ทั้งหมดโดยสารเรือเหาะมาลงสนามบินเมืองเหมันต์ โดยมีทหารองครักษ์มาคอยต้อนรับอยู่ 50 คน โดยคณะของภรรยาหม้ายมีผู้คนมาเพียง 30 คนเท่านั้น
ส่วนท่านแม่ทัพกลับไปที่หน้าด่านเมืองคังเพื่อคอยเฝ้าเมือง
ส่วนอาซันกับศิษย์พี่แปดก็นั่งรถไปที่บ้านพักของเมืองคังในเมืองเหมันต์แห่งนี้
พอมาถึงก็เห็นคนมามุงดู กันเต็มหน้าบ้านพักของเมืองคัง เต็มไปหมด
พออาซันเข้าไปดูก็พบศพ คนรับใช้เกือบ ร้อยชีวิต ล้วนถูกฆ่าตายทั้งหมด
ซึ่งมีทั้งเด็ก สตรี คนชรา ในสภาพถูกเชือดที่คอ สร้างความหวาดกลัวแก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก
“คนตายขนาดนี้ เจ้าหน้าที่บ้านเมืองทำไมไม่มาดูแลกันเลยนะ” ศิษย์พี่แปดเอ่ยเบาๆ ในขณะที่ ฮูหยินคังกอดลูกชาย น้ำตาไหล ที่คนรับใช้ของตนถูกฆ่าทิ้งแบบไม่ใช่คนแบบนี้ อาซันมองเห็นวิญญาณของคนทั้ง 50 คนจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น
“ พวกมันเป็นคนของตำหนักภูติพราย พวกมันมากัน 100 คนใส่ชุดคลุมหน้าลงมือ จัดการกับพวกเราไม่เว้นเด็ก สตรี และคนชรา โดยที่หน้าอกพวกมันมีตราภูติพรายสักอยู่ทุกคน” วิญญาณคนที่ตาย เอ่ยด้วยความเคียดแค้น อาซันกวาดวิญญาณเหล่านี้มาเก็บไว้ในแฟลซไดร์ฟ จนหมด โหดเหี้ยมจริงๆ คนของตำหนักภูติพราย
“ ท่านองครักษ์คังวู รู้จักตำหนักภูตพรายไหม” อาซันเอ่ยถาม คังวู
“ มันเป็นหน่วยงานลับขององค์ราชาเหมันต์ มีท่านอ๋องสี่ควบคุมดูแลอยู่ในขณะนี้
มีหน้าที่ลอบสังหาร ทุกคนที่คิดว่าจะเป็นศัตรูกับ ราชสำนัก” คังวูมองอาซันด้วยความสงสัย
“ หรือว่าคนของเราพวกนี้ถูกคนของตำหนักภูติพรายฆ่าหรือ” คังวูถามด้วยความตกใจ อาซันได้แต่พยักหน้า เท่านั้น องครักษ์ที่เมืองเหมันต์ส่งมาคุ้มกันก็ไม่ใส่ใจ จนอาซันสงสัยว่าพวกมันมาคุ้มกัน หรือว่ามา ควบคุมกันแน่
อาซันคิดว่าปล่อยเอาไว้แบบนี้ แม่ลูกคู่นี้ถูก องค์ชายตันฉู่ ฆ่าตายอย่างแน่นอน
อาซันกับศิษย์พี่แปดเดินเข้าไปในบ้านพักด้านใน ก็ต้องหยุดกึก แล้วรีบตะโกน
บอกให้ทุกคนหยุดก่อนอย่าเพิ่งเข้าไป เพราะอาซัน สัมผัสได้ว่ามีระเบิดวางเอาไว้
อยู่ทั่วไปหมด อาซันมองไปที่องครักษ์ทั้งสามสิบคน ไม่มีใครเข้ามาด้วยเลยสักคน
อาซันบอกองครักษ์คังวู ให้ทุกคนออกไปจากบ้านพักแห่งนี้ก่อน
“ ทำไมไม่เข้าไป “ หัวหน้าองครักษ์ที่เมืองเหมันต์ส่งมาส่งเสียงดังออกมา
“ ข้างในมีคนวางระเบิด” อาซันพูดเสียงเรียบ
“ บ้าน่า ใครจะมาวางระเบิดที่นี่ได้”
“ งั้นพวกเจ้าก็เข้าไปก่อนซิ” อาซันย้อนบอก
“ พวกข้ามีหน้าที่มาคุ้มกันเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ไปตรวจสอบอะไร” องครักษ์พูดหน้าตาเฉย แสดงว่าต้องรู้ว่ามีระเบิด
อาซันปล่อยดัชนีออกไปแช่แข็งระเบิดทั้งหมด เกือบ 10 จุดภายในบ้าน แล้วใช้ความเร็วเข้าไปเก็บออกมา แล้วโยนระเบิดทั้งสิบให้กับองครักษ์ทั้งสามสิบคน
สร้างความแตกตื่นตกใจแก่องครักษ์ทั้งสามสิบคน พอรู้ว่าระเบิดถูกทำลายหมดแล้วก็ไม่พอใจอาซัน เดินปรี่เข้าไปเพื่อจะทำร้าย แต่ไม่ทันแล้ว เปรี้ยง! หัวหน้าองค์รักษ์ ถูกอาซันตบหน้าด้วยฝ่ามือเดียว ร่างหมุนเป็นลูกค่างไม่หยุด
ทหารองครักษ์ทีเหลือคว้าปืนกลขึ้นมาระดมยิงใส่อาซันไม่ยั้ง แต่แค่พริบตาเดียวไม่รู้เป็น เพราะเหตุใด ร่างทหารองครักษ์ทั้งหมดกลับ ยืนประจันหน้า กัน แล้วสาดกระสุนเข้าใส่กันอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยที่หัวหน้าองครักษ์ยืนอยู่ตรงกลางร่างพรุนไปด้วยกระสุนของพวกเดียวกันเอง ตายอนาจหน้าบ้านพัก ของเจ้าเมืองคัง
สร้างความแตกตื่นสงสัยให้กับชาวบ้าน และคนของเจ้าเมืองคัง ส่วนอาซันมายืนอยู่ข้างๆ ศิษย์พี่ใหญ่ยืนมองด้วยสายตาเย็นชา
“ สมควรตายแล้วจริงๆ “ ศิษย์พี่แปดเอ่ยเบาๆกับอาซัน เพราะรู้อยู่แล้วว่าอาซันเป็นคนจัดการ แล้วทุกคนก็ปล่อยให้ซากศพทหารพวกนิ้ไว้อย่างนั้น แล้วก็เข้าไป ข้างในบ้านพัก
“ ท่านจะทำอย่างไรต่อไป “ อาซันเอ่ยถามเพราะไม่รู้ว่าราชันเหมันต์จะเข้าข้างสองแม่ลูกนี่หรือไม่
“ ข้าจะทำเรื่องขอเข้าเฝ้า เพื่อถวายรายงาน” ฮูหยินคังพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว
“ ดูแล้วพวกเขาไม่ได้สนใจความเป็นความตายของท่านเลยนะ” อาซันเอ่ยเบาๆ
“ หากว่าท่านราชันเหมันต์ไม่ให้ความเป็นธรรม เราสองคนแม่ลูกคงต้องยอมตายตามสามี ไปอยู่พร้อมหน้ากันสามคนแม่ลูก” ฮูหยินคังกอดลูกชายแล้วสะอื้นให้ออกมา อาซันเห็นแล้วอดเวทนาสงสารไม่ได้
“ ข้าว่าให้ข้าไปลากคอองค์ชายตันฉู่ มาที่นี่แล้วตัดหัวมัน ต่อหน้าท่านจะดีกว่าไหม” อาซันเอ่ยตามตรง
“ อย่าเลยท่านหมอซัน เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับท่านเลย ข้าไม่อยากให้ท่านต้องมาเสี่ยงแบบนี้ เท่านี้ก็เป็นพระคุณกับเราสองแม่ลูกมากแล้ว” ฮูหยินคังกลัวว่าอาซันจะถูกองค์ชายตันฉู่สังหาร อาซันได้แต่นิ่งเงียบไม่พูดอะไร ได้แต่คอยดูกันต่อไป
อาซันออกมาเจอกับองครักษ์คังวูที่รอพบอยู่ด้านหน้า แล้วดึงอาซันมาคุยที่ด้านข้าง
“ ท่านหมอซัน เวลานี้ด้านนอกมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายล้อมบ้านเราเต็มไปหมดทำอย่างไรดี “ คังวูเอ่ยด้วยความร้อนใจ
“ พวกมันคงไม่มาดีแน่ พวกท่านส่งคนมาดูแล สองแม่ลูกไว้ เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง” อาซันหยิบธนูปราณเทพออกมา แล้วยิงขึ้นฟ้าไป สามดอก พอถึงบนฟ้าระดับหนึ่งมันก็แตกออกมาเป็นสายฝน พุ่งเข้าใส่ทหารที่รายล้อมอยู่รอบบ้าน
มีเสียงร้องออกมาทั่วบริเวณนอกบ้าน สร้างความตื่นตะลึงให้กับคังวูยิ่งนัก
“ เรียบร้อย” อาซันพูดแค่นี้ก็กลับไปห้องพัก ทิ้งให้คังวูยืนสังสัยไม่หาย
พออาซันเข้าห้องพักไปไม่นาน ก็มีชายหญิงสองคน ปรากฏร่างต่อหน้าอาซัน
“ ท่านคือซูซัน” อาร์ยา นักรบดาวครองฟ้าเอ่ย ทันทีด้วยท่าท่างเป็นมิตร
“ ใช่ พวกท่านเป็นใครกัน” อาซันสงสัยอยู่ๆ ก็โผล่เข้ามาแบบนี้ แต่รู้สึกได้ว่าไม่มีไอสังหารเลยไม่ทำอะไร
“ ข้าคืออาร์ยา และ นี่คือ มาร์ตี้ พวกเราเป็นนักรบอัศวินจากดาวครองฟ้า มาเพื่อเจรจากับท่าน”
“ อ้อ คนที่มาจากสุสานโบราณ ทางช้างเผือกนั่นเอง มีอะไรพูดออกมาเถอะ”
อาซันอยากรู้เป้าหมายของคนพวกนี้
“ เราอยากมาเชิญท่านไปร่วมแข่งขัน ชิงตำแหน่งนักรบจ้าวจักรวาลปีนี้”
อาร์ยาเอ่ยตามตรง
“ นักรบจ้าวจักรวาล มันคืออะไร “
“ ในจักรวาลที่พวกเราอยู่นี้มีดวงดาวมากมาย และทุกๆ 10 ปี จะมีการแข่งขัน
เพื่อช่วงชิงตำแหน่งนักรบจ้าวจักรวาล โดยจะมีการส่งตัวแทนไปแข่งขันดวงดาวละ 10 คน โดยมีดวงดาวที่เป็นสมาชิกในสมาพันธ์เข้าร่วมทั้งหมด 100 ดวงดาว ผู้ชนะอันดับ 1 จะได้เป็นเจ้าของดวงดาวหนึ่งดวง และข้าทาสบริวารในดวงดาวดวงนั้น “ อาร์ยากล่าวสั้นๆ
“ เจ้าของดวงดาวเลยหรือ แสดงว่าการแข่งขันคงต้องไม่ง่ายแน่ๆ ใช่ไหม”
อาซันรู้สึกสนใจเป็นเจ้าของดวงดาว เช่นกัน
“ ถูกต้อง ตั้งแต่มีการแข่งขันมา 100 ปีที่ผ่านมาดาวครองฟ้าของเรา ไม่เคยมีผู้ชนะเลยสักคน เพราะแต่ละดวงดาวต่างก็มีพลังที่แตกต่างกัน นักสู้แต่ละคนก็มีชีวิต และสายพันธ์ที่ไม่เหมือนกัน บางดวงดาวก็มีรูปร่างคล้ายกันสัตว์ประหลาด
แต่ว่าการแข่งขันไม่ใช่มีแต่ นักรบแต่ละดวงดาว มีทั้งสัตว์ร้ายที่กรรมการจัดการแข่งขันได้จัดมาไม่น้อยกว่าสองสายพันธ์ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้มาก่อนว่าจะเป็นสัตว์ประเภทใด ใครล่าหัวนักรบ หรือ สัตว์ประหลาดได้มากที่สุดคือผู้ชนะ ได้เป็น
นักรบจ้าวจักรวาล” อาร์ยาอธิบายรายละเอียด
“ ทำแบบนี้ไม่โหดไปหน่อยหรือ พวกเจ้าเล่นฆ่าตัดคอกันแบบนี้” อาซันรู้สึกว่ามันเหี้ยมโหดมากที่แข่งกันแบบนี้
“ เมื่อหลายพันปีก่อนในจักรวาลของเราได้เกิดสงครามล้างดวงดาว กันไม่เว้นแต่ละวัน ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากมายมหาศาล แต่มาวันหนึ่งกลุ่มผู้นำจากดวงดาว สามารถรวมตัวกันได้เป็นสมาพันธ์ ได้พยายามลดความขัดแย้งของทุกดวงดาวในจักรวาลให้น้อยลง โดยพยายามให้มีการจัดการแข่งขัน ทุกๆ 10 ปี ใครมีควาวมแค้นกัน ก็สามารถส่งคนมา ต่อสู้กันได้ไม่จำกัดวิธี แล้วผู้ชนะ จะได้ทรัพยากรที่ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด นำมาวางเป็นเดิมพัน
ซึ่งวิธีแบบนี้ทำให้จักรวาลลดสงครามความขัดแย้งไปได้เยอะ ดังนั้นพวกเราจึงถูกสร้างให้มาเป็นนักรบอัศวินตั้งแต่ยังเด็กเพื่อไปชิงชัย ในการแข่งขัน แต่ว่าครั้งนี้เกิดข้อผิดพลาด เพราะท่านสามารถเข่นฆ่านักรบของเราทั้งหมดไม่มีเหลือ จึงทำให้พวกเราต้องมาหาท่านที่นี่” อารยามองหน้าอาซันเพื่อรอคำตอบ
“ แล้วพวกท่านไม่แค้นเคืองข้าหรือที่ได้สังหารคนของพวกท่าน” อาซันเอ่ยเบาๆ
“ ไม่ พวกเราเกิดมาเพื่อเป็นนักรบ ได้ตายในสนามรบถือเป็นเกียรติ ศัตรูที่เอาชนะพวกเราได้นั้น พวกเราได้แต่ยอมรับ และชื่นชม “ อาร์ยาพูดคนเดียวมาร์ตี้ที่มาด้วยยังไม่พูดเลยสักคำได้แต่ทำหน้านิ่งๆ แต่ว่า อาซันเริ่มสนใจเหมือนกัน
“ แล้วเริ่มแข่งขันเมื่อไร” อาซันตัดสินใจ
“ อีก 1 เดือนของเวลาที่นี่ พวกเราจะมารับท่าน” อาร์ยากับมาร์ตี้ รู้สึกยินดีที่อาซันถามคำถามนี้แสดงว่าตัดสินใจได้แล้ว
“ ได้ท่านมารับข้าได้เลย อีก 1 เดือนเจอกัน” อาซันตัดสินใจที่จะไปดูโลกต่างดาวดูบ้าง อาร์ยาเลยให้แผ่นโลหะมาแผ่นหนึ่งให้อาซันเก็บไว้ ถ้าครบหนึ่งเดือน ให้อาซันสัมผัสกับโลหะนี้ แล้วพูดออกไป อาร์ยาจะมารับทันที
รุ่งเช้าวันใหม่ ศิษย์พี่แปดรีบมาเรียกอาซันให้ออกไปด้านนอก มีทหารมาล้อมบ้านพักเกือบ ห้าร้อยคน อาวุธครบมือ แล้วมีศพคนตายนอนเรียงรายกันเกือบ 100 คน ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้น อาซันเลยต้องออกไปดู มีองครักษ์คังวู กำลังเจรจากับคนของราชสำนักอยู่ โดยมีสองแม่ลูกยืนกอดกันอยู่ด้านหลัง
“ ต้องมีคนร้ายอยู่ในบ้านพักของท่านอย่างแน่นอน พวกท่านส่งมอบตัวมาให้พวกเราเสียดีกว่า พวกเราไม่อยากใช้กำลัง” หัวหน้าทหารกลุ่มนี้เอ่ยเสียงเย็น
“ พวกเราอยู่แต่ในบ้าน กลุ่มคนพวกนี้เป็นใคร ตายยังไง เราจะไปรู้ได้ยังไง” องครักษ์คังวูตอบตามจริง
“ เฮอะ นี่คือคนของราชสำนัก ถูกส่งมาปกป้องพวกท่านกลางวันก็ตายไป 30 คน
กลางคืนยังมาตายอีก100 คน แล้วจะให้พวกเราคิดเป็นอื่นไปได้อย่างไร”
“ แต่งชุดดำมิดชิด มีอาวุธครบมือ นี่หรือเรียกว่ามาคุ้มกัน เหมือนพวกนักฆ่ามากกว่า” คังวูเถียงไม่ยอมเช่นกัน จนทหารทั้งหมด เตรียมอาวุธแล้ว
อาซันจึงรีบเดินเข้าไป แล้วส่งสัญญาณให้ ศิษย์พี่แปดรีบพาสองแม่ลูกหลบไปก่อน อาซันออกมายืนด้านข้างคังวู
“ หยุดก่อนใจเย็น พวกท่านบอกว่าคน 100 คนนี้เป็นคนของพวกท่านหรือ”
“ ใช่ “ หัวหน้าทหารตอบเพียงแค่นั้น ฉัวะ ! ร่างของหัวหน้าองครักษ์ถูกอาซันตัดเป็นสองท่อนแล้วเพลิงก็ลุกไหม้ ท่วมร่างทันที ทหารทั้ง 500 คนเตรียมอยู่ในท่ายิงอยู่แล้ว ก็กระหน่ำยิงใส่อาซันเต็มที่ ไม่มีกักไว้สักเม็ด อาซันหยุดกระสุนด้วยพลังขอบเขตจักรพรรดิระดับที่ 9 กระสุนค้างอยู่กลางอากาศ อาซันใช้ดาบฟาดทีเดียว ทั้ง 500 คนร่างขาดเป็นสองท่อน ถูกเพลิงเผากลายเป็นขึ้เถ้าตามหัวหน้าไป
องครักษ์คังวู ยังไม่ทันกระพริบตา ร่างคน 500 คนสลายหายไปหมดแล้ว
“ ไปเถอะ ไม่มีอะไรแล้ว “ อาซันเอ่ยจบก็เดินกลับเข้าบ้าน ทิ้งให้องครักษ์คังวูยืนนิ่งไม่ขยับอยู่ตรงนั้น