมาช่วย” เสียงหวานๆ เอ่ยออกมาด้วยถ้อยคำไพเราะหวานหู จนคนฟังยิ้มกว้างไม่ทันสังเกตว่ามีรอยถากถางปนอยู่ด้วย
เมื่อนายทับจัดการเปลี่ยนยางจนเสร็จ รินลดาก็ถือโอกาสเอ่ยลาชายหนุ่มแปลกหน้าที่รู้จักเพียงชื่อคนนั้นทันที เตโชส่งนามบัตรให้พยาบาลสาวเก็บไว้ เขารู้สึกถูกชะตากับเธออย่างประหลาด อาจเป็เพราะหญิงสาวมีบางอย่างคล้ายมารดาของเขาจึงทำให้ติดใจ แต่แค่ติดใจไม่ใช่หลงรัก เมื่อรถของเธอแล่นจากไปหัวใจของเตโชก็ยังอยู่ที่เดิมไม่แล่นตามอีกฝ่ายไป เขามีรักร้อยเต็มพื้นที่หัวใจ ผู้หญิงคนอื่นก็แค่ของผ่านตาหยุดแวะชมได้แต่ไม่หยุดปักใจ
“เชิญขึ้นรถครับ ผมจะรีบพาคุณไปให้ถึงรีสอร์ทก่อนค่ำ” นายทับเชื้อเชิญผู้โดยสารอย่างนอบน้อม ก่อนจะขึ้นไปทำหน้าที่สารถีอย่างเดิม
“ขับนิ่มๆ ล่ะ ฉันอยากพักสักครู่” เตโชไม่วายออกคำสั่ง ชายหนุ่มหลับตาลงอย่างเมื่อยล้า ก่อนจะหลับไปในที่สุด โดยไม่รู้ว่าสารถีวัยกลางคนแอบลอบมองเขาผ่านกระจกส่องหลัง
///
ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ
รวิญาดา