บทที่6 ตอนที่34 : การดวลกันของสองผู้ครอบครองสุดยอดพลัง! ไทรซ์ ปะทะ จิมมี่
“ทีเดียวให้มันจบไปเลยก็แล้วกัน ฉันขี้เกียจเสียเวลา..” จิมมี่ปลดกระดุมเสื้อสีขาวบางของเขาออกทุกเม็ดก่อนจะสูดลมหายใจเข้าไปอย่างมหาศาล จนทำให้ทุกสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าถูกดูดเข้าไปหาตัวของดิไอรอนลังในทันที.. แรงดูดนั้นมันรุนแรงขนาดที่โพซิเออร์ถึงกับตัวลอยขึ้นเหนือพื้น จนไบซ์ต้องใช้แขนของเธอคว้าเอาไว้ก่อนจะใช้แขนอีกข้างล็อคกับต้นไม้ไว้อีกที โดบหลังจากสูบเอาลมเข้าปอดจนได้ที่แล้ว ชายชาวอาเจนไตน์ก็ได้เงยหน้าทำมุมสี่สิบห้าองศากับพื้นโลกก่อนจะพ่นลมนั้นออกมา และลมที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นควันบุหรี่นั้นก็เริ่มก่อตัวขึ้นจนเป็นพายุที่มีพลังหมุนอย่างเกรี้ยวกราดดุดัน ขนาดของมันใหญ่มหึมา ความสูงคับฟ้าจนสามารถบดบังแสงจากดวงอาทิตย์ในตอนเที่ยงวันได้อย่างหมดจด จนทำให้ความมืดและความอึมครึมเข้ามาปกคลุมพื้นที่บริเวณนั้นโดยฉับพลัน ฟู่ว!! ดิไอรอนลังเป่าลมเฮือกสุดท้ายของเขาออกมาเพื่อส่งเจ้าพายุยักษ์นั้นไปจัดการพวกที่อยู่ด้านหน้า!! วาตภัยขนาดย่อมมุ่งพุ่งตรงไปยังเป้าหมาย.. มันพร้อมทำลายทุกสิ่งอย่างไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหมใด ๆ ทั้งสิ้น! ส่วนทางฝั่งของดันทัวร์และพรรคพวกได้แต่นำแขนขึ้นมาป้องไว้ที่หน้ากันเศษไม้เศษฝุ่นต่าง ๆ กระเด็นเข้ามากระทบ เว้นเพียงแต่จิมมี่ที่ยืนมองดูสิ่งที่เขาที่เขาสร้างมันขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ มือของเขาควักเข้าไปยังกระเป๋ากางเกงเพื่อนหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ปากเตรียมจุดสูบอีกครั้งหลังจากพายุที่เขาสร้างขึ้นสงบลง แต่ในขณะนั้นเอง..ฟ่าม!!!!!!!!! พายุอันทรงพลานุภาพของเขาก็ปะทะเข้ากับพลังอะไรบางอย่างซึ่งมหาศาลพอ ๆ กัน! หลังจากการปะทะสิ้นสุดลง ก็ทำให้สภาพสิ่งแวดล้อมโดยรอบนั้นเปลี่ยนไปอย่างไม่น่าเชื่อ จากเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้สภาพแวดล้อมโดยรอบยังคงเป็นป่าไม้อันเขียวชอุ่ม แต่ในตอนนี้มันกลับกลายเป็นผืนดินสีน้ำตาลปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณอันเนื่องมาจากการต่อสู้กันของสองอภิมหาพลัง แรงค์เอแห่งองค์กรเดอะดาร์คอัลฟาเบตแทบจะไม่เชื่อสายตาตนเอง ว่าจะมีพลังอะไรสามารถต้านทานโคตรพายุของเขาได้.. ชายชาวละตินเผยอปากขึ้นมาเล็ก ๆ ด้วยความตะลึงจนทำให้บุหรี่ที่กำลังคาบร่วงตกลงบนพื้น และเมื่อฝุ่นที่ตลบอบอวลจางลง มันก็ทำให้เขาได้พบเข้ากับอะไรบางอย่างที่น่าตื่นตา เบื้องหน้าของไอ้ปอดเหล็กปรากฏเป็นร่างของไทรซ์ ฟาน เดอร์ อาร์มกำลังอยู่ในท่าออกหมัด แขนของเขาถูกครอบด้วยออกาเน็ม แต่คราวนี้มันดูจะแตกต่างออกไปจากครั้งก่อน สีของมันจากที่เคยดำสนิทกลับอ่อนลงกลายเป็นสีเทาเข้ม และมันก็ได้ครอบคลุมหลอมรวมเข้ากับแขนทั้งสองข้างของเขาซึ่งต่างจากในครั้งแรก ที่มันเคลือบไปยังแขนขวาเพียงแขนเดียว คนที่อยู่ในความดูแลของเดอะบอดี้การ์ดรอดและปลอดภัยทุกคน ทั้งหมดไม่ได้รับแม้แต่รอยขีดข่วนรวมถึงพื้นที่ตรงรอบ ๆ พวกเขายังคงเป็นสีเขียวชะอุ่มจากการปกป้องของไทรซ์ ฟาน เดอร์ อาร์ม “การปะทะกันเมื่อกี้ มันทำเอาพลังของพวกเราดูเหมือนของเล่นเด็กไปเลย พับผ่าสิ..” อานาพาสตะลึงตาค้างพลางเอ่ยออกมาเบา ๆ ก่อนที่จิมมี่จะหันไปตวาดใส่พวกแรงค์ซีถึงเอฟที่เคยโดนพลังออกาเน็มของไทรซ์เล่นงานมาก่อน “ที่แกเคยบอกมันไม่ถึงขนาดนี้นี่!” “ชะ.. ใช่แล้ว.. ครั้งนี้มันรุนแรงขึ้นมากจนสามารถปะทะกับพลังของนายได้ ฉันเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน” ชาชาเดียร์ตอบกลับเสียงระส่ำพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างหลังจับจ้องไปที่การปะทะกันของพลังทั้งสอง แต่ในขณะเดียวกันนั้น ก็เหมือนว่าแม่เสือสาวรัสเซียเกิดนึกอะไรขึ้นได้ “แต่หลังจากปล่อยหมัดนั้นออกไป มันก็คงจะไม่มีแม้แต่แรงที่ยืนทรงตัวยืนแล้วล่ะ รอขย้ำได้เลย!” เธอเปลี่ยนสีหน้ากลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง ก่อนจะพูดออกไป “ฉันจะไปจบเรื่องนี้เอง!” โอ๊บซึ่งเป็นคู่ประมือในตอนแรกของไทรซ์เอ่ยขึ้นด้วยความฮึกเหิม พลันกระโจนเข้าไปหาบอดี้การ์ดหนุ่มในทันทีราวกับฮายีน่าที่จ้องจะสังหารเหยื่อที่กำลังอ่อนแอ.. เขากระโดดง้างหมัดหวังปล่อยมันออกไปอย่างสุดแรงเกิด เปรี้ยง!!!.. แต่ยังไม่ทันที่โอ๊บจะถึงตัว.. ไทรซ์ก็ใช้กำปั้นซ้ายข้างที่ไม่ถนัดฮุคไปยังลำตัวชายผู้มีสายเลือดของออการ์เดี้ยน จนร่างของชายหนุ่มพุ่งเฉียงไปทางด้านข้างอย่างไกลด้วยความเร็วสูง ซึ่งดูแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการปัดแมลงหวี่แมลงวันที่น่ารำคาญออกไปให้พ้นทางยังไงอย่างนั้น พอหลังจากโดนหมัดนั้นเข้าไปทายาทตระกูลซี ทาวาสซ์ก็ถึงกับฟุบหมดสติลงไปในทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย “ฉันกับเจ้านี่น่ะ.. มันไม่เหมือนกับเมื่อวานที่พวกแกเจออีกต่อไปแล้ว” ชายชาวดัตช์ลดกำปั้นลงและกลับมายืนในท่าปกติพลางมองไปที่ออกาเน็มคู่กาย “ฉันมาฆ่าแกตามสัญญาแล้วไอโรคจิต!” เดอะบอดี้การ์ดประกาศกร้าวก่อนจะเหวี่ยงแขนออกไปด้านหน้าจนทำให้ร่างใหญ่ของเขาพุ่งตามแขนนั้นไปอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายก็คือท่านผู้นำแห่งองค์กรโฉด! ฟึ่บ!!.. และเพียงชั่วพริบตากำปั้นของเขาก็ได้เข้ามาจ่ออยู่ตรงหน้าของดันทัวร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว! ซึ่งนั่นก็สร้างความตกตะลึงให้ทุกคนเป็นอย่างมาก เพราะเจ้าออกกาเน็มที่ทุกคนต่างคิดว่ามีแต่กำลังไม่มีความเร็วชิ้นนี้ จะสามารถเพิ่มความเร็วให้กับผู้ใช้ได้ด้วย ในชั่วขณะนั้นเวลาเหมือนจะเดินช้าลงอย่างสุด ๆ .. มันเหลือระยะทางอีกเพียงแค่ไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้นที่หมัดของไทรซ์จะกระทบเข้ากับใบหน้าที่ซีดเซียวของดิเอ็มเพอร์เรอร์.. หมั่บ!.. แต่ก็ได้มีมือที่ถูกล้อมรอบไปด้วยพายุขนาดเล็กคว้าเข้าไปที่ข้อมือของชายชาวดัตช์ได้ทันอย่างฉิวเฉียด! “แกนี่มันมีอะไรให้เซอร์ไพรส์ได้เรื่อย ๆ จริง ๆ นะ” เสียงแหบแห้งของจิมมี่ดังขึ้นก่อนจะสะบัดมือของไทรซ์ที่ครอบด้วยออกาเน็มทิ้งไป “ถอยไปก่อน.. ตรงนี้ฉันจัดการเอง..” เสนาธิการแห่งองค์กรอักขระแห่งความมืดหันไปบอกแวมไพร์หนุ่ม ก่อนที่เขาจะพ่นลมที่เปี่ยมไปด้วยอินฟินิตี้ฟอร์สจำนวนมหาศาลออกมาครอบคลุมตัวของเขาเอาไว้ทั้งหมดราวกับใส่ชุดเกราะพายุ จนเมื่อพลังเริ่มได้ที่.. ดิไอรอนลังก็พุ่งเข้าใส่ไทรซ์ด้วยความเร็วสูงในทันที ราวกับเขาเป็นหนึ่งเดียวกับสายลมพร้อมมง้างหมัดโดยเล็งไปที่ใบหน้าของชายร่างยักษ์! ซึ่งความเร็วในระดับนั้นมันคือความเร็วที่ไทรซ์ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต และขณะที่เขากำลังตะลึงอยู่นั่นเอง.. ปั้ง!! เดอะบอดี้การ์ดกลับยกแขนของเขาขึ้นมาบล็อคการโจมตีได้อย่างทันท่วงทีทั้ง ๆ ที่เขายังไม่รู้ตัวเองเลยด้วยซ้ำ แต่นั่นก็เป็นเพราะแขนที่ครอบไว้ด้วยออกาเน็มของเขานั่นเองที่มันตอบสนองได้เองราวกับว่ามีชีวิต “ก็แค่ฟลุ๊คเท่านั้นแหละ!” จิมมี่ลองซัดท่อนขาที่อัดแน่นไปด้วยพลังพายุอีกครั้งหวังเจาะเข้าที่ชายโครง ปั้ง!! เสียงเดิม.. รูปแบบเดิม ๆ .. แขนของไทรซ์เคลื่อนไหวโดยอัตโนมัติเพื่อไปป้องกันซี่โครงของเขาได้อย่างหวุดหวิด ซึ่งมันทำเอาเสนาธิการแห่งองค์กรเดอะดาร์คอัลฟาเบตเดือดดาลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขามองจ้องไปยังใบหน้าอันว่างเปล่าของคู่ต่อสู้ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยความโมโห “หน้าตาไม่สนโลกอย่างนั้นมันคืออะไรกัน จะดูถูกกันมากเกินไปแล้ว!!” และหลังจากที่พูดจบ จิมมี่ก็ได้รัวหมัดที่ล้อมรอบไปด้วยพลังพายุของเขา สลับกับเตะตัดช่วงล่างอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง! แต่กระนั้นก็ไม่มีการโจมตีครั้งใดเลยที่ผ่านการป้องกันจากแขนของไทรซ์ไปได้ ใบหน้าของชายชาวดัตช์ยังคงว่างเปล่าในขณะที่แขนของเขายังคงเคลื่อนไหวอย่างอัตโนมัติ “นี่นายทำได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ?..” เขาเอ่ยออกมาเบา ๆ พลางมองไปที่แขนของตนเอง ด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อในพลังของออกาเน็ม ซึ่งในห้วงที่เขาคิดเช่นนั้นเอง ก็เหมือนกับทำให้การป้องกันตัวโดยอัตโนมัติหยุดชะงักไปชั่วขณะ เปรี้ยงง!!! ในที่สุดการโจมตีของเดอะไอรอนลังก็ไดด้ผล! ไทรซ์ลอยหมุนเคว้งไปในอากาศทันทีหลังจากโดนลำแข้งของจิมมี่หวดเข้าไปที่หน้าท้อง ซึ่งก็ยังโชคดีอยู่บ้างที่แขนของเขานั้นมาปกป้องไว้ทัน แต่มันก็ไม่สามารถรับความรุนแรงไว้ได้หมดเนื่องจากความลังเลที่ไทรซ์มีต่อออกาเน็มนั่นเอง.. “อั่ก..” ชายร่างยักษ์สำลักออกมาด้วยความจุกก่อนที่จะพยุงตัวขึ้นอีกครั้งอย่างทุลักทุเล “ฮึ.. ถ้าไม่มีแขนนั่นกันไว้เมื่อกี้ ตัวแกขาดเป็นวิ่น ๆ ไปแล้ว เพราะแกน่ะมันมีแค่แขนที่แข็งแรง ส่วนส่วนอื่นของแกมันก็แค่คนธรรมดา!” ดิไอรอนลังพูดพลางเป่าลมออกมาเพื่อทำให้พายุที่กำลังล้อมรอบตัวเขามีพลังเพิ่มขึ้นไปอีก อีกทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าร่างกายของเขานั้นแกร่งทั่วแผ่นด้วย แต่เหมือนบอดี้การ์ดหนุ่มดูท่าจะไม่ได้สนใจคำพูดของชายผู้อยู่เบื้องหน้าของเขาเลยแม้แต่น้อย “ขอโทษทีนะ.. ฉันจะไม่กังขาในพลังของนายอีกแล้ว เรามาสู้ไปด้วยกันเถอะ” เขาบ่นพึมพำขึ้นกับตัวเอง ก่อนที่ไทรซ์จะใช้ท่าทางเดิมโดยที่พุ่งตามกำปั้นที่ลอยไปข้างหน้าเพื่อโถมเข้าจู่โจมจิมมี่! ปั้งง!!!.. หวืด.. หวืด.. หมัดของไทรซ์ซัดไปตรงข้อมือของเป้าหมายที่กำลังยกขึ้นมาปกป้องใบหน้า ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ความมหาศาลของพลังทั้งสองปะทะกันเข้าอย่างจัง แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าไทรซ์ที่เติมความมั่นใจมาเต็มที่จะเป็นฝ่ายเหนือกว่า ความรุนแรงของหมัดนั้นทำให้พายุที่ล้อมรอบมือของจิมมี่แตกกระจายออกจนไม่มีชิ้นดี จนทำให้ร่างที่เต็มไปด้วยรอยสักเสียหลักกระเด็นถอยหลังไปอย่างหมดรูป “แก!..” การที่ชายผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มโดนลูบคมต่อหน้าสมาชิกองค์กรอย่างนี้ก็ไม่แปลกที่จะทำให้เขาเดือดดาลมากยิ่งขึ้นไปอีก จิมมี่พุ่งกลับเข้าไปใส่ไทรซ์ด้วยความเร็วดั่งพายุโหมอีกครั้ง! แต่ในครั้งนี้เดอะบอดี้การ์ดเองก็ไม่ได้เกรงกลัวแต่อย่างใด เขาได้พุ่งสวนเข้าไปตรง ๆ ด้วยความคิดที่ว่าอยากวัดกันให้รู้ไปเลยว่าใครมันจะแข็งแกร่งกว่า!ตู้ม ม ม ม ม ม ! ! ! ! ! ! โคตรมหึมาแห่งพลังของทั้งคู่ปะทะกันตรงกลางสมรภูมิเดือด! การชนกันครั้งนี้ทำให้พื้นที่ทุกคนกำลังยืนสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหวขนาดยักษ์ ฝุ่นดินตลบอบอวลฟุ้งกระจายไปทั่วอาณาบริเวณ ผู้ที่เฝ้าชมต่างตะลึงไปตาม ๆ กันไม่เว้นแม้แต่มิทาจิที่ผ่านประสบการณ์การต่อสู้มามากมายแต่ครั้งดูเหมือนจะเป็นการปะทะกันที่ดุเดือดที่สุดเท่าที่นินจาสาวเคยเห็นมา แม้กระทั่งดันทัวร์เองก็ไม่วายเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงไปด้วย.. และเมื่อสิ้นสุดควันและฝุ่นดินที่ขมุกขมัว ภาพที่ทั้งสองฝั่งเห็นคือชายทั้งสองคนที่มีพลังอินฟินิตี้ฟอร์สเอ่อล้นออกมาจนสัมผัสได้กำลังซัดกันนัวอย่างดุเดือดเลือดพล่านในแบบที่ไม่มีใครยอมใคร! “อะไรกัน.. เมื่อวานแค่ออกหมัดไปทีเดียวก็เต็มกลืนแล้วแท้ ๆ ” ไบซ์ที่กำลังตะลึงกับสิ่งที่เห็นเอ่ยขึ้น ก่อนที่มิทาจิหันไปเพื่อคลายความสงสัย “คงจะเป็นตำราออแกเนียนนั่นแหละค่ะ.. ไทรซ์ซังน่าจะเจอเคล็ดลับอะไรบางอย่างเข้าน่ะ” เธอพูดก่อนจะหันกลับไปจ้องการต่อสู้ที่กำลังสูสี “นั่นมัน.. การต่อสู้ของปิศาจหรือยังไงกัน.. แล้วเราพอจะทำอะไรได้บ้างไหมเนี่ย?” ทางฝั่งของฟาคาราดีนที่กำลังดูการต่อสู้ตาเป็นมันเอ่ยตัดพ้อ “ไม่ได้หรอกค่ะ ฟาคาราดีนซังเองก็น่าจะสัมผัสได้ พลังที่พวกเขากำลังปะทะกัน ถ้าเราโดนเพียงแค่เศษเสี้ยวเดียวก็ถึงกับตายได้เลยล่ะค่ะ ทางฝั่งพวกนั้นเองก็น่าจะรู้เหมือนกัน” เดอะชูริเคนอธิบายต่อ หลังจากนั้นการต่อสู้ยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด โดยที่ไม่มีใครกล้าสอดมือเข้าไปยุ่งเลยแม้แต่น้อย จนเวลาผ่านไปได้ครู่ใหญ่ ๆ “จวนแล้วเหรอ? ขอต่ออีกนิดไม่ได้หรือไง?..” ไทรซ์บ่นพึมพำขึ้นกับตัวเองในขณะที่กำลังออกหมัดต่อสู้กับจิมมี่ ซึ่งนั่นก็ทำให้แรงค์เอแห่งองค์กรเดอะดาร์คอัลฟาเบตข้องใจเป็นอย่างมาก “อะไรของแก!? พูดคนเดียวมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว!” เดอะไอรอนลังตะคอกเข้าใส่หน้าชายหนุ่ม ซึ่งก็เช่นเคย เดอะบอดี้การ์ดไม่ได้สนใจอะไรจิมมี่เลยแม้แต่น้อย เขายังต่อบทสนทนาอยู่คนเดียวต่อไปเหมือนเป็นคนบ้า “งั้นขอหมัดสุดท้ายชี้ชะตาไปเลยแล้วกัน เดิมพันด้วยอะไรน่ะเหรอ? ฉันจะไม่รบกวนนายอีกเลยเป็นยังไง? ตกลงตามนี้นะ..” ร่างกายของเขาดูเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก ก่อนที่หมัดขวาจะถูกง้างขึ้นสุดระยะ.. ออกาเน็มที่ครอบแขนทั้งสองข้างของเขาอยู่กลับค่อย ๆ สลายหายไป เริ่มจากปลายนิ้วมือของแขนซ้ายไล่ไปเรื่อย ๆ จนสุดต้นแขน จากนั้นก็ข้ามฝั่งมายังแขนขวาเริ่มตั้งแต่โคนแขนลามไปจนถึงนิ้วทั้งห้า มันคืนกลับสู่รูปร่างเริ่มต้นซึ่งก็คือสนับมือที่มีพลังทั้งหมดถูกอัดแน่นอยู่ภายในนั้น อินฟินิตี้ฟอร์สที่เข้มข้นทำให้เกิดออร่าสีเทาขึ้นล้อมรอบกำปั้น.. และในที่สุด.. เขาซัดหมัดที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามีไปที่จิมมี่! โดยทางฝั่งชายผู้เป็นเบอร์หนึ่งขององค์กรก็ได้ตั้งการ์ดขึ้นมาป้องกันอย่างแน่นหนา แต่ทว่า.. มันก็ไม่สามารถปกป้องเขาจากหมัดแห่งมัจจุราชนี้ไปได้ กำปั้นที่ถูกหุ้มด้วยสนับมือทะลวงเข้าไปถึงพายุที่เป็นเหมือนเฮดการ์ดซึ่งเป็นปราการขั้นสุดท้ายที่กำลังครอบศีษะของเดะไอรอนลังอยู่ สีของเจ้าออกาเน็มที่ตอนนี้เป็นสีเทาเข้ม ถูกกลืนกินด้วยความดำมืดอีกครั้ง ก่อนที่มันจะสามารถเจาะทะลุเกราะป้องกันขั้นสุดท้ายเข้าไปได้ในที่สุด! เปรี้ยง ! ! ! ! ! !ตัวอักษรที่เป็นชื่อตระกูล ฟาน เดอร์ อาร์ม อันสลักไว้ตรงผิวบนของสนับมือกระทบเข้าที่ใบหน้าของจิมมี่อย่างจัง! จนทำให้ร่างที่เต็มไปด้วยรอยสักลอยปลิวกับไปด้วยความเร็วสูงก่อนจะไปร่วงกองตรงหน้าของเหล่าเดอะดาร์คอัลฟาเบต.. โดยหลังจากเหตุการณ์สุดช็อคจบลง พื้นที่ตรงนั้นก็เงียบสงัด.. มีเพียงแค่เสียงของสายลมหวิว ๆ พัดผ่านที่โล่งกว้างอันเนื่องมาจากการปะทะกันของสองขั้วมหาพลัง ไทรซ์ที่ดูคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นผู้ชนะในการต่อสู้ครั้งนี้กลับล้มทั้งยืนลงไปนอนกองกับพื้น ซึ่งอาการนั้นก็เป็นอาการแบบเดียวกันกับเมื่อวานไม่มีผิดเพี้ยน “ฉัน.. คือเดอะบอดี้การ์ด..” เขาเอ่ยเป็นประโยคสุดท้ายก่อนจะหมดสติลง ส่วนทางด้านของดันทัวร์เมื่อเห็นเช่นนั้นเขาก็ได้ทำการตัดสินใจขึ้นอย่างรวดเร็ว “ใช้พลังของแกรักษาจิมมี่เดี๋ยวนี้” ดันทัวร์ เทเปส สั่งการไปที่เซนต์ปอนด์ในทันที นักบวชหนุ่มพยักหน้าหงึก ๆ ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการ เขาใช้โนซิเซปเตอร์ดูดซับความเจ็บปวดของดิไอรอนลังไปเรื่อย ๆ จนตัวเองก็ช็อคหมดสติตามไป.. แต่ร่างกายของผู้บาดเจ็บกลับไม่ได้ดูดีขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว ความรุนแรงของอาการนั้นมันมากเกินไป เขาทำได้เพียงยื้อชีวิตของจิมมี่เอาไว้เท่านั้น “งั้นก็ช่างมัน!! ฝั่งมันเองก็เสียกำลังรบหลักไปเหมือนกัน ยังไงตอนนี้เราก็ยังได้เปรียบ! จัดการมันซะ!!” เดอะเอ็มเพอร์เรอร์สั่งการอย่างเฉียบขาด.. และหลังจากที่ได้ยินดังนั้น ลูกน้องที่ภักดีของเขาก็ได้เริ่มดำเนินตามคำสั่งในทันที!..