ผู้เฒ่าหลิวลูบเคราของตนเองพลางก้มหน้าคิด หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดกับฟู่เหวินชิงว่า “ข้ามีวิธีฝังเข็มที่ช่วยป้องกันการแท้งบุตรได้ และมียาบำรุงร่างกายรวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอควบคู่กันไปซึ่งพอจะมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่ว่า…”
เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็หยุดพูดอย่างไม่รู้ว่าควรจะพูดต่อไปดีหรือไม่ เขากลัวว่าเรื่องนี้จะทำให้พวกเด็ก ๆ รับไม่ได้
ฟู่เหวินชิงลูบคิ้วของตน เขาเองก็รู้จักวิธีฝังเข็มที่ผู้เฒ่าหลิวพูด เพียงแต่ว่าหลังจากที่ใช้วิธีฝังเข็มนี้ไปแล้ว ต่อไปนางซูอาจจะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกต่อไป เรื่องนี้ก็พอจะยอมรับได้ ถึงอย่างไรนางซูเองก็มีเด็ก ๆ มากมายอยู่แล้ว แต่นอกจากเรื่องนี้แล้วยังมีปัญหาอีกหนึ่งอย่าง นั่นคือหากใช้วิธีฝังเข็มนี้ไปแล้ว หลังจากที่นางซูคลอดบุตร ร่างกายของนางจะอ่อนแอไปอีกหลายปี หากดูแลรักษาไม่ดีจะเกิดเรื่องได้ แต่ในตอนนี้ไม่มีวิธีไหนที่ดีกว่านี้อีกแล้ว
เขาเงยหน้าขึ้นมองหลี่หมิงเยว่ก่อนจะเอ่ยปากพูดอย่างลังเล “เยว่เอ๋อร์ ข้าเองก็รู้จักวิธีฝังเข็มที่ผู้เฒ่าหลิวพูด เพียงแต่หากใช้วิธีฝังเข็มนี้ไปแล้ว ต่อไปแม่เจ้าจะไม่สามารถมีบุตรได้อีก และหลังจากที่คลอดบุตรแล้ว ร่างกายของนางจะอ่อนแออยู่หลายปี ช่วงเวลานั้นจะต้องบำรุงดูแลร่างกายให้ดี ไม่เช่นนั้นมันจะส่งผลต่ออายุขัยของแม่เจ้า เยว่เอ๋อร์ พอแม่เจ้าตื่นขึ้นมาแล้ว พวกเจ้าก็ปรึกษากันให้ดีเล่า”
หลี่หมิงเยว่ขมวดคิ้วมองไปยังมารดาของตนที่นอนอยู่บนเตียงเตา จู่ ๆ ก็ไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี หลี่หมิงหัวเองก็กำลังตกใจกับคำพูดของผู้เฒ่าหลิว พวกนางไม่อาจตัดสินใจแทนมารดา ทำได้เพียงรอพวกพี่ชายน้องชายกลับมาเสียก่อนแล้วถึงติดสินใจกัน
เมื่อนึกถึงคำพูดของอาจารย์ นางจึงถามขึ้นมาอย่างละเอียด “อาจารย์ หลังจากที่ท่านแม่คลอดบุตรแล้วจำเป็นต้องใช้ของสิ่งใดบ้าง อาจารย์โปรดเขียนมาให้ข้าอย่างละเอียดทีนะเจ้าคะ ข้าอยากจะเริ่มเตรียมให้พร้อมตั้งแต่ตอนนี้เลย”
ฟู่เหวินชิงพยักหน้าให้กับผู้เฒ่าหลิว ผู้เฒ่าหลิวจึงยิ้มจนตาปิดพลางเอ่ยว่า “แม่หนูไม่ต้องกังวล พอข้ากลับไปแล้วข้าจะจดข้อควรระวังและสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ในระหว่างคลอดและหลังคลอดบุตรทั้งหมดมาให้ แล้วจะนำมาให้เจ้าคราวหน้า”
“หมิงเยว่ขอบคุณปู่หลิวมากเลยเจ้าค่ะ” เมื่อเรื่องได้รับการแก้ไขแล้ว ในที่สุดหลี่หมิงเยว่ก็คลายคิ้วที่ขมวดกันได้เสียที ก่อนจะเผยรอยยิ้มสบายใจออกมา
“เยว่เอ๋อร์ ตอนนี้แม่ของเจ้าไม่เป็นอะไรแล้ว พวกข้าออกไปดูข้างนอกก่อน ต้องไปจัดการกับคนพวกนั้น ไม่เช่นนั้นพอแม่เจ้าฟื้นขึ้นมาแล้วจะเป็นกังวลอีก” ฟู่เหวินชิงเหลือบมองไปทางด้านนอก พลางพูดกับหลี่หมิงเยว่ และพยักพเยิดหน้าไปทางหลี่เจียง
“ข้ากำลังคิดจะออกไปอยู่พอดีเลยเจ้าค่ะ! คนพวกนี้หากไม่สั่งสอนเสียบ้าง พวกเขาก็คงไม่รู้จักกลัว” หลี่หมิงเยว่เดินออกไปข้างนอกก้าวใหญ่
ผู้เฒ่าหลิวและฟู่เหวินชิงมองแผ่นหลังเล็ก ๆ ของเด็กหญิงตัวน้อย พวกเขาสบตากันและมองเห็นความคิดเดียวกันจากสายตาของอีกฝ่าย พวกเขาอยากดูว่าเด็กหญิงตัวน้อยคิดจะทำอย่างไรจึงเดินตามหลังนางออกไป
“ในที่สุดนังเด็กน่าตายอย่างแกก็ออกมาได้แล้วหรือ ตอนนี้อธิบายกับพวกข้ามาเสีย ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ” ทันทีที่หลี่หมิงเยว่ออกมา หลี่เจียงก็อดไม่ได้ที่จะกระโจนเข้าหา
“ข้าจะบอกเจ้าให้นะ เรื่องในวันนี้ไม่มีเงินหนึ่งร้อยตำลึง ข้าจะไม่จบกับเจ้าแน่” ขณะนั้นหลี่เจียงแทบจะทนไม่ไหวแล้ว เมื่อเห็นคนจึงเริ่มดุด่าไม่หยุด
หลี่ชงที่เพิ่งกลับมาถึงหมู่บ้านก็ได้ยินว่าพวกหลี่ต้าชวนไปหาเรื่องนางซูอีกแล้ว พวกเขาหมดปัญญากับเจ้าหลี่ต้าชวนคนนี้แล้วจริง ๆ เมื่อเขาเดินมาถึงหน้าบ้านและได้ยินเสียงของหลี่เจียงเข้าพอดี ทันใดนั้นเขาก็เอ่ยปากตวาดขึ้นทันที
“หลี่เจียง เจ้าหุบปากไปเสีย ส่วนหลี่ต้าชวน เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าไล่พวกเจ้าออกจากหมู่บ้านงั้นเรอะ พวกเจ้าอยากให้ข้าที่เป็นผู้นำตระกูลพูดจริง ๆ ใช่หรือไม่?” หลี่ชงถลึงตาใส่พวกหลี่ต้าชวนอย่างคาดโทษ เส้นเลือดปรากฏขึ้นที่หน้าผากทำให้คนที่เห็นอดไม่ได้ที่จะหดคอกลับไป
หลี่เจียงกำลังด่าอย่างสนุกปาก! จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยดังมาจากข้างหลัง เมื่อหันหลังกลับไปมองก็เห็นหลี่ชงที่เดินก้าวเข้ามา เส้นเลือดตรงขมับปูดโปน จ้องมองพวกเขาด้วยสายตาเฉียบคมราวกับใบมีด
หลี่ต้าชวนเองก็หันกลับไปมองหลี่ชงด้วยความไม่พอใจ หลานชายทั้งสองคนของเขาล้วนเป็นถงเซิง เดือนสามปีหน้าก็จะสามารถเข้าร่วมการสอบรับราชการได้แล้ว หลานของเขากำลังจะสอบเป็นซิ่วไฉ่ แต่หลี่ชงกลับไม่เห็นแก่หน้าเขาเลยสักนิด
เขาสบถในใจ ในเมื่อเจ้าไม่เห็นแก่หน้าข้า เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าหยาบคายก็แล้วกัน จากนั้นเขามองหลี่ชงพลางพูดเสียงเย็นชา “หลี่ชง เจ้ายืนกรานว่าจะเข้าข้างไอ้พวกเด็กชั่วเหล่านี้หรือ?”
หลี่ชงเค้นเสียงเย็นชา สะบัดแขนเสื้อและพูดกับหลี่ต้าชวน “เจ้าคิดว่าบ้านเจ้ามีถงเซิงสองคนแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นหรือ อย่าว่าแต่ถงเซิงเลย ต่อให้เป็นซิ่วไฉ่ จู่เหรินก็ไม่อาจมารังแกคนอื่นได้ตามอำเภอใจเช่นนี้”
หลี่ต้าชวนขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ชง เขาขบฟันตอบกลับเสียงเย็นชา “หาว่าพวกข้ารังแกคน ไม่กี่วันก่อนหลี่หมิงเยว่เพิ่งจะข่มขู่เมียข้า จนนางกลับบ้านไปนอนล้มป่วย ทำไมข้าจะมาขอคำอธิบายไม่ได้เล่า”
หลี่หมิงเยว่ไม่อยากให้ผู้นำตระกูลลำบากใจเกินไป จึงออกหน้าพร้อมพูด “ปู่ผู้นำตระกูล หลี่ต้าชวนเอาแต่พูดว่าข้าทำให้ภรรยาของเขาตกใจกลัว ตอนนี้ผู้เฒ่าหลิวแห่งจี้ชื่อถังจากในตัวเมืองอยู่ที่นี่พอดี ให้เขาไปตรวจแม่เฒ่าดูเสียหน่อย ดูว่านางเป็นอะไรกันแน่ และไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร ข้าก็จะไปที่ศาลาว่าการ”
เมื่อพูดถึงตรงนี้นางจึงปรายตามองพวกคนสกุลหลี่ และพูดต่อว่า “ถึงอย่างไรบนโลกนี้ คนที่ทำให้ผู้คนตกใจกลัวก็มีความผิด อีกอย่าง ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร ข้าก็จะฟ้องพวกเจ้าในข้อหาบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว และข้อความพยายามฆ่าด้วยอีกหนึ่งข้อหา”
คำพูดนี้ อย่าว่าครอบครัวของหลี่ต้าชวนเลย แม้แต่ชาวบ้านที่อยู่ข้างนอกเองต่างก็ตกตะลึง นี่มันเรื่องอันใดกัน ทำไมถึงมีข้อหาพยายามฆ่าด้วยเล่า!
หลี่ชงได้ยินนางพูดเช่นนั้นจึงเป็นกังวลขึ้นมานิดหน่อย เขาเพิ่งจะกลับมาเลยไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น หรือว่ายังมีเรื่องที่เขาไม่รู้อยู่อีก ดังนั้นจึงรีบเอ่ยถาม “เสี่ยวหมิงเยว่ นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ เจ้าบอกปู่มาดีกว่า”
“ปู่ผู้นำตระกูล เมื่อครู่นี้ปู่หลิวกับอาจารย์จับชีพจรให้ท่านแม่ของข้า ยังดีที่ครั้งนี้พวกเขามาได้ทันเวลา ไม่เช่นนั้นแม่ของข้าคงเป็นอันตรายแล้ว ก่อนหน้านี้แม่ของข้าดูแลและบำรุงร่างกายอย่างดี วันนี้ถูกพวกเขาทำให้หวาดกลัวจนกระทบกระเทือบถึงครรภ์ ด้วยร่างกายเช่นนี้อาจคลอดบุตรได้ทุกเมื่อ” หลี่หมิงเยว่นึกถึงอาการของนางซูขึ้นมา ดวงตาโต ๆ ของนางก็มีน้ำตาเอ่อคลอ
คำพูดของนางทำให้คนในลานบ้านต่างสูดหายใจ พวกเขาเพิ่งจะจำได้ว่านางซูนั้นกำลังตั้งครรภ์อยู่ หลายคนที่เคยคลอดบุตรต่างรู้ว่า หากครรภ์ถูกกระทบกระเทือนในเวลานี้สามารถคร่าชีวิตได้เลย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแม่หนูหมิงเยว่ถึงได้บอกว่าพวกเขาพยายามฆ่าคน
หลี่หมิงเยว่เช็ดน้ำตาของตนเองและพูดต่อ “เมื่อครู่นี้ปู่หลิวบอกว่าในครรภ์ของแม่ข้ามีเด็กสี่คน และเพราะครรภ์ถูกกระทบกระเทือนจึงทำให้อาจจะคลอดก่อนกำหนดได้ทุกเมื่อ หากต้องการจะรักษาครรภ์ไว้จำเป็นต้องใช้วิธีฝังเข็มเท่านั้น และหากใช้วิธีฝังเข็มนี้จะเป็นการทำร้ายร่างกาย แม่ข้าไม่เพียงไม่อาจมีบุตรได้อีก แต่ยังทำให้ร่างกายอ่อนแอหลังคลอดบุตรไปอีกหลายปี และในช่วงหลายปีนี้จำเป็นต้องใช้ยาบำรุงร่างกายให้ดีซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สายตาหลี่ชงที่จับจ้องไปยังหลี่ต้าชวนจึงเย็นเยียบมากขึ้น แต่เขาก็ระงับความเดือดดาลลงชั่วคราว และประสานมือให้กับผู้เฒ่าหลิวที่อยู่หน้าประตู “พี่หลิว รบกวนท่านตรวจดูหญิงนางนี้ให้ทีว่า นางเป็นเช่นไร”
ผู้เฒ่าหลิวเองก็ประสานมือให้เขาและถือกล่องยาเดินไปหานางหลี่หวัง เมื่อคุกเข่าลงและคลำชีพจรอย่างละเอียดเขาก็ขมวดคิ้ว ไม่นานจึงลุกยืนขึ้นและหันไปหาหลี่ต้าชวนอย่างรังเกียจ “เจ้าคิดว่าคนอื่นโง่เขลางั้นหรือ? คิดจะมาหลอกลวงว่าหญิงคนนี้ถูกเด็กเล็ก ๆ ทำให้หวาดกลัวจนสลบไป เห็นได้ชัดว่านางล้มและได้รับบาดเจ็บที่เอว เจ็บที่เอวไม่เกี่ยวกับหัว นางหลับไปเช่นนี้ไม่ได้เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บเลยสักนิด เช่นนี้แล้ว เจ้ายังจะมาถามหาเอาความกับเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อีก”
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง