“ จำเอาไว้ พลังเขี้ยววานรพันปีนั้น มีวันสูญสิ้น ดังนั้นเจ้าควรใช้ในเวลาคับขัน จำเป็นเท่านั้น”
หัวหน้าเผ่าวานรกล่าวกับราเชน ซึ่งราเชนก็สัมผัสได้ว่า เขี้ยววานรในร่างของเขานั้นเริ่มเล็กลงไปเล็กน้อย เมื่อเขาใช้พลัง
“ น่าเสียดาย พลังนี้คงอยู่กับข้าเช่นนี้ตลอดไปก็คงจะดี” ราเชนเอ่ยอย่างเสียดาย
“ ข้าต้องไปแล้ว” ราเชนเอ่ยกับ หัวหน้าเผ่าวานร เขาไม่อยากอยู่ ที่นี่แล้ว ยิ่งมองกองเพชรมรกตเท่าไร แล้วรู้สึกเสียดายมากขึ้นเท่านั้น
“ เจ้ารู้ทางออกจากป่าแห่งนี้?” หัวหน้าเผ่าวานรเอ่ยอย่างแปลกใจ
ราเชนพยักหน้า เพราะตอนนี้เทพารักษ์ป่าสนดำ ได้บอกช่องทางออกให้กับเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็ใกล้จะค่ำมืดแล้ว หากไม่รีบออกไปก่อนค่ำ จะต้องรอเวลาอีกเป็นปี กว่าทางออกจะเปิดอีกครั้ง
“ ขอบใจเจ้ามาก ขอให้พวกเจ้าโชคดี” หัวหน้าเผ่าวานรเอ่ยกับราเชน เจ้าวานรยักษ์ เข้ามากอดราเชนแสดงความขอบคุณครั้งสุดท้าย จนราเชนต้องตบไหล่ของมัน ให้ปล่อยเขาได้แล้ว
“ ตามข้ามา พวกท่านต้องออกจากที่นี่ก่อนที่อาฑิตย์จะตก”
ราเชนเอ่ยออกไป มนุษย์ทุกๆ คนต่างพยักหน้าเชื่อฟังราเชน แล้วรีบเดินตามราเชนไปในทันที
พอไปถึงทางออก ก็พบกับฝูงตะขาบยักษ์มากมาย เฝ้าทางเข้าออกอยู่เช่นเดิม ซึ่งทางด้านหลังก็เริ่มเห็นประตูม่านหมอกลางๆ ทุกๆ คนไม่มีใครกล้าบุกฝ่าดงตะขาบยักษ์แม้แต่คนเดียว
“ พวกตะขาบยักษ์เต็มไปหมดเลย ทำยังไงดี” หัวหน้าซ่งฉีเอ่ยถามกับราเชน
ราเชนไม่ตอบคำถาม แต่นำธนูสุริยคราสออกมา แล้วยิงออกไปตรงประตูม่านหมอก ตามที่ท่านเทพารักษ์ป่าสนดำได้บอกเอาไว้
ลูกธนูพุ่งออกไป ประตูม่านหมอกที่ปกคลุมก็ค่อยๆ จางหายไป ทำให้เห็นทางที่จะออกไปจากป่าสนดำ มีพลังงานบางอย่างจากโลกภายนอก ซึมผ่านเข้ามา พวกตะขาบยักษ์รีบเคลื่อนไหวหนีกันออกไปจาก ประตูทางออกทันที มีบางตัวหนีไม่ทัน ร่างก็ค่อยๆ สลายกลายเป็นเถ้าธุลีไป จนสุดท้ายพวกมันได้หลบหนีจากทางออกประตูม่านหมอกไปจนหมด
“ ออกไปกันได้แล้ว” ราเชนเอ่ยออกมา
ผู้ตรวจการซ่งฉี รีบวิ่งนำหน้าไปในทันที มีแต่เชียนเชียนผู้เดียวเท่านั้น อยู่ๆ ก็มายืนต่อหน้าของราเชนแล้วกล่าวว่า
“ ท่านจอมยุทธ์โฮ่ว ท่านเห็นชายหนุ่มที่ชื่อถูเฟยหรือเปล่า”
ราเชนส่ายหัว
“ เขาเป็นสามีของแม่นางรึ?”
“ เปล่าๆ เขาเป็นผู้มีพระคุณของข้าเท่านั้น”
“ หากเป็นแค่นั้น แม่นางจะเป็นห่วงเขาทำไม รีบออกไปจากป่าสนดำนี้ดีกว่า”
“ เชียนเชียน พวกเรารีบไปกันเถอะ” เสี่ยวฉีเร่งเชียนเชียนให้รีบออกไป
“ คุณชายถู ไร้วรยุทธ์ บางทีอาจไปสบายแล้วก็ได้” เสี่ยวฉีรีบเอ่ยออกมาอย่างที่ใจคิด
“ ข้า..ข้า...”
“ หากแม่นางอยากช่วยเขาจริงๆ ข้าพอมีเวลาจะตามหาเขาให้ แต่ว่าแม่นางต้องทำตามคำสั่งของข้าหนึ่งเรื่อง”
“ ได้ ขอให้จอมยุทธ์โฮ่วบอกมาเลย”
“ เชียนเชียน” เสี่ยวอี้ได้ยินชัดเจน ถึงกับจับแขนเชียนเชียนห้ามเอาไว้
“ มีน้ำใจดี จำคำพูดของเจ้าเอาไว้ เมื่อถึงวันนั้น หวังว่าเจ้าจะไม่ผิดคำสัญญา”
ราเชนเอ่ยจบก็พุ่งตัวกลับเข้าไปในป่าสนดำอย่างรวดเร็ว
“ เชียนเชียน เจ้าไปให้คำสัญญากับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนได้ยังไง หากเขาให้เจ้าหลับนอนกับเขา เจ้าจะทำยังไง?”
“ ในเมื่อข้าสัญญาไปแล้ว ข้าไม่ผิดคำพูดแน่”
“ จะบ้าหรือไง คุณชายถูเฟย ก็เป็นแค่คนรู้จัก ไม่ใช่คนรักของเจ้าสักหน่อย ทำไมต้องห่วงเขาด้วย”
“ เจ้าไม่เข้าใจ เขาช่วยชีวิตของข้า และอีกอย่าง ข้ารู้สึกว่า เขาเหมือนกับคนที่ข้ารู้จักมาก่อน”
“ ไม่ ไม่นะ เขาไม่ใช่หยางเฟยหลงอย่างแน่นอน เจ้ามีสติหน่อยซิ”
ไม่ทันที่สองคนจะเอ่ยอะไร อาจารย์ชิงอี้ ก็มาถึง แล้วสั่งให้ทั้งสองรีบเดินทาง
แล้วทั้งหมดก็ออกมาจากป่าสนดำไป
ผู้ตรวจการซ่งฉี ที่ยืนรออยู่แล้ว ก็รีบเอ่ยถามหา ถูเฟยเช่นกัน ซึ่งแต่ละคนก็ได้แต่ส่ายหัว ไม่มีใครเห็นสักคน
“ แย่แล้ว ทางออกใกล้จะปิดแล้ว” ประตูม่านหมอกเริ่มจะมีหมอกหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ แต่ ยังไม่เห็นราเชนออกมาสักที
“ แล้วจอมยุทธ์โฮ่วเฟย เล่า มีใครเห็นบ้างไหม?”
“ ข้าขอร้องให้เขาไปช่วยตามหาคุณชายถูเฟย” เชียนเชียนรีบเอ่ยออกมา
ทุกๆ คนต่างมองหน้าของเชียนเชียนด้วยความประหลาดใจ ทำให้เชียนเชียนถึงกับหน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
ทันใดนั้นเอง ก็มีเงาของชายคนหนึ่งวิ่งออกมาจากทางออก เป็นราเชนในร่างของถูเฟยนั่นเอง และแล้ว ตะวันก็ตกดิน ประตูทางออกก็ถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกเหมือนเดิม
“ คุณชายถู ท่านปลอดภัย”
ราเชนตอนนี้เสื้อผ้าขาดวิ่น ยิ้มออกมาอย่างอ่อนแรง
“ พอดีข้าตกลงไปหลุมลึก แต่มีชายสวมหน้ากากเข้ามาช่วยให้ข้าออกมา แล้วบอกให้ข้ามาทางนี้” ราเชนโกหกออกไป แต่สายตาก็มองไปรอบๆ แล้วเอ่ยออกมา
“ แล้วพวกนักฆ่าฟ้าดิน คุณชายว่านโถว หายไปไหนกันหมดแล้ว”
พอทุกคนได้ยินว่า คุณชายว่านโถว ก็สะดุ้งแล้วมองไปรอบๆ เช่นกัน
“ ใช่แล้ว ข้าไม่เห็นคุณชายว่านโถว กับ มือปราบซื่อจื่อห้าวนั่นเลย”
ผู้ตรวจการซ่งฉีเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ พร้อมกับมองหน้าทุกๆ คนเพื่อขอความคิดเห็น จนกระทั่งมีจอมยุทธ์คนหนึ่งเอ่ยออกมาว่า
“ ข้าเห็นชายสองคนแต่งกายคล้ายกับ พ่อค้า ออกไปจากกลุ่มของพวกเรา ข้ารู้สึกได้ว่าพวกเขาหน้าตาคุ้นๆ แต่ว่าพวกเขาคลุมหน้า แต่รูปร่างเหมือนสองคนนั่นเหมือนกัน”
“ แย่แล้ว พวกมันคงปลอมตัวเป็นพ่อค้า คงหนีกลับไปเมืองเล่ออันไปแล้ว คงไปแจ้งกับเจ้าเมืองแน่ๆ เลย ข้าต้องรีบไปแล้ว ไม่เช่นนั้นพวกมันทำลายหลักฐาน จะไม่อาจเอาผิดพวกมันได้แน่ๆ”
“ แต่มีพวกเราเป็นพยานให้กับผู้ตรวจการได้” อาจารย์หมิงเยว่เอ่ยออกมา
“ ไม่มีประโยชน์ มีพยานแต่ไร้หลักฐาน เหล่านักฆ่าไม่มีใครรอดมาเป็นพยานได้แม้แต่คนเดียว ลำพังคำพูดของพวกเราไม่สามารถเอาผิดฐานพยามฆ่ากับพวกมันได้
“ ถ้าเช่นนั้นพวกเราคงต้องขอตัว เพราะพวกเราต้องเดินทางไปที่วังน้ำทิพย์”
อาจารย์ชิงอี้ ก็เอ่ยออกมา เพราะพวกนางไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวกับ เรื่องราวของทางการเช่นนี้
ผู้ตรวจการซ่งอี้พยักหน้าไม่ว่าอะไร กองทหารองครักษ์นับพันคนตอนนี้มายืนเรียงรายอยู่ที่ทางเข้าป่าสนดำ ซึ่งพอเห็นผู้ตรวจการซ่งอี้ออกมาก็รีบมาทำความเคารพ
“ รีบเดินทางไปเมืองเล่ออันเดี๋ยวนี้”
การเดินทางไปเมืองเล่ออัน ตอนนี้ก็ปลอดภัยยิ่งขึ้น เพราะมีกองกำลับทหารนับพันคอยอารักขาตลอด จนกระทั่งเข้าเขตเมืองเล่ออัน ก็มีหนทางแยกออกไปสามทาง
ซึ่งทางหนึ่งไปที่วัดฝอซาน ทางหนึ่งไปที่วังน้ำทิพย์ และอีกทางก็มุ่งหน้าเข้าเมืองเล่ออัน
“ ข้าต้องขอลาทุกๆ ท่านแล้ว” ราเชนเอ่ยลาทุกๆ คน
“ ที่ผ่านมาต้องขอบคุณเจ้ามาก ที่ได้ช่วยพวกเราเอาไว้ หากว่าเจ้าเข้าเมืองเล่ออัน ก็แวะมาเยี่ยมเยียนข้าบ้าง ข้าคงต้องอยู่ที่นี่อีกหลายวัน” ผู้ตรวจการซ่งอี้เข้ามาตบไหล่ราเชน ซึ่งได้แต่พยักหน้า
“ คุณชายถู บุญคุณที่ช่วยข้ากับศิษย์สำนักฟ้าพิสุทธิ์ ครั้งนี้พวกเราไม่มีวันลืม หากว่าท่านมีเวลา สามารถไปเยี่ยมเยียนสำนักฟ้าพิสุทธิ์ของเรา ที่อาณาจักรปัจจิมพวกเรายินดีต้อนรับท่านเสมอ” อาจารย์หมิงเยว่ กล่าวออกมา
“ ใช่แล้ว สำนักเมฆาม่วงก็เช่นเดียวกัน จะต้อนรับคุณชายถูเป็นอย่างดี”
อาจารย์ชิงอี้ กล่าวออกมา
“ ข้าต้องไปอย่างแน่นอน” ประกายตาอัมหิตของราเชนเผยออกมาเพียงเสี้ยววินาทีก็หายไป ไม่มีใครสังเกตได้ มีเพียงเชียนเชียนเท่านั้น ที่เข้ามาหาราเชนในขณะที่กำลังจะเดินจากไป
“ มีอะไรหรือแม่นาง”
“ เฟยหลง เจ้าคิดหลอกลวงข้าอีกรึ?” เชียนเชียนจ้องเขม็งมาที่ดวงตาของราเชน
“ แม่นาง เจ้าพูดกับข้าอยู่รึ?”
“ เราเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก คิดหรือว่า ข้าจะจำเจ้าไม่ได้”
“ แม่นางจำผิดคนแล้ว ข้าชื่อถูเฟย หาใช่เฟยหลงอะไรนั่นไม่” ราเชนปฏิเสธเสียงแข็ง
“ แม้นว่า ร่างกายของเจ้าจะเปลี่ยนไป แต่แววตาของเจ้า ไม่มีวันเปลี่ยน”
ราเชนได้ฟัง ถึงกับอึ้งไป
“ เฟยหลง ตอนนี้เจ้าถือว่า กำเนิดใหม่แล้ว จงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเถิด อย่าได้คิดแก้แค้นใครอีกเลย เจ้าไม่มีวันสู้พวกเขาได้หรอก อย่ากลับไปที่อาณาจักรปัจจิมอีกเลยนะ” เสียงของเชียนเชียน เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและจริงใจ
ราเชนรู้สึกได้ถึงความปราถนาดีของเชียนเชียน ถึงกับระบายลมหายใจออกมา ไม่คิดว่าเชียนเชียน สามารถจับพิรุธเขาได้ และยังคงเป็นห่วงเขาตลอดเวลา ดีที่หน้ากากโฮ่วเฟยนั้น แม้กระทั่งแววตาก็เปลี่ยนไป จึงทำให้นางไม่อาจจำเขาได้
“ ทุกๆ ค่ำคืน ข้าจะสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ภาพของเด็กน้อยบริสุทธิ์สามสิบคน ถูกฆ่าตายอย่างน่าเวทนา ภาพขององค์หญิงเจี้ยนหนิงถูกบิดาบังเกิดกล้าฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหดต่อหน้าข้า หากให้ข้าปล่อยวางความแค้น ยามที่ข้าตายไปเจ้าจะให้ข้าไปพบหน้ากับพวกเขาได้อย่างไร”
“ แต่ว่า เจ้าไม่มีทางสู้พวกเขาได้ เจ้าจะตายเสียเปล่า”
ราเชนมองหน้าเชียนเชียน แล้วค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ๆ กับนางในระยะประชิดที่สุด แล้วกล่าวช้าๆว่า
“ แม้นรู้ว่าหนทางข้างหน้ามีแต่ความตาย ข้าก็พร้อมที่จะตาย ดีกว่ามีชีวิตอยู่อย่างไร้ค่า เชียนเชียน อย่าดีกับข้าอีกเลย เพราะวันหนึ่งข้าต้องตัดหัวขององค์ชายสี่ คนรักของเจ้า มาเซ่นสังเวยวิญญาณพวกเขา”
ราเชนกล่าวจบก็หันหลังแล้วเดินจากไปในทันที
เชียนเชียน นั้นพอรู้ว่า คุณชายถูเฟยมีแววตาคล้ายกับหยางเฟยหลง ก็ไม่แน่ใจเลยลองตรวจสอบดู แต่พอรู้ว่า เป็นหยางเฟยหลงจริงๆ นางก็ดีใจจนน้ำตาไหลด้วยความยินดี แต่พอฟังคำพูดสุดท้ายของเขา น้ำตาที่ไหล กลับเป็นน้ำตาของความโศกเศร้า แม้นว่ามีคำพูดมากมายอยากจะเอื้อนเอ่ย
แต่ทว่ามันกลับจุกอยู่ในอก ได้แต่คุกเข่ากับพื้นร้องไห้โฮออกมา ท่ามกลางความแปลกใจของทุกๆ คน จนเสี่ยวฉีรีบเข้ามาหา
“ เชียนเชียน เป็นอะไร”
เชียนเชียน กอดเสี่ยวฉีแน่น ไม่กล้าบอกใครว่า คุณชายถูเฟยคือ หยางเฟยหลง.