มหาศึกสัตว์ซาตาน โกลาหลปฐพี

    ตอนที่ 37 ผู้ไร้คุณสมบัติ (ข้าไม่เห็นจะเข้าใจมันเลย)

    เสียงฝีเท้าเดินย่ำใบไม้แห้งก่อให้เกิดเสียงดัง  ซวบ! ซาบ!  หมาป่าสีเทาตัวใหญ่เดินขนาบข้างมาพร้อมกับเด็กชายอายุสิบห้าปีที่ตอนนี้ร่างกายท่อนบนของเขาเปลือยเปล่า บาดแผลของเขาดูท่าว่าจะทุเลาลงแล้ว เลือดคงจะหยุดไหลของมันเองแล้วกระมัง

     

    เจ้าหมาป่าสีเทาที่เคยฝังคมเขี้ยวใส่เขา บัดนี้มันเดินเคียงข้างกับเขาอย่างร่าเริงสนิทสนมราวกับรู้จักกันมานานหลายปี ขณะที่วารุตเองก็ดูจะภูมิออกภูมิใจที่มันเป็นอย่างนั้นเช่นเดียวกัน ทั้งคู่เดินเตร็ดเตร่ต่อไปอย่างไม่รีบร้อนเป้าหมายของพวกเขาคือเดินมุ่งหน้าไปยังทางออกของป่ามรกต

     

    แต่ทว่า! ทั้งวารุตและหมาป่าสีเทาของเขากลับต้องหยุดชะงัก เมื่อเดินมาเจอเข้ากับบุคคลที่คาดไม่ถึงว่าจะได้เจอกันอีกครั้ง เขายืนอยู่ใต้ต้นไม้เบื้องหน้า ราวกับว่ากำลังเฝ้ารอวารุตอยู่ก็มิปาน ชายร่างกายกำยำสวมผ้าคลุมสีดำทมิฬ โจงกระเบนเรียวยาวจรดตาตุ่มสีเขียวมรกต บุคคลเดียวกันที่วารุตพบเห็นเมื่อวันก่อน

     

    เจ้าของบทประโยคแปลกๆ ที่ปะเดประดังใส่วารุตในวันนั้น

     

    เพียงแวบเดียวที่วารุตสังเกตเห็นว่าชายคนนั้นมีสีหน้าฉงนสงสัย หลังจากนั้นเพียงชั่วพริบตามันก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่วารุตดูไม่ชอบใจปรากฏขึ้นมาแทน ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ไม่มีท่าทีจะหวั่นเกรงสัตว์ป่าร่างยักษ์ที่อยู่เบื้องหน้าของเขาเลยแม้แต่น้อย

     

    “มันช่างงดงามยิ่งนัก ช่างเป็นหมาป่าที่สวยงามซะจริงๆ เจ้าว่าอย่างงั้นหรือเปล่า” 

     

    ชายผ้าคลุมเอ่ย

     

    ขณะที่วารุตตัวแข็งทื่อ เหมือนตอนเจอกันก่อนหน้านี้ไม่มีผิดเพี้ยน

     

    “อะไรกัน อย่าทำให้ข้าเหมือนคนแปลกหน้าสิ เมื่อวานเราก็ได้เจอกันแล้วนี่นา”

     

    “ท่านต้องการอะไรขอรับ” 

     

    วารุตเอ่ยถามเข้าประเด็นไม่อ้อมค้อม 

     

    “หมาป่าตัวนี้อย่างนั้นหรือ”

     

    “ไม่! ข้าไม่ต้องการหมาป่าของเจ้าหรอกนะ สัตว์ซาตานมันจะเลือกอยู่กับบุคคลที่สามารถปกครองมันได้..คือ..ข้าแค่อยากจะบอกเจ้าว่า กว่าเจ้าจะเดินทางกลับไปยังเมืองที่เจ้าจากมา เจ้าจะถูกผู้คนมากมายเข้ามาแย่งชิงมัน ใช่ว่าเจ้าจะเดินเคียงคู่กับสัตว์ซาตานอย่างหน้าตาเฉยแบบนี้ได้หรอกนะ” 

     

    ชายผ้าคลุมร่ายยาว

     

    แต่วารุตยังคงยืนแน่นิ่งไม่โต้ตอบอะไร

     

    “ข้ามีข้อเสนอให้กับเจ้า” 

     

    ชายผ้าคลุมกล่าวต่อ

     

    “เพียงแค่เจ้าตอบคำถามต่อไปนี้ของข้า ถ้าหากคำตอบของเจ้านั้นทำให้ข้าคนนี้พอใจ ข้าจะขออาสาไปส่งเจ้าถึงเมืองที่เจ้าจากมาอย่างปลอดภัยเอง จะไม่มีใครหน้าไหนสามารถช่วงชิงหมาป่าตัวนี้ไปจากเจ้าได้ แต่ถ้าคำตอบของเจ้าทำให้ข้าคนนี้ไม่พอใจแล้วก็ ข้าจะฆ่าเจ้าซะ และนำมันไปมอบให้กับคนที่คู่ควรกว่า” 

     

    รอยยิ้มอันแสนเจ้าเล่ห์เปล่งประกาย

     

    ทว่าวารุตยังคงไม่แสดงอาการใดๆ แม้จะได้รับข้อเสนอที่ดูพิลึกกึกกือนี้ก็ตาม เหมือนว่าเขากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ในหัว แต่ก็ถูกชายผ้าคลุมพูดดักคอเอาไว้

     

    “ถ้าหากเจ้าเลือกที่จะใช้พละกำลัง นั้นคงเป็นทางเลือกที่ไม่เข้าท่าสักเท่าไหร่ ข้าคิดว่าเจ้าคงจะเดาออกนะพ่อหนุ่มน้อย” 

     

    ชายผ้าคลุมแสยะยิ้มกว้างขึ้น เขาคิดว่าเขารู้ทันอีกฝ่าย

     

    “เอาล่ะ มาเริ่มต้นจากคำถามแรกกันเลย” 

     

    ชายผ้าคลุมโพล่งขึ้น ทั้ง ๆ วารุตยังไม่ได้ตกปากรับคำใดๆ กับเขาเลย

     

    “เจ้ารู้จักสัตว์ซาตานได้อย่างไร” 

     

    คำถามแรกจากชายปริศนา

     

    วารุตอ้ำอึ้ง เขายังไม่ตอบคำถามของอีกฝ่ายในทันที 

     

    จนกระทั่งอีกฝ่ายทนรอไม่ไหวตวาดเสียงดังลั่น

     

    “ตอบสิ! ตอบสิ่งที่ใจเจ้านึก”

     

    “จา..จากหนังสือขอรับ” 

     

    วารุตตอบคำถามแรกอย่างตะกุกตะกัก เพราะเขาไม่รู้เลยว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ และอะไรจะเกิดขึ้นกับเขาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

     

    “เจ้ารู้จักแหล่งที่อยู่ของสัตว์ซาตานได้อย่างไร”

     

    “จา..จากหนังสือขอรับ”

     

    “เจ้ารู้จักวิธีกำราบสัตว์ซาตานได้อย่างไร”

     

    “จากหนังสือขอรับ”

     

    “สิ่งแรกที่เจ้าจะทำหลังจากครอบครองสัตว์ซาตานคืออะไร”

     

    วารุตฉุกคิดไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำถามนี้ เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย อ้ำอึ้งไม่รู้ว่าตนจะตอบว่าอะไร

     

    “ไม่รู้สิขอรับ” 

     

    ทันใดที่น้ำเสียงของวารุตสิ้นสุดลง ชายผ้าคลุมก็เอ่ยสวนขึ้นในทันที

     

    “หนึ่งคำตอบที่ข้าไม่ถูกใจ”

     

    “หลังจากครอบครองสัตว์ซาตานเป้าหมายต่อไปของเจ้าคืออะไร”

     

    “ไม่รู้สิขอรับ”

     

    “สองคำตอบที่ข้าไม่ถูกใจ”

     

    “ในฐานะผู้ถือสัตว์ซาตานความปรารถนาสูงสุดของเจ้าคืออะไร”

     

    “ไม่รู้สิขอรับ”

     

    “สามคำตอบที่ข้าไม่ถูกใจ”

     

    จู่ ๆ ชายผ้าคลุมก็ควักมีดสั้นออกมา 

     

    “หมายความว่ายังไงขอรับ” 

     

    วารุตผวา

     

    “เจ้าไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นผู้ถือครองสัตว์ซาตาน”

     

    “เพียงเพราะการตอบคำถามที่ข้าไม่เข้าใจความหมายอย่างนั้นหรือขอรับ” 

     

    วารุตสวนขึ้นในทันที

     

    “ก็อย่างที่ข้าบอกเจ้าไปเมื่อก่อนหน้านี้ที่เจอกันว่า สัตว์ซาตานเปรียบเสมือนขุมทรัพย์แห่งพลัง ใช่ว่าเจ้าจะพามันเดินเล่นเตร็ดเตร่ไปมา คอยหาอาหารป้อนมันเหมือนกับสัตว์เลี้ยงไร้ค่าหรอกนะเจ้าหนู เพราะฉะนั้นจงมอบหมาป่าตัวนี้ให้กับข้า แล้วข้าจะยอมปล่อยให้เจ้าเดินทางกลับบ้านไปแต่โดยดี”

     

    วารุตได้ยินเสียงคำรามในลำคอ เขาเหล่หางตาไปมองต้นเสียง เห็นเป็นเจ้าขวาน (หมาป่าสีเทา) มันกำลังแยกเขี้ยวชี้ไปยังทิศทางเบื้องหน้าแววตาก็จ้องเขม็งเพ่งไปที่ชายผ้าคลุมด้วยท่าทางดุร้ายก้าวร้าว

     

    “โอ้ สัมผัสจิตสังหารของข้าได้ด้วยอย่างงั้นหรือ สมกับเป็นสัตว์แห่งสรวงสวรรค์จริงๆ เห็นไหมเจ้าหนูมันไม่ใช่สิ่งที่คู่ควรสำหรับเด็กอย่างเจ้าเลย มันอาจจะทำให้อายุของเจ้าสั้นลงก็ได้”

     

    “ข้าไม่เข้าใจในสิ่งที่ท่านพูดมาเลย” 

     

    วารุตสวนคืน

     

    “ไม่ว่าจะเป็นคำถามก่อนหน้านี้ ข้าก็ไม่เห็นจะเข้าใจมันเลยสักนิด ท่านต้องการอะไรจากข้า ท่านอยากให้ข้าทำอะไรกันแน่ ความจริงแล้วสัตว์ซาตานมีไว้เพื่อประโยชน์อันใด ข้าไม่สนใจเรื่องพรรค์นั้น ข้าก็แค่อยากเลี้ยงดูพวกมันเหตุผลของข้าก็มีแค่นั้น” 

     

    วารุตระบายทุกอย่างที่เขาคิดออกมาจนหมดสิ้น

     

    “ถ้าหากว่าท่านจะช่วงชิงเจ้าขวานหรือหมาป่าตัวนี้ไปจากข้า ข้าเองก็เตรียมใจพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับท่าน”

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกสัตว์ซาตาน โกลาหลปฐพี ที่คุณอ่าน