ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

กระดูกทมิฬมรณะ

ณ ที่จอดเรือบินของเมืองหลวงต้าเฟิง

เวลานี้หวังเจ๋อฉินผู้นำแห่งวิหารค่ายกลมายาได้มองดูเรือบินของตระกูลหนานบินออกจากท่าเรือด้วยแววตาเบิกกว้างและนิ่งอึ้งเป็นเวลานาน

ผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างก็มองไปยังหวังเจ๋อฉินที่เหม่ยลอยด้วยแววตาสงสัยเล็กน้อย ถ้าหากพวกเขารู้ว่าชายชราผู้นี้เป็นถึงผู้นำแห่งวิหารค่ายกลมายาพวกเขาก็คงไม่เชื่อลูกตาตัวเองเป็นแน่

“ ตระกูลหนานผู้ปกครองโลกเทียนจวิน!! ” หวังเจ๋อฉินพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบแห้งและสั่นเทาเล็กน้อย

ต้องรู้ก่อนว่าชื่อเสียงของตระกูลหนานโด่งดังดุงสายฟ้าที่ฟาดใส่เหล่าเซียนทุกๆคนในโลกเทียนจวิน กองกำลังอันดับหนึ่งของโลกไม่สิต้องบอกว่าภายในเส้นทางหนานเทียนนี้พวกเขาถือว่าเป็นผู้ปกครองเลยก็ได้ 

ไม่แปลกใจเลยที่ว่าทำไมอาจารย์ของปรมาจารย์หมิงจะเป็นถึงปรมาจารย์ค่ายกลระดับนิรันดร์ขั้นสูง ถ้าหากมองให้ทั่วโลกเทียนจวินแล้วก็คงมีแค่ตระกูลหนานเท่านั้นที่จะมีปรมาจารย์ค่ายกลระดับนี้ได้

หลังจากที่ได้สติหวังเจ๋อฉินก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงก่อนที่จะหันไปถามผู้ติดตามของหนานหมิงที่อยู่ข้างๆว่า “ ท่านลู่คือคนของตระกูลหนานงั้นหรือ? แถมยังเป็นถึงท่านหนานหมิงอัจฉริยะแห่งตระกูลหนานอีกด้วย? ” 

ผู้ติดตามทั้งสองยิ้มและพยักหน้ารับ

“ ใช่แล้วขอรับปรมาจารย์หวัง นายท่านหนานหมิงคือบุตรคนที่สามของผู้นำตระกูลหนาน ” ผู้ติดตามกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“ ดูเหมือนว่าข้าจะเกาะต้นไม้ใหญ่ได้แล้วสินะ ” หวังเจ๋อฉินพึมพำเบาๆทันใดนั้นเขาก็ลืมเตือนเรื่องที่พวกคนเถื่อนอาจจะสร้างปัญหาให้กับท่านหนานเลย แต่เมื่อคิดดูดีๆแล้วเขาก็ส่ายหน้าเบาๆและอวยพรให้พวกคนเถื่อนอย่างไปสร้างปัญหาให้กับนายท่านหนานเสียดีกว่า เพราะถึงอย่างไรกองกำลังระดับตระกูลหนานเกรงว่าจะมียอดฝีมือที่สามารถทำลายเผ่าคนเถื่อนได้สบายๆอยู่แล้ว

หลังจากที่เรือบินของตระกูลหนานบินออกมาจากเมืองหลวงต้าเฟิงได้ประมาณหนึ่งชั่วยาม

บนเรือบินตอนนี้หนานหมิงและเซี่ยเล่ยจีรวมไปถึงหนานเหม่ยจีกำลังแอบดูหนานเทียนอวิ๋นและชุนเย่ฮวากำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ด้านหลังเรือบิน

“ นี้ๆท่านพ่อท่านแม่นั้นคือพี่สะใภ้ของข้าใช่ไหม? ” หนานเหม่ยจีถามขึ้น

หนานหมิงขยี้หัวของหนานเหม่ยจีก่อนที่จะกล่าวว่า “ นี้มันเรื่องของผู้ใหญ่เจ้ายังเด็กยังเล็กอยู่เลยอย่าเพิ่งมายุ่งเรื่องนี้…แต่พ่อคิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น ” 

เมื่อได้ยินที่หนานหมิงกล่าวมา ดวงตาของหนานเหม่ยจีก็เปร่งประกายขึ้นมาทันที นางยิ้มอย่างมีความสุขพร้อมกับมองไปยังชุนเย่ฮวาด้วยความตื่นเต้น

 หนานเทียนอวิ๋นที่กำลังคุยกับชุนเย่ฮวาอยู่ใบหน้าของเขาก็มืดลงเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปตะโกนใส่หนานหมิงและคนอื่นๆว่า “ พวกท่านจะมาฟังข้าคุยอะไรกับแม่นางชุนกัน? ” 

หนานหมิงและคนอื่นๆจึงหัวเราะแห้งๆก่อนที่จะรีบวิ่งกลับไปทันที

ชุนเย่ฮวามองดูก็ได้แต่ยิ้มกับท่าทีของครอบครัวของนายน้อยหนาน

“ ต้องขอโทษด้วย ” หนานเทียนอวิ๋นยิ้ม

ชุนเย่ฮวาส่ายหน้าและกล่าวว่า “ ไม่เป็นอะไรหรอก ข้าคิดว่าแบบนี้ก็สนุกดี ” 

หนานเทียนอวิ๋นยิ้มและมองไปที่ใบหน้าของชุนเย่ฮวาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอ่อนโยน

หลังจากที่หนานหมิงออกมาจากเมืองหลวงต้าเฟิงได้สักประมาณครึ่งชั่วยาม

ในขณะที่เรือบินตระกูลหนานกำลังบินผ่านเทือกเขาใหญ่แห่งหนึ่ง7ก็มีเรือบินลำหนึ่งบินตามมาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะตีคู่กับเรือบินของตระกูลหนาน

หนานหมิงและคนอื่นๆเดินออกมาดูและพบว่าเรือบินที่อยู่ด้านข้างนั้นเป็นเรือบินของเผ่าคนเถื่อนที่นำโดยหลิวเฉวียนหวง

“ สารเลวลู่ซานวันนี้คือวันตายของเจ้า!! ” เสียงคำรามอันเย็นชาของหลิวเฉวียนหวงดังขึ้นพร้อมกับคนเถื่อนจำนวนมากพุ่งออกมาจากเรือบินของพวกมัน

ทันทีที่หลิวเฉวียนหวงและเผ่าคนเถื่อนปรากฏตัว จู่ๆก็มียอดฝีมือจำนวนมากก็ปรากกฏตัวขึ้นเหมือนกัน พวกเขาต่างก็เป็นคนของอาณาจักรต้าเฟิงและอีกสามมหาอำนาจที่เหลือ

เมื่อหลิวเฉวียนหวงเห็นยอดฝีมือจำนวนมาก ดวงตาของมันก็หรี่ลงทันที

“ พวกเจ้าคิดที่จะช่วยเหลือเจ้าลู่ซานสินะถ้าหากพวกเจ้ากล้าที่จะขัดขวางข้าล่ะก็ วันนี้ต่อให้ข้่าต้องตายข้าก็จะลากพวกเจ้าตามไปด้วย! ” หลิวเฉวียนหวงกล่าวอย่างเย็นชา

เฟิงเทียนจูหัวเราะร่าและกล่าวว่า “ ด้วยน้ำหน้าอย่างเจ้าเนี้ยนะคิดจะลากข้าและคนอื่นๆไปด้วย เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังฝันกลางวันอยู่หรืออย่างไร? ” 

เหล่ายอดฝีมือทั้งหมดต่างก็ล้อมเรือบินของเผ่าคนเถื่อนพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการสู้ ถ้าหากเผ่าคนเถื่อนลงมือพวกเขาก็จะลงมือเช่นกัน

“ เจ้าพวกสารเลว พวกแกคิดหรือว่าทำแบบนี้แล้วลู่ซานจะหันไปสนใจพวกเจ้าน่ะ อย่าโง่ไปหน่อยเลย…แล้วก็วันนี้ถ้าหากใครกล้าขวางทางข้าต่อให้มันเป็นเทพเซียนจากที่ไหนก็ต้องตายตามไปด้วย ” หลิวเฉวียนหวงคำรามออกมาด้วยความโกรธพร้อมกับหยิบเอากระดูกมือชิ้นหนึ่งออกมาจากอุปกรณ์มิติ

กระดูกมือในมือของหลิวเฉวียนหวงมีสีดำเข้มพร้อมกับมีออร่าสีดำปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่าเป็นสมบัติที่ดูเก่าแก่และโบราณอย่างยิ่ง

เมื่อเหล่ายอดฝีมือทั้งหลายเห็นกระดูกมือในมือของหลิวเฉวียนหวง พวกเขาก็แสดงสีหน้าตกใจและหวาดกลัวออกมาทันที

“ สารเลวนั้นเอากระดูกทมิฬมรณะมาด้วยงั้นเรอะ ” ผู้อาวุโสใหญ่ของวังยมราชอุทานออกมาด้วยความตกใจ

“ มันคิดที่จะลากพวกเราไปด้วยจริงๆ ” ผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักบัวหยกสวรรค์หรี่ตาลงพร้อมกับแววตาที่เริ่มลังเลเล็กน้อยว่าจะเอาอย่างไรดี

ยอดฝีมือจากกองกำลังที่เหลือเองก็รู้สึกลังเลไม่ต่างจากผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักบัวหยกสวรรค์เช่นกัน

เนื่องจากกระดูกทมิฬมรณะนับว่าเป็นหนึ่งในสมบัติของเผ่าคนเถื่อน ถ้าหากถูกกระตุ้นด้วยลมปราณแล้วจะทำให้สามารถเรียกวิญญาณที่แข็งแกร่งออกมาได้ ซึ่งวิญญาณเหล่านั้นเทียบเท่ากับยอดฝีมือระดับเซียนนภาขั้นสมบูรณ์เลยทีเดียว

ในอดีตเคยมียอดฝีมือระดับเซียนนภาขั้นสมบูรณ์ที่มีชื่อเสียงและต้องการกวาดล้างเผ่าคนเถื่อน ในตอนนั้นเองหลิวเฉวียนหวงก็ได้หยิบเอากระดูกทมิฬมรณะออกมาและอัญเชิญวิญญาณระดับเซียนนภาขั้นสมบูรณ์ให้ปรากฏตัวและสังหารยอดฝีมือผู้นั้น

เรื่องในวันนั้นทำให้กองกำลังทั้งหลายที่คิดที่จะสร้างปัญหาให้กับเผ่าคนเถื่ิอนถึงกับหยุดความคิดทันที เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าเผ่าคนเถื่อนจะลงมือกับพวกเขาหรือไม่ แถมในตอนนั้นพวกเขายังเห็นว่าหลิวเฉวียนหวงนำกระดูกทมิฬมรณะออกมาอีกสามชิ้น

และนี้ก็คือสาเหตุที่ว่าทำไมเผ่าคนเถื่อนแม้ว่าจะอ่อนแอกว่ามหาอำนาจที่อยู่รอบๆแต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะลงมือกับเผ่าคนเถื่อนอย่างจริงจัง เพราะพวกมันมีสมบัติอย่างกระดูกทมิฬมรณะอยู่มากกว่าหนึ่งชิ้น 

ในขณะที่ยอดฝีมือทั้งหลายลังเลอยู่ พวกเขาก็ต้องตกใจมากขึ้นเมื่อเห็นว่าหลิวเฉวียนหวงหยิบเอากระดูกทมิฬมรณะออกมาอีกหนึ่งชิ้น

“ บัดซบ เจ้าสารเลวนี้เอากระดูกทมิฬมรณะมาด้วยกี่ชิ้นกันแน่! ” ผู้อาวุโสของวิหารแสงสุริยันกัดฟันกล่าวด้วยความตกใจ

เมื่อเห็นท่าทีหวาดกลัวและตกใจของกองกำลังที่เหลือ หลิวเฉวียนหวงก็หัวเราะเยาะอย่างเย็นชาและกล่าวขึ้นว่า “ ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้ากลับไปเสียตอนนี้ แต่ถ้าหากพวกเจ้ายังคิดที่จะอยู่เคียงข้างเจ้าสารเลวลู่ซาน วันนี้พวกเจ้าทั้งหมดต้องตาย! ” 

ไม่นานนักวิหารแสงสุริยันก็เป็นกองกำลังแรกที่ถอนตัวทันที แม้ว่าพวกเขาจะอยากได้ตัวปรมาจารย์ลู่และปรมาจารย์หมิง แต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะมีปัญหากับหลิวเฉวียนหวงที่มีกระดูกทมิฬมรณะในมือสองชิ้น

เมื่อเห็นว่าวิหารแสงสุริยันถอนตัวไปแล้ว สำนักบัวหยกสวรรค์ก็ถอนตัวตามไปด้วย

ไม่นานผู้อาวุโสใหญ่ของวังยมราชมองไปยังหนานหมิงและคนอื่นๆที่อยู่บนเรือบินด้วยแววตาจริงจังและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะกล่าวขึ้นว่า “ วังยมราชจะอยู่เคียงข้างกับปรมาจารย์ลู่ ”

สาเหตุที่ผู้อาวุโสใหญ่ของวังยมราชเข้าข้างหนานหมิงก็เพราะวังยมราชนับว่าเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งและทรงพลัง พวกเขาสามารถต้านทานเผ่าคนเถือนได้อยู่แล้ว เพราะแบบนี้พวกเขาจึงคิดว่าการสร้างความสัมพันธ์กับหนานหมิงและหนานเทียนอวิ๋นนั้นมีผลประโยชน์มากพอที่จะปะทะกับเผ่าคนเถื่อน

“ พวกเราราชวงศ์เฟิงก็จะขออยู่เคียงข้างปรมาจารย์ลู่เช่นกัน ” จักรพรรดิเฟิงชิงหยางกล่าวขึ้นมา

ใบหน้าของหลิวเฉวียนหวงเต็มไปด้วยความเย็นชาพร้อมกับมองไปยังวังยมราชและราชวงศ์เฟิงทันที

“ ตงฟางน่าเจี้ยน เจ้าคิดว่าเจ้ามาจากวังยมราชแล้วข้าจะไม่กล้าสังหารพวกเจ้า? ในเมื่อพวกเจ้ากล้าที่จะขวางทางข้า วันนี้พวกเจ้าทั้งหมดต้องตาย! ” หลิวเฉวียนหวงตะโกนออกมาพร้อมกับกระตุ้นกระดูกทมิฬมรณะในมือหนึ่งชิ้นทันที

ตงฟางน่าเจี้ยนคือชื่อผู้อาวุโสใหญ่ของวังยมราช

เสี้ยมลมหายใจ กระดูกทมิฬมรณะในมือของหลิวเฉวียนหวงก็เปร่งแสงสีดำจางๆออกมาเล็กน้อย ก่อนที่หลิวเฉวียนหวงจะโยนกระดูกทมิฬมรณะออกมาด้านหน้า

กลุ่มควันจำนวนมากก็ปะทุออกมาจากกระดูกทมิฬมรณะอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นปีศาจตัวใหญ่กว่าหนึ่งจั้ง รูปร่างของมันเหมือนกับปีศาจในขุมนรก เพียงแต่มันเป็นเพียงแค่วิญญาณเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นกลิ่นอายของมันก็ทำให้เหล่ายอดฝีมือทั้งหลายตัวสั่นทันที

เวลานี้คนของวังยมราชและราชวงศ์เฟิงก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหน้าเรือบินของตระกูลหนานเพื่อปกป้องหนานหมิงและคนอื่นๆ

“ ปรมาจารย์ลู่ท่านรีบหนีไปจากที่นี้ซะ ที่นี้ให้ข้าและคนอื่นๆเป็นคนจัดการกับเจ้าสารเลวหลิวเฉวียนหวงเถอะ ” จักรพรรดิเฟิงชิงหยางตะโกนขึ้น

บนเรือบินของตระกูลหนาน

หนานหมิงและคนอื่นๆมองดูการกระทำของมหาอำนาจเหล่านี้ด้วยแววตาแปลกๆ 

“ ท่านพ่อท่านจะเอาอย่างไร? ” หนานเทียนอวิ๋นที่ยืนอยู่ข้างๆหนานหมิงถามขึ้น 

ทางด้านของชุนเย่ฮวา นางมองไปยังวิญญาณทมิฬมรณะที่เป็นถึงเซียนนภาขั้นสมบูรณ์ด้วยความหวาดกลัว จนกระทั้งหนานเทียนอวิ๋นกุมมือของนางเอาไว้ นางจึงผ่อนคลายลงทันที จากนั้นนางก็นึกขึ้นได้ว่านี้คือเรือบินของตระกูลหนาน พวกเขามียอดฝีมือระดับเซียนทองคำอยู่ด้วย 

เมื่อคิดได้เช่นนี้ชุนเย่ฮวาก็รู้สึกโล่งใจและผ่อนคลายลงทันที

เวลานี้กองกำลังของสำนักบัวหยกสวรรค์และวิหารแสงสุริยันก็ได้ถอยออกห่างทันที พวกเขามองดูวิญญาณทมิฬมรรณะด้วยแววตาหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด 

ทางด้านของผู้อาวุโสใหญ่ของวังยมราช เขาก็ได้หยิบเอาไม้เท้าที่ดูเก่าแก่ออกมาจากอุปกรณ์มิติ

ทันทีที่ไม้เท้านี้ถูกหยิบออกมา บรรยากาศรอบๆก็เปลื่ยนไปทันที กลิ่นอายของวิญญาณทมิฬมรณะก็ลดลงอย่างเห็นได้ทันที แม้ว่าพลังของมันจะลดลงแต่ความแข็งแกร่งของมันก็อยู่ในระดับเซียนนภาขั้นสมบูรณ์อยู่ดี

“ สารเลวตงฟางน่าเจี้ยน เจ้าถึงกับใช้ไม้เท้ากลืนวิญญาณเลยงั้นเรอะ ” หลิวเฉวียนหวงมองไปที่ไม้เท้าในมือของตงฟางน่าเจี้ยนด้วยแววตาโกรธอย่างมาก

เนื่องจากไม้เท้ากลืนวิญญาณนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในสมบัติที่ทำให้กระดูกทมิฬมรณะอ่อนแอลง ทำให้มันไม่สามารถแสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมาได้

ตงฟางน่าเจี้ยนหัวเราะอย่างเย็นชาและกล่าวว่า “ หลิวเฉวียนหวงข้าจะให้โอกาสเจ้าในการถอยกลับไปเสีย ไม่อย่างนั้นข้าจะถือว่าเผ่าคนเถื่อนของเจ้าต้องการประกาศสงครามกับวังยมราชของข้า!! ” 

สีหน้าของหลิวเฉวียนหวงมืดลงกว่าเดิม จากนั้นมันก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆและกล่าวว่า “ ในเมื่อเป็นวันนี้ข้าหลิวเฉวียนหวงขอประกาศสงครามกับวังยมราชและราชวงศ์เฟิง ” 

สิ้นเสียงของหลิวเฉวียนหวงมันก็ใช้งานกระดูกทมิฬมรณะอีกชิ้นหนึ่งในมือทันที

ไม่ถึงสามลมหายใจวิญญาณทมิฬมรณะอีกตัวก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ถูกไม้เท้ากลืนวิญญาณในมือของตงฟางน่าเจี้ยนดูดกลืนพลังไปเล็กน้อย 

“ ดี!! ในเมื่อเผ่าคนเถื่อนของเจ้าอยากตายนักข้าก็จะไม่ถือสาที่จะสังหารพวกเจ้าทิ้ง ” ตงฟางน่าเจี้ยนตะโกนขึ้นพร้อมกับสั่งให้คนของวังยมราชพร้อมต่อสู้

ทางฝั่งของราชวงศ์เฟิงที่นำโดยเฟิงเทียนจูเองก็กระจายตัวล้อมรอบเผ่าคนเถื่อนเช่นกัน

หลิวเฉวียนก็ได้สั่งให้คนเถื่อนทั้งหมดพร้อมต่อสู้เช่นกัน ซึ่งอาวุธของพวกคนเถื่อนส่วนมากจะเป็นขวานหรือไม่ก็ค้อนเป็นหลัก ไม่เหมือนกับมนุษย์ที่มักจะใช้ดาบหรือกระบี่เป็นหลักเสียมากกว่า

เนื่องจากพละกำลังอันมหาศาลของเผ่าคนเถื่อนทำให้พวกเขาคิดว่าการใช้ขวานหรือค้อนในการต่อสู้จะทำให้พวกเขาต่อสู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากกว่าใช้พวกดาบหรือกระบี่

สำหรับเผ่าคนเถื่อนที่มีนิสัยชอบต่อสู้แล้ว การที่พวกมันถูกล้อมโดยวังยมราชและราชวงศ์เฟิงไม่ได้ทำให้พวกมันหวาดกลัว แต่ยิ่งทำให้พวกมันบ้าคลั่งและกระหายต่อการต่อสู้มากกว่าเดิมมาก 

นอกจากนี้พวกเผ่าคนเถื่อนยังมีความเชื่อที่ว่าถ้าหากคนเถื่อนคนไหนที่ได้เสียชีวิตจากการต่อสู้ ดวงวิญญาณของพวกเขาจะกลับไปสู่ดินแดนแห่งคนเถื่อนที่อยู่อีกโลกหนึ่งอิีกด้วย ทำให้เผ่าคนเถื่อนจำนวนมากมีชีวิตโดยการต่อสู้เป็นหลัก 

 

คล้ายกับเรื่องระบบอัญเชิญพิชิตโลก ที่คุณอ่าน

[New Life] อิสระของชีวิต

[New Life] อิสระของชีวิต

นิยาย แฟนตาซี
140K 171
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
4.63M 2739
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

นิยาย แฟนตาซี
161K 179
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
231K 405
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.42M 982
เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
7.72M 2500