เสียงฝีเท้าเดินย่ำใบไม้แห้งก่อให้เกิดเสียงดัง ซวบ! ซาบ! หมาป่าสีเทาตัวใหญ่เดินขนาบข้างมาพร้อมกับเด็กชายอายุสิบห้าปีที่ตอนนี้ร่างกายท่อนบนของเขาเปลือยเปล่า บาดแผลของเขาดูท่าว่าจะทุเลาลงแล้ว เลือดคงจะหยุดไหลของมันเองแล้วกระมัง
เจ้าหมาป่าสีเทาที่เคยฝังคมเขี้ยวใส่เขา บัดนี้มันเดินเคียงข้างกับเขาอย่างร่าเริงสนิทสนมราวกับรู้จักกันมานานหลายปี ขณะที่วารุตเองก็ดูจะภูมิออกภูมิใจที่มันเป็นอย่างนั้นเช่นเดียวกัน ทั้งคู่เดินเตร็ดเตร่ต่อไปอย่างไม่รีบร้อนเป้าหมายของพวกเขาคือเดินมุ่งหน้าไปยังทางออกของป่ามรกต
แต่ทว่า! ทั้งวารุตและหมาป่าสีเทาของเขากลับต้องหยุดชะงัก เมื่อเดินมาเจอเข้ากับบุคคลที่คาดไม่ถึงว่าจะได้เจอกันอีกครั้ง เขายืนอยู่ใต้ต้นไม้เบื้องหน้า ราวกับว่ากำลังเฝ้ารอวารุตอยู่ก็มิปาน ชายร่างกายกำยำสวมผ้าคลุมสีดำทมิฬ โจงกระเบนเรียวยาวจรดตาตุ่มสีเขียวมรกต บุคคลเดียวกันที่วารุตพบเห็นเมื่อวันก่อน
เจ้าของบทประโยคแปลกๆ ที่ปะเดประดังใส่วารุตในวันนั้น
เพียงแวบเดียวที่วารุตสังเกตเห็นว่าชายคนนั้นมีสีหน้าฉงนสงสัย หลังจากนั้นเพียงชั่วพริบตามันก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่วารุตดูไม่ชอบใจปรากฏขึ้นมาแทน ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ไม่มีท่าทีจะหวั่นเกรงสัตว์ป่าร่างยักษ์ที่อยู่เบื้องหน้าของเขาเลยแม้แต่น้อย
“มันช่างงดงามยิ่งนัก ช่างเป็นหมาป่าที่สวยงามซะจริงๆ เจ้าว่าอย่างงั้นหรือเปล่า”
ชายผ้าคลุมเอ่ย
ขณะที่วารุตตัวแข็งทื่อ เหมือนตอนเจอกันก่อนหน้านี้ไม่มีผิดเพี้ยน
“อะไรกัน อย่าทำให้ข้าเหมือนคนแปลกหน้าสิ เมื่อวานเราก็ได้เจอกันแล้วนี่นา”
“ท่านต้องการอะไรขอรับ”
วารุตเอ่ยถามเข้าประเด็นไม่อ้อมค้อม
“หมาป่าตัวนี้อย่างนั้นหรือ”
“ไม่! ข้าไม่ต้องการหมาป่าของเจ้าหรอกนะ สัตว์ซาตานมันจะเลือกอยู่กับบุคคลที่สามารถปกครองมันได้..คือ..ข้าแค่อยากจะบอกเจ้าว่า กว่าเจ้าจะเดินทางกลับไปยังเมืองที่เจ้าจากมา เจ้าจะถูกผู้คนมากมายเข้ามาแย่งชิงมัน ใช่ว่าเจ้าจะเดินเคียงคู่กับสัตว์ซาตานอย่างหน้าตาเฉยแบบนี้ได้หรอกนะ”
ชายผ้าคลุมร่ายยาว
แต่วารุตยังคงยืนแน่นิ่งไม่โต้ตอบอะไร
“ข้ามีข้อเสนอให้กับเจ้า”
ชายผ้าคลุมกล่าวต่อ
“เพียงแค่เจ้าตอบคำถามต่อไปนี้ของข้า ถ้าหากคำตอบของเจ้านั้นทำให้ข้าคนนี้พอใจ ข้าจะขออาสาไปส่งเจ้าถึงเมืองที่เจ้าจากมาอย่างปลอดภัยเอง จะไม่มีใครหน้าไหนสามารถช่วงชิงหมาป่าตัวนี้ไปจากเจ้าได้ แต่ถ้าคำตอบของเจ้าทำให้ข้าคนนี้ไม่พอใจแล้วก็ ข้าจะฆ่าเจ้าซะ และนำมันไปมอบให้กับคนที่คู่ควรกว่า”
รอยยิ้มอันแสนเจ้าเล่ห์เปล่งประกาย
ทว่าวารุตยังคงไม่แสดงอาการใดๆ แม้จะได้รับข้อเสนอที่ดูพิลึกกึกกือนี้ก็ตาม เหมือนว่าเขากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ในหัว แต่ก็ถูกชายผ้าคลุมพูดดักคอเอาไว้
“ถ้าหากเจ้าเลือกที่จะใช้พละกำลัง นั้นคงเป็นทางเลือกที่ไม่เข้าท่าสักเท่าไหร่ ข้าคิดว่าเจ้าคงจะเดาออกนะพ่อหนุ่มน้อย”
ชายผ้าคลุมแสยะยิ้มกว้างขึ้น เขาคิดว่าเขารู้ทันอีกฝ่าย
“เอาล่ะ มาเริ่มต้นจากคำถามแรกกันเลย”
ชายผ้าคลุมโพล่งขึ้น ทั้ง ๆ วารุตยังไม่ได้ตกปากรับคำใดๆ กับเขาเลย
“เจ้ารู้จักสัตว์ซาตานได้อย่างไร”
คำถามแรกจากชายปริศนา
วารุตอ้ำอึ้ง เขายังไม่ตอบคำถามของอีกฝ่ายในทันที
จนกระทั่งอีกฝ่ายทนรอไม่ไหวตวาดเสียงดังลั่น
“ตอบสิ! ตอบสิ่งที่ใจเจ้านึก”
“จา..จากหนังสือขอรับ”
วารุตตอบคำถามแรกอย่างตะกุกตะกัก เพราะเขาไม่รู้เลยว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ และอะไรจะเกิดขึ้นกับเขาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
“เจ้ารู้จักแหล่งที่อยู่ของสัตว์ซาตานได้อย่างไร”
“จา..จากหนังสือขอรับ”
“เจ้ารู้จักวิธีกำราบสัตว์ซาตานได้อย่างไร”
“จากหนังสือขอรับ”
“สิ่งแรกที่เจ้าจะทำหลังจากครอบครองสัตว์ซาตานคืออะไร”
วารุตฉุกคิดไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำถามนี้ เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย อ้ำอึ้งไม่รู้ว่าตนจะตอบว่าอะไร
“ไม่รู้สิขอรับ”
ทันใดที่น้ำเสียงของวารุตสิ้นสุดลง ชายผ้าคลุมก็เอ่ยสวนขึ้นในทันที
“หนึ่งคำตอบที่ข้าไม่ถูกใจ”
“หลังจากครอบครองสัตว์ซาตานเป้าหมายต่อไปของเจ้าคืออะไร”
“ไม่รู้สิขอรับ”
“สองคำตอบที่ข้าไม่ถูกใจ”
“ในฐานะผู้ถือสัตว์ซาตานความปรารถนาสูงสุดของเจ้าคืออะไร”
“ไม่รู้สิขอรับ”
“สามคำตอบที่ข้าไม่ถูกใจ”
จู่ ๆ ชายผ้าคลุมก็ควักมีดสั้นออกมา
“หมายความว่ายังไงขอรับ”
วารุตผวา
“เจ้าไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นผู้ถือครองสัตว์ซาตาน”
“เพียงเพราะการตอบคำถามที่ข้าไม่เข้าใจความหมายอย่างนั้นหรือขอรับ”
วารุตสวนขึ้นในทันที
“ก็อย่างที่ข้าบอกเจ้าไปเมื่อก่อนหน้านี้ที่เจอกันว่า สัตว์ซาตานเปรียบเสมือนขุมทรัพย์แห่งพลัง ใช่ว่าเจ้าจะพามันเดินเล่นเตร็ดเตร่ไปมา คอยหาอาหารป้อนมันเหมือนกับสัตว์เลี้ยงไร้ค่าหรอกนะเจ้าหนู เพราะฉะนั้นจงมอบหมาป่าตัวนี้ให้กับข้า แล้วข้าจะยอมปล่อยให้เจ้าเดินทางกลับบ้านไปแต่โดยดี”
วารุตได้ยินเสียงคำรามในลำคอ เขาเหล่หางตาไปมองต้นเสียง เห็นเป็นเจ้าขวาน (หมาป่าสีเทา) มันกำลังแยกเขี้ยวชี้ไปยังทิศทางเบื้องหน้าแววตาก็จ้องเขม็งเพ่งไปที่ชายผ้าคลุมด้วยท่าทางดุร้ายก้าวร้าว
“โอ้ สัมผัสจิตสังหารของข้าได้ด้วยอย่างงั้นหรือ สมกับเป็นสัตว์แห่งสรวงสวรรค์จริงๆ เห็นไหมเจ้าหนูมันไม่ใช่สิ่งที่คู่ควรสำหรับเด็กอย่างเจ้าเลย มันอาจจะทำให้อายุของเจ้าสั้นลงก็ได้”
“ข้าไม่เข้าใจในสิ่งที่ท่านพูดมาเลย”
วารุตสวนคืน
“ไม่ว่าจะเป็นคำถามก่อนหน้านี้ ข้าก็ไม่เห็นจะเข้าใจมันเลยสักนิด ท่านต้องการอะไรจากข้า ท่านอยากให้ข้าทำอะไรกันแน่ ความจริงแล้วสัตว์ซาตานมีไว้เพื่อประโยชน์อันใด ข้าไม่สนใจเรื่องพรรค์นั้น ข้าก็แค่อยากเลี้ยงดูพวกมันเหตุผลของข้าก็มีแค่นั้น”
วารุตระบายทุกอย่างที่เขาคิดออกมาจนหมดสิ้น
“ถ้าหากว่าท่านจะช่วงชิงเจ้าขวานหรือหมาป่าตัวนี้ไปจากข้า ข้าเองก็เตรียมใจพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับท่าน”