มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 88 แววตาเปิดเผย

    “ จำเอาไว้ พลังเขี้ยววานรพันปีนั้น มีวันสูญสิ้น ดังนั้นเจ้าควรใช้ในเวลาคับขัน จำเป็นเท่านั้น”

    หัวหน้าเผ่าวานรกล่าวกับราเชน ซึ่งราเชนก็สัมผัสได้ว่า เขี้ยววานรในร่างของเขานั้นเริ่มเล็กลงไปเล็กน้อย เมื่อเขาใช้พลัง 

    “ น่าเสียดาย พลังนี้คงอยู่กับข้าเช่นนี้ตลอดไปก็คงจะดี” ราเชนเอ่ยอย่างเสียดาย

    “ ข้าต้องไปแล้ว” ราเชนเอ่ยกับ หัวหน้าเผ่าวานร เขาไม่อยากอยู่ ที่นี่แล้ว ยิ่งมองกองเพชรมรกตเท่าไร แล้วรู้สึกเสียดายมากขึ้นเท่านั้น

    “ เจ้ารู้ทางออกจากป่าแห่งนี้?” หัวหน้าเผ่าวานรเอ่ยอย่างแปลกใจ

    ราเชนพยักหน้า เพราะตอนนี้เทพารักษ์ป่าสนดำ ได้บอกช่องทางออกให้กับเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็ใกล้จะค่ำมืดแล้ว หากไม่รีบออกไปก่อนค่ำ จะต้องรอเวลาอีกเป็นปี กว่าทางออกจะเปิดอีกครั้ง

    “ ขอบใจเจ้ามาก ขอให้พวกเจ้าโชคดี” หัวหน้าเผ่าวานรเอ่ยกับราเชน เจ้าวานรยักษ์ เข้ามากอดราเชนแสดงความขอบคุณครั้งสุดท้าย จนราเชนต้องตบไหล่ของมัน ให้ปล่อยเขาได้แล้ว

    “ ตามข้ามา พวกท่านต้องออกจากที่นี่ก่อนที่อาฑิตย์จะตก”

    ราเชนเอ่ยออกไป มนุษย์ทุกๆ คนต่างพยักหน้าเชื่อฟังราเชน แล้วรีบเดินตามราเชนไปในทันที

    พอไปถึงทางออก ก็พบกับฝูงตะขาบยักษ์มากมาย เฝ้าทางเข้าออกอยู่เช่นเดิม  ซึ่งทางด้านหลังก็เริ่มเห็นประตูม่านหมอกลางๆ  ทุกๆ คนไม่มีใครกล้าบุกฝ่าดงตะขาบยักษ์แม้แต่คนเดียว 

    “ พวกตะขาบยักษ์เต็มไปหมดเลย ทำยังไงดี” หัวหน้าซ่งฉีเอ่ยถามกับราเชน

    ราเชนไม่ตอบคำถาม แต่นำธนูสุริยคราสออกมา แล้วยิงออกไปตรงประตูม่านหมอก ตามที่ท่านเทพารักษ์ป่าสนดำได้บอกเอาไว้

    ลูกธนูพุ่งออกไป ประตูม่านหมอกที่ปกคลุมก็ค่อยๆ จางหายไป ทำให้เห็นทางที่จะออกไปจากป่าสนดำ มีพลังงานบางอย่างจากโลกภายนอก ซึมผ่านเข้ามา พวกตะขาบยักษ์รีบเคลื่อนไหวหนีกันออกไปจาก ประตูทางออกทันที มีบางตัวหนีไม่ทัน ร่างก็ค่อยๆ สลายกลายเป็นเถ้าธุลีไป จนสุดท้ายพวกมันได้หลบหนีจากทางออกประตูม่านหมอกไปจนหมด

    “ ออกไปกันได้แล้ว” ราเชนเอ่ยออกมา

    ผู้ตรวจการซ่งฉี รีบวิ่งนำหน้าไปในทันที มีแต่เชียนเชียนผู้เดียวเท่านั้น อยู่ๆ ก็มายืนต่อหน้าของราเชนแล้วกล่าวว่า

    “ ท่านจอมยุทธ์โฮ่ว ท่านเห็นชายหนุ่มที่ชื่อถูเฟยหรือเปล่า”

    ราเชนส่ายหัว

    “ เขาเป็นสามีของแม่นางรึ?”

    “ เปล่าๆ เขาเป็นผู้มีพระคุณของข้าเท่านั้น” 

    “ หากเป็นแค่นั้น แม่นางจะเป็นห่วงเขาทำไม รีบออกไปจากป่าสนดำนี้ดีกว่า”

    “ เชียนเชียน พวกเรารีบไปกันเถอะ” เสี่ยวฉีเร่งเชียนเชียนให้รีบออกไป

    “ คุณชายถู ไร้วรยุทธ์ บางทีอาจไปสบายแล้วก็ได้”   เสี่ยวฉีรีบเอ่ยออกมาอย่างที่ใจคิด

    “ ข้า..ข้า...”

    “ หากแม่นางอยากช่วยเขาจริงๆ ข้าพอมีเวลาจะตามหาเขาให้ แต่ว่าแม่นางต้องทำตามคำสั่งของข้าหนึ่งเรื่อง”

    “ ได้ ขอให้จอมยุทธ์โฮ่วบอกมาเลย”

    “ เชียนเชียน” เสี่ยวอี้ได้ยินชัดเจน ถึงกับจับแขนเชียนเชียนห้ามเอาไว้

    “ มีน้ำใจดี จำคำพูดของเจ้าเอาไว้ เมื่อถึงวันนั้น หวังว่าเจ้าจะไม่ผิดคำสัญญา”

    ราเชนเอ่ยจบก็พุ่งตัวกลับเข้าไปในป่าสนดำอย่างรวดเร็ว

    “ เชียนเชียน เจ้าไปให้คำสัญญากับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนได้ยังไง หากเขาให้เจ้าหลับนอนกับเขา เจ้าจะทำยังไง?”

    “ ในเมื่อข้าสัญญาไปแล้ว ข้าไม่ผิดคำพูดแน่”

    “ จะบ้าหรือไง คุณชายถูเฟย ก็เป็นแค่คนรู้จัก ไม่ใช่คนรักของเจ้าสักหน่อย ทำไมต้องห่วงเขาด้วย”

    “ เจ้าไม่เข้าใจ เขาช่วยชีวิตของข้า และอีกอย่าง ข้ารู้สึกว่า เขาเหมือนกับคนที่ข้ารู้จักมาก่อน”

    “ ไม่ ไม่นะ เขาไม่ใช่หยางเฟยหลงอย่างแน่นอน เจ้ามีสติหน่อยซิ”

    ไม่ทันที่สองคนจะเอ่ยอะไร อาจารย์ชิงอี้ ก็มาถึง แล้วสั่งให้ทั้งสองรีบเดินทาง

    แล้วทั้งหมดก็ออกมาจากป่าสนดำไป

    ผู้ตรวจการซ่งฉี ที่ยืนรออยู่แล้ว ก็รีบเอ่ยถามหา ถูเฟยเช่นกัน ซึ่งแต่ละคนก็ได้แต่ส่ายหัว ไม่มีใครเห็นสักคน

    “ แย่แล้ว ทางออกใกล้จะปิดแล้ว”  ประตูม่านหมอกเริ่มจะมีหมอกหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ แต่ ยังไม่เห็นราเชนออกมาสักที

    “ แล้วจอมยุทธ์โฮ่วเฟย เล่า มีใครเห็นบ้างไหม?”

    “ ข้าขอร้องให้เขาไปช่วยตามหาคุณชายถูเฟย” เชียนเชียนรีบเอ่ยออกมา

    ทุกๆ คนต่างมองหน้าของเชียนเชียนด้วยความประหลาดใจ ทำให้เชียนเชียนถึงกับหน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

    ทันใดนั้นเอง ก็มีเงาของชายคนหนึ่งวิ่งออกมาจากทางออก เป็นราเชนในร่างของถูเฟยนั่นเอง และแล้ว ตะวันก็ตกดิน ประตูทางออกก็ถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกเหมือนเดิม

    “ คุณชายถู ท่านปลอดภัย”

    ราเชนตอนนี้เสื้อผ้าขาดวิ่น ยิ้มออกมาอย่างอ่อนแรง 

    “ พอดีข้าตกลงไปหลุมลึก แต่มีชายสวมหน้ากากเข้ามาช่วยให้ข้าออกมา แล้วบอกให้ข้ามาทางนี้” ราเชนโกหกออกไป แต่สายตาก็มองไปรอบๆ แล้วเอ่ยออกมา

    “ แล้วพวกนักฆ่าฟ้าดิน คุณชายว่านโถว หายไปไหนกันหมดแล้ว”

    พอทุกคนได้ยินว่า คุณชายว่านโถว ก็สะดุ้งแล้วมองไปรอบๆ เช่นกัน

    “ ใช่แล้ว ข้าไม่เห็นคุณชายว่านโถว กับ มือปราบซื่อจื่อห้าวนั่นเลย”

    ผู้ตรวจการซ่งฉีเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ พร้อมกับมองหน้าทุกๆ คนเพื่อขอความคิดเห็น จนกระทั่งมีจอมยุทธ์คนหนึ่งเอ่ยออกมาว่า

    “ ข้าเห็นชายสองคนแต่งกายคล้ายกับ พ่อค้า ออกไปจากกลุ่มของพวกเรา ข้ารู้สึกได้ว่าพวกเขาหน้าตาคุ้นๆ แต่ว่าพวกเขาคลุมหน้า แต่รูปร่างเหมือนสองคนนั่นเหมือนกัน”

    “ แย่แล้ว พวกมันคงปลอมตัวเป็นพ่อค้า คงหนีกลับไปเมืองเล่ออันไปแล้ว คงไปแจ้งกับเจ้าเมืองแน่ๆ เลย ข้าต้องรีบไปแล้ว ไม่เช่นนั้นพวกมันทำลายหลักฐาน จะไม่อาจเอาผิดพวกมันได้แน่ๆ”

    “ แต่มีพวกเราเป็นพยานให้กับผู้ตรวจการได้” อาจารย์หมิงเยว่เอ่ยออกมา

    “ ไม่มีประโยชน์ มีพยานแต่ไร้หลักฐาน เหล่านักฆ่าไม่มีใครรอดมาเป็นพยานได้แม้แต่คนเดียว ลำพังคำพูดของพวกเราไม่สามารถเอาผิดฐานพยามฆ่ากับพวกมันได้

    “ ถ้าเช่นนั้นพวกเราคงต้องขอตัว เพราะพวกเราต้องเดินทางไปที่วังน้ำทิพย์”

    อาจารย์ชิงอี้ ก็เอ่ยออกมา เพราะพวกนางไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวกับ เรื่องราวของทางการเช่นนี้

    ผู้ตรวจการซ่งอี้พยักหน้าไม่ว่าอะไร กองทหารองครักษ์นับพันคนตอนนี้มายืนเรียงรายอยู่ที่ทางเข้าป่าสนดำ ซึ่งพอเห็นผู้ตรวจการซ่งอี้ออกมาก็รีบมาทำความเคารพ

    “ รีบเดินทางไปเมืองเล่ออันเดี๋ยวนี้”

    การเดินทางไปเมืองเล่ออัน ตอนนี้ก็ปลอดภัยยิ่งขึ้น เพราะมีกองกำลับทหารนับพันคอยอารักขาตลอด จนกระทั่งเข้าเขตเมืองเล่ออัน ก็มีหนทางแยกออกไปสามทาง

    ซึ่งทางหนึ่งไปที่วัดฝอซาน  ทางหนึ่งไปที่วังน้ำทิพย์ และอีกทางก็มุ่งหน้าเข้าเมืองเล่ออัน

    “ ข้าต้องขอลาทุกๆ ท่านแล้ว”  ราเชนเอ่ยลาทุกๆ คน

    “ ที่ผ่านมาต้องขอบคุณเจ้ามาก ที่ได้ช่วยพวกเราเอาไว้ หากว่าเจ้าเข้าเมืองเล่ออัน ก็แวะมาเยี่ยมเยียนข้าบ้าง ข้าคงต้องอยู่ที่นี่อีกหลายวัน”  ผู้ตรวจการซ่งอี้เข้ามาตบไหล่ราเชน ซึ่งได้แต่พยักหน้า

    “ คุณชายถู บุญคุณที่ช่วยข้ากับศิษย์สำนักฟ้าพิสุทธิ์ ครั้งนี้พวกเราไม่มีวันลืม หากว่าท่านมีเวลา สามารถไปเยี่ยมเยียนสำนักฟ้าพิสุทธิ์ของเรา ที่อาณาจักรปัจจิมพวกเรายินดีต้อนรับท่านเสมอ”  อาจารย์หมิงเยว่ กล่าวออกมา 

    “ ใช่แล้ว สำนักเมฆาม่วงก็เช่นเดียวกัน จะต้อนรับคุณชายถูเป็นอย่างดี”

    อาจารย์ชิงอี้ กล่าวออกมา

    “ ข้าต้องไปอย่างแน่นอน” ประกายตาอัมหิตของราเชนเผยออกมาเพียงเสี้ยววินาทีก็หายไป ไม่มีใครสังเกตได้ มีเพียงเชียนเชียนเท่านั้น ที่เข้ามาหาราเชนในขณะที่กำลังจะเดินจากไป

    “ มีอะไรหรือแม่นาง”

    “ เฟยหลง เจ้าคิดหลอกลวงข้าอีกรึ?”  เชียนเชียนจ้องเขม็งมาที่ดวงตาของราเชน

    “ แม่นาง เจ้าพูดกับข้าอยู่รึ?”

    “ เราเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก คิดหรือว่า ข้าจะจำเจ้าไม่ได้”

    “ แม่นางจำผิดคนแล้ว ข้าชื่อถูเฟย หาใช่เฟยหลงอะไรนั่นไม่” ราเชนปฏิเสธเสียงแข็ง

    “ แม้นว่า ร่างกายของเจ้าจะเปลี่ยนไป แต่แววตาของเจ้า ไม่มีวันเปลี่ยน”

    ราเชนได้ฟัง ถึงกับอึ้งไป

    “ เฟยหลง ตอนนี้เจ้าถือว่า กำเนิดใหม่แล้ว จงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเถิด อย่าได้คิดแก้แค้นใครอีกเลย เจ้าไม่มีวันสู้พวกเขาได้หรอก อย่ากลับไปที่อาณาจักรปัจจิมอีกเลยนะ” เสียงของเชียนเชียน เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและจริงใจ

    ราเชนรู้สึกได้ถึงความปราถนาดีของเชียนเชียน ถึงกับระบายลมหายใจออกมา ไม่คิดว่าเชียนเชียน สามารถจับพิรุธเขาได้ และยังคงเป็นห่วงเขาตลอดเวลา ดีที่หน้ากากโฮ่วเฟยนั้น แม้กระทั่งแววตาก็เปลี่ยนไป จึงทำให้นางไม่อาจจำเขาได้

    “ ทุกๆ ค่ำคืน ข้าจะสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ภาพของเด็กน้อยบริสุทธิ์สามสิบคน ถูกฆ่าตายอย่างน่าเวทนา   ภาพขององค์หญิงเจี้ยนหนิงถูกบิดาบังเกิดกล้าฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหดต่อหน้าข้า   หากให้ข้าปล่อยวางความแค้น ยามที่ข้าตายไปเจ้าจะให้ข้าไปพบหน้ากับพวกเขาได้อย่างไร”

    “ แต่ว่า เจ้าไม่มีทางสู้พวกเขาได้ เจ้าจะตายเสียเปล่า”

    ราเชนมองหน้าเชียนเชียน แล้วค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ๆ กับนางในระยะประชิดที่สุด แล้วกล่าวช้าๆว่า

    “ แม้นรู้ว่าหนทางข้างหน้ามีแต่ความตาย ข้าก็พร้อมที่จะตาย ดีกว่ามีชีวิตอยู่อย่างไร้ค่า เชียนเชียน อย่าดีกับข้าอีกเลย เพราะวันหนึ่งข้าต้องตัดหัวขององค์ชายสี่ คนรักของเจ้า มาเซ่นสังเวยวิญญาณพวกเขา”

    ราเชนกล่าวจบก็หันหลังแล้วเดินจากไปในทันที 

    เชียนเชียน นั้นพอรู้ว่า คุณชายถูเฟยมีแววตาคล้ายกับหยางเฟยหลง ก็ไม่แน่ใจเลยลองตรวจสอบดู แต่พอรู้ว่า เป็นหยางเฟยหลงจริงๆ  นางก็ดีใจจนน้ำตาไหลด้วยความยินดี แต่พอฟังคำพูดสุดท้ายของเขา น้ำตาที่ไหล กลับเป็นน้ำตาของความโศกเศร้า แม้นว่ามีคำพูดมากมายอยากจะเอื้อนเอ่ย

    แต่ทว่ามันกลับจุกอยู่ในอก ได้แต่คุกเข่ากับพื้นร้องไห้โฮออกมา ท่ามกลางความแปลกใจของทุกๆ คน จนเสี่ยวฉีรีบเข้ามาหา 

    “ เชียนเชียน เป็นอะไร”

    เชียนเชียน  กอดเสี่ยวฉีแน่น ไม่กล้าบอกใครว่า คุณชายถูเฟยคือ หยางเฟยหลง.

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกห้าแผ่นดิน ที่คุณอ่าน