“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก….” สองหนุ่มสาวหอบถี่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะเพิ่งผ่านกามกิจมาหยกๆ ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่แปลกประหลาด นั่นก็คือ….ไอขาวที่ลอยออกจากปาก อันฟ้องว่าอุณหภูมิแถวนั้นน่าจะลดต่ำมิใช่น้อย ทว่าในห้องนี้คือพื้นที่ปิดที่ลมไม่อาจผ่าน มิหนำซ้ำเหตุยังเกิดในไทยแลนด์ที่เป็นเขตร้อนชื้น สภาวะดังกล่าวจึงไม่น่าปรากฏโดยง่าย
อาจารย์หนุ่มก้มหน้าอยู่อึดใจ ก่อนจะเงยขึ้นมา เพื่อรับชมผลงาน ทำให้พบกับหยาดน้ำเหนียวหนึดที่เจิ่งนอง อันเปียกแฉะไปทั่วบราเซียร์ลายลูกไม้ราคาแพง บางหยดก็เกรอะกรังแถวลำคอและใบหน้าเนียนใส บอกให้รู้ถึงการกระฉูดที่รุนแรง ไม่นาน รอยยิ้มที่ดูพอใจก็ปรากฏขึ้นมา
“ หึ หึ….”
ศรีสมรรู้สึกแปลก เพราะน้อยครั้งมากที่อาจารย์หนุ่มจะหัวเราะ มันทำให้เจ้าหล่อนสงสัยจนอยากเอ่ยถาม แต่สุดท้าย เธอก็เลือกสงบปาก เพราะคงไม่เป็นการดีที่จะตามหาความจริงในเวลานี้
“ สถานการณ์ยังน่ากลัว เราเงียบไว้ก่อนดีกว่า ”
อาจารย์หนุ่มมองภาพที่น่าดูชมอยู่พักใหญ่ ก่อนจะถอนกายจากการนั่งคร่อม แล้วหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นมาซับคราบคาวที่ตนทิ้งไว้ให้จนเหี้ยน แน่นอนว่ามันทำให้คุณนายสาวสะดุ้งเฮือก เพราะในจังหวะที่กดน้ำหนักลงไป มือบางได้สัมผัสเนินเนื้อเต่งตึง
“ อึก….”
กระนั้นอาจารย์หนุ่มก็ไม่คิดจะทำอะไรต่อ เพราะถ้าขืนกระโตกกระตากมากเกินไป รังแต่จะทำให้ไก่ตื่น ด้วยคุณนายสาวคนนี้เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและทรัพย์สมบัติ อันเป็นลูกศิษย์ที่ควรรั้งไว้ให้นานที่สุด และพอเช็ดจนสะอาดเอี่ยม เขาก็ออกคำสั่ง
“ เอาล่ะ เสร็จพิธีแล้ว ทีนี้ ลืมตา แล้วใส่เสื้อผ้า ”
เหมือนคุณนายสาวจะอึดอัดกับสภาพที่เป็นอยู่ เจ้าหล่อนจึงไม่เสียเวลารั้งรอ และรีบยันกายลุกขึ้นนั่งทันควัน มือขวาดึงผ้าปิดตาออก พร้อมแต่งเครื่องกายให้เข้าที่ เพียงชั่วพริบตา ความอุจาดที่ชวนมองก็สลายไป เหลือไว้แต่ท่วงท่าที่ดูเขินอาย เป็นเหตุให้อาจารย์หนุ่มต้องเป็นฝ่ายเปิดปาก
“ เอาล่ะ ทีนี้ก็จบเรื่องแล้ว เจ้ากลับไปได้ ”
“ อ่า…ค่ะ ว่าแต่ค่าใช้จ่ายในครั้งนี้ เท่าไหร่คะ ” คุณนายสาวเอ่ยถาม แต่ยังไม่กล้าสบตา อาจารย์หนุ่มจึงตรึกตรองอยู่ชั่วขณะ ก่อนตอบกลับ
“ ครั้งนี้ไม่ต้องเสียแล้วกัน เพราะถึงอย่างไร เจ้าก็ทำให้ข้าเบาตัว ”
“ เอ๊ะ! เมื่อกี้ อาจารย์ว่าไงนะ ” ศรีสมรกกล่าวห้วนๆ น้ำเสียงบอกแววไม่พอใจ เพราะถ้อยคำดังกล่าวออกแนวสองแง่สองง่ามอย่างประหลาด ร้อนถึงอาจารย์หนุ่มต้องรีบแก้ต่าง
“ ความหมายของคำว่า “ทำให้ข้าเบาตัว” หมายถึง…การถอนของในครั้งนี้ ทำให้หมดภาระในการดูแลเจ้าไง ”
“ เป็นแบบนั้นจริงๆหรือคะ ” คุณนายสาวยังทำเสียงขุ่น ดวงตาที่จ้องมองอาจารย์ดูแปลกๆ อันบ่งบอกถึงความไม่ไว้ใจ หมอไสยศาสตร์ชื่อดังจึงต้องงัดท่าไม้ตายขึ้นมาใช้
“ ถ้าไม่เชื่อ งั้นก็จบกัน ประตูอยู่ทางนั้น เชิญออกไปได้ แต่หลังจากนี้ ชีวิตของเจ้าจะเป็นยังไง ข้าไม่ขอรับรู้ ”
ศรีสมรไม่รู้ว่าอาจารย์หนุ่มแกล้งทำเป็นโกรธ หรือโมโหจริงจัง แต่ถึงยังไง เธอก็ไม่กล้าเสี่ยงอยู่ดี เนื่องจากที่ผ่านมา บุรุษผู้นี้โชว์ปาฏิหาริย์ให้เห็นถึงหลายครั้ง จึงรีบเข้าไปเกาะแข้งเกาะขาเป็นเชิงเอาใจ
“ ฮ้า….นะ….หนูไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้นซักหน่อย หนูแค่ตกใจเท่านั้นเอง เพราะการทำพิธีคราวก่อน ไม่เห็นต้องเจอแบบนี้เลย ”
“ อืม….ก็พิธีเติมของกับพิธีถอนของ มันไม่เหมือนกันนี่นา ” สีหน้าของอาจารย์หนุ่มเริ่มคลายโทสะลง ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะสาวใหญ่ลงทุนออเซาะด้วยการนวดหัวไหล่และแผ่นหลัง
“ ตอนนี้หนูเข้าใจแล้วค่ะ ดังนั้นอภัยให้หนูได้มั้ย ” ศรีสมรยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งเบียดตัวเข้าไปเล็กน้อยจนทำให้ทรวงอกนิ่มหยุ่นกระทบเรือนกายของอีกฝ่าย
อาจารย์หนุ่มรับรู้ถึงสัมผัสนั้น เลยหันหน้ามามอง และพอสบตากัน หน้าต่างแห่งหัวใจของหมอไสยศาสตร์ชื่อดังก็สั่นไหวพอสมควร ก่อนจะเป็นเบือนหนีไปทางอื่น ยังผลให้ศรีสมรนึกสงสัย
“ เอ๊ะ! เมื่อครู่นี้ เหมือนท่าทางของอาจารย์จะดูเปลี่ยนไป แถมยังมองเราแปลกๆ คล้ายตกตะลึงอยู่นิดๆ ผิดกับลุคที่ผ่านมาของชายคนนี้ ”
แต่ไม่ทันที่ศรีสมรจะหาคำตอบได้ อาจารย์หนุ่มก็ลุกขึ้น พร้อมเอื้อนเอ่ยวาจา
“ เอาล่ะ ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว ก็กลับบ้านได้ ”
“ อ่า…ค่ะ…” ศรีสมรอิดออดเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆเคลื่อนกายอวบอัดขึ้นมายืนแบบไม่เต็มใจ
ทั้งสองมุ่งตรงไปที่ประตู โดยที่ศรีสมรเดินนำ ส่วนอาจารย์หนุ่มเดินตาม ไม่นาน ก็ถึงจุดหมาย แต่พอมือเรียวงามของคุณนายสาวแตะลูกบิด อาจารย์ก็รีบดันประตูปิด
“ เอ๊ะ! อาจารย์คะ…..” ศรีสมรรีบหันกลับไปส่งคำถามด้วยสายตา แต่คราวนี้อาจารย์หนุ่มไม่คิดหลบหลีก แต่จ้องกลับ จากนั้นก็ทวนคำ
“ เจ้ายังจำกฎสามข้อที่ห้ามทำเด็ดขาด หลังเสร็จพิธีถอนของได้มั้ย ”
“ เอ่อ……พะ…พอจะจำได้ค่ะ ” ดวงตาของศรีสมรกลอกไปมา ประมาณว่ากำลังใช้ความคิด ขณะเดียวกัน ก็คอยจ้องมองอาจารย์หนุ่ม เป็นเชิงประมวลว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรต่อ
“ งั้นลองว่ามาสิ จะได้แน่ใจว่าเจ้าไม่ลืมมัน ”
พอเจอไม้นี้ ศรีสมรก็อึกอักอยู่อึดใจ แต่พอตั้งหลักได้ เจ้าหล่อนก็ปฏิบัติตามแบบไม่ค่อยเต็มใจ
“ ข้อหนึ่ง ห้ามกินมะเขือยาว ”
“ ดีมาก ข้อสองล่ะ…”
“ หะ…ห้ามด่าใครในเวลากลางคืน ” ศรีสมรสะอึกเล็กน้อย ก่อนรำลึกถึงบัญญัติข้อสอง
“ เยี่ยม ทีนี้ว่าข้อสุดท้าย ” อาจารย์หนุ่มไต่ถาม ก่อนจะขยับกายเข้าหา ทำให้คุณนายสาวถอยหนี
“ ข้อสาม…..เอ่อ……ห้ามมองหน้าใครใน 24 ชั่วโมงแรก ”
“ แล้วเจ้ารู้มั้ยว่า…ผลของการทำผิดกฎข้อที่สามคือ….อะไร ” อาจารย์หนุ่มก้าวตามมาอีก อันกดดันให้คุณนายสาวถอยหนีจนติดกำแพง แต่ด้วยความกระดากที่ต้องพูดเรื่องวิปริต เจ้าหล่อนจึงเอ่ยไม่ออก
“ อ่า…เอ่อ….ผะ…ผลของมันก็คือ…..”
“ ผลของมันก็คือ……จะให้ทำให้บุรุษที่สบตากับเจ้า เกิดอารมณ์มางเพศอย่างรุนแรง ” แต่อาจารย์หนุ่มไม่สนสิ่งใด เลยกล่าวตรงๆแบบไม่เกรงใจใคร
ถึงตรงจุดนี้ ศรีสมรเริ่มหน้าเสีย เพราะสำนึกได้ว่าตนเองละเมิดกฎนี้เป็นที่เรียบร้อย กระนั้นเจ้าหล่อนก็ไม่วายหัวเราะกลบเกลื่อน
“ ฮะ ฮะ อะ….อาจารย์พูดเล่น ใช่มั้ย ”
“ ข้อพูดจริงทุกคำ และเงื่อนไขดังกล่าวได้เริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่ข้าทำพิธีถอนของเสร็จสิ้น ” อาจารย์หนุ่มพูดจบ ก็จ้องหน้าสาวใหญ่แน่วนิ่ง ทว่าศรีสมรสังเกตว่าแววตาของหมอไสยศาสตร์ผู้นี้ดูเปลี่ยนไป เพราะมันฉายประกายหยาดเยิ้มอย่างมีนัยยะ คล้ายเหล่าชายที่กำลังเสี้ยน แต่ไม่ทันจะได้ตีความให้ชัดเจน บุรุษตรงหน้าก็ปลดกางเกงสีขาวลงอย่างรวดเร็ว
“ ว้าย…….” ศรีสมรตกใจจนกรีดร้องเสียงดัง เพราะในจังหวะที่อาภรณ์ของอาจารย์หนุ่มหลุดลงไปกองที่ข้อเท้า บางอย่างได้ดีดผึงขึ้นมาตั้งขนานพื้นโลก ทว่านั่นไม่น่าสะพรึงกลัวเท่าน้ำคำของหมอไสยศาสตร์ชื่อดังที่ตอกย้ำถึงสภาวะที่กำลังเผชิญ
“ ใช่แล้ว ด้วยความที่เผลอมองหน้า ข้าเลยอยากเสพสมกับเจ้าในตอนนี้ ”
ศรีสมรพูดไม่ออก เธอได้แต่ยืนนิ่งอึ้งอยู่อย่างงั้น พร้อมปล่อยให้ฝ่ายบุรุษโลมเลียเรือนร่างงามที่อวบอัดด้วยสายตาต่อไป และในขณะที่อาจารย์หนุ่มเตรียมเอื้อมมือมาสัมผัสกายเต่งตึงที่ยวนโลกีย์ เจ้าหล่อนก็รีบร้องห้าม พร้อมแทรกข้อเสนอทันควัน
“ เดี๋ยวค่ะ อย่าเพิ่งทำอะไร เรามาคุยกันก่อน ”
ท่าทีของอาจารย์หนุ่มดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกถึงแรงกระสันอันมหาศาลที่กัดกินหัวใจ แต่ด้วยความที่เขามีตบะแรงกล้า จึงพอจะสะกดกลั้นไว้ได้ เลยถามไถ่อย่างยากลำบาก
“ แล้วเจ้ามีอะไรมาเสนอล่ะ แต่บอกไว้ก่อน ถ้าข้าไม่ได้ปลดปล่อย เจ้าจะไม่ได้ไปจากตรงนี้ ”
" หนูเข้าใจว่าอาจารย์กำลังกลุ้มหนัก แต่หนูไม่อยากเปลืองตัว เลยขอต่อรองให้แค่ช่วยใช้มือได้มั้ยคะ ”
คิ้วเรียวของหมอไสยศาสตร์หนุ่มกระตุกหนัก ประมาณว่าอยากกระฉูดเข้าไปในกายของสาวใหญ่มากกว่า แต่สุดท้าย ก็ต้องยอม เพราะศักดิ์ศรีครูบาอาจารย์มันค้ำคอ
“ อืม…ก็ได้ งั้นเริ่มกันเลย เพราะข้าทนไม่ไหวแล้ว ” อาจารย์พูดจบ ก็ขยับเข้ามาใกล้อีกจนเหลือระยะห่างเพียงไม่กี่นิ้ว
“ อ่า….ได้ค่ะ ตะ…แต่แค่ใช้มือเท่านั้นนะคะ ”
“ อืม…เอาเลย เร็วๆ ” อาจารย์หนุ่มเร่งเร้า สีหน้าที่เรียบเฉยมาตลอด แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนนิดๆ สาวใหญ่จึงกลั้นใจ ยื่นมือไปทำกามกิจอย่างเมามัน ส่งผลให้หมอไสยศาสตร์ชื่อดังถึงกับเกร็งกาย
“ อึก…..”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
