The SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 137 หัวล้านอยากรำ หัวดำอยากเทศน์!

            สายลมหนาวพัดผ่านแดนเหมันต์ มองดูจันทร์คู่กันบนชิงช้า ชายหนุ่มนั่งเคียงคู่ประชิดขา กาลเวลาได้พาให้ผ่านไป หิมะน้อยซบหัวอิงแผ่นอก นางกอดกกทำนองของหัวใจ เสียงเต้นตุบเจ็บจิตคิดสงสัย นางเปลี่ยนไปภายในเกิดเศร้าตรม…



            ตลอดหลายวันที่ผ่านมา พวกเขาทั้งสองคนต่างก็กำลังเรียนรู้ซึ่งกันและกันมาโดยตลอด มิเนอร์วาพยายามถามนางอยู่หลายคำถาม แต่หิมะน้อยก็ดูเหมือนจะเศร้าโศก ไม่ยอมพูดถึงเรื่องราวในอดีต ชายหนุ่มสันนิษฐานว่าก่อนหน้านี้ต้องเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นกับนางอย่างแน่นอน เป็นความร้ายแรงที่กระทบจิตใจของนางจนกลายเป็นภูตสมองไม่ปกติ ชายหนุ่มเริ่มลังเลในความคิดของตัวเอง



            “หรือว่าดวงวิญญาณที่ตื่นขึ้นในตอนนั้นจะไม่ใช่นาง? ...” มิเนอร์วาพึมพำเสียงแผ่ว เขาโอบเอวสตรีนางนี้เอาไว้เพราะถูกอีกฝ่ายร้องขอ หิมะน้อยอยากจะนั่งท่านี้ชายหนุ่มก็ไม่ขัด ตามใจนางทุกครั้งจนแทบจะเคยตัว ส่วนคนอื่นๆ ก็นั่งบ้างเดินบ้างรอคอยอย่างอดทน พวกเขาได้รับผ้าห่มที่ทำมาจากขนของมนุษย์ลิงซึ่งตายไปนานแล้วมาคนละผืน แต่ละคนจึงรู้สึกอบอุ่นจนสุขสบาย



            มิเนอร์วากำลังเงยหน้ามองจันทรา พริบตาต่อมาก็หันศีรษะจ้องไปอีกทางหนึ่ง เรือฟลายอิ้งดัตช์แมนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ไม่ผิดอย่างแน่นอน มิเนอร์วาที่มีพลังชีวิตระดับครึ่งเทพเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ตัวเองในตอนที่เป็นเหนือมนุษย์นั้นมีขอบเขตสัมผัสวิญญาณที่คับแคบนัก ชายหนุ่มใช้เวลาคิดมานานหลายวัน เกี่ยวกับเรื่องของหิมะน้อย แต่เมื่อเวลาที่ต้องตัดสินใจได้มาถึง เขากลับรู้สึกตัดใจทำไม่ลง



            “หิมะน้อย… ข้าต้องไปแล้ว…” มิเนอร์วาใช้เท้าหยุดชิงช้าแล้วลุกยืนขึ้น เขามองไปที่โฉมงามด้วยสายตาจริงจัง แต่ก็ต้องสะท้านเพราะเห็นคราบน้ำตาที่แผงอก



            “ไม่ไปได้หรือไม่? ...” หิมะน้อยถามด้วยสีหน้าที่เว้าวอน บริเวณหางตาก็รื้นไปด้วยหยดน้ำที่กำลังจะล้นเอ่อ



            “ไม่ได้… ข้ายังมีธุระอื่นรอให้สะสาง อีกสักครู่ก็ต้องออกเดินทางแล้ว” มิเนอร์วาส่ายหน้าอย่างจนใจ เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู แม้นางจะดูบ้าบอสติประค่อยเต็ม แต่ก็ไร้ซึ่งพิษภัยอันใดที่เป็นอันตราย นางเป็นเพียงภูตหิมะที่สูญเสียความทรงจำ ในด้านพลังนั้นก็แข็งแกร่งเทียบเท่ากับเหล่าเหนือมนุษย์โดยทั่วไป หากติดตามไปกับเขาเดาได้ว่าอันตรายนั้นมีอยู่แทบทุกที่ แต่อยู่ที่นี่ด้วยการปกป้องจากกองทัพมนุษย์ลิง ภัยร้ายใดล้วนยากจะกล้ำกรายเข้าหานาง ชายหนุ่มกัดฟันหันหลังให้ จากนั้นจึงเดินลงมาตามบันไดน้ำแข็งเพียงลำพัง



            เมื่อลงมาถึงจุดที่ใช้สำหรับพักผ่อน เขาก็เอ่ยปากบอกทุกคนให้เตรียมตัว เสียงของชายหนุ่มเป็นดั่งกลองสวรรค์ ที่ฉุดลากกลุ่มคนซึ่งนั่งเบื่อหน่ายให้มีจุดมุ่งหมายในชีวิต โดยเฉพาะวรมันที่สองซึ่งดูจะคิดถึงบ้านมากเป็นพิเศษ เมื่อได้เวลาเดินทางทุกคนก็ย่ำเท้าเหยียบหิมะ เรียงแถวปีนขึ้นสู่หลังของโนตูรอนอย่างเป็นระเบียบ มิเนอร์วามองไปที่หิมะน้อยเป็นครั้งสุดท้าย นางร่ำไห้สะอึกสะอื้นแทบเป็นแทบตาย เขากัดฟันหลบตาแล้วสะกิดโนตูรอนให้ออกเดินทาง



            หิมะน้อยรวมถึงกองทัพมนุษย์ลิงต่างก็ยืนจับเป็นกลุ่มใหญ่ พวกเขามองส่งทุกคนที่บินหายขึ้นฟ้าลับสายตาไป ผ่านไปสักครู่ใหญ่สัมผัสวิญญาณของชายหนุ่มก็หายไป ดวงตาของภูตหิมะนางนี้ก็กลับกลายมาเป็นว่างเปล่าอีกครั้ง ราวกับความโศกเศร้าทั้งหมดได้ถูกฝังเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจ ดวงตาของหิมะน้อยแม้จะดูว่างเปล่า แต่นางก็ยังคงจ้องมองไปยังทิศที่พวกเขาพึ่งจากไป จู่ๆ ราวกับห้วงสตินึกขึ้นได้ ริมฝีปากที่ได้สัดส่วนของหิมะน้อยจึงพึมพำเสียงเบา…



            “ชื่อของข้า… เกรเซีย…”



            บนดาดฟ้าเรือฟลายอิ้งดัตช์แมน เหล่าภูตผีต่างก็เรียงแถวทำความเคารพผู้เป็นนาย ทุกคนต่างก็ตกใจที่เรือผีพร้อมลูกเรือลำนี้กำลังอยู่ใต้อาณัติของชายหนุ่ม นี่ก็เป็นอีกครั้งที่ขุนซ่าต้องใจให้กับความลึกลับไร้ก้นบึ้งของบุรุษตรงหน้า ส่วนวรมันที่สองนั้นเริ่มจะชินชาแล้ว ถึงจะตกใจอยู่บ้าง แต่ก็ปรับตัวเข้าหาได้อย่างรวดเร็ว



            เมื่อเหล่าลูกเรือผีนำทางทุกคนเข้าสู่ที่พัก มิเนอร์วาก็แขวนเปลนอนพร้อมกับรับฟังข่าวสารจากเฮนดริก มวนพันลำถูกหยิบออกมาสูบ เขาจุดไฟพ่นควันด้วยอารมณ์ที่ผ่อนคลาย หอกแห่งความลับเท้าความไปถึงเรื่องราวเมื่อก่อนหน้า จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันในตอนนี้ ที่แท้ดินแดนน้ำแข็งผืนนั้นก็อยู่บนแผ่นดินอีกฟากของทวีปเหนือ นี่คือผืนทวีปที่ไม่มีผู้ใดเคยรู้จัก เป็นแผ่นดินที่หลายคนตั้งเป้าอยากตามหา หากเป็นในยามปกติเหล่าลูกเรือผีจะไม่ดั้นด้นฝ่าหมอกปริศนาให้หลงทาง แต่เมื่อมีทิศทางอันแน่นอนแล้วการเดินทางมายังที่แห่งนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นนัก



            เห็นๆ กันอยู่ว่าปากทางเข้าดินแดนลับแลนั้นอยู่ที่ชายแดนของอาณาจักรเลวา แต่ไม่รู้ว่าไปเดินทางผิดแยกหรือตกหลุมมิติใดเข้า ทุกคนจึงมาโผล่อยู่ที่ผืนทวีปของโลกอีกฟากหนึ่ง แอสคลีเพียสเองก็ไม่ทราบถึงต้นเหตุเช่นกัน ส่วนอีฟริทก็เลือกที่จะเงียบเพราะไม่สนใจในเรื่องนี้ ท้องทะเลโดยรอบถูกปกคลุมไปด้วยสายหมอกขาว เฮนดริกนั่งไกวเปลให้ชายหนุ่มตามความเคยชิน เมื่อเล่าทุกสิ่งจบก็ได้รับคำสั่งให้จัดทำแผนที่สำหรับเดินเรือ



            ในระหว่างทางเฮนดริกได้พบเกาะที่เปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์อยู่หนึ่งเกาะ เขาจึงวาดทุกสิ่งที่รู้ออกมาเป็นเส้นทาง มิเนอร์วากางแผนที่ออกแล้วชูขึ้นฟ้า เขานอนอ่านทุกสิ่งแล้วก็สงสัย เหตุใดสายหมอกเหล่านี้จึงไม่ทำอันตรายพวกเขาเลยแม้แต่น้อย สภาพแวดล้อมโดยรอบสงบมากเกินไป ช่างแตกต่างจากข้อมูลที่เคยได้รับมา มิเนอร์วามองไปที่เฮนดริกจากนั้นก็ชี้นิ้วลงไปยังจุดกากบาท



            “ขากลับก็แวะที่นี่ด้วยแล้วกัน ข้าจะขึ้นเกาะไปสำรวจเอง” จุดกากบาทนั้นย่อมหมายถึงเกาะต้องสงสัยที่มีพลังบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์แผ่ออกมา เมื่อปลายทางยังคงเดิมแต่จุดหมายระหว่างทางได้เปลี่ยนไป หัวเรือที่แล่นตรงไปจึงเปลี่ยนเข็มเบนไปทางขวา เฮนดริกรับคำสั่งหมุนพังงาอย่างชำนาญ หางเสือที่อยู่ใต้ผิวน้ำได้คัดท้ายควบคุมทิศ การต้านน้ำของหางเสือทำให้หัวเรือกลับมาตั้งตรงอีกครั้ง มิเนอร์วายกมวนพันลำขึ้นจ่อปากเป็นครั้งสุดท้าย ใช้เสียงคลื่นเป็นทำนองที่ขับร้องด้วยสายลม ชายหนุ่มอมหมอกขาวเอาไว้อยู่ชั่วครู่ เขาดีดมวนพันลำที่คีบไว้ทิ้งลงน้ำ แล้วพ่นควันมายาออกมาเป็นทางยาว จากนั้นก็หลับตาพักผ่อนลงด้วยอารมณ์ที่รู้สึกสงบ ไร้สิ่งรบกวนใดให้ใจต้องวุ่นวาย



            การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น ไร้ลมคลื่นหรือความอันตรายในท้องทะเล กลางวันก็มุดน้ำเปิดโลกทัศน์ให้กับผู้มาใหม่ ยามค่ำคืนราตรีก็ล่องสาครให้อาบย้อมใต้แสงจันทร์ ผ่านไปหลายวันตรงเส้นขอบฟ้าทางทิศหัวเรือทุกคนก็มองเห็นเงาของเกาะขนาดใหญ่ ในขณะที่ล่องเรือมุ่งหน้าเข้าไปใกล้ คลื่นลมที่เคยสงบก็เกิดปั่นป่วนขึ้นมาอย่างกะทันหัน เกิดเป็นวังน้ำวนหลายสิบแห่งขึ้นมาโดยรอบเกาะ จากนั้นไม่นานก็มองเห็นเงาดำขนาดใหญ่ของสิ่งมีชีวิตไม่ทราบชนิด มันอยู่ใต้ผิวน้ำทะเล อีกทั้งยังเคลื่อนตัวพุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว



            เพียงไม่นานมันหักเลี้ยวแล้วพุ่งชนข้างลำเรือ เกิดการปะทะเสียงดังสนั่นหวั่นไหวระหว่างเรือฟลายอิ้งดัตช์แมนกับสิ่งมีชีวิตปริศนา เรือใบสามเสาลำใหญ่ถึงกับโคลงเอนจนกราบเรืออีกด้านเกือบสัมผัสกับผิวน้ำ ฟลายอิ้งดัตช์แมนลอยไปอีกทางหนึ่งจนกระทั่งแรงปะทะได้หมดลง ความสมดุลของเรือจึงกลับมาเป็นปกติ ด้วยการตั้งเสากระโดงทั้งสามให้ชี้ขึ้นฟ้า เมื่อโผล่พ้นถอยหลังออกไปไกลเหตุการณ์ทุกอย่างจึงสงบลง ราวกับข้างหน้าคืออาณาเขตต้องห้ามที่จะไม่ปล่อยให้ผู้ใดได้เข้าไปใกล้



            ชายหนุ่มเดินไปที่ดาดฟ้าหัวเรือ เขาจ้องมองไปยังผิวทะเลในที่ไกลออกไป ลึกลงไปมีเงาดำขนาดใหญ่กำลังจะโผล่พ้นขึ้นมา ฟองอากาศที่แตกออกเป็นสัญญาณถึงลมหายใจของอีกฝ่าย เมื่อเงาดำโผล่พ้นร่างขึ้นมา คลื่นทะเลสูงก็พัดโถมเข้าใส่เรือฟลายอิ้งดัตช์แมนไปอีกระลอก แต่มิเนอร์วาย่อมไม่ยอมถูกกระทำถึงสองครั้งติดอย่างแน่นอน เขาภาวนาเพียงหนึ่งครั้งอาโปกสิณก็สำแดงเดช อาเพศทั้งหลายจึงหายไปโดยพลัน คลื่นสูงถูกผ่าแยกจนแตกออกเป็นช่องทางยาว วินาทีที่สายตาของทั้งสองฝ่ายสบมองกัน จากความสงสัยในตอนแรก จึงกลายเป็นความมั่นใจที่พุ่งขึ้นมามากหลายส่วน



            “ตระกูลผู้พิทักษ์?” มิเนอร์วามองไปที่สิ่งมีชีวิตรูปร่างอสรพิษขนาดใหญ่ จากนั้นก็นึกไปถึงตระกูลเอราปถที่เป็นหนึ่งในสี่ตระกูลซึ่งตนเคยเจอเมื่อในอดีต หลังจากได้รับมรดกทั้งหมดของอารยธรรมแห่งพุทธะมาครอบครอง ชายหนุ่มก็รู้ได้ในทันทีว่าสิ่งมีชีวิตรูปร่างอสรพิษมีหงอนในคราวนั้นก็คือพญานาคราชตนหนึ่ง ชายหนุ่มจำได้ว่าเมื่อมองเห็นร่างที่แท้จริง ลำตัวของอีกฝ่ายมีสีเขียวมรกตจงกลนี เกล็ดก็ขจีไปด้วยไพรมณีรัตนชาติ ตระกูลที่ถือกำเนิดขึ้นมาแบบอัณฑชะซึ่งเกิดจากฟองไข่ ถือว่าเป็นชนชั้นสูงที่อาศัยอยู่ในนครบาดาลซึ่งนับว่าเป็นตำนาน ที่น้อยคนนักจะมีโอกาสได้มองเห็น สิ่งมีชีวิตประเภทนี้มักคอยปกปักดูแลมรดกแห่งพุทธะอยู่เสมอ เขายังคงจำสายตาเย็นชาในครานั้นของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี



            “เหล่าผู้โสมมจงไสหัวออกไปให้ไกล ราคีของพวกเจ้ากำลังจะแปดเปื้อนสถานที่อันบริสุทธิ์ ถือว่าข้าได้ตักเตือนแล้วจงคิดดูให้ดี…” พญานาคราชตัวโตส่งเสียงเตือนด้วยการข่มขู่ กลิ่นอายของพิษร้อนรุนแรงก็เริ่มกระจายไปทั่วด้านสร้างเป็นเขตแดน



            “ตัวข้าคือผู้สืบทอดคนสุดท้าย อยากจะขอเข้าไปรับสิ่งสืบทอดที่เหลืออยู่ ผู้ทรงศีลเช่นท่านโปรดเมตตาเปิดทางด้วย” มิเนอร์วาจ้องไปที่พญานาคตัวใหญ่แล้วเอ่ยขออย่างสุภาพ เขามั่นใจเป็นอย่างมากว่าบนเกาะนี้มรดกแห่งพุทธะซุกซ่อนอยู่ ผิวกายของอีกฝ่ายเป็นนิลกาฬมหิธร มีเกล็ดเป็นนิลปาศรอมรสุภรัตน์ ลักษณะโดดเด่นเช่นนี้ย่อมต้องเป็นพญานาคราชจากตระกูลกัณหาโคตมะ แม้จะกำเนิดจากเหงื่อไคล และคราบสิ่งหมักหมมแบบสังเสทชะ แต่ทว่าในด้านฤทธานุภาพก็มีมากไม่แพ้พญานาคตระกูลอื่น



            “เพ้อเจ้อ!” ทันทีที่ได้ยินเรื่องราวเหลวไหล พญานาคราชก็ตะโกนสวนกลับมาแทบจะทันที



            “ในเมื่อไร้หลักฐาน ท่านเองก็อาจจะไม่ยอมเชื่อ เช่นนั้นพวกเรามาตกลงกันดีหรือไม่? เพื่อยืนยันในสิ่งที่ข้าได้พูดไป ตัวข้าขอถกปริศนาธรรมกับท่านเป็นคำตอบ…” มิเนอร์วาเหยียดหลังตรงพร้อมกับพูดคุยด้วยท่าทางที่เท่าเทียม



            “หึ! หัวล้านอยากรำ หัวดำอยากเทศน์!” ช่างเป็นพญานาคที่ดุร้ายมากอำนาจ ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงการกระแทกกระทั้นทางน้ำเสียง ด้วยเสียงแค่นเย็นชาของอีกฝ่าย บ่งบอกว่าไม่ยอมอย่างแน่นอน อาจจะเป็นเพราะเขาไม่ใช่นักบวช ในด้านการรักษาศีลรักษาธรรมแล้วตัวเขาก็มีน้อยกว่า อีกฝ่ายจึงไม่คิดที่จะเกรงใจ



            “อัคคิมุขะเช่นท่านย่อมต้องมีพิษร้อนลวกดั่งเพลิงผลาญ ใช้ลมหายใจพ่นพิษให้แผ่ซ่านไปทั่วทุกทิศ แต่พิษของท่านนั้นยังไม่ร้ายแรงพอที่จะทำร้ายร่างกายนี้ ปุจฉาข้าขอถามท่านเชื่อหรือไม่?” มิเนอร์วาเอ่ยถามด้วยสีหน้าราบเรียบ เขาสั่งให้นำเรือบดลง จากนั้นก็กระโดดลงไปยืนอยู่บนเรือแจวขนาดเล็ก เพียงหมุนควงนิ้วอาโปกสิณก็พัดพาให้เรือพายโต้คลื่นท้าแรงลม



            ร่างใหญ่โตชูคอขึ้นสูง ดวงตาสีแดงก่ำก็จดจ้องมองผู้ท้าทาย พญานาคราชตัวนี้อ้าปากคายหมอกพิษแทนคำตอบ ในเมื่อเตือนแล้วไม่ฟังเช่นนั้นก็มาดูกัน ว่าธรรมของใครจะเหนือกว่า เรือลำน้อยลอยแล่นเข้าไปทีละนิด เขาสะกิดหมอกพิษด้วยโผฏฐัพพะอันเป็นร่างกาย ความร้อนลวกที่เข้ากัดกินได้เปลี่ยนเป็นพิษที่แล่นไปทั่วร่าง ไอพิษที่รุนแรงก็แผ่ซ่านได้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มยกมือขึ้นมาบีบกำ เขาจำแนกพิษที่อยู่ภายในสายหมอกนี้ได้มากถึงหกสิบสี่ชนิด



            “ธรรมคือสิ่งดั้งเดิมที่คงอยู่ในรูปของนามยากที่จะจับต้อง แต่พิษที่มากถึงหกสิบสี่ชนิดนี้ก็ถือเป็นธรรมชาติดั้งเดิมของท่านเช่นกัน ข้าจะพิสูจน์ธรรมนี้ให้ท่านได้เห็นเอง” มิเนอร์วายกมือข้างที่กำเอาไว้ชูขึ้นขนานลำตัว พิษร้อนแรงก็ถูกขับออกมาเป็นของเหลว ต้องยอมรับว่าพิษประเภทอัคคิมุขะนั้นร้ายกาจสมคำร่ำลือ ชายหนุ่มต้องใช้เวลาชั่วครู่ใหญ่ ถึงจะสามารถขับพิษให้ผสมกับเหงื่อออกมาได้ เกิดเป็นเพลิงผลาญขึ้นมาทันทีที่พิษเหลวสัมผัสเข้ากับผิวของน้ำทะเล



            เรือแจวลำน้อยที่ลอยผ่านเข้ามากำลังถูกพิษร้อนหลอมละลาย หมื่นพิษพลันกระจายปกคลุมทั่วลำเรือ ไอพิษที่ถูกขับออกมาจากต่อมเหงื่อ ได้ถูกทำให้ร้อนระเหยจนกลายเป็นไอหมอกคุ้มครองกาย พิษพิสดารไหนเลยจะอ่อนแอ ความได้เปรียบทางธรรมชาติเช่นนี้ ย่อมนับเป็นธรรมที่เหนือกว่า ดั่งเช่นเปลวไฟดวงน้อยที่ถูกทำให้ดับมอดด้วยการสาดวารีคลั่ง พิษพิสดารเข้ากลืนกินหมอกพิษของพญานาคราช จากนั้นก็เปลี่ยนพิษร้ายให้กลายเป็นพวก อาณาเขตหมอกพิษของชายหนุ่มจึงเริ่มขยายตัวออก



            พญานาคราชแห่งตระกูลกัณหาโคตมะทำเพียงจดจ้องไม่ขยับกาย เขาอ้าปากคายไอพิษออกมาให้มากกว่าเดิม แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถทำให้สิ่งใดเปลี่ยนแปลงได้ สายหมอกสีเขียวขยายตัวอยู่สักครู่หนึ่งก็หยุดลง มิเนอร์วาไม่ได้จะมาหาเรื่อง เดาว่าอีกฝ่ายคอยเฝ้าพิทักษ์ดูแลมรดกแห่งพุทธะมาช้านาน กุศลที่ปกปักรักษาให้พ้นจากมือผู้ที่ไม่หวังดีย่อมแรงกล้า แต่ไม่ใช่ในคราวนี้ ชายหนุ่มยืนเหยียดหลังตรง ลอยผ่านหน้าของอีกฝ่ายไปช้าๆ



            ท่ามกลางสายตาลุ้นระทึกที่มองมาจากบนเรือฟลายอิ้งดัตช์แมน เสียงเคารพกราบกรานของวรมันที่สองดังสนั่นมาจนถึงจุดที่ชายหนุ่มนั้นยืนอยู่ ราวกับว่ากำลังงมงายจนไม่มีสติ เขามองตรงไปข้างหน้ายังจุดที่เป็นเป้าหมาย ในขณะที่จะเลยพ้นไป มิเนอร์วาก็แสดงกงล้อสังสารวัฏหกภพภูมิออกมา กงล้อเริงระบำเคลื่อนตัวไปหยุดอยู่ที่เดรัจฉานวิถี ด้วยมีโมหะจริตแฝงเป็นสิ่งดั้งเดิม มิเนอร์วาจึงกระทำเพียงแค่บอกให้รู้ พญานาคราชจึงได้ในสติแทบจะในทันที ร่างอันใหญ่โตชูคอจ้องนิ่งไปยังเรือพายลำน้อยที่ลอยจากไป มันม้วนตัวมุดลงน้ำจากนั้นก็พุ่งใส่เรือพายที่กำลังลอยจากไป



            จู่ๆ มิเนอร์วาก็เกิดความรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา จังหวะนั้นเองเอเธนส์ก็มองเห็นสายตาคลั่งไคล้ของวรมันที่สองที่ไม่ปกปิด มิเนอร์วาไม่ได้ตื่นตระหนก เขายังคงมองไปที่เกาะซึ่งอยู่ตรงหน้า เพียงไม่นานเรือพายลำน้อยก็ถูกดันยกขึ้นสูง เกิดเกลียวคลื่นขนาดไม่ใหญ่มากดันมาจากทางด้านหลัง กัณหาโคตมะนาคราชตัดสินใจช่วยเหลือชายหนุ่มให้เดินทางได้ไวขึ้น เมื่อเรือพายได้เกยขึ้นฝั่งบนหาดทรายตื้น เงาร่างใหญ่ของอีกฝ่ายก็เลื้อยขดขึ้นมาจากน้ำทะเล แปลงกายเป็นบุรุษหน้าตาดีผู้หนึ่ง



            “ตัวข้าชื่อมิเนอร์วา เป็นศิษย์ขององค์พระปัจเจกพุทธเจ้า ขอท่านโปรดเมตตาส่งเสริมด้วย” ชายหนุ่มพนมมือไหว้ไปตามมารยาท เขาลอบมองประเมินอีกฝ่ายที่อยู่ในร่างมนุษย์ อีกทั้งยังเอ่ยออกมาอย่างถ่อมตน



            “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ข้าชื่อนาคินทร์มาจากตระกูลกัณหาโคตมะ… ตามข้ามา” ผู้ใดจะคาดคิดว่านาคินทร์ผู้นี้จะเป็นมิตรมากกว่าที่คิด เขาเอ่ยแนะนำตัวแล้วเดินนำขึ้นบกไป บนเกาะแห่งนี้รายล้อมไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ หันมองไปทางในก็ร่มรื่นและเงียบสงบ พวกเขาเดินลัดเลาะไปตามแนวชายป่า เมื่อพบเจอปลายทางอันเป็นบริเวณน้ำกร่อย นาคินทร์นาคราชก็เบี่ยงตัวเลี้ยวไปอีกทาง พวกเขาเดินเลียบแม่น้ำขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งผ่านไปอีกหนึ่งวัน และแล้วในคืนวันนี้เอง พวกเขาก็พบเจอเข้ากับคุ้งน้ำแห่งหนึ่งที่โค้งเป็นเวิ้งอ้อมป่าไป



            “หยุดพักที่นี่สักคืนหนึ่งเถิด ให้ฟ้าสว่างแล้วค่อยออกเดินทางต่อ” นาคินทร์จึงหยุดเท้าแล้วหันไปพูดคุยกับมิเนอร์วาที่เดินติดตามมา ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับไม่ปฏิเสธคำชวน พวกเขาก่อกองไฟนั่งอยู่ริมคุ้งน้ำ ท่ามกลางเสียงแห่งพนาไพรมิเนอร์วาจึงนั่งหลับตาเพื่อทำสมาธิ จิตก็เพ่งไปถึงปีศาจร้ายทั้งสองที่ถูกผนึกอยู่ในกาย พิจารณาอารมณ์เหล่านี้ให้ถี่ถ้วน จนเกิดเป็นความปรีชากำหนดรู้ในอารมณ์ให้พอประมาณ



            สายลมแห่งกาลเวลาพัดไปคราหนึ่งก็ผ่านไปเกือบสามชั่วโมง จู่ๆ เมฆฝนก็ตั้งเค้า มีความดำมืดที่มาพร้อมกับเสียงร้องครืนอย่างรวดเร็ว ด้วยร่างที่กำลังทอแสงตกอยู่ในห้วงแห่งการเรียนรู้ นาคินทร์นาคราชจึงแปลงกายแล้วเลื้อยพันแผ่พังพาน เป็นปราการปกป้องสายลม และเม็ดฝน มอบความอบอุ่นให้แก่ชายหนุ่ม จนรู้สึกสบายได้โดยที่ไม่ต้องรู้ตัว… 

    คล้ายกับเรื่องThe SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ) ที่คุณอ่าน

    THe Superman

    THe Superman

    นิยาย แฟนตาซี
    333K 566
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852