การทานอาหารมื้อนั้นนับว่า สนุกสนานออกรส ก็ทุกอย่างที่พูดกันล้วนเป็คำนินทาเ้านาย แต่ก็แค่ให้พอออกรส ไม่ได้นิทาเื่ร้ายอะไรส่วนมากจะเป็หยิกแกมหยอกนาริสาจึงถือว่าเป็เื่ดีอย่างน้อยก็ได้รู้จักนิสัยของคุณขาแต่ละคน
เสียงหัวเราะคิกคัก ของนาริสากับป้าย้อย ทำเอาคุณใหญ่ขาเดินลงมาพิงประตูห้องครัวกอดออกมองกิริยาของนาริสาแบบที่ทั้งสองคนไม่รู้ตัวบางครั้งก็เผลอยิ้มตามรอยยิ้มหวานๆ ของนาริสา
“คุณใหญ่ขานี่ทำงานอะไรป้าแต่งตัวเสียหล่อเชียว”
“ฉันเป็หมอ” ป้าย้อยกับนาริสาหันไปพร้อมกัน คุณใหญ่ขาหรือนายแพทย์ วีรภาพยืนกอดอกมองยิ้มๆ อยู่ตรงนั้นทั้งสองคนใจหายแว๊บมาั้แ่เมื่อไหร่ เลิกคิ้วมองทั้งสองคน
“มีอะไรจะถามอีกไหม บางทีป้าย้อยก็มักจะเล่าเกินจริง ทำเอาเด็กใหม่หนีกลับบ้านกันหมด ...คนนี้อยากให้อยู่นานๆ ... มีอะไรถามฉันได้นะ” ายตาแบบเดิมยังอยู๋นาริสาหลบตาพัลวันสิ่งที่ไวที่สุดคือความคิดหรือเขาจะรู้ว่าเราเป็ผู้หญิง มีออกเยอะไปนายกับคนใช้
“ไม่มีอะไรถามครับ” นาริสารีบออกตัว
“จะมาบอกเื่ตากลาง คือหากว่าตากลางจะโวยวายไปหน่อยขี้โมโหไปนิด หรือว่าชอบรังแกชอบแกล้งชอบวางอำนาจ ก็ให้ยอมๆ เขาหน่อยเดี๋ยวเขาเบื่อเขาก็เลิกเองแหละคนๆ นี้สนใจอะไรได้ไม่นานเดี๋ยวเบื่อก็เลิก ด้วยพื้นฐานนิสัยแล้วตากลางเป็คนดี แต่คุณแม่ตามใจกันมากไปหน่อยเลยนิสัยเสีย พออยู่ๆ ไป เขาก็จะดีขึ้นเองหากสนิทกับเขาจะรู้ว่าเขาไม่ได้เลวร้ายอะไร” แบบนี้ไม่หน่อยแล้วม้างมีแต่เื่เล่าของคุณกลางขาทั้งนั้นที่นั่งคุยกันอยู่นี่ แล้วยังคุณใหญ่ขามาคอนเฟริ์มนิสัย ที่แสนดีอีกจะรับมือไหวไหม นาริสาทำตาโต
“อ๋อลืม ฉันเป็จิตแพทย์ มีอะไรปรึกษาได้นะ” ยิ้มเก๋ไก๋ที่นาริสาคิดว่าจะไม่เคยได้เห็นที่ไหนอีก เพราะจะมีสักกี่คนกันที่หล่อะเิเทิดเทิง และยังมีสายตาอ่อนโยนยิ้มหวานปานน้ำผึ้งป่าแบบนี้อีก
คุณใหญ่ขาคล้อยหลังไปไม่นานเสียงแตรรถยนต์ดังลั่นไปทั่วบริเวณ
“ไป๊เร้ว ศรลักษ์ คุณกลางขาท่าจะมาก่อนเวลาแย่แล้ว” นาริสาวิ่ง อย่างเร็ว ไปยังประตูบ้านหลังใหญ่ที่นั่นรถเมอซีเดสเบนซืคันใหญ่จอดอยู่ในท่าเตรียมพร้อมเร่งเครื่องเหมือนจะชนรั่วให้ได้ แถมยังบีบแตรเสียงดังสนั่น นาริสามือสั่น กดรีโมตเปิดประตูรถคันใหญ่ พุ่งปรืดเข้ามาข้างในก่อนจะเบรกเสียงดังสนั่น ลงจากรถกระแทกประตูปิดเสียงดังสนั่นร่างสูงชลูด ใบหน้าหล่อเหลาราวกับดาราไต้หวันแต่ คมเข้มกว่า ใบหน้าเชิดหยิ่งแต่ดวงตากับหวานละมุนขนตายาวดำขลับเหมือนผู้หญิง เดินเข้ามาหานาริสาอย่างรวดเร็วแต่ช้ากว่าอีกคนที่มาขว้างไว้ คุณใหญ่ขานั่นเอง
“ตากลางทำไมกลับไววันนี้ไม่มีอีเว้นท์ที่ไหนหรือ กินข้าวมาหรือยังวันนี้แม่ย้อยทำของโปรดนายด้วย ไปกินข้าวกับพี่มะ ไม่ได้กินข้าวด้วยกันมาหลายวันแล้ว” อาการฉุนเฉียวที่บ่มเพาะมา เริ่มเหือดแห้งไป
“ก็ได้ครับพี่ใหญ่ แต่ว่าก่อนอื่น” มือใหญ่ตบไหล่เบาๆ
“น่า เอาไว้ก่อนพี่ว่าพี่มีเื่จะปรึกษาพอดี” ดึงตัว คุณกลางขาจากไป ป้าย้อยเดินเข้ามาโอบไหล่นาริสา
“เกือบไปป้างี้ใจหายแว๊บเลย ไป๊เอารถไปเก็บให้คุณกลางขาเขาก่อน ไม่อย่างนั้นมีน้ำโห อีกแน่ๆ” นาริสาขึ้นไปบนรถขับออกไปช้าๆ อย่างระมัดระวังเป็ที่สุดความน้อยใจแล่นจุกอก ขอบตาร้อนผะผ่าว
กลับมานั่ง ฟุบหน้ากับโต๊ะ ทำงาน หลอนไปเลยไม่กล้านอน บนเตียงกลัวว่าจะมีอะไรผิดพลาดอีกฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะจนหลับไป
ฤดูหนาวเมื่อคราวนั้น นาริสาอกหักยับเยิน อย่างไหนที่เรียกว่ายับเยินก็จะไม่ยับเยินได้อย่างไรในเมื่อกำลังไปได้สวยกับคนคนนั้น แต่อยู่ๆ เขาก้บอกกับนาริสาว่าเขาชอบ ...ใครอีกคน บทเน่าๆ นาริสาดีเกินไป ก็จะไม่ดีได้อย่างไรในเมื่อไม่เคยยอมให้เขาล่วงเกิน ก็กำลังเรียนอยู่มหาลัย นาริสาตั้งใจเรียนเป็อย่างมากเพื่อแม่และน้อง เขาชวนไปไหนไม่เคยไปปฏิเสธทุกครั้ง ความหม่นเศร้าจากข่าวบอกเลิกของเขาทั้งๆ ที่นาริสาไม่เคยมีคนอื่น และเขาเองก็ไม่เคยมีวี่แววว่าจะชอบใคร
สะดุ้งตื่น เมื่อมีใครมาสะกิดที่ด้านหลัง
“ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ ไปขับรถให้หน่อย” ร่างสูงชะลูดตาหวานฉ่ำ เดินมาจากทางไหน นาริสาไม่รู้ได้ ท่าทางเหมือนจะเมา
“เอ้ากุญแจ” โยนกุญแจในมือให้ เขาขับมาจอดที่หน้าประตูแต่ไม่ยอมขับออกไปเอง ยังอุตส่าห์เดินมาปลุกนาริสา
“พยุงฉันหน่อย” เมาขนาดนี้ยังจะออกไปไหนอีกนาริสา เข้าไปพยุงร่างใหญ่แต่ร่างเล็กของนาริสาสู้แรงไม่ไหว คุณกลางขาเลยล้มลงทับนาริสาอยู่บนเตียงนอน สะบัดหัวไปมานาริสาใจเต้นตึกตัก ก้มลงจ้องมองหน้านาริสาตาไม่กะพริบตาหวานฉ่ำเหมือนกับจะยิ้มได้
ก่อนจะขยี้ตาแรงๆ
“555ตาฝาดไปแล้วฉัน เห็นผู้ชายสวย ไปลุกขึ้นเดี๋ยวฉันก็นอนพอดี อดไป” พยุงร่างใหญ่ ให้ยืนขึ้นกลิ่นแอลกอฮอลล์คละคลุ้ง
นาริสาขึ้นไปนั่งเบาะคนขับ รัดเข็มขัดนิรภัย
“คุณจะไปไหน”
“คุณกลางขาต้องเรียกคุณกลางขา ไปส่งฉันที่คอนโด...” บอกชื่อสถานที่เสร็จสรรพ
“แต่ผมเป็ผู้ชายจะขาได้อย่างไร”
“เฮ้อ! น่าเบื่อว่าแต่นายชื่ออะไร” เปลี่ยนเื่สะงั้น
“ศรลักษ์ครับผม” ถอนหายใจ
“ฉันไม่ชอบชื่อนี้ เหมือนเกย์เหมือนตุ๊ด เป็เกย์หรือเปล่านายน่ะ” @_@
“เปล่าครับ”
“หน้านายมันหวานๆ นะ ฉันไม่ไว้ใจ” นาริสาเบ้ปาก
“ไม่ไว้ใจแล้วพาผมมาด้วยทำไม”
“นาย อย่านึกว่าฉันจะญาติดีกับนายง่ายๆ งานเป็งานเื่ ที่ฉันไม่พอใจนาย ั้แ่ตอนหัวค่ำ ยังไม่ได้สะสาง แต่ตอนนี้ฉันต้องรีบไปและก็เมาไม่อยากขับรถ ก็แค่นั้น” บทสนทนาจบลง นาริสาตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไปถนนโล่งก็เกือบจะตีสองแล้ว
“ส่งฉันแล้วนายกลับได้เลย สายๆ ค่อยมารับรอเปิดประตูให้พวกคุณๆ ก่อน”
“ครับผม” รถเลี้ยวเข้าไปในคอนหรู นาริสาวิ่งไปเปิดประตูให้ คุณกลางขาที่คงยังนิ่ง หญิงสาวรูปร่างดีท่าทางเซกซี่จน นาริสารู้สึกอิจฉาทรวดทรงองค์เอวของเธอ เดินเข้ามากอดเอว วีรพัฒน์ พร้อมกับแกว่งคีย์การ์ดไปมา คุณกลางขาหรือวีรพัฒน์ก้มลงกระซิบข้างหู เสียงหัวเราะคิกคัก นาริสายืนมองอยู่ตรงนั้น คุณกลางขาหันมามอง
“อ้าวมองอะร้าย รีบกลับ ไปได้แล้วสายๆ อย่าลืมมารับฉันด้วย อย่าให้ต้องโทรตามนะไม่งั้นนายโดนดีแน่ๆ” นาริสาเม้มริมฝีปาก่อนจะวิ่งขึ้นรถติดเครื่องยนต์แล้วขับออกไป