ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 266 : พลังแห่งโลกใบเล็ก

จารึกที่ 266 : พลังแห่งโลกใบเล็ก : มหาราชรถแหวกสวรรค์


สิ้นสุดคำสาบานที่สลักลึกถึงก้นบึ้งของวิญญาณภายใต้แสงจันทร์โลหิต คณะวิปลาสทั้งหกคน ผู้ซึ่งบัดนี้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของระดับแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ ได้พุ่งทะยานขึ้นสู่แท่นบัญชาการของ 'มหาราชรถแห่งสูญตา' ป้อมปราการโลหะสีดำทมิฬที่หล่อหลอมจากกระดองอสูรบรรพกาลและโลหะวิญญาณเก้าสี ลอยตัวตระหง่านอยู่เหนือหุบเขาหินอัคนี ลวดลายอักขระสีเงินอมแดงที่สลักอยู่ทั่วตัวถัง เปล่งประกายวูบวาบประหนึ่งเส้นชีพจรของอสูรกายที่กำลังตื่นจากการหลับใหล


"ทุกคนประจำตำแหน่ง! ถ่ายทอดปราณของพวกเจ้าเข้าสู่แกนกลางค่ายกล!"


อาเจีย ยืนตระหง่านอยู่หน้าแท่นควบคุมหลัก นัยน์ตาสีเงินยวงทอประกายเด็ดขาด มือทั้งสองข้างของเขากดลงบนศิลาควบคุม สัมผัสเทวะถูกส่งผ่านไปยัง 'ผลึกมิติบรรพกาล' ทั้งสามสิบหกก้อนที่เรียงตัวกันเป็นวงจรค่ายกลผสานอักขระระดับห้า 'ทวนกระแสสัจธรรม'


ฉินมู่หลาง และ เฟิงอี้หราน ประจำอยู่กราบซ้ายและขวา ปราณกระบี่และปราณอัคคีถูกอัดฉีดเข้าสู่ระบบขับเคลื่อน หลินชิงเสวี่ย และ เย่ปิงอวิ๋น ประจำอยู่ด้านหลัง แผ่ปราณเหมันต์และพฤกษาหล่อเลี้ยงโครงสร้างโลหะไม่ให้ปริแตกจากการบีบอัดของมิติ ส่วน เฟิงหลิงเอ๋อร์ ยืนอยู่เคียงข้างอาเจีย เนตรดาราของนางสว่างวาบถึงขีดสุด ทำหน้าที่เป็น 'ดวงตา' นำทางให้แก่ราชรถ


"นายท่าน! เตาหลอมวิญญาณทำงานเต็มพิกัด! ผลึกมิติกำลังเผาผลาญ พลังงานพร้อมฉีกกระชากสวรรค์แล้วขอรับ!" เจ้าสัว ที่ผสานตัวเองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแกนหลัก ส่งกระแสจิตกู่ก้องอย่างบ้าคลั่ง


"ดี! ถ้าเช่นนั้นก็... ทะลวงมิติ!"


อาเจียกระแทกปราณทั้งหมดลงสู่แท่นควบคุมข่ายกล มหาราชรถแห่งสูญตาสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวประหนึ่งมังกรบรรพกาลคำราม! คลื่นพลังงานสีเงินอมแดงระเบิดออกจากตัวรถ พุ่งทะยานแหวกอากาศธาตุขึ้นสู่ท้องฟ้าสีเลือดด้วยความเร็วที่ดวงตาไม่อาจจับจ้อง!


ทว่า... แดนเนรเทศสูญญตา คือนรกภูมิที่สวรรค์สร้างขึ้นเพื่อกักขังผู้ต่อต้านลิขิตฟ้า การจะหลบหนีออกไป ย่อมมิใช่ง่ายดายเพียงแค่การมีกุญแจ!

พริบตาที่ราชรถพุ่งทะยานเข้าใกล้กำแพงมิติเบื้องบน... สัจธรรมแห่งฟ้าดินของนรกภูมิก็พลันเกิดความวิปริตอย่างรุนแรง!


"ครืนนนนนนนนนน!!!"


ดวงจันทร์สีเลือดที่แขวนอยู่บนท้องฟ้า พลันบิดเบี้ยวและขยายขนาดขึ้นนับสิบเท่า! มันมิใช่ดวงจันทร์อีกต่อไป ทว่ามันแปรสภาพเป็น 'ดวงตาโลหิตขนาดยักษ์' ที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดสีดำ มันจ้องมองลงมาที่มหาราชรถด้วยความโกรธเกรี้ยวและอาฆาตมาดร้าย!


นี่คือ 'เจตจำนงแห่งแดนเนรเทศ'! กฎเกณฑ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยสวรรค์เบื้องบน เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีเศษขยะชิ้นใดเล็ดลอดออกไปจากนรกขุมนี้ได้!

"ครืนนน! แกร๊บ!"


จากพื้นปฐพีสีดำเกรียมเบื้องล่าง โซ่ตรวนโลหิตขนาดมหึมาเส้นผ่าศูนย์กลางกว่าสิบจั้งนับพันเส้น พุ่งพรวดขึ้นมาจากใต้ดินดุจงูยักษ์! พวกมันพุ่งทะยานขึ้นฟ้าด้วยความเร็วแสง รัดพันเข้าที่กราบเรือและแกนขับเคลื่อนของมหาราชรถอย่างแน่นหนา!


"ตึงงงงงงงงงง!"


นาวาศูญตาที่กำลังพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงสุด ถูกโซ่ตรวนโลหิตกระชากกลับอย่างรุนแรงจนโครงสร้างโลหะวิญญาณส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด แรงกระแทกมหาศาลทำให้ทุกคนบนราชรถกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน!


"อึก! กฎเกณฑ์ของที่นี่มันบ้าไปแล้ว!" เฟิงอี้หรานทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง "เจตจำนงของแดนเนรเทศนี้ พลานุภาพของมันเทียบเท่าเซียนระดับ 'หลอมความว่างเปล่า' มันไม่อนุญาตให้พวกเราออกไป!"


"ศิษย์พี่อาเจีย! โซ่ตรวนพวกนี้มันสูบปราณของเรือเหาะไปอย่างรวดเร็ว! หากถูกมันดึงกลับลงไป พวกเราจะถูกฝังลืมในนรกขุมนี้ตลอดกาล!" เฟิงหลิงเอ๋อร์เตือนด้วยความตื่นตระหนก เนตรดาราของนางมองเห็นความตายที่กำลังคลืบคลานเข้ามา


อาเจียกัดฟันกรอด รสคาวเลือดคละคลุ้งในปาก นัยน์ตาสีเงินยวงของเขาจ้องมองดวงตาโลหิตขนาดยักษ์บนท้องฟ้าด้วยความโกรธเกรี้ยวที่แผดเผา


"สวรรค์หน้าเหม็น! ตอนเอาข้ามาทิ้ง ไม่เห็นจะมาถามความสมัครใจ! ตอนข้าจะกลับ ดันมาเก็บค่าผ่านทางด้วยชีวิตงั้นหรือ! โซ่บ้าพวกนี้กำลังขูดสีเรือเหาะที่ข้าเพิ่งหลอมมาใหม่จนเป็นรอยหมดแล้ว! พวกเจ้าต้องชดใช้!"


ความหน้าเงินและความบ้าบิ่นหลอมรวมกัน อาเจียรู้ดีว่าเพียงแค่พลังปราณของระดับแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ทั้งหกคน ไม่อาจต้านทานกฎเกณฑ์ระดับหลอมความว่างเปล่าของสวรรค์ได้!


ชายหนุ่มหลับตาลง จิตวิญญาณของเขาพุ่งดิ่งเข้าไปในสาบเสื้อ เชื่อมต่อเข้ากับ 'พู่กันนิรันดร์' โดยตรง!


พริบตานั้น สัมผัสเทวะของอาเจียก็ปรากฏขึ้นภายใน 'โลกใบเล็ก' ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นใหม่! ท้องฟ้าสีคราม ปราณฟ้าดินที่บริสุทธิ์ ภูเขาสูงและทะเลสาบกว้างใหญ่... และ ณ ใจกลางของโลกใบนั้น คือแท่นหยกที่ 'มู่เฉิน' กำลังลอยตัวอยู่เหนือ 'บัวเนตรสวรรค์บรรพกาล'


"ท่านอาจารย์! นรกขุมนี้มันไม่ยอมปล่อยพวกเราไป! ข้าต้องการพลัง... พลังที่จะฉีกกฎเกณฑ์ของมัน!" อาเจียส่งกระแสจิตก้องโลกใบเล็ก

"ข้ารู้แล้วไอ้หนู!" มู่เฉินในร่างวิญญาณลืมตาขึ้น แววตาของปรมาจารย์ทอประกายอหังการ "แม้ข้าจะยังไม่มีกายเนื้อ ทว่าการที่มิติพู่กันขยายเป็นโลกใบเล็ก ทำให้วิญญาณของข้าสามารถดึงเอา 'มหาภาวะชวี' ของที่นี่มาใช้ได้! เจ้าจงรับไป!"


ในจังหวะนั้นเอง 'เจ้าหญิงตัวน้อย' จิตวิญญาณแท้จริงของพู่กันในรูปลักษณ์เด็กหญิงผมสีเงิน ก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกายมู่เฉิน นางชูมือทั้งสองข้างขึ้นสู่สวรรค์ของโลกใบเล็ก


"ข้าคือผู้บัญญัติสัจธรรมแห่งโลกใบนี้! พลังแห่งสรรพสิ่ง... จงแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธให้นายท่านของข้า!"


วูบ!


ปราณฟ้าดินทั้งหมดภายในโลกใบเล็ก ถูกควบแน่นและดูดกลืนเข้าสู่พู่กันนิรันดร์! มันคือ 'พลังแห่งโลก' ที่บริสุทธิ์และทรงอำนาจที่สุด! พลังงานนี้พุ่งทะลักจากพู่กัน ไหลย้อนกลับเข้าสู่จุดตันเถียนของอาเจียในโลกภายนอกประหนึ่งคลื่นสึนามิที่บ้าคลั่ง!


"อ๊ากกกกก!"


อาเจียเบิกตากว้าง เส้นเลือดทั่วร่างปูดโปนเป็นสีเงินยวง ร่างกายของเขาที่สลักด้วยอักขระมารแทบจะปริแตกจากการรองรับพลังงานแห่งโลกใบเล็ก! ทว่านี่คือสิ่งที่เขาต้องการ!


"ศิษย์พี่อาเจีย!" ทุกคนบนนาวาศูญตาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ก้าวล่วงขีดจำกัดมนุษย์ แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา


"พวกเจ้า... ถ่ายปราณทั้งหมดมาที่ข้า! ข้าจะเป็นคนขับเคลื่อนเราะเหาะลำนี้เอง!"


สิ้นคำตวาด ฉินมู่หลาง เฟิงอี้หราน หลินชิงเสวี่ย เย่ปิงอวิ๋น และเฟิงหลิงเอ๋อร์ ไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว! พวกเขาประทับฝ่ามือลงบนค่ายกล ส่งผ่านปราณแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ทั้งหมดไปผสานกับพลังแห่งโลกใบเล็กในร่างของอาเจีย!


บัดนี้ อาเจียคือศูนย์รวมของเจตจำนงทั้งปวง!


ชายหนุ่มก้าวเดินไปที่ส่วนหัวของมหาราชรถ ท่ามกลางโซ่ตรวนโลหิตที่กำลังดึงรั้ง นัยน์ตาสีเงินยวงของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้ก้นบึ้ง... วงแหวนสีเงินยวงสามชั้นปรากฏขึ้นและหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง!


เจตจำนงแห่งความว่างเปล่าที่แท้จริง ตื่นขึ้นจากการหลับใหล!


"สวรรค์จอมปลอม... จงเบิกตาดูให้ดี! นี่คือสัจธรรมที่จะดับสูญพวกเจ้า!"


อาเจียตวัดมือขวาชี้ตรงไปยัง 'ดวงตาโลหิตขนาดยักษ์' บนท้องฟ้า!


"เนตรสูญตาขั้นที่ 3... ดับสูญสัจธรรม!"


ซูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!


ลำแสงแห่งความว่างเปล่าสีดำสนิท พุ่งทะยานออกจากดวงตาของอาเจีย! มันมิใช่ลำแสงโจมตี ทว่าบริเวณใดที่ลำแสงนี้พาดผ่าน กฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาและพื้นที่ในบริเวณนั้น จะถูก 'ลบ' ออกไปจากวัฏจักร!


โซ่ตรวนโลหิตนับพันเส้นที่รัดพันราชรถอยู่ เมื่อถูกสัมผัสโดยอำนาจแห่งการดับสูญสัจธรรม พวกมันพลันหยุดชะงัก บิดเบี้ยว และสลายกลายเป็นอากาศธาตุในชั่วพริบตา! การพันธนาการถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์!


"พุ่งชนมันนนนน!"


อาเจียคำรามสุดเสียง สับคันโยกแท่นควบคุมจนสุด! มหานาวาสูญตาที่ได้รับอิสระและอัดแน่นด้วยพลังแห่งโลกใบเล็ก พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วที่ฉีกกระชากกฎทั้งปวง! หัวรถที่เป็นหัวกะโหลกอสูรบรรพกาลพุ่งเข้าชน 'ดวงตาโลหิตขนาดยักษ์' อย่างจัง!


"เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!"


เสียงกัมปนาทดังก้องไปทั่วทุกอณูของแดนเนรเทศสูญญตา! ดวงตาโลหิตของเจตจำนงแห่งนรกภูมิ ถูกป้อมปราการแห่งสูญตาพุ่งทะลวงตรงจุดศูนย์กลาง!


มิติอากาศปริแตกออกเป็นรอยร้าวขนาดยักษ์ แสงสว่างสีขาวที่เจิดจ้าและบ้าคลั่งจากโลกภายนอก สาดส่องเข้ามาในรอยแยกนั้น!


"อ๊ากกก!"


อาเจียกระอักเลือดสีดำออกมาคำโต เลือดไหลทะลักออกจากดวงตาทั้งสองข้าง การฝืนใช้เนตรขั้นที่ 3 ปะทะกับเจตจำนงของโลก ผลาญพลังวิญญาณและทิพยปราณของเขาจนเกือบแห้งเหือด ทว่าแววตาของเขากลับปรากฏรอยยิ้มที่บ้าคลั่ง!


เรืือเหาะพุ่งทะลุผ่านดวงตาโลหิต แหวกมิติที่ฉีกขาด ทะยานออกไปจากแดนเนรเทศได้สำเร็จ!


...


วูบ!


การรับรู้ของทุกคนดับวูบไปชั่วขณะ ท่ามกลางกระแสมิติที่แปรปรวน


เมื่อแสงสว่างอันเจิดจ้าดับลง ความรู้สึกของการถูกกดทับจากกฎเกณฑ์วิปริตก็ปลาสนาการไป แทนที่ด้วยไอปราณฟ้าดินที่คุ้นเคยและบริสุทธิ์... ไอปราณแห่งทวีปผู้แสวงมรรค!


"ฟิ้วววว... ตึงงงงง!"


มหานาวาแห่งสูญตาที่สูญเสียพลังงานขับเคลื่อน ร่วงหล่นลงมาท่ามกลางป่าทึบแห่งหนึ่งในโลกภายนอก ต้นไม้ใหญ่นับร้อยต้นถูกทับหักโค่น เกิดฝุ่นควันคลุ้งไปทั่วบริเวณ ก่อนที่นาวาขนาดมหึมาจะจอดสนิทลงอย่างสงบ


เสียงนกน้อยร้องจิ๊บๆ และเสียงใบไม้ไหวตามสายลม ค่อยๆ ดึงสติของทุกคนให้กลับคืนมา


"พวกเรา... พวกเราทำสำเร็จ... ออกมาได้แล้ว..." ฉินมู่หลางพิงขอบเรือเหาะ หอบหายใจอย่างหมดแรง ทว่าแววตาเต็มไปด้วยความปีติ

"ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าได้กลิ่นอายของพลังปราณทวีป! กลิ่นของปราณสวรรค์!" เฟิงอี้หรานทิ้งตัวนอนแผ่หลากับพื้นโลหะ


อาเจียใช้มือปาดเลือดที่มุมปาก นัยน์ตาสีเงินยวงกลับมาเป็นปกติ ทว่าวิญญาณของเขาอ่อนล้าจนแทบจะสลบ ชายหนุ่มพยายามยันตัวขึ้นยืน กวาดสายตามองไปรอบๆ ป่าทึบที่ดูร่มรื่น


ทว่า... รอยยิ้มของเขาพลันชะงักงัน เมื่อสัมผัสเทวะที่กว้างไกลขึ้นของระดับแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ ตรวจจับกลิ่นอายบางอย่างได้


"เดี๋ยวก่อน..." อาเจียขมวดคิ้ว "ไอปราณของโลกภายนอก... ทำไมมันถึงได้หนาแน่นและแปรปรวนถึงเพียงนี้... และต้นไม้พวกนี้... มันคือ 'ต้นสนวิญญาณโลหิต' ที่ต้องใช้เวลาเติบโตร้อยปีจึงจะสูงสักหนึ่งจั้ง... ทว่าต้นพวกนี้... มันสูงกว่าห้าสิบจั้ง!"


หลินชิงเสวี่ยและเย่ปิงอวิ๋นรีบลุกขึ้นมายืนสังเกตการณ์ ใบหน้าของพวกนางซีดเผือด


"ความหนาแน่นของปราณ... ความเก่าแก่ของพืชพรรณ... มันผิดปกติ!" เย่ปิงอวิ๋นเอ่ยเสียงสั่น "ศิษย์พี่อาเจีย... ในแดนเนรเทศสูญญตา เวลาถูกบิดเบือน... พวกเราติดอยู่ในนั้น นานเท่าใดกันแน่ในโลกแห่งความเป็นจริง?"


ก่อนที่คำถามนั้นจะได้รับคำตอบ เสียงหัวเราะที่เย้ยหยันและเย็นเยียบ ก็ดังทะลุเข้ามาจากป่าเบื้องหน้า!


"ฮ่าฮ่าฮ่า! ในที่สุด... ก็มีเศษสวะรอดตายออกมาจากรอยแยกมิติอีกกลุ่มจนได้!"


เงาร่างนับสิบสายในชุดคลุมสีเงินสว่าง พุ่งทะยานแหวกอากาศมายืนลอยตัวอยู่เหนือราชรถ บนหน้าอกเสื้อคลุมของพวกมัน สลักด้วยสัญลักษณ์ที่ทำให้อาเจียและพรรคพวกต้องกัดฟันกรอด!


'วิหารศัสตราสวรรค์!'


"พวกเจ้า... ไอ้พวกขอทานในชุดคลุมมอซอ!" ชายหนุ่มระดับแก่นทองคำขั้นปลายผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม ชี้ดาบมาที่คณะวิปลาส "ยอมจำนนเสียโดยดี! ส่งมอบแหวนมิติและสมบัติทั้งหมดที่พวกเจ้าได้มาจากนรกนั่นให้แก่วิหารศัสตราสวรรค์! หากขัดขืน... พวกเราจะจับพวกเจ้าไปให้สำนักอัสนีบาต เพื่อรับรางวัลนำจับ!"


คำกล่าวนั้น ทำให้อาเจียชะงัก!


วิหารศัสตราสวรรค์... ขั้วอำนาจยักษ์ใหญ่ระดับทวีป กลับมาตามจับคนเพื่อไปรับรางวัลจาก 'สำนักอัสนีบาต' ซึ่งเป็นเพียงสำนักชายขอบงั้นหรือ?!


มันเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้ในช่วงเวลาที่พวกเขาสูญหายไป! กบในกะลาอย่างสำนักอัสนีบาต กลายเป็นผู้ตั้งค่าหัวเหนือวิหารศัสตราสวรรค์ได้อย่างไร!


โทสะที่เย็นเยียบและน่าสะพรึงกลัวที่สุด ค่อยๆ ปะทุขึ้นในดวงตาของจอมหน้าเงิน! การกลับมาเยือนโลกภายนอกครั้งนี้... ดูเหมือนบัญชีแค้นที่ต้องชำระ จะมีดอกเบี้ยมหาศาลกว่าที่คิดไว้มากนัก!