“น้องเกล คือน้องสาวแท้ของเกล้า ที่เกิดจากพ่อแม่เดียวกัน” กันต์อธิบายออกมา
“หมายความว่ายังไง? ” เกล้าถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัยและไม่เชื่อ
กันต์จึงเริ่มอธิบายด้วยความใจเย็น “หนึ่งเดือน ก่อนที่พ่อของเกล้าจะจากไป แม่ของเกล้าพบว่าตัวเองตั้งครรภ์ นั่นก็คือน้องเกล”
กล้ายังคงมองกันต์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและไม่อยากจะเชื่อ เพราะเื่ที่เขาได้ยินมันเกินกว่าที่เขาจะรับได้ อยู่เขาก็มีน้องสาวแท้ขึ้นมา จากที่เป็ลูกคนเดียวมาตลอด ใครกันจะตั้งตัวทัน
“คุณ้าจะโกหกอะไรผมอีก!” เกล้าตะคอกออกมา
“เื่นี้อาไม่ได้โกหกเกล้า เื่นี้เป็ความจริง และการที่อาต้องแต่งงานกับแม่ของเกล้า เื่นี้ก็เป็เหตุผลหนึ่ง” กันต์อธิบายเสียงหนักแน่น
เกล้าหันหน้าหนี ยังรับไม่ได้กับความจริงที่เพิ่งรู้
“เกล้า อาเข้าใจว่าเกล้ารู้สึกยังไง? แต่นี่คือความจริง” กันต์พยายามปลอบ แต่ก็รู้ดีว่าคำพูดใด ๆ ในตอนนี้คงไม่สามารถเยียวยาความเ็ปของเกล้าที่ผ่านมาได้
“คุณไม่มีทางเข้าใจหรอก” เกล้าตอบเสียงสั่น “นี่มันเื่อะไรกัน”
“เกล้า อาและณรินไม่ได้้าปิดบังเรา แต่เพราะวันนั้นเกล้าไม่ฟังอะไรเลย และหนี้ออกจากบ้านไป”
เกล้าหันมามองกันต์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเ็ป ก่อนจะก้มหน้าปล่อยโฮออกมา
กันต์ค่อย ๆ เข้ามาใกล้ร่างบาง แล้วดึงเกล้าเข้ามากอด “อาไม่ได้อยากโกหกเกล้า เป็เพราะอาเองที่ลำดับเื่ราวการพูดไม่ดีเอง ถึงทำให้เกล้าเ็ปแบบนี้”
เกล้าสะอื้น “ฮือ ฮึก ฮือ”
เกล้ายกมือเช็ดน้ำตาแล้วมองหน้ากันต์ “เื่นี้เป็อาที่ผิดเอง ในเวลานั้นเกล้าอายุยังน้อย แต่อากลับพูดออกไปแบบนั้น ทั้งที่รู้ว่าเกล้าคิดอย่างไรกับอา แต่กลับพูดว่าตัวเองจะแต่งงานกับแม่เกล้า อากลับมาคิดดูแล้ว หากเป็อาได้ยินประโยคนั้นก็คงรู้สึกไม่ต่างกับเกล้า และคงจะไม่ฟังเหตุผลอะไรเลย”
"แล้วทำไมถึงปล่อยให้ผมเข้าใจผิดมาตั้ง 5 ปี" เกล้าถามด้วยเสียงอู้อี้
กันต์ยิ้มอ่อนโยน "การที่อาปล่อยเวลาให้ผ่านไปนานแบบนี้ เป็เพราะ้าให้เกล้าออกห่างจากอันตราย และณรินบอกว่าอยากให้เกล้าเรียนรู้การใช้ชีวิตของตัวเอง”
"อันตรายอะไร" เกล้าถามด้วยความสงสัย
กันต์สบตากับเกล้าแล้วพูดออกมาว่า "เป็การแย่งชิงตลาดการค้ากัน อาและพ่อของเกล้าธุรกิจกำลังไปด้วยดี แต่ดันเกิดเื่ขึ้น"
“คุณจะบอกว่าการตายของพ่อผม ไม่ใช่อุบัติเหตุใช่ไหม?"
กันต์มองตาเกล้าแล้วใช้มือลูบผมเบา ๆ "เื่นี้มันจบไปแล้ว อาจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ปล่อยให้เื่นี้ผ่านไปเถอะ"
"หากผมอยากรู้เื่นี้ล่ะ? "
"บางเื่เกล้าไม่รู้จะดีกว่า เชื่ออาใช้ชีวิตตอนนี้และต่อไปให้มีความสุขก็พอ"
"แต่นั้นพ่อของผมนะ"
"นี่เป็หนึ่งในคำขอสุดท้ายของพ่อเกล้าก่อนที่เขาจะสิ้นใจ คือไม่้าให้เกล้าเขามายุ่งเกี่ยวกับอันตรายนี้ ดังนั้นให้เื่มันจบลงแต่นี้เถอะ อาขอยืนยันกับเกล้าตรงนี้เลยว่า อาได้ทวงความเป็ธรรมให้พ่อของเกล้าแล้ว"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้เกล้าจึงสงบลง เกล้าหลับตา พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่ได้ยิน
ก่อนจะเกล้าพยักหน้าอย่างเหม่อลอย แล้วถามขึ้น “แล้วแม่ของผมอยู่ที่ไหน? ”
“ตอนนี้แม่ของเกล้าป่วยอยู่โรงพยาบาล อาถึงได้พาน้องเกลมาอยู่ที่นี่ด้วย”
เกล้าหันมองกันต์ด้วยความกังวล “แม่ผมเป็อะไร? ”
“ณรินไม่ได้เป็อะไรมากหรอก เธอทำงานหนักก็เลยป่วย พรุ่งคงได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว” กันต์ตอบ
“ผมอยากไปหาแม่ตอนนี้เลย” เกล้าพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ได้อาจะพาไป” กันต์พยักหน้า “ณรินคงดีใจมากที่เกล้าไปเยี่ยม”
“แล้วน้องเกลล่ะ? ต้องปลุกไหม? ” เกล้าถามด้วยความห่วงใยน้องสาว
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวอาจะให้ผ้าแพรมาที่นี่อยู่เป็เพื่อนน้องเกล” กันต์ตอบ”
“พี่ผ้าแพร? ”
“ใช่ ผ้าแพรและน้องเกลสนิทกันมาก ก่อนที่เกล้าจะมาทำงาน น้องเกลจะมาหาอาทุกเดือน และชอบเล่นกับผ้าแพรมาก”
เกล้าพยักหน้าเข้าใจ หลังจากนั้นกันต์ก็โทรหาผ้าแพรใช้เวลาไม่ถึง 15 นาที ผ้าแพรก็มาถึงด้วยชุดนอนยาว
“มาแล้วเหรอ ผมฝากน้องเกลด้วยนะ”
“ค่ะ คุณกันต์” ผ้าแพรตอบกลับ ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องของน้องเกลด้วยความคุ้นเคย
“ปะ เราไปกันเถอะ” กันต์กล่าวพร้อมกับเดินจับมือเกล้าไปที่รถ
หลังทั้งสองคนใช้เวลาเดินทางมาโรงพยาบาลเพียง 30 นาทีเท่านั้น เนื่องจากตอนนี้ 3 ทุ่มกว่าแล้วรถไม่ติดมาก
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล กันต์จอดรถและพากล้าเดินเข้าไปในตัวอาคาร พวกเขาเดินไปที่ชั้นที่ห้องของณรินอยู่
ตลอดเวลาที่เดินทางมา เกล้ามีสีหน้ากังวลและไม่สู้ดีนัก
“ณรินอยู่ที่ห้องนี้” กันต์บอกเกล้าพร้อมกับเปิดประตูห้องเข้าไป
เกล้ายืนอยู่หน้าประตู สักพักก่อนจะก้าวเข้าไป
เมื่อเปิดเข้าไปในห้องที่มืดสลัวก็เห็นหญิงวัยกลางคนนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าของเธอดูเหนื่อยล้า
ณรินลืมตาขึ้นมารู้สึกว่ามีคนเข้ามา เดิมทีเธอคิดว่าอาจะเป็พยาบาลที่จะเข้ามาวัดไข้
แต่เมื่อเธอเห็นเกล้า แววตาของเธอก็เบิกกว้าง “เกล้า..นั่นเกล้าใช่ไหมลูก? ”
ณรินพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ จากนั้นน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาเป็ทาง
“แม่...” เกล้าพูดเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้เตียง
ณรินยื่นมือที่อ่อนล้าของเธอออกมาจับมือของเกล้าเอาไว้ ความอบอุ่นที่คุ้นเคยแผ่ซ่านผ่านปลายนิ้วของเกล้า ทำให้น้ำตาที่พึ่งแห้งไปกลับมาไหลอีกครั้ง
"เกล้าลูกแม่ แม่คิดถึงเกล้ามากนะลูก หนูเป็ยังไงบ้าง? สบายดีไหม ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เราได้เจอกันสักที" ณรินพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า น้ำตาไหลอาบแก้ม
“ผมสบายดีครับ แล้วแม่เป็ยังไงบ้าง? ” เกล้าถลาเข้ากอดแม่และถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ณรินยิ้มพลางลูบหัวลูกชาย "แม่ไม่เป็ไรครับ แค่เป็ไข้เอง พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว เกล้ากลับมาอยู่กับแม่นะลูก อย่าจากแม่ไหนอีกเลย เกล้ามีเื่ไหนไม่เข้าใจ แม่จะบอกลูกทุกอย่าง ขอแค่ลูกกลับมาอยู่กับแม่"
เกล้าร้องไห้โฮออกมาอีกครั้ง เขาอยากกอดแม่และอยากกลับไปหาแม่ทุกวันหลังจากที่ออกมาจากบ้านวันนั้น "ฮือครับ เกล้าจะกลับมาอยู่กับแม่"
ณรินพยักหน้าเบา ๆ ริมฝีปากของเธอขยับขึ้นเป็รอยยิ้มกว้าง "แค่เกล้ากลับมาอยู่กับแม่ ไม่ว่าเกล้า้าให้แม่ทำอะไร แม่ยอมทั้งนั้น"
“ฮือ แม่ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เกล้าอยากให้แม่ดูแลตัวเองให้ดีก็พอแล้วอยู่กับเกล้ากับน้องไปนาน ๆ ”
“ครับลูก แม่จะทำตามทุกอย่างที่เกล้าบอก”
ทั้งสองกอดกันกลม ทั้งสองต่างพรั่งพรูสิ่งที่เก็บไว้มานานออกมา ความรักและความคิดถึงต่างห้อมล้อมอยู่รอบตัวพวกเขา
“เกล้าลูกแม่ แม่รักเกล้ามากๆ นะครับ” ณรินพูดเสียงแ่เบา แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
“ผมขอโทษครับแม่ ที่ผมใจร้อนและไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรเลย” เกล้าพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิด
“มันไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้น หากจะหาคนผิดทุกคนก็ผิดหมด ดังนั้นในเมื่อเื่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะลูก” ณรินตอบ
“เพราะเรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงเรียนรู้จากเื่ราวที่เกิดขึ้น"
"ครับแม่"
"พึ่งบอกรักไปแท้ อีกวันต้องพบว่าคนๆ นั้นจะแต่งงานกับแม่ตัวเอง จะมีสักกี่คนกันที่จะรับเื่นี้ได้” ณรินพูดแซวลูกชายขึ้น เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ
“แม่รู้? ” เกล้าเบิกตากว้าง และถามขึ้นด้วยความใ
"ฮ่าฮ่า แน่นอนว่าเป็รู้" ณรินหัวเราะท่าทางใของลูกชาย
.....