สายลมยามราตรีพัดผ่านป่าทึบ พัดพาหมอกสีดำให้ลอยคลุ้งไปทั่วอาณาเขตของป่า มีแต่ความเงียบงันที่เหมือนครอบงำทุกสิ่ง ยกเว้นเสียงกิ่งไม้เสียดสีกันเป็ระยะราวกับคำกระซิบของเงามืดที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่ในเงาแห่งรัตติกาล ในใจกลางของป่า ลูคัสและเหล่าผู้พิทักษ์ยืนรวมตัวกัน ดวงตาของพวกเขาจับจ้องไปยังร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงข้าม ร่างที่พวกเขาเคยเรียกว่า "ท่านผู้เฒ่าจันทรา" ที่พวกเขาเชื่อใจและนับถือ แต่บัดนี้กลับกลายเป็ศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่พวกเขาตลอดมา
"ข้าไม่อยากเชื่อ..." เฟย์กระซิบ น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความเ็ป "จะเป็ไปได้อย่างไร ที่ท่านผู้เฒ่าจันทราจะทรยศพวกเรา!"
ชายชราผมสีเทาเงิน ยืนเอามีไพล่หลัง สวมชุดสีขาวงาช้าง ผู้เฒ่าผู้ที่เคยสาบานว่าจะปกป้องอาณาจักร บัดนี้ยืนอยู่ท่ามกลางไอหมอกสีดำที่แผ่กระจายออกมาจากตัวเขาเอง ดวงตาของเขาจากที่เคยเป็สีเทาบัดนี้กลับเปล่งประกายเป็สีแดงฉาน บ่งบอกถึงพลังที่ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป
"ว่ายังไงเล่าผู้พิทักษ์ของข้า " เสียงของผู้เฒ่าจันทราเต็มไปด้วยความอำนาจเหมือนเคย พร้อมเดินสามขุมเข้าหาผู้พิทักษ์อย่างช้าๆ
“พวกเ้าทำงานกันช้าเกินไปแล้วนะ ข้ารอมิไหว” ผู้เฒ่าจันทราพูดพร้อมรอยยิ้มที่มีเลศนัย และยกมือกวาดไปบนอากาศ สายลมเริ่มหมุนวนอย่างรุนแรง ฝุ่นละอองและใบไม้ปลิวว่อนราวกับถูกพลังลึกลับบางอย่างกวาดไปทั่วอากาศ บรรยากาศเปลี่ยนไปของป่าเกิดเสียงลมคล้ายเสียงกระซิบแ่เบาดังก้องอยู่ในสายลมนั้น ราวกับบทสวดโบราณที่ปลุกพลังแห่งปฐีขึ้นจากการหลับใหล มือของเฒ่าจันทรายกขึ้นสูง พลังเวทย์ไหลเวียนจากปลายนิ้วสู่ท้องฟ้า ลำแสงสีเงินเปล่งประกาย สร้างวงแหวนเวทขนาดมหึมากลางอากาศ กระแสลมที่เคยสงบแปรเปลี่ยนเป็พายุหมุน พัดกระหน่ำรุนแรงจนผืนดินะเืเสียงคำรามดังก้องมาจากความว่างเปล่า เงาดำพวยพุ่งออกมาจากใจกลางของวงแหวน พลังมหาศาล แผ่ซ่านไปทั่วราวกับประกาศถึงการมาถึงของสิ่งมีชีวิตอันทรงอำนาจ ดวงตาสีแดงฉานเริ่มปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านหมอกที่บดบังสายตา
ม่านหมอกค่อย ๆ จางลง เผยให้เห็นร่างของสัตว์อสูรขนาดมหึมาที่ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า ร่างของมันสูงใหญ่ดั่งูเา แผ่นหนังดำสนิทคล้ายอัศนีที่มอดไหม้แต่กลับแผ่กลิ่นอายเย็นเยียบ ั์ตาสีแดงฉานของมันเปล่งประกายราวกับเปลวเพลิงจากขุมนรก กวาดมองทุกสรรพสิ่งด้วยความเกรี้ยวกราด เขี้ยวยาวแหลมคมยื่นออกจากขากรรไกรราวกับหอกของเทพเ้า แต่ละลมหายใจที่พ่นออกมาก่อให้เกิดไอสีดำที่กัดกร่อนทุกสิ่งที่ัั กรงเล็บยาวเท่าต้นไม้ใหญ่จิกลงบนพื้นหินจนแตกเป็รอยลึก ขณะที่ปีกขนาดมหึมาคลี่ออก สร้างเงาดำมืดครอบคลุมท้องฟ้า เสียงคำรามของมันสะท้อนก้องไปทั่ว ดังกระหึ่มราวกับพายุที่กำลังจะกลืนกินแผ่นดิน พื้นดินสั่นะเืภายใต้แรงกดดันจากพลังของมัน สายฟ้าสีม่วงแลบผ่านอากาศรอบกาย เสริมให้มันดูราวกับอสูรที่ถูกปลุกขึ้นจากห้วงนิรันดร์เพื่อทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า เพียงแค่การขยับตัวของมัน ลมพายุอันบ้าคลั่งก็พัดกระหน่ำรอบทิศทาง เศษหินและต้นไม้ถูกพัดปลิวไปไกล ใครก็ตามที่เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรตนนี้ ต่างััได้ถึงพลังอันไร้ขอบเขต และความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา…
ก่อนที่ร่างของสัตว์อสูรขนาดมหึมาจะค่อย ๆ ก้าวออกมา กรงเล็บอันแหลมคมขูดกับพื้นหินจนเกิดประกายไฟเสียงกรีดร้องของมันสั่นะเืทั่วทั้งอาณาเขต บ่งบอกว่ามันได้ถูกปลุกขึ้นมาแล้ว พร้อมที่จะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า!
“ท่านผู้เฒ่าจันทราทำไมท่านต้องทำแบบนี้” ลูคัสเอ่ยถามทั้งที่เผชิญหน้ากับอสูรอยู่
‘555’ ผู้เฒ่าจันทราไม่ตอบ ได้แต่หัวเราะ พร้อมลอยขึ้นบนอากาศ เสียงหัวเราปนกับเสียงคำรามของสัตว์อสูร
“จะถามเพื่อ….รู้อยู่ว่าตาเฒ่านี่้าฆ่าพวกเรา ” ฉันะโบอกเหล่าผู้พิทักษ์
จากที่สังเกตฉันยังเห็นเหล่าทหารเกราะดำยืนอยู่ด้านหลังอสูรตัวนั้น พวกเขามีไอสีดำประหลาดออกมาจากตัว แต่เวลานี้ฉันไม่ยักเห็นพี่ชายตัวดีของฉันเลย
‘ไหนว่าจะมาช่วย หายไปไหนเนี้ย’ ฉันได้แต่คิดในใจ ทหารเกราะดำเดินเข้ามา อสูรตัวร้ายก็เดินเข้ามาเช่นกันเหมือนว่าศึกครั้งนี้ยากที่จะผ่านไปได้ซะแล้ว
เสียงฟ้าคะนองกึกก้อง ท้องฟ้าปั่นป่วนราวกับโกรธเกรี้ยวเมื่อสัตว์อสูรขนาดมหึมาคำรามก้อง พายุเวทมนตร์หมุนวนรอบตัวมัน ร่างกายมหึมาของมันขยับเพียงครั้งเดียวก็ทำให้พื้นดินสั่นะเืราวกับจะฉีกขาดออกเป็เสี่ยง ๆ
“กระจายกำลัง! อย่าเผชิญหน้ากับมันตรง ๆ!” ลูคัสะโสั่ง เหล่าผู้พิทักษ์เคลื่อนตัวออกเป็วงล้อม กำลังเวทมนตร์ของพวกเขาส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด
เอเธนชูไม้เท้าขึ้น วงแหวนเวทสีทองปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเขา“พันธะแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์!” ลำแสงพุ่งออกจากปลายนิ้วของเขา ราวกับโซ่เรืองแสงที่พันธนาการแขนของอสูรกายเอาไว้ แต่มันกลับคำรามและฉีกโซ่นั้นขาดสะบั้นในพริบตา พลังมืดที่แผ่ออกจากร่างของมันพุ่งเข้าใส่เขาจนกระเด็นถอยหลัง
“อย่าปล่อยให้มันได้เปรียบ!”ฟินน์พุ่งทะยานผ่านอากาศ ขวานคู่วาววับในมือของเขาพุ่งปะทะเข้ากับเกราะหนาของสัตว์อสูร สร้างประกายไฟกระจายไปทั่ว แต่คมขวานของเขาแทบไม่ระคายเคืองเกล็ดแข็งของมันเลย
“ข้าจัดการเอง!” เฟย์ ใช้ธนูที่มีลูกศรเปลวเพลิงแห่งอัสนี ทันใดนั้น “พายุเพลิงพิโรธ!” เขานางกระแทกฝ่ามือเข้ากับพื้นยิงลูกศรลงพื้น ลำแสงเพลิงสีแดงส้มพวยพุ่งขึ้นจากใต้พื้นดิน แปรเปลี่ยนเป็เสาเพลิงที่กลืนร่างของอสูร แต่มันกลับคำรามก้องะเื ก่อนจะสะบัดปีกของมัน พายุแห่งเงามืดปะทะเข้ากับเปลวเพลิง ทำให้พลังของสัตว์อสูรมอดดับไปในพริบตา
“เราต้องโจมตีพร้อมกัน!” ลูคัสะโพลางฟาดดาบแห่งแสงเข้ากับพื้น ดาบของเขาส่องประกายสีน้ำเงินราวกับพลังจากดวงดารา พร้อมกับแรงกระแทกที่ซัดไปทั่วสมรภูมิ
เหล่าผู้พิทักษ์รวมพลังกันอีกครั้ง เซเรียสร้างเวทศักดิ์สิทธิ์ เรฟพุ่งเข้าไปจู่โจมจุดอ่อน เอเธนปล่อยพลังเพลิงในจังหวะที่สมบูรณ์แบบ และลูคัสพุ่งตัวเข้าฟาดดาบใส่กลางร่างของสัตว์อสูร
แสงเจิดจ้าปะทะกับความมืด เสียงะเิกึกก้องสะท้อนทั่วท้องฟ้า แรงะเิมหาศาลทำให้ร่างของสัตว์อสูรสั่นะเื และในที่สุด เสียงคำรามของมันก็แปรเปลี่ยนเป็เสียงกรีดร้องแห่งความพ่ายแพ้ ร่างของมันค่อย ๆ สลายไป กลายเป็หมอกดำที่ถูกสายลมพัดพาหายไป เหล่าผู้พิทักษ์ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางซากสนามรบ หอบหายใจหนักหน่วง
ท้องฟ้ากลับคืนสู่ความสงบ ทว่าพวกเขารู้ดีว่า นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของาที่แท้จริง แต่านี้ยังไม่จบ ยังเหลือเหล่าทหารเกราะดำและผู้นำของพวกเขา เฒ่าจันทราลอยลงสู่พื้นดิน ยืนนำหน้าทหารเการะดำ
"ข้าเพียงแค่เลือกเส้นทางที่ถูกต้องเท่านั้น พวกเ้าไม่เห็นหรือ? ความมืดคือพลังที่แท้จริง แสงสว่างมีเพียงแต่จะล่อลวงให้เราตาบอดจากความจริง" เฒ่าจันทราเอ่ย
"ท่านใช้เวทมนตร์ต้องห้าม...ท่านปล่อยให้มันกลืนกินจิตใจ ท่านรู้หรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่?" ลูคัสกล่าวพลางกำดาบในมือแน่น
เฒ่าจันทราหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยกมือขึ้น และทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็สั่นะเื เงาดำพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา ก่อตัวเป็อาวุธคมกริบที่พุ่งเข้าใส่เหล่าผู้กล้า
การต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง คมดาบปะทะกับเงามืด เสียงกรีดร้องของอากาศดังสะท้อนไปทั่วป่า อาเธนใช้เวทมนตร์แห่งแสงพยายามต้านพลังของเฒ่าจันทรา แต่เงามืดกลับดูดกลืนมันจนสิ้น ลูคัสกระโจนเข้าใส่ หวังจะปลุกสติของผู้เฒ่าจันทรากลับมา แต่สายตาของผู้เฒ่าจันทรากลับเต็มไปด้วยความเ็าไร้ความรู้สึก
"ข้าไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว ลูคัส" ผู้เฒ่าจันทรากระซิบ ก่อนจะใช้เงามืดสร้างหอกสีดำพุ่งตรงเข้าใส่หัวใจของหัวหน้าผู้พิทักษ์
การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การต่อสู้ทางกายภาพ แต่มันเป็การต่อสู้ระหว่างความเชื่อใจและการทรยศ ระหว่างอดีตและปัจจุบันและในท้ายที่สุด... เืของใครบางคนจะต้องหลั่งริน เพื่อจบเื่ราวของเงามืดที่ทรยศต่อมิตรภาพนี้ลง