Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่77 เที่ยวบินมรณะ (4)

    “นายขับเครื่องบินเป็นด้วย?’’พอเดินตามมาถึงห้องคนขับ เสี่ยวเย่ก็อดถามไม่ได้สายตาของเขาในตอนนี้จับจ้องไปยังชายหนุ่มที่นั่งลงบนที่นั่งคนขับด้วยความสับสน

     

    หรือว่าที่เขาฆ่าผู้ก่อการร้ายเป็นเพราะเขาขับเป็น?

     

    เฮ้อ…

     

    ขณะที่เสี่ยวเย่กําลังถอนหายใจอย่างโล่งอก ชายหนุ่มก็ส่ายหัว “ขับเหรอ?อย่าว่าแต่ขับเลยแค่เรียนยังไม่เคยด้วยซํ้า’’

     

    “ว่าไงนะ!’’เสี่ยวเย่ที่กําลังโล่งอกพลันอุทานออกมาด้วยใบหน้าเหยเกแล้วแบบนี้นายจะมานั่งที่นั่งคนขับทําซากอะไร?

     

    “ก็นะถึงฉันจะไม่เคยขับ แต่คนเก่งอย่างฉันน่ะต่อให้ตายยังไงก็เป็น’’ มู่หลินไม่ใส่ใจเขาลองขยับสิ่งต่างๆดู

     

    “…’’ เสี่ยวเย่

     

    เวลาเดียวกันมู่หลินก็บังเอิญเหลือบเห็นหนังสือคู่มือการขับเครื่องบินเล่มหนึ่งพอดีมุมปากของเขาจึงยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ และไม่ชอช้าที่จะนํามันมาอ่าน

     

    พรึ่บ!

     

    เพียงพริบตาด้วยการเปิดไล่หน้าทีละหน้าอย่างรวดเร็ว มู่หลินก็บันทึกข้อมูลทุกอย่างสู่ภายในดังนั้นแล้วเมื่อรวมเข้ากับความลํ้าลึกทางจิตวิญญาณของเขาเขาย่อมเข้าใจมันได้ทันที

     

    ที่เหลือก็แค่ลอง!

     

    ลองนิดลองหน่อยเดี๋ยวก็เป็น!

     

    มู่หลินไม่เสียเวลาอีกต่อไปเขารีบเข้าควบคุมเครื่องบินเต็มที่

     

    เมื่อเวลาผ่านไปเสี่ยวเย่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องตะลึงงันจนต้องกลอกตาไหนนายบอกว่าขับไม่เป็นไง?

     

    แล้วไอ้สิ่งที่ฉันเห็นอยู่ตอนนี้มันคืออะไร?!

     

    หลังจากที่มู่หลินเข้าควบคุมเขาใช้เวลาเพียงนิดน่อยในการเรียนรู้เท่านั้นพอเป็นแล้วการจะขับย่อมไม่ใช่เรื่องยากมันจึงไม่แปลกที่เสี่ยวเย่จะตกตะลึงและไม่อยากเชื่อ

     

    ไม่ช้าเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

     

    เมืองหนานจิงณ สนามบิน พอเที่ยวบินมาถึง เสี่ยวเย่ที่เห็นก็โล่งอกจนต้องถอนหายใจตลอดมานี้เขาคอยเฝ้าดูการขับเครื่องบินของชายหนุ่มอย่างห่างๆเสมอถึงเขาจะสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นใครและแข็งแกร่งขนาดนั้นได้เช่นไร เขาก็ยังไม่ได้ถามจนกระทั่งเมื่อรู้ว่าใกล้ถึงเวลาที่จะต้องแยกย้ายกันแล้ว เขาจึงอดถามไม่ได้“นายเป็นใครกันแน่?’’

     

    “ฉันน่ะเหรอ?มู่หลิน!’’ มู่หลินยักไหล่ แล้วเตรียมแยกย้ายเพราะถ้าอยู่นานกว่านี้เขาคงต้องถูกสอบสวนเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นและนั่นไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน

     

    เห็นว่าชายหนุ่มรีบไปถึงเสี่ยวเย่จะอยากห้ามเขาก็ห้ามไม่ได้เพราะเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายนั้นเก่งกาจและมีฝีมือเหนือกว่าเขามากแค่ไหนอย่างไรก็ตามก่อนที่จะแยกย้ายกันทั้งทีเขาก็ไม่รีรอที่จะยื่นนามบัตรให้พร้อมกับแนะนําตัวเองด้วยรอยยิ้ม“ขอบคุณมากสําหรับการร่วมมือกันครั้งนี้ ฉันเสี่ยวเย่ถ้านายมีปัญหาอะไรนายสามารถติดต่อฉันผ่านเบอร์นี้ได้!’’

     

    “ขอบคุณ!’’ถึงมู่หลินจะจําไม่ได้ว่าตัวเองไปร่วมมือตอนไหน เขาก็รับมาแล้วพยักหน้าเพราะอย่างไรซะถ้ามีปัญหาการได้คนช่วยก็สามารถที่จะลดปัญหาไปได้มากทีเดียวดังนั้นโดยไม่รอช้า เขาก็หายไปจากสายตาของอีกฝ่ายทันที

     

    “มู่หลิน?ชื่อนี้คุ้นๆเหมือนจะเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเลยนะ…’’ มองไปยังทางที่ไร้ร่องรอยของชายหนุ่มแล้วเสี่ยวเย่ก็อดไม่ได้ที่จะพึมพํา เขารู้สึกคุ้นหูกับชื่อนี้มาก่อนเพียงแต่นึกไม่ออกว่าไปได้ยินมาจากไหน

     

    ไม่ช้าเรื่องที่เกิดขึ้นก็แพร่กระจายไปตามข่าวอย่างไรก็ตามสํานักข่าวไม่เชื่อว่าจะมีชายหนุ่มที่สามารถหยุดกระสุนปืนได้พวกเขาจึงยกย่องเสี่ยวเย่ออกหน้าข่าวแทนว่า วีรบุรุษผู้ช่วยยับยั้งเที่ยวบินมรณะ!

     

    ข่าวที่แพร่กระจายออกไปโดยชื่อเที่ยวบินมรณะ ก็ดังขึ้นไม่หยุดเพราะว่านอกจากจะมีคนตายแล้วยังมีคนได้รับบาดเจ็บอีกมากดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นอีก พวกเขาจึงได้จัดเตรียมการป้องกันที่แน่นหนาขึ้น

     

    …

     

    ณตระกูลจื่อ

     

    “อะไรนะ?เขาไปทั้งๆที่ไม่ได้เรียกหนูมางั้นเหรอ?!’’เสียงหงุดหงิดของหญิงสาวดึงขึ้นไปทั่วทั้งคฤหาสน์

     

    จื่ออี้จื่อหยวน และจื่อหงส์ที่ได้ยินต่างไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีถึงชายหนุ่มจะมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพวกเขา แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้คิดที่จะเจอเธอหรือพูดถึงเธอด้วยซํ้าพวกเขาจึงไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

     

    “ฮึ่ม!คนบ้า!’’ โวยวายไปสักพัก จื่อหลิงก็กระทืบเท้าอย่างไม่พอใจหน้าอกของเธอกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความหงุดหงิดเห็นได้ชัดว่าเธอโกรธเป็นอย่างมากที่เขาไม่มารํ่าลาเธอ

     

    สําหรับจื่อหลิงแล้วถึงมู่หลินจะไม่ได้ยอมรับเธอเป็นแฟนแต่เธอก็เชื่อมั่นแล้วว่าเธอเป็นแฟนของเขา ดังนั้นแม้จะเป็นการจีบแค่วันเดียวเธอก็มั่นใจว่าอย่างน้อยเขาคงทําในสิ่งที่ผู้ชายคนอื่นทําได้บ้างแต่ใครจะไปคิดกันล่ะว่าพอเขาจะไปหนานจิง เขากลับไม่มารํ่าลาคนที่เป็นแฟนอย่างเธอเลยสักนิด?

     

    บ้าที่สุด!

     

    สุดท้ายจื่อหลิงก็เดินกลับไปด้วยใบหน้าแดงกํ่าเธอตัดสินใจแล้วว่าถ้าเจอเขาเมื่อไหร่ เธอจะต้อนเขาให้จนมุม!

     

    เห็นอย่างนั้นทั้งสามคนก็ทําได้แค่มองหน้ากันอย่างพิลึกชายหนุ่มคนนั้นแข็งแกร่งก็จริง แต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะไม่ได้เกรงกลัวเลยสักนิด…

     

    เฮ้อ!

     

    ทั้งสามคนทําได้เพียงแค่ถอนหายใจแล้วส่ายหัวโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

     

    …

     

    เช้าวันต่อมาณ บริษัทหวงฟู่

     

    “ประธานคะดิฉันมาขอยื่นใบลาออกค่ะ!’’

     

    ‘ประธานครับผมก็ขอยื่นใบลาออกเช่นกัน!’’

     

    “ประธานถึงพวกเราจะออกไปแล้วพวกเราก็ยังนับถือคุณเสมอดังนั้นขอให้คุณเข้าใจพวกเราด้วย!’’

     

    “...’’

     

    พนักงานมากมายต่างลาออกเป็นว่าเล่นส่งผลให้ตอนนี้ทั้งบริษัทแม้แต่ยามก็ยังไม่มีดังนั้นภายในห้องประธานจึงเต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึม

     

    เหตุผลก็เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนหลังจากที่บริษัทหวงฟู่กําลังจะล้มละลายพนักงานทั้งหลายได้ช่วยกันสุดความสามารถแล้วแต่เมื่อทุกคนรู้ว่าสิ่งที่กําลังสู้อยู่คืออะไรพวกเขาก็ถอดใจและมาทําเรื่องลาออกอย่างที่เห็น

     

    ภายในห้องประธานบนเก้าอี้ประธาน หญิงสาวคนหนึ่งกําลังนั่งมองจดหมายลาออกด้วยใบหน้าซับซ้อน

     

    เธอคนนี้มีหน้าตาสะสวยรูปไข่ที่แฝงให้เห็นถึงความเย็นชาที่มาพร้อมกับหางตาได้รูปหงส์เมื่อรวมเข้ากับสัดส่วนและเรือนร่างเซ็กซี่แล้ว เธอจัดได้ว่าเป็นสาวสวยคนหนึ่งเลยทีเดียว!

     

    และเธอคนนี้ก็คือหวงซื่อหลิน!

     

    หวงซื่อหลินในตอนนี้่ทั้งโกรธและไม่พอใจเป็นอย่างมากอย่างไรก็ตามสําหรับความรู้สึกที่มีให้แก่พนักงานของเธอนั้นเธอไม่ได้โกรธพวกเขาเลยเพราะเธอรู้ดีว่าพวกเขาต้องใช้เงินและได้ช่วยเธอเท่าที่ทําได้แล้วดังนั้นคนที่เธอโกรธจึงเป็นคนๆนั้นมากที่สุด

     

    ขณะที่หวงซื่อหลินกําลังครุ่นคิดว่าควรจะทําอย่างดีวินาทีนั้นชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้ามาเขามีหน้าตาหล่อเหลาที่มาพร้อมกับผิวพรรณไร้ที่ติ

     

    “คุณเป็นใคร?’’เห็นชายหนุ่มผู้ที่ไม่คุ้นหน้า คิ้วหางหงส์ของหวงซื่อหลินก็ขมวดเข้าหากัน

     

    ต่อหน้าสายตาการจับจ้องชายหนุ่มเพียงพยักหน้าแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ผมคือคนที่จะมาเป็นเจ้านายของคุณ...มู่หลิน!’’

     

    ถูกต้อง!บัดนี้มู่หลินได้เดินทางมาถึงแล้ว!

     

    ถึงเป้าหมายCEO ของเขา!

    คล้ายกับเรื่องTeachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร ที่คุณอ่าน