มนต์ดำ อาถรรพ์ อารมณ์ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    ตอนที่ 63 เนตรแห่งกามคุณ

    “ แฮ่ก  แฮ่ก  แฮ่ก….” สองหนุ่มสาวหอบถี่  ซึ่งเป็นเรื่องปกติ  เพราะเพิ่งผ่านกามกิจมาหยกๆ  ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่แปลกประหลาด  นั่นก็คือ….ไอขาวที่ลอยออกจากปาก  อันฟ้องว่าอุณหภูมิแถวนั้นน่าจะลดต่ำมิใช่น้อย  ทว่าในห้องนี้คือพื้นที่ปิดที่ลมไม่อาจผ่าน  มิหนำซ้ำเหตุยังเกิดในไทยแลนด์ที่เป็นเขตร้อนชื้น  สภาวะดังกล่าวจึงไม่น่าปรากฏโดยง่าย


     

                 อาจารย์หนุ่มก้มหน้าอยู่อึดใจ  ก่อนจะเงยขึ้นมา  เพื่อรับชมผลงาน  ทำให้พบกับหยาดน้ำเหนียวหนึดที่เจิ่งนอง  อันเปียกแฉะไปทั่วบราเซียร์ลายลูกไม้ราคาแพง  บางหยดก็เกรอะกรังแถวลำคอและใบหน้าเนียนใส  บอกให้รู้ถึงการกระฉูดที่รุนแรง  ไม่นาน  รอยยิ้มที่ดูพอใจก็ปรากฏขึ้นมา 


    “ หึ  หึ….”


     

                ศรีสมรรู้สึกแปลก  เพราะน้อยครั้งมากที่อาจารย์หนุ่มจะหัวเราะ  มันทำให้เจ้าหล่อนสงสัยจนอยากเอ่ยถาม  แต่สุดท้าย  เธอก็เลือกสงบปาก  เพราะคงไม่เป็นการดีที่จะตามหาความจริงในเวลานี้ 


    “ สถานการณ์ยังน่ากลัว  เราเงียบไว้ก่อนดีกว่า ”


     

               อาจารย์หนุ่มมองภาพที่น่าดูชมอยู่พักใหญ่  ก่อนจะถอนกายจากการนั่งคร่อม  แล้วหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นมาซับคราบคาวที่ตนทิ้งไว้ให้จนเหี้ยน  แน่นอนว่ามันทำให้คุณนายสาวสะดุ้งเฮือก  เพราะในจังหวะที่กดน้ำหนักลงไป  มือบางได้สัมผัสเนินเนื้อเต่งตึง 


    “ อึก….”


     

                  กระนั้นอาจารย์หนุ่มก็ไม่คิดจะทำอะไรต่อ  เพราะถ้าขืนกระโตกกระตากมากเกินไป  รังแต่จะทำให้ไก่ตื่น  ด้วยคุณนายสาวคนนี้เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและทรัพย์สมบัติ  อันเป็นลูกศิษย์ที่ควรรั้งไว้ให้นานที่สุด  และพอเช็ดจนสะอาดเอี่ยม  เขาก็ออกคำสั่ง 


    “ เอาล่ะ  เสร็จพิธีแล้ว  ทีนี้  ลืมตา  แล้วใส่เสื้อผ้า ”


     

                เหมือนคุณนายสาวจะอึดอัดกับสภาพที่เป็นอยู่  เจ้าหล่อนจึงไม่เสียเวลารั้งรอ  และรีบยันกายลุกขึ้นนั่งทันควัน  มือขวาดึงผ้าปิดตาออก  พร้อมแต่งเครื่องกายให้เข้าที่  เพียงชั่วพริบตา  ความอุจาดที่ชวนมองก็สลายไป  เหลือไว้แต่ท่วงท่าที่ดูเขินอาย  เป็นเหตุให้อาจารย์หนุ่มต้องเป็นฝ่ายเปิดปาก 


    “ เอาล่ะ  ทีนี้ก็จบเรื่องแล้ว  เจ้ากลับไปได้ ” 


    “ อ่า…ค่ะ  ว่าแต่ค่าใช้จ่ายในครั้งนี้  เท่าไหร่คะ ” คุณนายสาวเอ่ยถาม  แต่ยังไม่กล้าสบตา  อาจารย์หนุ่มจึงตรึกตรองอยู่ชั่วขณะ  ก่อนตอบกลับ 


    “ ครั้งนี้ไม่ต้องเสียแล้วกัน  เพราะถึงอย่างไร  เจ้าก็ทำให้ข้าเบาตัว ” 


    “ เอ๊ะ!  เมื่อกี้  อาจารย์ว่าไงนะ ” ศรีสมรกกล่าวห้วนๆ  น้ำเสียงบอกแววไม่พอใจ  เพราะถ้อยคำดังกล่าวออกแนวสองแง่สองง่ามอย่างประหลาด  ร้อนถึงอาจารย์หนุ่มต้องรีบแก้ต่าง 


    “ ความหมายของคำว่า “ทำให้ข้าเบาตัว” หมายถึง…การถอนของในครั้งนี้  ทำให้หมดภาระในการดูแลเจ้าไง ” 


    “ เป็นแบบนั้นจริงๆหรือคะ ” คุณนายสาวยังทำเสียงขุ่น  ดวงตาที่จ้องมองอาจารย์ดูแปลกๆ  อันบ่งบอกถึงความไม่ไว้ใจ  หมอไสยศาสตร์ชื่อดังจึงต้องงัดท่าไม้ตายขึ้นมาใช้ 


    “ ถ้าไม่เชื่อ  งั้นก็จบกัน  ประตูอยู่ทางนั้น  เชิญออกไปได้  แต่หลังจากนี้  ชีวิตของเจ้าจะเป็นยังไง  ข้าไม่ขอรับรู้ ”


     

               ศรีสมรไม่รู้ว่าอาจารย์หนุ่มแกล้งทำเป็นโกรธ  หรือโมโหจริงจัง  แต่ถึงยังไง  เธอก็ไม่กล้าเสี่ยงอยู่ดี  เนื่องจากที่ผ่านมา  บุรุษผู้นี้โชว์ปาฏิหาริย์ให้เห็นถึงหลายครั้ง  จึงรีบเข้าไปเกาะแข้งเกาะขาเป็นเชิงเอาใจ 


    “ ฮ้า….นะ….หนูไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้นซักหน่อย  หนูแค่ตกใจเท่านั้นเอง  เพราะการทำพิธีคราวก่อน  ไม่เห็นต้องเจอแบบนี้เลย ” 


    “ อืม….ก็พิธีเติมของกับพิธีถอนของ  มันไม่เหมือนกันนี่นา ” สีหน้าของอาจารย์หนุ่มเริ่มคลายโทสะลง  ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ  เพราะสาวใหญ่ลงทุนออเซาะด้วยการนวดหัวไหล่และแผ่นหลัง 


    “ ตอนนี้หนูเข้าใจแล้วค่ะ  ดังนั้นอภัยให้หนูได้มั้ย ” ศรีสมรยิ้มเล็กน้อย  ก่อนจะแสร้งเบียดตัวเข้าไปเล็กน้อยจนทำให้ทรวงอกนิ่มหยุ่นกระทบเรือนกายของอีกฝ่าย


      

              อาจารย์หนุ่มรับรู้ถึงสัมผัสนั้น  เลยหันหน้ามามอง  และพอสบตากัน  หน้าต่างแห่งหัวใจของหมอไสยศาสตร์ชื่อดังก็สั่นไหวพอสมควร  ก่อนจะเป็นเบือนหนีไปทางอื่น  ยังผลให้ศรีสมรนึกสงสัย 


    “ เอ๊ะ! เมื่อครู่นี้  เหมือนท่าทางของอาจารย์จะดูเปลี่ยนไป  แถมยังมองเราแปลกๆ  คล้ายตกตะลึงอยู่นิดๆ  ผิดกับลุคที่ผ่านมาของชายคนนี้ ”


     

                แต่ไม่ทันที่ศรีสมรจะหาคำตอบได้  อาจารย์หนุ่มก็ลุกขึ้น  พร้อมเอื้อนเอ่ยวาจา 


    “ เอาล่ะ  ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว  ก็กลับบ้านได้ ” 


    “ อ่า…ค่ะ…” ศรีสมรอิดออดเล็กน้อย  ก่อนจะค่อยๆเคลื่อนกายอวบอัดขึ้นมายืนแบบไม่เต็มใจ


     

              ทั้งสองมุ่งตรงไปที่ประตู  โดยที่ศรีสมรเดินนำ  ส่วนอาจารย์หนุ่มเดินตาม  ไม่นาน  ก็ถึงจุดหมาย  แต่พอมือเรียวงามของคุณนายสาวแตะลูกบิด  อาจารย์ก็รีบดันประตูปิด 


    “ เอ๊ะ!  อาจารย์คะ…..” ศรีสมรรีบหันกลับไปส่งคำถามด้วยสายตา  แต่คราวนี้อาจารย์หนุ่มไม่คิดหลบหลีก  แต่จ้องกลับ  จากนั้นก็ทวนคำ 


    “ เจ้ายังจำกฎสามข้อที่ห้ามทำเด็ดขาด  หลังเสร็จพิธีถอนของได้มั้ย ” 


    “ เอ่อ……พะ…พอจะจำได้ค่ะ ” ดวงตาของศรีสมรกลอกไปมา  ประมาณว่ากำลังใช้ความคิด  ขณะเดียวกัน  ก็คอยจ้องมองอาจารย์หนุ่ม  เป็นเชิงประมวลว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรต่อ 


    “ งั้นลองว่ามาสิ  จะได้แน่ใจว่าเจ้าไม่ลืมมัน ”


     

                   พอเจอไม้นี้  ศรีสมรก็อึกอักอยู่อึดใจ  แต่พอตั้งหลักได้  เจ้าหล่อนก็ปฏิบัติตามแบบไม่ค่อยเต็มใจ 


    “ ข้อหนึ่ง  ห้ามกินมะเขือยาว ” 


    “ ดีมาก  ข้อสองล่ะ…” 


    “ หะ…ห้ามด่าใครในเวลากลางคืน ” ศรีสมรสะอึกเล็กน้อย  ก่อนรำลึกถึงบัญญัติข้อสอง 


    “ เยี่ยม  ทีนี้ว่าข้อสุดท้าย ” อาจารย์หนุ่มไต่ถาม  ก่อนจะขยับกายเข้าหา  ทำให้คุณนายสาวถอยหนี 


    “ ข้อสาม…..เอ่อ……ห้ามมองหน้าใครใน 24 ชั่วโมงแรก ” 


    “ แล้วเจ้ารู้มั้ยว่า…ผลของการทำผิดกฎข้อที่สามคือ….อะไร ” อาจารย์หนุ่มก้าวตามมาอีก  อันกดดันให้คุณนายสาวถอยหนีจนติดกำแพง  แต่ด้วยความกระดากที่ต้องพูดเรื่องวิปริต  เจ้าหล่อนจึงเอ่ยไม่ออก 


    “ อ่า…เอ่อ….ผะ…ผลของมันก็คือ…..” 


    “ ผลของมันก็คือ……จะให้ทำให้บุรุษที่สบตากับเจ้า  เกิดอารมณ์มางเพศอย่างรุนแรง ” แต่อาจารย์หนุ่มไม่สนสิ่งใด  เลยกล่าวตรงๆแบบไม่เกรงใจใคร


     

                 ถึงตรงจุดนี้  ศรีสมรเริ่มหน้าเสีย  เพราะสำนึกได้ว่าตนเองละเมิดกฎนี้เป็นที่เรียบร้อย  กระนั้นเจ้าหล่อนก็ไม่วายหัวเราะกลบเกลื่อน 


    “ ฮะ  ฮะ  อะ….อาจารย์พูดเล่น  ใช่มั้ย ” 


    “ ข้อพูดจริงทุกคำ  และเงื่อนไขดังกล่าวได้เริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่ข้าทำพิธีถอนของเสร็จสิ้น ” อาจารย์หนุ่มพูดจบ  ก็จ้องหน้าสาวใหญ่แน่วนิ่ง  ทว่าศรีสมรสังเกตว่าแววตาของหมอไสยศาสตร์ผู้นี้ดูเปลี่ยนไป  เพราะมันฉายประกายหยาดเยิ้มอย่างมีนัยยะ  คล้ายเหล่าชายที่กำลังเสี้ยน  แต่ไม่ทันจะได้ตีความให้ชัดเจน  บุรุษตรงหน้าก็ปลดกางเกงสีขาวลงอย่างรวดเร็ว 


    “ ว้าย…….” ศรีสมรตกใจจนกรีดร้องเสียงดัง  เพราะในจังหวะที่อาภรณ์ของอาจารย์หนุ่มหลุดลงไปกองที่ข้อเท้า  บางอย่างได้ดีดผึงขึ้นมาตั้งขนานพื้นโลก  ทว่านั่นไม่น่าสะพรึงกลัวเท่าน้ำคำของหมอไสยศาสตร์ชื่อดังที่ตอกย้ำถึงสภาวะที่กำลังเผชิญ 


    “ ใช่แล้ว  ด้วยความที่เผลอมองหน้า  ข้าเลยอยากเสพสมกับเจ้าในตอนนี้ ”


     

                   ศรีสมรพูดไม่ออก  เธอได้แต่ยืนนิ่งอึ้งอยู่อย่างงั้น  พร้อมปล่อยให้ฝ่ายบุรุษโลมเลียเรือนร่างงามที่อวบอัดด้วยสายตาต่อไป  และในขณะที่อาจารย์หนุ่มเตรียมเอื้อมมือมาสัมผัสกายเต่งตึงที่ยวนโลกีย์  เจ้าหล่อนก็รีบร้องห้าม  พร้อมแทรกข้อเสนอทันควัน 


    “ เดี๋ยวค่ะ  อย่าเพิ่งทำอะไร  เรามาคุยกันก่อน ”


     

                   ท่าทีของอาจารย์หนุ่มดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด  บ่งบอกถึงแรงกระสันอันมหาศาลที่กัดกินหัวใจ  แต่ด้วยความที่เขามีตบะแรงกล้า  จึงพอจะสะกดกลั้นไว้ได้  เลยถามไถ่อย่างยากลำบาก 


    “ แล้วเจ้ามีอะไรมาเสนอล่ะ  แต่บอกไว้ก่อน  ถ้าข้าไม่ได้ปลดปล่อย  เจ้าจะไม่ได้ไปจากตรงนี้ ”


    " หนูเข้าใจว่าอาจารย์กำลังกลุ้มหนัก  แต่หนูไม่อยากเปลืองตัว  เลยขอต่อรองให้แค่ช่วยใช้มือได้มั้ยคะ ”


     

                คิ้วเรียวของหมอไสยศาสตร์หนุ่มกระตุกหนัก  ประมาณว่าอยากกระฉูดเข้าไปในกายของสาวใหญ่มากกว่า  แต่สุดท้าย  ก็ต้องยอม  เพราะศักดิ์ศรีครูบาอาจารย์มันค้ำคอ 


    “ อืม…ก็ได้  งั้นเริ่มกันเลย  เพราะข้าทนไม่ไหวแล้ว ” อาจารย์พูดจบ  ก็ขยับเข้ามาใกล้อีกจนเหลือระยะห่างเพียงไม่กี่นิ้ว   


    “ อ่า….ได้ค่ะ  ตะ…แต่แค่ใช้มือเท่านั้นนะคะ ” 


    “ อืม…เอาเลย  เร็วๆ ” อาจารย์หนุ่มเร่งเร้า  สีหน้าที่เรียบเฉยมาตลอด  แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนนิดๆ  สาวใหญ่จึงกลั้นใจ  ยื่นมือไปทำกามกิจอย่างเมามัน  ส่งผลให้หมอไสยศาสตร์ชื่อดังถึงกับเกร็งกาย 


    “ อึก…..”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2

     

    คล้ายกับเรื่องมนต์ดำ อาถรรพ์ อารมณ์ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน